เบิร์ด ธงไชย แบกกระสอบทรายกันน้ำท่วมบ้าน

Posted by KwamRak on 04.2011 News 0 trackback
 เบิร์ด ธงไชย

เบิร์ด ธงไชย



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก 
เฟซบุ๊ก เบิร์ด ธงไชย 

          ภาวะน้ำท่วมกรุงเทพที่รุนแรงเข้าขั้นวิกฤติในขณะนี้ ส่งผลให้ประชาชนหลายเขตพื้นที่ต้องเดือดร้อน และได้กระจายวงกว้าง ลุกลามในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ แล้ว  บรรดาประชาชนต่างเตรียมพร้อมในการป้องกันบ้านไม่ให้น้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นการก่อคอนกรีต หรือกั้นกระสอบทราย ... 

          นักร้องนักแสดงชื่อดังอย่าง เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย หรือป๋าเบิร์ด นั้นก็กำลังเตรียมพร้อมรับมือกับภัยน้ำท่วมเช่นกัน โดยป๋าเบิร์ดได้เผยภาพขณะที่กำลังเรียงกระสอบทรายกองโต รอบ ๆ ริวรั้วบ้านสุดหรูย่าน สุขุมวิท 101 ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ซึ่งป๋าเบิร์ดได้บรรยายใต้ภาพว่า"ดูดี ๆ เหมือนบังเกอร์สนามรบ ไม่ใช่กันน้ำท่วม อิอิ " และ "ไม่ประมาท ต้องป้องกันไว้ก่อน แบกเองเลยครับ" พร้อมกันนี้ในเฟซบุ๊กของป๋าเบิร์ด ยังได้โพสข้อความเตือนภัย และให้กำลังใจผู้ประสบภัยทุกคน ตลอดเวลาอีกด้วย ... 


เบิร์ด ธงไชย


          เอ้า... กำลังใจดี ๆ จากป๋าเบิร์ด ส่งไปถึงแฟน ๆ คนทุกคนแล้วใช่ไหมค่ะ ยังไงกระปุกดอทคอมก็ขอให้กำลังใจทุก ๆ คน รวมทั้งป๋าเบิร์ดให้ผ่านพ้นจากวิกฤติน้ำท่วมได้ไว ๆ ละกันนะคะ ^ ^

ญี่ปุ่นหนุนสร้างคันกั้นน้ำยักษ์ล้อม 7 นิคม

Posted by KwamRak on 04.2011 News 0 trackback
 


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
           
          รมว.พาณิชย์ เผยญี่ปุ่นหนุนสร้างพนังกั้นน้ำขนาดใหญ่ 6.5 เมตร ล้อม 7 นิคมแล้ว พร้อมทั้งส่งความช่วยเหลือในรูปสิ่งของกว่า 300 ล้านบาท รวมถึงเครื่องบินตรวจน้ำท่วม

          วันนี้ (3 พฤศจิกายน) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีการฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่ง ว่า จะเริ่มสูบน้ำออกได้ภายในวันที่ 15 พ.ย. โดยคาดว่าระดับน้ำจะต่ำมาอยู่ที่ 70 ซ.ม.-1 เมตร โดยจะใช้เวลาสูบน้ำประมาณ 15-20 วัน และเร่งฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้า และน้ำประปาไม่เกิน 30 วัน เพื่อให้ผู้ประกอบการเริ่มเดินเครื่องการผลิตได้ภายในเดือน ม.ค.55 ซึ่งเมื่อนิคมอุตสาหกรรมเริ่มกลับมาผลิต จะมีการสร้างคันกั้นน้ำถาวรความสูงจากระดับน้ำทะเล 6.5 เมตรด้วย โดยมีผู้เชี่ยวชาญประเทศญี่ปุ่นให้การสนับสนุนและช่วยเหลือแล้ว

          นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นยังให้เงินช่วยเหลือ 1,000 ล้านเยน หรือประมาณ 380 ล้านบาท ในรูปแบบสิ่งของตามที่รัฐบาลไทยต้องการ ซึ่งได้แก่ เครื่องสูบน้ำขนาด 12 นิ้ว เรือท้องแบน เครื่องกรองน้ำ เรือยาง 2,000 ลำ เรือเร็ว 100 ลำ เรือตรวจการณ์ 100 ลำ รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถเครน รถขุด สะพานแบริ่ง และเต็นท์ที่พักอาศัย ส่วนองค์กรสำรวจอวกาศการบินญี่ปุ่นหรือจาซ่า ก็ยังได้เสนอให้ประเทศไทยยืมเครื่องบินสังเกตการณ์พร้อมเรดาร์ เพื่อนำมาใช้ถ่ายภาพทางอากาศในพื้นที่ประสบอุทกภัยอีกด้วย


อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก


สยอง! พบขามนุษย์ลอยในคลองประปา 1 ข้าง

Posted by KwamRak on 04.2011 News 0 trackback
 


สยอง! พบขามนุษย์ลอยในคลองประปา1ข้าง (ไอเอ็นเอ็น)


        ผกก.สน.เตาปูน เผย เจอขามนุษย์ลอยน้ำคลองประปา ที่ สถานีสูบน้ำบางซื่อ 1 ข้าง ส่วนนิติเวช พิสูจน์ คาดตายนานแล้ว

        วันนี้ (3 พฤศจิกายน) พ.ต.อ.วีระ จิรวีระ ผกก.สน.เตาปูน เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้พบชิ้นส่วนมนุษย์ ซึ่งเป็นขามนุษย์ไม่ทราบเพศ 1 ข้าง ลอยน้ำในคลองประปา ที่สถานีสูบน้ำบางซื่อ บริเวณวัดแก้วฟ้าจุฬามณี โดยเบื้องต้นได้นำเอาขามนุษย์ไปส่งตรวจพิสูจน์ ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจแล้ว ว่าเป็นชิ้นส่วนมนุษย์ของใคร คาดว่า น่าจะเป็นศพที่ถูกชำแหละนานแล้ว เมื่อน้ำท่วมจึงลอยมาดังกล่าว 

จับอีก! แก๊งค้าสุนัขที่นครพนม ของกลาง 350 ตัว

Posted by KwamRak on 03.2011 News 0 trackback
หห











เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก 
ครอบครัวข่าว 3

          จับแก๊งค้าสุนัขข้ามชาติที่นครพนม พร้อมของกลางสุนัขกว่า 350 ตัว ขณะเตรียมลำเลียงข้ามโขง

          วันนี้ (3 พฤศจิกายน) นาวาเอก ธีรเกียรติ ทองอร่าม ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขงเขตนครพนม และนาวาตรี สุเทพ บุญศรี หัวหน้าสถานีเรือนครพนม ได้สกัดจับแก๊งค้าสุนัขข้ามชาติที่ อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม หลังสืบทราบว่าจะมีการขนส่งสุนัขทางเรือข้ามแม่น้ำโขง

          โดยขณะจับกุมได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์พยายามลำเลียงสุนัขที่อยู่ในกรง กรงละ 10 ตัว รวมเป็น 350 ตัว ลงเรือขนาดใหญ่ 2 ลำ และยังมีสุนัขบางส่วนที่อยู่บนรถบรรทุกหกล้อ หมายเลขทะเบียน 81-2604 สกลนคร ซึ่งเมื่อพบเห็นเจ้าหน้าที่ คนร้ายต่างก็วิ่งหลบหนีไป ตำรวจจึงได้ยึดของกลางเอาไว้ทั้งหมด

          ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ระบุว่า ตอนนี้กำลังสืบสวนขยายผลหาเจ้าของรถบรรทุกและจำเป็นต้องสืบสวนขยายผลเพื่อหา ผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการนี้ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นนายทุนขนาดใหญ่ เพราะถูกจับมาหลายครั้ง แต่ไม่เคยเกรงกลัวกฎหมาย

          ขณะที่ นายชูศักดิ์ พงษ์พาณิชย์ หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ นครพนม เปิดเผยว่า ตอนนี้ได้นำสุนัขทั้งหมดมาไว้ที่ด่านกักกันสัตว์นครพนมแล้ว โดยสุนัขส่วนใหญ่อยู่ในสภาพอิดโรย อ่อนเพลีย บางตัวโชคร้ายถูกทับตายบนรถ ขณะนี้สัตวแพทย์ได้ทำการปฐมพยาบาลสุนัขเหล่านั้นแล้ว และโชคดีที่มีชาวบ้านขอสุนัขไปเลี้ยงกว่า 200 ตัว ส่วนอาหารและยารักษาโรคที่ได้รับมาจากการบริจาคก็เหลือเพียงพอสำหรับสุนัข เหล่านี้

          นอกจากนี้ นายชูศักดิ์ ยังเสริมอีกว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบัน ทำให้มีสุนัขที่ถูกทิ้งไว้ที่บ้านหรือบางส่วนที่อพยพย้ายตามเจ้าของไปอยู่ใน ศูนย์พักพิงนั้น กำลังขาดแคลนอาหารและเวชภัณฑ์ ตน จึงเตรียมนำเรื่องนี้เสนอต่อคณะกรรมการบริหารกองทุนช่วยเหลือสุนัขจังหวัด นครพนม เพื่อประสานงานแบ่งอาหารเม็ดและเงินที่ได้รับจากการบริจาคช่วยเหลือสุนัข หากคณะกรรมการอนุมัติก็พร้อมดำเนินการทันที



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

นครปฐมจมแล้วเกือบทุกพื้นที่ ราชภัฏฯเร่งต่อแพแจก

Posted by KwamRak on 01.2011 News 0 trackback


นครปฐม จมน้ำเกือบทุกพื้นที่แล้ว เฉลี่ย 50 ซม. ถึง 2 เมตร ชาวบ้าน อ.พุทธมณฑล ทยอยอพยพ หลังน้ำท่วมสูง อ.นครชัยศรี ระดับน้ำเพิ่มอีก 40 ซม. หลังแม่น้ำท่าจีนหนุน วัดกลางบางแก้ว โรงเรียนจมน้ำกว่า 1 เมตร ถนนใช้การไม่ได้ อ.สามพราน วัดดอนหวาย เสียหาย ปศุสัตว์ฯ เร่งให้การช่วยเหลือสัตว์เลี้ยง เผยขนย้ายด้วยความยากลำบาก ม.ราชภัฏนครปฐม เร่งต่อแพแจกผู้เดือดร้อนในพื้นที่ และคน กทม….

วันที่ 1 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ใน จ.นครปฐมว่า ขณะนี้มี อ.บางเลน, พุทธมณฑล, นครชัยศรี, สามพราน ที่ถูกน้ำท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ระดับน้ำยังสูงระหว่าง 1 ถึง 2 เมตร โดยเมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย จ.นครปฐม นายนิมิต จันทน์วิมล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ในฐานะผู้อ้านวยการศูนย์ฯ ประชุมคณะกรรมการศูนย์ฯ ณ ห้องประชุม ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัด โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานผลการปฏิบัติงาน และสถานการณ์น้ำท่วมประจำวัน

 

เริ่มตั้งแต่ อ.บางเลน ทุกพื้นที่จมน้ำ 100 เปอร์เซ็นต์ ระดับน้ำในพื้นที่ ท่วมสูงตั้งแต่ 50 ซม.จนถึง 2 เมตร ที่ อ.พุทธมณฑล มีรายงานว่า มีการลำเลียงเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยที่ติดค้างออกจากจากพื้นที่น้ำท่วมสูง บ้างแล้ว เหลือเพียงเล็กน้อยที่ยังไม่ยอมอก ในส่วนของศูนย์พักพิงได้มีการเคลื่อนย้ายออกไปอยู่ในที่พักพิงที่ปลอดภัย เช่น อ.เมืองนครปฐม และตามวัดต่างๆ เพื่อไม่ให้แออัด ในขณะนี้มีปัญหาขาดแคลนยานพาหนะในการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย เนื่องจากรถที่สามารถผ่านได้เป็นรถของกองทัพเรือเท่านั้น และเรือในการช่วยเหลือไม่เพียงพอ

ส่วนที่ อ.นครชัยศรี รายงานว่า พื้นที่ ต.ท่ากระชับ และบางแก้ว ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 40 ซม. เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำท่าจีนที่เพิ่มขึ้น จากการผันน้ำจาก กทม., นนทบุรี, ปทุมธานี และน้ำทุ่งลงสู่แม่น้ำท่าจีน ทำให้น้ำในแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณสูงขึ้นจากเดิมอีก 20 ซม. ซึ่งปกติแล้วน้ำในแม่น้ำสูงกว่าพื้นที่ 80 ถึง 1 เมตร ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมลุกลามอย่างรวดเร็วสร้างความเสียหายต่อเนื่อง ถนนถูกตัดขาดการสัญจรไปมาลำบาก โดยเฉพาะในตัวอำเภอ สถานที่ราชการไม่ว่าจะป็นอำเภอ สถานีตำรวจ รวมถึงตลาด วัดดัง ถูกน้ำท่วมหมด โดยเฉพาะตำบลบางกระเบา ซึ่งมีวัดกลางบางแก้ว และวัดตุ๊กตา และยังมีโรงเรียนอยู่ในบริเวณวัดทั้ง 2 แห่ง ขณะนี้ถูกน้ำท่วมทั่วพื้นที่ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร รถยนต์วิ่งผ่านไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานมาอีกว่า ช่วงกลางดึกน้ำจากแม่น้ำท่าจีนได้ล้นถนนบรมราชชนนี ช่วงถนนพุทธมณฑลสาย 7 ต.หอมเกร็ด อ.สามพราน เขตติดต่อ ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี และที่ประตูน้ำคลองไฟไหม้ (โค้งหลอย) ถนนสายนครชัยศรี-พุทธมณฑลสาย 7 ซึ่งเป็นคลองที่เข้าสู่ตำบลขุนแก้ว ไปถึงถนนบรมราชชนนี ซึ่งมีแหล่งชุมชน และโรงงานผลิตธนบัตรแห่งชาติ (แบงก์ชาติ) ทาง อบต.ขุนแก้ว และชาวบ้านได้ช่วยกันเสริมกระสอบทรายและนำรถแบ็กโฮมาตักแนวทำคันดินเสริม และดูดน้ำออกจนถึงเช้า พร้อมกับเฝ้าระวังไม่ให้น้ำเอ่อล้นเพราะจะสร้างความเสียหายอย่างมาก

 

ส่วนที่ อ.สามพราน ขณะนี้ มีการประชุมผู้นำท้องถิ่นพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว และที่กำลังจะถูกน้ำท่วม ต.หอมเกร็ด ทรงคนอง บางเตย กระทุ่มล้ม ไร่ขิง อ้อมใหญ่ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์น้ำท่วม และเตรียมความพร้อมอพยพหากสถานการณ์วิกฤติ อำเภอได้เตรียมการป้องกันน้ำท่วม ในเขตพื้นที่ ต.กระทุ่มล้ม บางเตย ไร่ขิง อ้อมใหญ่ และอ้อมน้อย ที่ยังไม่ถูกน้ำท่วม เนื่องจากเป็นเขตพื้นที่เศรษฐกิจและมีโรงงานสำคัญหลายแห่ง เป็นเหมือนหัวใจของ อ.สามพราน และยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมาย ซึ่งขณะนี้น้ำได้เข้าท่วมวัดดอนหวายที่มีตลาดน้ำที่มีชื่อเสียงจนย่อยยับไปแล้ว ขณะนี้ต้องป้องวัดไร่ขิง หากวัดไร่ขิงท่วมอีกก็จะทำให้ถนนสายเพชรเกษม ซึ่งเป็นทางเดียวที่คน กทม.จะเดินทางเข้า นครปฐมได้ ต้องท่วม ขณะนี้น้ำได้ท่วมภายในถนนวัดไร่ขิงตัดถนนพระบรมไปแล้ว รถยนต์เล็กไม่สามารถวิ่งได้

วันเดียวกันนายกฤษดี ชาวสวนเจริญ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายนิรันดร เอื้องตระกูลสุข รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และนายสำเริง ครุฑดำ ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม นำเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์อำเภอ และอาสาสมัครนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล เข้าอพยพสุนัขกว่า 500 ตัว และแมวอีก 50 ตัว ที่มูลนิธิบ้านสงเคราะห์สัตว์พิการ ในความอุปถัมภ์ของหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน หมู่ที่ 10 ตำบลบางภาษี อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ซึ่งการเดินทางในการเข้าไปขนย้ายนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก ต้องนั่งเรือข้ามทุ่งน้ำลึกประมาณ 5 เมตร และต้องนำกรงใส่เรือแพ ล่องทุ่งน้ำเพื่อที่จะใส่สุนัขนำกลับออกมา โดยจะนำไปกักเลี้ยงไว้ที่สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งคาดว่าจะขนย้ายสุนัขดังกล่าวให้แล้วเสร็จก่อนค่ำนี้ เนื่องจากการเดินทางไม่สะดวก ประกอบกับระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อาจก่อให้เกิดอันตรายได้ทั้งทีมอาสาสมัครและสุนัข นอกจากนี้สุนัขดังกล่าวอาจมีอาการอ่อนเพลีย เนื่องจากอดอาหารเช้าเพื่อป้องกันไม่ให้สุนัขอาเจียนในการขนย้าย

ส่วนที่ ม.ราชภัฏนครปฐม คณะวิศวกรรมโยธา ได้เร่งจัดทำเรือแพ จากถัง พีวีซี เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ขาดแคลนเรือที่ใช้ในการสัญจร และขนย้ายสิ่งของ ซึ่งในช่วงน้ำท่วมนี้เรือมีราคาสูง และผู้ประสบภัยที่ต้องการไม่สามารถหาซื้อได้ ผศ.ดร.เกศินี ประทุมสุวรรณ รอง อธิการบดี ม.ราชภัฏนครปฐม เผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้คณะวิศวกรรมโยธา เร่งทำแพเรือ จากถังพีวีซี ส่งแจกจ่ายให้กับ คน กทม.และต่างจังหวัดที่ประสบภัยน้ำท่วม สำหรับแพเรือดังกล่าวนี้สามารถรองรับคนที่โดยสารได้จำนวน 6-7 คน รับน้ำหนักได้ประมาณ 400-500 กก. จัดทำขึ้นทั้งแพเล็กและใหญ่ ใช้เงินในการจัดสร้างถูกกว่าเรือมาก ขณะนี้กำลังเร่งผลิต

ผศ.ดร.เกศินี ยังเผยอีกว่า วิธีการทำก็ไม่ยากใช้ในภารกิจน้ำท่วมโดยเฉพาะ สำหรับเรือแพขนาดเล็กนั้นจะใช้ถังพีวีซี 4 ใบ ใช้ทำเป็นฐานสำหรับลอยน้ำฝั่งละ 2 ใบ รองรับ มัดตรึงให้แน่นด้วยเชือกเส้นใหญ่ กับไม้แบบที่ทำเป็นแบบสี่เหลี่ยมตามกรอบ แล้วใช้ไม้ขวางเป็นก้างปลายึดโดยการตอกตะปูหรือใช้นอตขันเพื่อยึดให้แน่น จากนั้นวางพื้นด้วยไม้อัดเพื่อรองรับผู้โดยสาร จากนั้นก็ทำรั้วไม้เพื่อกันคน เป็นอันเสร็จสิ้นสมบูรณ์ สำหรับเรือแพนั้นได้ทำการทดลองแล้วสามารถใช้แทนเรือได้เป็นอย่างดี หากเป็นขนาดใหญ่ก็เพิ่มถังเข้าไปอีก ขณะนี้อยู่ระหว่างการประกอบในชุดแรก 30 ลำ จะส่งเข้าพื้นที่ประสบภัยใน กทม.ก่อน จากนั้นจะเร่งผลิตส่งให้ยังพื้นที่น้ำท่วมใน จ.นครปฐม งบประมาณในการทำนั้นได้รับจากการบริจาคของประชาชนเป็นหลัก ขณะนี้เริ่มส่งให้ กทม.ใช้บ้างแล้ว และกำลังจะปรับทำเป็นติดเครื่องยนต์เรือด้วย.

-ไทยรัฐออนไลน์



ประปาวิกฤติ น้ำเน่าทะลักไม่เลิก ไม่ต่อวันหยุด"ปู"อ้างคลี่คลาย

Posted by KwamRak on 31.2011 News 0 trackback
http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9540000138336

ผู้จัดการรายวัน - เอาไม่อยู่! น้ำเน่าจากหมู่บ้านเมืองเอกทะลักคลองประปาต่อเนื่อง ส่อวิกฤตน้ำประปา ผู้ว่าฯ กปน.ต้องออกโรงยันตรวจแล้วไม่พบอีโคไล-สารพิษ ยกเว้นเรื่องสีและกลิ่น ให้ต้มก่อนดื่ม ส่วนสถานการณ์ใน กทม.ทุกจุดยังวิกฤติ ทั้งสามเสน-สุมขุมวิท "สุขุมพันธุ์" สั่ง "ตลิ่งชัน" ให้เตรียมอพยพ ด้าน ครม.ไม่ขยายวันหยุดราชการ "ปู" อ้างอีก 1-2 วัน กทม.คลี่คลาย!

       
       ปัญหาน้ำประปายังไม่คลี่คลายภายหลังประชาชนในพื้นที่พยายามรื้อคันกั้นน้ำบริเวณวัดนาวง ย่านดอนเมือง เพื่อให้น้ำเน่าไหลออกจากหมู่บ้านเมืองเอก ส่งผลน้ำยังคงได้ทะลักเข้ามาในคลองประปา กระทบต่อการผลิตและคุณภาพน้ำประปาในขณะนี้ ล่าสุดการประปานครหลวง (กปน.) ต้องเร่งหาวิธีแก้ไขอยู่ตลอดเวลา ได้แก่ การเพิ่มออกซิเจนในน้ำ เพิ่มคลอรีนฆ่าเชื้อโรค เพิ่มการใช้ด่างทับทิมและถ่านกัมมันต์เพื่อดูดสีและกลิ่นในน้ำ
       
       นายเจริญ ภัสระ ผู้ว่า กปน. กล่าวว่า ขณะนี้น้ำจากเมืองเอกที่มีระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ ไหลบ่าท่วมเข้าคลองประปาเป็นช่วงๆ ตั้งแต่ไซฟอนรังสิตถึงแยกสรงประภา ส่งผลให้ระดับน้ำในคลองสูงขึ้นต่อเนื่อง แม้กปน.จะได้แก้ปัญหาโดยร่วมมือกับ กทม.เร่งระบายน้ำทิ้งลงคลองบางเขน บางซื่อและสามเสนแล้วก็ตาม แต่ยังไม่ทันกับปริมาณน้ำที่ไหลบ่าเข้าคลองประปา
       
       โดย กปน.ได้ร่วมกับหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กองพล ปตอ. กรมชลประทานและกรมเจ้าท่า ระดมเรือขุด พร้อมกับขอความร่วมมือการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคติดตั้งระบบไฟแสงสว่างให้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำแนวคันดินเสริมตลอด 24 ชม.เพื่อกั้นไม่ให้น้ำหลากเข้าคลองประปา
       
       ทั้งนี้ กปน.จะมีการตรวจสอบเป็นประจำทุกวัน ซึ่งยังตรวจไม่พบเชื้ออี.โคไล และเชื้อก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร ไม่พบสารพิษ โลหะหนัก เช่น ตะกั่ว แคทเมียม โครเมียม ปรอท สารหนู ยกเว้นสีและกลิ่น แต่เพื่อความมั่นใจในช่วงนี้ จึงขอให้ประชาชนต้มน้ำก่อนบริโภค
       
       "กปน.จะร่วมกับหน่วยงานต่างๆสู้กับน้ำท่วมครั้งนี้เต็มที่ เพื่อป้องกันแนวคลองประปาและรักษาระบบผลิตน้ำเพื่อจ่ายน้ำให้กับประชาชนต่อไป" นายเจริญกล่าว
       
       พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รมว.ยุติธรรม ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศปภ. กล่าวว่า ล่าสุดได้มีการซ่อมแซมกระบวนการผลิตน้ำประปาที่มหาสวัสดิ์เรียบร้อยแล้ว ทำให้เพิ่มการผลิตได้ 9 แสน ลบ.ม.ต่อวันตามปกติ แต่ก็มีปัญหาใหม่ขึ้นมาคือ น้ำล้นที่คันกั้นน้ำคลองประปา ที่กำลังซ่อมแซมอยู่ ซึ่ง ณ เวลานี้ยังไม่มีผลกระทบอะไร ส่วนเรื่องคุณภาพน้ำทางการประปานครหลวง (กปน.) ก็ยืนยันว่าปลอดภัยดีอยู่ และมีคำแนะนำว่าหากให้ดี ประชาชนควรต้มก่อนบริโภค
       
       สำหรับพื้นที่ฝั่งธนฯ กปน.ยังได้ออกประกาศลดกำลังการผลิตน้ำของโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์เมื่อวันที่ 30 ต.ค. เนื่องจากน้ำดิบมีคุณภาพต่ำและจ่ายน้ำเป็นช่วงเวลาในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ขณะนี้ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าว ทำให้โรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์สามารถผลิตและจ่ายน้ำเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ตั้งแต่เวลา 05.00 น. สำหรับในบริเวณปลายเส้นท่อเขตรอบนอกยังคงมีน้ำไหลอ่อนอยู่บ้าง และจะปรับแรงดันน้ำสูงขึ้นเป็นลำดับ
       
       **‘ฉิมพลี-ตลิ่งชัน-บางระมาด’ เตรียมอพยพ
       
       ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.กล่าวถึงสถานการณ์ท่วมว่า กทม.ได้ลงนามประกาศให้ แขวงฉิมพลี แขวงตลิ่งชัน แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน เป็นเขตเฝ้าระวังพิเศษ และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนที่อาศัยในแขวงฉิมพลี แขวงตลิ่งชัน แขวงระมาด เขตตลิ่งชัน เตรียมพร้อมในการอพยพทุกขณะ
       
       “ขณะนี้ที่เขตตลิ่งชัน มีปริมาณน้ำไหลบ่าเข้ามาในคลองมหาสวัสดิ์ ทำให้ระดับน้ำในคลองสูงขึ้น เป็นผลให้คันกั้นน้ำบางส่วนชำรุด มีกระแสน้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่อย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว รวมทั้งไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่เขตทวีวัฒนา ดังนั้น ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แขวงฉิมพลี ถ.สวนผัก ตั้งแต่ริมทางรถไฟ ถึง ถ.กาญจนาภิเษก ด้านถ.บรมราชชนนีฝั่งขาเข้า จำนวน 2 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนหมู่บ้าน 2521 และชุมชนหมู่บ้านพัฒนา หมู่ 7 ฉิมพลี อีกทั้งแขวงตลิ่งชัน ตั้งแต่ถ.สวนผัก ซ.36 ถึงริมทางรถไฟ และชุมชนหลังวัดไก่เตี้ย รวมถึงแขวงบางระมาด เฉพาะชุมชนวัดมะกอก เขตตลิ่งชัน ขนย้ายสิ่งของ ทรัพย์สินมีค่า รถยนต์ ปลั๊กไฟฟ้าขึ้นที่สูง ”ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
       
       **ทุบสถิติน้ำหนุนสูง 2.53 ม. อีกรอบ
       
       สำหรับสถานการณ์น้ำในวันนี้ น้ำทะเลหนุนสูงสุดเวลา 10.21 น.ที่ระดับ 1.30 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองตลาดจะสูงสุดที่ระดับ 2.53 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ทำให้พื้นที่ทรงวาด และสามเสน 21 และ 23 ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำเจ้าพระยา
       
       ขณะนี้พื้นที่เขตดอนเมือง เกิดภาวะน้ำท่วมเกือบจะเต็ม 100% โดย กทม. ทั้งนี้ กทม.ได้ทำหนังสือถึง ศปภ.ให้ดำเนินการสกัดน้ำที่ไหลมาจากคลองรังสิต บริเวณถนนพหลโยธินตัดคลองรังสิต
       
       **ดอนเมือง-บางพลัดน้ำเริ่มเน่า
       
       ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ปัญหาที่พบเพิ่มเติม คือ ปัญหาขยะ และปัญหาน้ำเสีย กทม.จะนำจุลินทรีย์บอลเพื่อเข้าไปช่วยบำบัดน้ำเสียในพื้นที่น้ำท่วมขัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เขตดอนเมือง และเขตบางพลัด
       
       **น้ำท่วมขยายวง ใกล้ วงเวียนบางเขน
       
       สำหรับสถานการณ์น้ำท่วม ตอนเหนือของกทม.ส่งผลให้ถนนวิภาวดี-รังสิต ขาออก ใช้ได้ถึงแยกหลักสี่เท่านั้น เนื่องจากน้ำได้ท่วมถึงช่วงวัดหลักสี่ ทำให้พื้นที่ในวัดน้ำท่วมสูงกว่า 80 เซนติเมตร ส่วนบริเวณถนนพหลโยธิน ตั้งแต่แยกกรมพลาธิการทหารอากาศ ซอยพหลโยธิน 54/1 มวลน้ำจากรังสิตและคลอง 2 ได้ไหลทะลักเข้ามา ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่วมสูง และเลยไปจนถึงหน้าห้างบิ๊กซี สะพานใหม่ ต้องปิดการจราจร ตั้งแต่แยกกรมพลาธิการทหารอากาศ ไปจนถึงแยกอนุสรณ์สถาน ขณะที่หน้าโรงพยาบาลภูมิพลฯ ได้มีน้ำไหลล้นคันกั้นน้ำเข้าท่วมพื้นที่บางส่วนมีคนไข้ติดค้างประมาณ 70 ราย ทั้งนี้คาดอีกไม่เกิน 20 เมตรจะเข้าสู่วงเวียนบางเขน ก่อนที่น้ำจะลงไปในอุโมงค์บางเขน
       
       **น้ำไหลเข้า ม.เกษตรแล้ว
       
       บริเวณมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน น้ำได้เอ่อจากคลองบางเขนทางด้านทิศเหนือไหลเข้าท่วมชุมชนริมคลอง และไหลมายังกลางมหาวิทยาลัยโดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยที่มาพักพิงที่มหาวิทยาลัย ไปที่มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี ขณะที่ยังมีบุคลากรของมหาวิทยาลัยปฏิบัติหน้าที่จำนวน 1,300 คน โดยได้มีการนำกระสอบทรายและก่อกำแพงป้องกัน
       
       **น้ำคลองลาดพร้าวลด -เร่งระบายแสนแสบ
       
       ส่วนระดับน้ำภายในคลองลาดพร้าว หน้าวัดลาดพร้าวลดลงจากวานนี้ แต่ยังคงเอ่อล้นคันคลอง ซึ่งเป็นแนวเขื่อนกั้นริมคลองลาดพร้าว ทำให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับสถานการณ์หากปริมาณน้ำมากขึ้น โดยเฝ้าสังเกตระดับน้ำและยกของขึ้นที่สูง รวมถึงยังมีบางส่วนกักตุนน้ำดื่มของอุปโภคบริโภค ทำให้ร้านค้าบริเวณดังกล่าวเริ่มขาดแคลนสินค้า ส่วนบริเวณถนนใหญ่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำที่เอ่อล้นคันคลอง เพราะสามารถระบายน้ำออกได้ เนื่องจากมีเรือของเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาจำนวน 2 ลำมาช่วยในการดันน้ำ รวมถึงสำนักการระบายน้ำได้เร่งสูบน้ำระบายออกทางคลองแสนแสบ เพื่อลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา
       
       ขณะที่การจราจรทั้งบริเวณถนนเกษตร-นวมินทร์ และลาดพร้าว มีรถสัญจรไปมาน้อย เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่นำรถไปจอดไว้บนทางด่วน รวมถึงบางส่วนยังคงเดินทางออกต่างจังหวัด
       
       **น้ำผุดท่อท่วมหลัง มธบ.-มก.-รามอินทรา
       
       ที่บริเวณสี่แยกภาสยาด้านหลังมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พบน้ำเริ่มผุดขึ้นจากท่อระบายน้ำ และไหลเข้าท่วมพื้นที่บริเวณหมู่บ้านชินเขต 2 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ ทำให้ภายในซอยเริ่มมีน้ำท่วมขังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
       
       **ท่วม ถ.รามอินทรา กม.1-5 รถติดหนัก
       
       การจราจรบน ถ.รามอินทราตั้งแต่ กิโลเมตรที่ 1- 5 ติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากมีรถจำนวนมากหลีกเลี่ยงน้ำท่วมออกจาก กทม. มีน้ำได้เอ่อล้นขึ้นมาบนถนนรามอินทรา ซึ่งบางจุดท่วมขึ้นมาถึง 2 ช่องการจราจร ราว 40 เซนติเมตรส่วนตามซอยต่างๆ ได้มีน้ำท่วมขัง ตลอดฝั่งขาออก
       
       **ระดับน้ำในคลองทวีวัฒนาเพิ่ม 20 ซม.
       
       ส่วนเขตทวีวัฒนาระดับน้ำยังคงท่วมสูง โดยระดับน้ำในคลองทวีวัฒนาสูงกว่าเมื่อวานที่ผ่านมา ประมาณ 20 เซนติเมตร ส่งผลให้ถนนในพื้นที่หลายสาย ถูกตัดขาด ถนนศาลาธรรมสพน์ รถไฟสายใต้ ไม่สามารถวิ่งได้ ถนนพุทธมณฑล จ.นครปฐม ถนนบรมราชชนนี ส่วนประชาชนในพื้นที่ ที่ถูกน้ำท่วมสูง อาทิ แขวงศาลาธรรมสพน์ ยังมีจำนวนมาก ที่ไม่ยอมออกจากพื้นที่ เพราะส่วนใหญ่คิดว่าน้ำจะไม่ท่วมสูงมากหนัก
       
       ส่วนความคืบหน้าคุณภาพน้ำดิบ ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีคลองมหาสวัสดิ์ ได้มีสาหร่ายไปอุดระบบการกรองต่างๆ ส่งผลให้ เจ้าหน้าที่ต้องลดกำลังการผลิตลง ร้อยละ 50 นั้น ล่าสุดแก้ไขแล้ว และสามารถจ่ายน้ำได้ตามปกติ
       
       **น้ำทะลัก “สุขุมวิท50-บางนา”
       
       วันเดียวกัน นางวิภารัตน์ ไชยยานุกิจ ผู้อำนวยการเขตคลองเตย กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 30 ต.ค. พนังกั้นน้ำคลองพระโขนงในพื้นที่พังทลายลง 2 จุด คือ บริเวณใต้ทางด่วนใกล้วัดสะพาน และอีกจุดหนึ่ง คือใกล้ลานหิมะทองคำจุดเดิมที่เคยแตก แต่ครั้งนี้ขยับมาทางด้านหมู่บ้านเปรมฤทัย ซึ่งสองจุดนี้เป็นจุดที่ทางเขตมีการค้ำยัน และเสริมแนวไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่เนื่องจากเป็นวันที่น้ำทะเลหนุนสูง ระดับน้ำและความแรงค่อนข้างมาก การเข้าซ่อมแซมจึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก ส่งผลให้มีน้ำทะลักเข้าท่วมยาวไปจนถึงซอยสุขุมวิท 50 ในพื้นที่สำนักงานเขตพระโขนง
       
       **คันกั้นคลองเตยพังทะลัก ม.เปรมฤทัย
       
       นางวิภารัตน์ กล่าวว่า พนังกั้นน้ำบริเวณทางเข้าหมู่บ้านเปรมฤทัย แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. ซึ่งก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้มีการทำพนังกั้นน้ำไว้อย่างดี แต่ล่าสุดได้พังลง ส่งผลให้น้ำได้ไหลเข้าท่วมหมู่บ้านแล้ว โดยเจ้าหน้าที่เทศกิจ และสำนักการระบายน้ำ ทางเขต ได้พยายามเอาทรายลงอุด แต่ก็ทำไม่ได้ เนื่องจากน้ำมีความแรงมาก ล่าสุด เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหายก่อน แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ให้ทราบ เพื่อหาทางป้องกัน
       
       ปัญหาที่พบอีกอย่าง คือ สถานีสูบน้ำบริเวณลานหิมะทองคำ น้ำได้ไหลเข้าทำให้สูบน้ำไม่ได้ ทำให้การระบายน้ำไม่ดีเท่าที่ควร
       
       **กำแพงซอยสามเสนแตกน้ำทะลัก
       
       ที่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยายังวิกฤติ กำแพงบริเวณซอยสามเสน 21 เขตดุสิตของเอกชนพังอีกจุด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เร่งซ่อมแซมแล้ว โดยยังเหลือระยะอีกราว 1 เมตรจะสามารถซ่อมเสร็จ แต่ก็ยังส่งผลให้เป็นช่องที่น้ำยังสามารถไหลเข้าท่วมอย่างแรง และเริ่มขยายวงกว้างสู่ซอยสามเสน 23
       
       ทั้งนี้ สมเด็จพระบรมฯ พระราชทานอาหารกล่อง และน้ำดื่ม แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ กู้คัน ซ.สามเสน 21 จำนวน 150 ชุด
       
       นางสาวอารีย์ วงศ์นพรัตน์เลิศ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตดุสิต กล่าวว่า ด้วยความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ทหาร จากกองพันทหารม้าที่ 4 รักษาพระองค์ (ม.พัน4 รอ.) กองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ (ม.พัน3 รอ.) และประชาชน อยู่ระหว่างช่วยกันลำเลียงกระสอบทราย เข้าซ่อมแซมจุดที่คันกั้นน้ำแตก ขณะนี้สามารถซ่อมแซมพนังกั้นน้ำในซอย สามเสน 21 ได้แล้ว ทำให้ระดับน้ำค่อยๆ ลดลง โดยขณะนี้ไม่ท่วมพื้นถนนแล้ว
       
       **บางพลัดน่าห่วง-ตั้งฮั่วเส็งน้ำสูง 1 ม.
       
       บริเวณแยกบางพลัด ยังคงน่าเป็นห่วง เพราะนอกจากระดับน้ำยังไม่ลดลงแล้ว การเดินทางของประชาชนที่ต้องการเดินเข้า ออก พื้นที่ ก็มีอย่างทุลักทุเล
       
       โดยเฉพาะ บริเวณห้างสรรพสินค้าตั้งฮั่วเส็ง สาขาธนบุรี พบว่า ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร
       
       **จรัญสนิทวงศ์ น้ำปกคลุมเต็มพื้นที่
       
       ที่เชิงสะพานกรุงธนหรือสะพานซังฮี้ ถึงสะพานบางขุนนนท์ บนถนนจรัญสนิทวงศ์ หากเดินทางโดยรถทหารต้องใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที พบว่า น้ำได้ปกคลุมเต็มพื้นที่ ทั้งบนถนน รวมทั้งซอยต่างๆ ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร
       
       **สะพานอรุณฯน้ำสูงเรือนำเรือช่วยปชช.
       
       บริเวณเชิงสะพานอรุณอมรินทร์ พบว่า น้ำยังคงท่วมเป็นบริเวณกว้าง จึงทำให้การเดินทางของประชาชนต้องใช้เรือในการเดินทาง กองทัพเรือได้นำเรือจำนวน 6 ลำ มาให้บริการรับ - ส่งประชาชนที่บริเวณเชิงสะพานอรุณอมรินทร์ โดยไปที่บริเวณแยกปิ่นเกล้า และเชิงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ซึ่งเมื่อถึงจุดดังกล่าวแล้ว ก็จะมีรถทหารให้บริการต่อไป โดยเรือ 1 ลำ บรรทุกประชาชนได้ 15 - 18 คน
       
       **สาทรเตรียมพร้อมรับมือน้ำทะเลหนุน
       
       ที่บริเวณท่าเรือสาทร กระแสน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยายังไหลเชี่ยว และมีระดับน้ำสูงเลยแนวคอนกรีต ทำให้มีน้ำไหลทะลักเข้ามาด้านใน เจ้าหน้าที่จึงได้มีการวางกระสอบทรายเป็นแนวกั้นอีกชั้น ป้องกันไม่น้ำไหลทะลักเข้าถนนเจริญกรุงอีก
       
       ที่ซอยเจริญกรุง 58 ก็ยังมีน้ำไหลเอ่อเข้ามาที่บริเวณท้ายซอยอย่างต่อเนื่อง ส่วนชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนถนนเจริญกรุง มีการเตรียมพร้อมรับมือ ด้วยการก่ออิฐและวางกระสอบทรายสูงกว่า 50 เซนติเมตร
       
       **เรือคลองแสนแสบเปิดให้บริการบางช่วง
       
       บริษัทครอบครัวขนส่ง ผู้ให้บริการเรือคลองแสนแสบ เปิดเผยว่า วานนี้30 ต.ค.เรือคลองแสนแสบ
       
       ยังเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00 น. - 19.00 น. แต่เปิดให้บริการเพียงบางช่วงเท่านั้น โดยเปิดให้บริการระหว่างท่าวัดศรีบุญเรือง ถึงท่าประตูน้ำเท่านั้น เนื่องจากกทม. เริ่มปล่อยน้ำเข้ามายังคลองแสนแสบบ้างแล้ว ทำให้เรือสามารถวิ่งได้ ส่วนเส้นทางระหว่างท่าราชเทวีถึงท่าผ่านฟ้า ยังไม่เปิดให้บริการ
       
       **ท่วมมหิดล ศาลายา ถนน กว่า 50 ซม.
       
       ส่วนที่บริเวณถนนทางเข้า มหาวิทยาลัยมหิดลศาลายา ขณะนี้ ได้ท่วมผิวการจราจรสูงกว่า 50 เซนติเมตรแล้ว แต่บางจุดบริเวณบ้านเรือนของประชาชนท่วมสูงกว่า 1.30 เมตร และเริ่มส่งกลิ่นเหม็นขึ้นมาบ้างแล้ว ขณะพบว่า ประชาชนยืนรอรถที่ทำการอพยพออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้จุดอพยพที่ วิทยาลัยนาฏศิลป์ศาลายา รองรับผู้มาพักพิงแล้วกว่า 600 คน โดยเป็นประชาชนที่มาจากชุมชนย่านศาลายา และใกล้เคียง
       
       ขณะที่พื้นที่จ.นครปฐม และสมุทสาคร ที่เป็นจุดเสี่ยงต่อไปก็มีการเตรยีมตัวของภาคประชาชนอย่างต่อเนื่อง
       
       **ผวจ.ปากน้ำยันรับมือน้ำเหนือได้
       
       นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ขณะนี้ในพื้นที่ของ จ.สมุทรปราการ ยังไม่ได้รับผลกระทบมากหนัก มีเพียงบางจุด อาทิ ด้านตะวันออก คลองพระองค์ไชยานุชิต ซึ่งเป็นจุดที่ใช้เป็นที่ระบายน้ำลงสู่คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์ ก็มีปัญหาเล็กน้อย ส่วนปัญหาพนังกั้นน้ำแตก ยังไม่พบ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่อาศัยการระบายน้ำโดยใช้ประตูระบายน้ำ มีคลองใหญ่ 5 คลอง การขุดลอกคูคลอง อีกทั้งขณะนี้ เครื่องสูบน้ำยังทำงานได้ตามปกติ ซึ่งสิ่งที่ต้องระวังตอนนี้ คือ เครื่องสูบน้ำที่ติดตั้งอยู่ก็ต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียด
       
       **ปูควง "น้องไปป์" เข้าตึกก.พลังงาน
       
       อีกด้าน วานนื้ถือเป็นวันที่สอง ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย หรือ (ศปภ.) ย้ายออกจากท่าอากาศยานดอนเมือง มาที่ตึกเอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน แต่ไม่อนุญาติให้สื่อมวลชนขึ้นไปบนชั้น 15 ซึ่งเป็นศูนย์ศปภ. แต่กำหนดพื้นที่บริเวณชั้น 1 ให้สื่อมวลชนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ด้านหน้าอาคารมีการเสริมพนังกั้นน้ำที่มีความสูงประมาณ 1 เมตร แม้แต่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ"น้องไปป์" หรือ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย ที่เข้ามาด้วยก็จะต้องเดินข้าม
       
       วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เรียกประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษ แม้ต่อมานายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะอ้างว่าไม่ใช้เป็นการประชุมครม.นัดพิเศษ แต่เป็นการประชุมคณะทำงานด้านการระบายน้ำของศปภ. ที่มีหน่วยงานต่างๆเข้าร่วมเท่านั้น
       
       **ไม่ขยายวันหยุดราชการต่ออีก 
       
       ช่วงบ่าย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาขยายวันหยุดราชการตามที่ได้ประกาศให้หยุดราชการกรณีพิเศษตั้งแต่วันที่ 27-31 ต.ค.ซึ่งจะครบกำหนดแล้ว ว่า ในส่วนของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชื่อว่าจนถึงวันนี้แล้วเมื่อมีการสำรวจจากที่ได้ประกาศวันหยุด เอกชนบางส่วนก็ไม่ได้มีการหยุดงาน ซึ่งก็เป็นห่วงในภาพรวมที่จะเกิดความติดขัด จึงเห็นว่าไม่ควรมีการประกาศเพิ่มวันหยุดในช่วงนี้ แต่ก็ขอความร่วมมือเหมือนเดิมว่าทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ถ้ามีพนักงานที่ต้องประสบอุทกภัยให้ได้หยุด เพื่อให้คนเราเหล่านี้สามารถเข้าไปแก้ปัญหาของครอบครัวได้ โดยที่ไม่เกี่ยวกับวันหยุดและวันลา
       
       ดังนั้น ต้องรอดูวันที่ 31 ต.ค.อีกหนึ่งวัน แต่จากที่เราพยายามประสานงานในทุกส่วนและควบคุม ดังนั้นจาก 1-2 วันนี้ ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เกินที่คาดไว้ หวังว่าสถานการณ์น่าจะทรงตัวในวันนี้และวันจันทร์นี้ จากการที่น้ำทะเลลดลง แต่ยังไม่เห็นการลดลงอย่างทันควัน
       
       ก่อนหน้านั้นช่วงเช้า นายกฯกล่าวเรื่องนี้ว่า สถานการณ์แบบนี้ ถ้าจะหยุดต้องหยุดจนสถานการณ์ดีขึ้นไม่อยากเป็นขยักๆ
       
       **มั่นใจ 1-2 วันสถานการณ์คลี่คลาย
       
       ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่มั่นใจ1-2 วันที่คลี่คลาย แสดงว่าจะไม่มีน้ำเหนือไหลบ่าลงมาอีกใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า น่าจะ น้ำเหนือ ณ วันนี้ จากการรับฟังการรายงานของกรมอุทกศาสตร์ที่บอกว่า ปริมาณน้ำเหนือต่างๆที่เราเห็นจะเข้ามาเยอะคงไม่เป็นอย่านั้น เพราะเราใช้วิธีการดูแลเรื่องของเขื่อนต่างๆในการควบคุมปริมาณน้ำให้ค่อยๆไหลมา และบางส่วนน้ำไหลกลับสู่คลอง มีการระบายลงคลองมากขึ้น แต่วันนี้ต้องรอน้ำทะเลลด ดังนั้นจะมาสู่ กทม.ไม่มาก แต่ไม่มาเลยคงเป็นไปไม่ได้ เพราะน้ำต้องกั้นอยู่ แต่ไม่ใช่มวลก้อนใหญ่อย่างที่ห่วงกัน
       
       ทั้งนี้ พูดได้หรือไม่กรุงเทพฯชั้นในอาจไม่เจอวิกฤติน้ำหากพ้นวันที่ 31 ต.ค.นี้ นายกฯกล่าวว่า หากพนังกั้นน้ำต่างๆไม่แตกน่าจะไม่เจอ ดังนั้นวันนี้เราต้องปกป้องพนังกั้นน้ำทั้งหมดให้อยู่ได้ ดังนั้นจะเป็นแค่การล้นอย่างเดียวและล้นต้องดูว่าจะเลยไปที่ไหน แต่ล้มไม่ใช่ว่าจะจมน้ำทั้งพื้นที่ เชื่อว่าน่าจะดีขึ้น อย่างไรก็ตามสถานการณ์จะคลี่คลายได้เมื่อไรขอให้พ้นวันที่ 31 ต.ค.นี้ก่อนค่อยประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
       
       **“New Thailand” งบ8 แสนล้านแก้วิกฤต
       
       นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวว่า นายกฯ ยังได้เสนอแผนฟื้นฟูสองระยะ คือ ระยะแรกภายใน 1 ปีหลังจากน้ำลด จะใช้งบประมาณ 1 แสนล้านบาทเข้าไปฟื้นฟู เช่น การฟื้นฟูนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยเรื่องเศรษฐกิจและอัตราการว่างงาน ซึ่งขณะนี้กระทรวงพลังงานได้สั่งซื้อเครื่องสูบน้ำอีก 140 เครื่องมาเตรียมการไว้แล้ว ที่จะมาถึงภายใน 20 วัน รวมทั้งการฟื้นฟูรถยนต์ที่เสียหายจากน้ำท่วม พร้อมพิจารณาลดค่าน้ำมันเครื่อง และอาจจะพิจารณาลดค่าไฟฟ้า
       
       ส่วนในแผนระยะยาวจะเป็นการวางแผนประเทศไทยใหม่ หรือ “New Thailand” โดยคาดว่าจะใช้งบประมาณทั้งหมดประมาณ 6 - 8 แสนล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้มีประเทศต่างๆ เช่น สหรัฐอมเมริกา เนเธอร์แลนด์ ญี่ปุ่น ได้เสนอแผนฟื้นฟูประเทศไทยเป็นแบบแพ็คเกจมาแล้ว ทั้งเงินทุนและวิทยาการ แต่ทางเรายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะใช้แผนใด
       
       **“ปู” ห่วงประชาชนดึงพนังกั้นคลอง
       
       ก่อนหน้าเวลา 10.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ยังห่วงพื้นที่ตามแนวกั้นน้ำคันคลองที่ตั้งไว้เป็นผนังกั้นน้ำ ขออย่าพังทลายหรือดึงออก เพราะจะทำให้การควบคุมน้ำเป็นไปได้ยาก เพราะวันนี้ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอาจจะล้นแนวผนังกั้นน้ำ แต่การล้นไม่ได้แตกแรง จะเป็นลักษณะของน้ำนอง ซึ่งทางกทม.ต้องเร่งสูบน้ำ
       
       ส่วนการขุดถนนที่บริเวณคลอง 8 คลอง 9 สถานการณ์น้ำดีขึ้น เป็นการลดแรงกดดันน้ำ ใต้ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ซึ่งการบริหารน้ำเราจะบริหารเป็นบล็อคๆ โดยใช้แนวคันคลองต่างๆ เช่น ฝั่งตะวันออก จะใช้คลองระพัพัฒน์ฒน์ระบายน้ำลงสู่ทะเล และผ่านมาทางคลองหกวาสายล่าง ทั้งหมดเพื่อชะลอน้ำไม่ให้เข้ากรุงเทพมหานคร ส่วนน้ำที่อยู่ในกรุงเทพฯตามแนวคลองต่างๆ กทม.จะเร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ไม่ใช่ว่าปล่อยน้ำจากภาคเหนือไหลลงมากรุงเทพฯ โดยที่ไม่พยุงเลยและสื่อก็จะเห็นว่า เรามีการชะลอน้ำประตู 1ถึง 5 และเปิดเต็มประตู 6 ถึง 13 เพื่อให้น้ำไหลออกทางฝั่งตะวันออก
       
       น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตัวประตูจุฬาลงกรณ์ได้ให้วิศวกรไปเช็คแล้วแข็งแรงพอ คงไม่พัง แต่เกรงและห่วงคือ กลัวน้ำจะล้นเพราะ ถ้าล้นกลัวว่า แนวที่กั้นไว้ ช่วงรังสิตคลองหกวา แนวคันพระราชดำริ ภัยพิบัติครั้งนี้ถือเป็นภัยพิบัติภูมิภาค ลาว และกัมพูชามีความเสียหาย และมีผู้เสียชีวิตมากกว่าด้วยซ้ำ เพียงแต่พื้นที่กทม.เป็นด่านสุดท้ายก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่ทะเล ดังนั้นจึงต้องทำงานหนักในช่วงภาวะที่น้ำทะเลหนุนสูง
       
       **รับแนวคิด"ฟรีเวย์น้ำ"ของแม้ว
       
       ส่วนข้อเสนอของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการสร้างเส้นทางระบายน้ำออกทะเลหรือ ฟรีเวย์ ป้องกันน้ำในอนาคต น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า อันนี้เป็นข้อเสนอหนึ่งคงจะรับไว้กับอีกหลายแนวทาง ถือเป็นแนวทางที่ดีคงจะนำเรื่องนี้ให้กับคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องที่รู้ให้ศึกษารอบคอบ
       
       รายงานข่าวแจ้งว่า บริเวณหน้าบ้านพัก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ปรากฏมีการวางกระสอบทราย หรือมาตรการรับมือน้ำท่วมแต่อย่างใด มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ บริเวณจุดต่างๆ เท่านั้น ซึ่งรวมถึงบ้านเรือนประชาชน โดยรอบที่ไม่ปรากฏมีการนำกระสอบทราย ทำเป็นพนังกั้นน้ำ
       
       **“พิชัย” เล็งตัดโทลล์เวย์เข้าศูนย์ศปภ. 
       
       นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวแสดงความพร้อมของการย้ายที่ทำการ ศปภ.มายังอาคารเอนเนอร์ยี คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน ว่า พื้นที่กระทรวงพลังงานมีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 2.20 เมตร หากท่วมพื้นที่นี้ก็เชื่อว่า กทม.ก็จะท่วมทั้งหมด ส่วนด้าน ถ.วิภาวดี-รังสิต อาจมีระดับที่ต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ก็กำลังจะมีการดำเนินการเชื่อมต่อเส้นทางจากทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ลงมาที่ถนนด้านหน้าอาคารได้เลย ซึ่งได้มีการเตรียมแผนไว้แล้ว หากเกิดน้ำท่วมก็สามารรถทำได้ทันที และแล้วเสร็จภายใน 2 วัน โดยทางกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้รับผิดชอบ
       
       “ลักษณะจะเป็นสะพานหินโรยลงมา เพราะหากใช้เหล็กค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ยืนยันว่าไม่น่าเป็ฯห่วง เพราะหากสังเกตจัเห็นว่าสถานที่นี้ได้เตรียมการมานานแล้ว มีแผ่นเหล็กกั้นน้ำเตรียมไว้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามยังไม่เชื่อว่าน้ำจะท่วมถึงขนาดนั้น มิเช่นนั้นคงไม่กล้าชวนให้มาอยู่ที่นี่” นายพิชัย กล่าวและว่าขณะนี้รัฐบาลได้เริ่มดำเนินแผนในการฟื้นฟู โดยเฉพาะในจังหวัดที่น้ำลดแล้ว เช่น จ.นครสวรรค์ และ จ.พิษณุโลก รวมไปถึงในส่าวนของนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ
       
       **รับปั๊มน้ำมันปิด 200 แห่ง
       
       นายพิชัย กล่าวถึงสถานีน้ำมันหรือแก๊สที่ไม่สามารถเปิดบริการได้ว่า ปั๊มน้ำมันที่ต้องปิดบริการมี 200 กว่า ไม่กระทบต่อผู้บริโภค เพราะรถยนต์ในบริเวณดังกล่าวก็ไม่สามารถวิ่งได้อยู่แล้ว ส่วนสถานีก๊าซเอ็นจีวี 4 ปั๊มหลักจมน้ำ ทำให้การกระจายมีปัญหา แต่ไม่ถึงกับขาดแคลน เพียงแต่ต้องส่งก๊าซจากที่อื่นเข้ามาแทน
       
       ส่วนกรณีการปล่อยน้ำจากเขื่อนต่างๆนั้นที่อาจกระทบต่อสถานการณ์ยิ่งขึ้นนั้น นายพิชัย กล่าวว่า ผู้บริหารของกระทรวงมีการติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและพบว่าขณะนี้ปริมาณน้ำที่ปล่อยออกมาจากเขื่อนต่างๆลดลงมาก เช่นที่เขื่อนภูมิพลขณะนี้มีน้ำอยู่ 99.42 เปอร์เซ็นต์ และปล่อยน้ำอยู่ที่ประมาณ 29 ล้าน ลบ.ม. น้อยกว่าเดิมที่ปล่อยถึง 100 ล้าน ลบ.ม. เป็นต้น
       
       **26จังหวัดจมมิด กทม.อพยพ6พัน
       
       กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ.รายงานว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 26 จังหวัด 144 อำเภอ ราษฎรเดือดร้อน 691,619 ครัวเรือน 2,035,119 คน มีผู้เสียชีวิต 381 ราย สูญหาย 2 คน โดยจังหวัดนครปฐมน้ำในแม่น้ำท่าจีนมีปริมาณมาก ประกอบกับฝนตกหนักในพื้นที่ ทำให้น้ำในแม่น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ 7 อำเภอ จ.สมุทรสาครมีพื้นที่ประสบภัย 3 อำเภอ กรุงเทพมหานครมีพื้นที่นอกแนวคันกั้นน้ำที่ประสบอุทกภัยจำนวน 27 ชุมชน 1,209 ครัวเรือน โดยบริเวณตอนเหนือของกรุงเทพมหานครน้ำท่วมขังในพื้นที่เขตดอนเมือง เขตสายไหม เขตสะพานสูง เขตหลักสี่ บริเวณด้านฝั่งตะวันออกน้ำท่วมขังในพื้นที่ ได้แก่ เขตคลองสามวา เขตมีนบุรี เขตหนองจอก เขตคันนายาว เขตลาดกระบัง บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาส่งผลกระทบใน 9 เขต และบริเวณด้านฝั่งตะวันตกมีน้ำท่วมขังจำนวน 8 จุด ล่าสุดได้จัดโรงเรียนรองรับ 171 แห่งใน 25 สำนักงานเขต มีจำนวนผู้อพยพ 6,013 คน 55 ศูนย์
       
       **ขยายเวลาทางด่วนฟรี ถึง14พ.ย.
       
       นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้ขยายเวลายกเลิกการจัดเก็บค่าผ่านทางด่วนทางพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) หมายเลข 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรีสายใหม่ และทางด่วนมอเตอร์เวย์ หมายเลข 9 บางปะอิน-บางพลี จากเดิมทึ่จะสิ้นสุดในเวลา 24.00 น.ของวันที่31ต.ค.นี้ ออกไปเป็นวันที่ 14พ.ย.2554 เวลา24.00น.แทน
       
       นอกจากนี้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ยังได้ขยายเวลายกเลิกการจัดเก็บค่าผ่านทางด่วนใน 1.เส้นทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) และ2.ทางหลวงพิเศษกาญจนาภิเษก ช่วงบางพลี-พระราม 2 และ3.ทางพิเศษฉลองรัช (ช่วง อาจณรงค์-รามอินทรา-ลำลูกกา) ออกไปเป็นวันที่14พ.ย.2554 เวลา 24.00น. จากเดิมจะหมดระยะเวลาวันที่ 31ต.ค. 2554 เวลา 24.00 น.
       
       **รถไฟสายใต้ เปิดบริการปกติแล้ว 
       
       นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) แจ้งว่า รถไฟสายใต้ช่วงสถานีบางบำหรุ ร.ฟ.ท.ยังคงเปิดบริการเดินขบวนรถด่วน-รถเร็วในเส้นทางสายใต้ไปยังสถานีปลายทางได้ตามกำหนดเวลาเดินทางที่มีอยู่ โดยมีขบวนรถออกจากสถานีกรุงเทพ(หัวลำโพง)ให้บริการประมาณ 18 ขบวนต่อวัน สำหรับผู้ที่ห่วงปัญหาน้ำท่วมเส้นทางรถไฟในช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน ที่ระดับน้ำท่วมเส้นทางรถไฟด้วยนั้น ร.ฟ.ท.ยังยืนยันที่จะสามารถจัดเดินขบวนรถได้
       
       นอกจากนี้ได้เตรียมแผนสำรองหากมีระดับน้ำท่วมเพิ่มสูงขึ้น ร.ฟ.ท.ได้เตรียมจัดรถจักรลากจูงที่มีความสูงเหนือน้ำทำการลากขบวนรถก่อนไปเปลี่ยนถ่ายที่สถานีนครปฐม
       
       **สายเหนือเปิดเดินรถถึงเชียงใหม่ 
       
       ส่วนเส้นทางการเดินรถไฟสายเหนือได้ปล่อยขบวนรถด่วนพิเศษที่ 9 ออกจากสถานีกรุงเทพฯแล้วจะวิ่งอ้อมไปยังสถานีมักกะสันผ่านสถานีฉะเชิงเทราเพื่อไปยังสถานีแก่งคอยและกลับสู่เส้นทางสายเหนือที่สถานีรถไฟชุมทางบ้านภาชี เพื่อเดินทางไปยังจังหวัดเชียงใหม่ต่อไปเช่นเดียวกับทางสถานีรถไฟเชียงใหม่ ช่วงกรุงเทพ-ดอนเมือง-อยุธยา การรถไฟฯได้จัดเดินรถไป-กลับ เพิ่มเป็น 34 ขบวนต่อวัน ได้แก่ ช่วงสถานีกรุงเทพ-ดอนเมือง-กรุงเทพ จำนวน 30 ขบวน , ช่วงระหว่างสถานีดอนเมือง-อยุธยา-ดอนเมือง จำนวน 4 ขบวน
       
       ***ม็อบคลองสามวายุติ-กทม.เปิดประตู
       
       พ.ต.อ.สมควร พึ่งทรัพย์ ผกก.สน.นิมิตรใหม่ ระบุถึงกรณีชาวบ้านในเขตคลองสามวา กว่า 1,000 คน ชุมนุมปิดถนนแยกหทัยมิต เรียกร้องสำนักการระบายน้ำของกรุงเทพมหานคร ให้เปิดประตูระบายน้ำคลองสามวา เพิ่มจากเดิมอีก 50 เซนติเมตร ว่า ขณะนี้ทาง ส.ก.เขตคลองสามวา ส.ก.เขตมีนบุรี และชาวบ้านไ ด้เจรจาตกลงกันได้แล้ว โดยให้เปิดประตูระบายน้ำคลองสามวา เพิ่มอีก30 เซนติเมตร ทางตำรวจได้เปิดจราจรให้วิ่งได้ตามปกติแล้ว
       
       นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุ การปิดเปิดประตูระบายน้ำ ต้องมีการเฉลี่ยน้ำให้เท่าเทียม อย่างในจุดที่ประตูระบายน้ำคลองสามวาจะมี 5 เขต ที่ได้รัลบผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ทางรัฐบาลก็พร้อมจะชดเชยเยียวยาให้กับพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบ.

ความในใจของผู้บัญชาการทหารเรือ

Posted by KwamRak on 31.2011 News 0 trackback
 

"ท่านสู้นะ เก่งมากๆ สถานการณ์ตอนนี้ ท่านเข้มแข็งแม้จะเป็นผู้หญิงสู้กับปัญหา เช้าตื่นทำงานประชุมทั้งวัน ไปโน่นนี่ พอมีโทรศัพท์เข้ามา นายกฯ ท่านก็ใจหาย เครียดนะ ว่าจะต้องมีเรื่องมีปัญหารายงานเข้ามา" 

---> พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ 
ผู้บัญชาการทหารเรือ

เสียงจากคนทำงาน ศปภ

Posted by KwamRak on 31.2011 News 0 trackback

เสียงจากคนทำงาน ศปภ.
:Templetree
 by 


Nipaporn Freedom's Photos
เพื่อเป็นการ "บาลานซ์ข่าว กับสื่อบางสำนัก" ที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้นแล้ว เราขอเปิดตรงนี้ FB ให้กับเสียงของคนทำงานที่ ศปภ. เพื่อเป็นกำลังใจให้ทุกคนค่ะ "..คนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาด ก็คือ คนที่ไม่ได้ลงมือทำงานใดๆ เลย".
........................
@ Nuttaporn Voonglinhom :
กองเสื้อผ้าที่โดนน้ำท่วมที่ ศปภ. คุณมองแค่ภาพก็ตัดสิน ผ้ากองนั้นเคยผ่านมือผมกับน้องๆ โปรแกรมเมอร์หลายคนมาแล้ว 
- เราไปคัดแยกเสื้อผ้าหาให้คนทุกครั้งที่ลงพื้นที่ เราคัดเฉพาะผ้าสะอาด ไม่มีกลิ่น (ซักมาบ้าง) 
- อันไหนไม่ซักมา ขาด มีกลิ่น ก็แพ็คถุงรวมโยนไว้มุมในสุด เพราะสภาพมันใช้ไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่เอาไปซัก ไม่เอาไปซ่อมแซม 
- สุดท้ายพอย้ายคลัง ผ้าพวกนี้ไม่ได้ย้ายไปด้วย กลายเป็นกองผ้าเหม็นหึ่ง จนน้ำท่วม มีอาสาคนหนึ่งบอก ให้ช่วยเก็บก่อน ค่อยเอาไปซักไปซ่อมก็ได้ 
- คนที่ปฏิเสธจะขนผ้ากองนั้นในวันย้ายศูนย์ ก็คือ ทหารนั่นแหละ ทั้งๆ ที่คำสั่งออกมาให้ขนย้ายทั้งหมด แต่เค้าก็เว้นไว้ เอาไปเฉพาะแต่ดีๆ (ผมไม่ค้านนะตอนนั้น ผมเห็นด้วย) แต่สื่อเล่นนำเสนอข่าวแบบนี้ ผมในฐานะที่อยู่ตรงเหตุการณ์นั้นก็ไม่รู้จะพูดอะไร

@ Nuttaporn Voonglinhom :
เคสคนที่มาพักที่ดอนเมือง แล้วสื่อบอกว่ารัฐลอยแพ (กระทรวงพัฒนาความมั่นคง) คือถ้ามาดูเองจริงๆ จะรู้ว่า เค้าไม่ย้าย ยังไงก็ไม่ย้าย น้ำไม่ไหลไฟดับ เค้าก็ไม่ย้าย เพราะศูนย์ก่อนหน้าทั้งที่วัด ทั้งมหาลัยที่รับเค้าไป ทำเหมือนเค้าเป็นฉากสติ๊กเกอร์ 
- วัยรุ่นส่วนมากไปศูนย์มองพวกเค้า แล้วเอาเป็น background ถ่ายภาพ
- อาสาบางคนก็ทำแบบเหนื่อยมาก ป้าอย่าขออะไรเพิ่ม คุณตาอย่าชวนคุยหนูรีบ ฯลฯ 
- สรุปใจความว่ามียายคนหนึ่งหนีน้ำมาจากนครสวรรค์ ตอนนี้อยู่อยู่เต๊นท์แถว D14 ดอนเมือง 
- แกบอกว่า "ยายไม่ได้อยากเป็นภาระใคร ไม่อยากให้ใครทำกับยายแบบเป็นตัวปัญหา ยายแค่ไม่มีบ้านให้กลับ บ้านยายน้ำท่วมหมดแล้ว ยายขออยู่ลำพังที่นี่"
...............................
@ Red Democracy ประชาธิปไตยในทัศนะของคนเสื้อแดง
ผมขอสรุปเป็นประเด็นนะครับ (จากกรณีคลิปกักตุนของบริจาคและคลิปข่าว 3 มิติ)
1. คลิปที่เผยแพร่ผ่าน Drama-Addict ถ่ายมาวันที่ 27 มีของบางส่วนยังไม่ได้ขนย้าย (ส้วมญี่ปุ่น, เรือ, น้ำดื่ม เป็นต้น)
http://www.youtube.com/watch?v=UH7KgdBNCJM

2. คลิปกิ๊บเก๋พาเที่ยว พาไปดูการทำงานของอาสาสมัครขนของจากดอนเมืองย้ายมาสนามศุภฯ เมื่อวันที่ 28
http://www.youtube.com/watch?v=_Xeprho2hEo
เพราะฉะนั้นพวกส้วมญี่ปุ่น เรือ น้ำดื่มตามคลิปในวันที่ 27 น่าจะขนไปหมดแล้วในวันนี้ ตรงกับข่าวที่ ศปภ.ออกมาโต้ว่าเป็นภาพเก่า
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1319964441

3. คลิปข่าว 3 มิติถ่ายทำวันที่ 29 พบถุงเสื้อผ้าลอยน้ำ ส้วมลอยน้ำ และมีผู้อพยพติดค้างกว่า 600 คน
http://www.youtube.com/watch?v=FkVUGKO9lX4

4. ต่อมาอาสา ศปภ.ออกมาชี้แจงว่าถุงเสื้อผ้านั้นที่ไม่เอาไปเพราะคัดแยกแล้วใช้ไม่ได้ (ช่อง 7 ออกข่าวภาคค่ำด้วย) ส่วนส้วมที่ตกค้าง คือ ส้วมฉุกเฉินที่ทำให้กับผู้พักพิงจำนวน 4000 กว่าคนที่เคยพักอยู่ที่นี่ เป็นส้วมได้ทำการต่อท่อน้ำไว้กับถัง 1800 ลิตร ไว้เป็นระบบและเชื่อมต่อกันทุกห้อง พอน้ำมาจึงมีสภาพอย่างที่เห็น ส่วนผู้อพยพตกค้างจริงๆ คือกลุ่มที่แจ้งความประสงค์ว่า ไม่ต้องการย้ายครับ
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=2446684761543&set=a.2446683801519.135067.1084627571&type=1&ref=nf
.........................................
@ นายหนหวย หงุดหงิดรายวัน
ด่ากันเข้าไป..ด่าแล้วได้อะไร..ด่าแบบไม่คิด ไม่ตรวจสอบก่อน..คนที่อยู่ที่นั่นก็มีหัวใจเหมือนกันน่ะโว้ย แสนจะเหนื่อยใจ กับพวกสื่อฯ บางค่าย กับพวกที่ชอบโพสท์ถล่มอย่างไร้สาระ..กรณีที่ปล่อยคลิปถล่มด่า ศปภ.ทิ้งขอ'บริจาคให้ถูกน้ำท่วมเสียหาย..

*** เมื่อตอนเย็น ผมยังเห็นข่าวช่องเนชั่นทีวีรายงานสดจาก อดีตศูนย์ ศปภ.ที่ดอนเมือง..ก็เห็นแต่กองเสื้อผ้าที่อยู่ชั้นล่าง ( กองเท่าภูเขาเล็กๆ )ถูกน้ำท่วมบางส่วน ( ประมาณ สัก 15-20 เซ็น ) ขณะที่ส่วนใหญ่แม่บ้าน และคนดูแลก็ย้ายเสื้อผ้าจำนวนมากไปไว้บน ชั้น 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว..

เสื้อผ้าที่เปียกน้ำถามว่า..เน่าหรือไม่..ซักล้างตากแห้งเอามาใช้ได้หรือไม่..มีสมองกันหรือเปล่า..หรือสมองมีไม่ได้มีไว้คิด มีแต่ความแค้น..?

อย่างอื่นที่อยู่กับน้ำก็เห็นมีแต่ส้วมลอยน้ำ กับถังพลาสติกสีน้ำเงินสำหรับรองน้ำลอยอยู่เท่านั้น..แล้วมันละลายน้ำได้หรือ..ขนของไม่ทัน เอาเฉพาะที่เสี่ยงกับความเสียหายไปก่อน..มันผิดนักหรือ..?

ถ้าเลือกใช้รถทหารขนคนที่ติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมที่อื่น กับเลือกขนส้วมพลาสติก..ถามจริงๆ อย่างไหนสำคัญกว่า.. เด็ก ป 1.ก็คิดได้..แต่พวกจิตไม่ว่างพวกนี้กลับคิดไม่เป็น..?

ที่สำคัญ คนที่อพยพมาอาศัยอยู่ที่ดอนเมืองก็ยังอยู่ การไฟฟ้าเอาเครื่องปั่นไฟมาใช้แทน..มีใครลงข่าวให้บ้าง..?

ผมอยากถามว่า..เรื่องขี้หมาแค่นี้ ทำไมต้องเอามาเป็นเรื่องโจมตีกันทำไม..น้ำใจหายไปไหนกันหมดแล้ว..คิดถึงคนที่อยู่สู้ อยู่ทำงานที่นั่นหรือไม่..มิต้องรวมถึงคนอพยพอีกหลายร้อยคนที่สมัครใจอยู่ต่อ..?

*** ตัดกลับมาที่รายการข่าวสามมิติ ของคุณกิตติเมื่อวานดึก..คนที่มีใจเป็นธรรมก็คงทราบ คงเห็นด้วยตาตนเองจากภาพข่าวสดๆที่รายงานจากที่เดียวกัน..ก็จะเห็นว่าผมพูดผิดไหม..?

*** แล้วคลิป ที่ถ่ายมาแค่บางส่วน กับข้อความที่โพสท์ ในโซเชี่ยลเน็ทเวอร์ค กับสื่อเสี้ยมบางค่ายล่ะครับ..รับผิดชอบอะไรบ้าง เวลาโดนด่า อย่าหลบหน้าหนีซิครับ..สู้ตา สู้ใจกันหน่อย..?

สรุปของเกือบทั้งหมดได้ถูกย้ายไปที่สนามศุภฯแล้ว..ตามภาพ..คนที่อพยพ อาศัยอยู่ที่ดอนเมืองก็ยังอยู่ ยังดูทีวีที่เขาจัดให้ ( ละครเรื่อง เกมร้าย เกมรัก ที่ณเดช เป็นพระเอกนั่นแหละครับ ) ..แล้วไอ้พวกสื่อประเภท ขวาจัด และไอ้พวกชอบโพสท์จากนรกทั้งหลาย มันรู้สึกผิด หรือไม่..หรือเอาแค่สะใจ..เคยนึกถึงหัวอกคนที่เขาอดทนทนอยู่ อดทนดูแลพวกเขาหรือไม่.. ?

อย่าดีแต่โพสท์ อย่าดีแต่เต้าข่าว..อย่าเอาความเดือดร้อนของคนอื่นเป็นเครื่องมือโจมตีกัน..?

ว่างนักก็หัดออกไปช่วยเหลือชาวบ้านเขาบ้าง อย่ามานั่งเทียนเขียนข่าว หรือโพสท์อะไรที่ไร้สาระ..ไอ้สาวกสลิ่มวงแตก และไอ้พวกแมงสาบประสาทแดกทั้งหลาย..แค่เห็นหน้า เห็นข้อความที่โพสท์ก็แทบจะอาเจียนแล้ว..

คนลพบุรีขึ้นป้ายใหญ่ "ขอบคุณรัฐบาล และทุก ๆ น้ำใจที่หลังไหลช่วยภัยน้ำท่วม"

Posted by KwamRak on 31.2011 News 0 trackback
 คนลพบุรีขึ้นป้ายใหญ่ "ขอบคุณรัฐบาล และทุก ๆ น้ำใจที่หลังไหลช่วยภัยน้ำท่วม" เพียงแค่นี้ก็เป็นยาใจให้รัฐบาลและอาสาสมัครแล้ว /Flame of the forest




คลิปคนลพบุรี ขึ้นป้ายขอบคุณทุกน้ำใจ
http://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=j46mjA2PkeI




คมชัดลึก 30 ต.ค.54 ลพบุรีน้ำลดขึ้นป้ายขอบคุณทุกน้ำใจ : น้ำในเขตอำเภอบ้านหมี่ เริ่มลดลงมาก ถนนสายบ้านหมี่ - บางงา รถผ่านได้บางช่วง คนลพบุรีขึ้นป้ายใหญ่ "ขอบคุณรัฐบาล และทุก ๆ น้ำใจที่หลังไหลช่วยภัยน้ำท่วม"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 ต.ค.54 ที่จังหวัดลพบุรี เหตุน้ำเจ้าพระยาทะลักจากบางโฉมศรีเข้าท่วมในเขต 4 - 5 ตำบล อำเภอบ้านหมี่ ทำให้บ้านเรือนจมใต้บาดาลนานกว่า 45 วัน ขณะนี้น้ำเริ่มลดลงทำให้ถนนสายบ้านหมี่ - บางงา สามารถใช้การได้เกือบตลอดสาย นอกจากบางช่วงที่น้ำยังสูงอยู่ ประมาณ 50 - 60 ซ.ม. แต่สามารถนำรถปิกอัพขับผ่านไปได้ ตั้งแต่ตลาด อำเภอบ้านหมี่ ไปถึงบางงา ตลาดท่าโขลง ไปจนถึงทางแยกสายเอเชีย ตลอดไปยังนครสวรรค์ หรือไปจังหวัดอ่างทอง รถยนต์สามารถผ่านได้แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า มีป้ายขนาดใหญ่ติดอยู่หลังโครงการหมู่บ้านสิรัญญา ตำบลถนนใหญ่ อำเภอเมืองลพบุรี ริมคันคลองชลประทานชัยนาท - ป่าสัก ข้อความที่พิมพ์ด้วยตัวหนังสือสีแดงบนพื้นสีขาว ใจความว่า 
"คนลพบุรี ขอขอบคุณรัฐบาล และทุก ๆ น้ำใจที่หลั่งไหลช่วยภัยน้ำท่วม" 
เป็นป้ายแห่งแรกที่คนลพบุรีทำ เพื่อขอบคุณในน้ำใจของทุกๆ หน่วยงาน ที่เข้ามาช่วยเหลือคนลพบุรี แม้ว่าน้ำเริ่มจะลดลง แต่น้ำใจจากคนไทยที่ยังหลั่งไหลเข้ามาช่วยคนลพบุรีมีตลอด โดยเฉพาะวันหยุดยาว

สำหรับผิวถนนหลายสายที่น้ำลดลง ผิวถนนจะพัง ร่อน ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ อย่างเช่น ถนนสาย 4060 ของทางหลวงชนบท จังหวัดลพบุรี ถนนสายสาลิกา - บางโพธิ์ ซึ่งตัดผ่านไปออก ถนนสายบ้านหมี่ - บางงา ได้ แต่ถนนถูกน้ำท่วมตัดขาด แม้ว่าน้ำจะลดลง แต่รถไม่สามารถผ่านไป ต้องรอการซ่อมแซม ส่วนถนนสายบ้านหมี่ - บางงา เป็นของแขวงการทางที่จะต้องเร่งซ่อมแซมหลังน้ำลด เพราะเป็นถนนสายหลักที่ผ่านเข้า - ออก ระหว่างจังหวัดลพบุรี - จังหวัดสิงห์บุรี
http://www.komchadluek.net/detail/20111030/113414/%E0%B8%A5%E0%B8%9E%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B9%83%E0%B8%88.html

ศปภ.ชี้ของค้างดอนเมืองเป็นส่วนน้อย การดำเนินการมีข้อจำกัด เพราะของมีจำนวนมาก

Posted by KwamRak on 31.2011 News 0 trackback

 ศปภ.ชี้ของค้างดอนเมืองเป็นส่วนน้อย การดำเนินการมีข้อจำกัด เพราะของมีจำนวนมาก เรือท้องแบนส่งมอบนครปฐม ส่วนเสื้อผ้ามือสองส่งไปคัดแยกที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า:Tulip

เมื่อวันที่ 30 ต.ค.นายธงทอง จันทรางศุ โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) แถลงชี้แจงถึงกรณีที่มีข่าวว่า ศปภ.ละทิ้งของบริจาคอยู่ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองจำนวนมากว่าสิ่งของบริจาคมีทั้งเสื้อผ้าใหม่และเสื้อผ้ามือสอง ซึ่งเสื้อผ้าใหม่สามารถแจกให้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยได้ทันที แต่เสื้อผ้ามือสองจะต้องมีการคัดแยกและทำความสะอาดก่อน จึงทำให้เกิดความล่าช้า

ทั้งนี้ ศปภ.ไม่ได้ทิ้ง แม้ว่าบางส่วนจะมีเปียกน้ำบ้างศปภ.จึงได้ประสานกับกองทัพไทยและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)รับหน้าที่ไปทำความสะอาดที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ.นครนายก เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ต่อไป

น้ำตกค้างที่ดอนเมืองมี 1,000 ขวดเท่านั้น

ส่วนเรื่องน้ำดื่มนั้นตั้งแต่เปิด ศปภ.ทางราชการได้จัดซื้อน้ำดื่มไปแล้ว 3 ล้านขวด และน้ำที่บริจาคมาอีก 3.3 ล้านขวด รวมแล้วมีจำนวนมากไม่ได้อยู่ในวิสัยที่จะสามารถรับซ้ายและจ่ายขวาได้ จึงจำเป็นจะต้องมีคลัง เพื่อเก็บน้ำ ทำให้มีน้ำค้างในสต๊อกที่จะใช้แจกจ่ายในวันถัดไป ซึ่งอยู่ในระบบของการจัดจ่าย โดยน้ำที่ค้างอยู่ในสต๊อก ศปภ.ขณะนี้มีประมาณ 2 แสนขวด ส่วนที่ตกค้างอยู่ที่ท่าอากาศดอนเมืองมีประมาณ 1,000 ขวดเท่านั้น

เรือท้องแบนส่งให้นครปฐมใช้

สำหรับเรื่องเรือที่มีทั้งเรือที่ส่วนราชการซื้อเองและเรือที่รับบริจาคมาประมาณ 7,500 ลำ ที่ได้เก็บรักษาไว้ในคลัง มีการทยอยแจกจ่ายอยู่เสมอ แต่มีความจำเป็นที่จะต้องเก็บสำรองไว้ให้กับบริเวณที่มีน้ำท่วมเพิ่ม เรือที่ตกค้างอยู่ที่ท่าอากาศยานดอนเมืองนั้น ขณะนี้ทาง จ.นครปฐม ได้รับการอนุมัติให้ใช้เรือจำนวนนั้น และได้มีการขนส่งไปใช้งานในเขตพื้นที่ จ.นครปฐม แล้ว

ส่วนสุขาลอยน้ำและสิ่งของอื่น ๆ จะมีการนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ แต่การทำงานของเจ้าหน้าที่มีข้อจำกัด โดยเฉพาะความเร่งด่วนและปริมาณของที่มากพอสมควร ทั้งนี้ทางส่วนราชการฯ จะคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประชาชน

อย่างไรก็ตามส่วนผู้พักพิงที่อพยพอยู่ในอาคารของท่าอากาศยานดอนเมืองเหลืออยู่ประมาณ 250 คน เป็นผู้ที่แจ้งความประสงค์จะพักพิงที่เดิม เพราะห่วงบ้านพักที่อยู่ในพื้นที่ดอนเมือง ยืนยัน ศปภ.ไม่ได้ทอดทิ้งได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างดีที่สุด.

ปภ.สรุปน้ำยังท่วม 26 จ. รวม กทม.ตายพุ่ง 381 ศพ

Posted by KwamRak on 31.2011 News 0 trackback
ปภ.ระบุยังมีน้ำท่วมใน 26 จ. รวมทั้งกรุงเทพฯ นครสวรรค์ ลพบุรี สุพรรณบุรี และอุทัยธานี ส่วนสุโขทัย-กำแพงเพชรน้ำแห้งแล้ว โดยมีผู้เดือดมากถึง 2.4 ล้านคน จากกว่า 7.2 ครอบครัว ส่วนผู้เสียชีวิตรวมสูงถึง 381 ราย...

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานว่า ขณะนี้ มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 26 จังหวัด ได้แก่ 1. พิจิตร 2. พิษณุโลก 3. นครสวรรค์ 4. อุทัยธานี 5. ชัยนาท 6. สิงห์บุรี 7. อ่างทอง 8. พระนครศรีอยุธยา 9. ลพบุรี 10. สระบุรี 11. สุพรรณบุรี 12. นครปฐม 13. ปทุมธานี 14. นนทบุรี 15. สมุทรสาคร 16. กรุงเทพมหานคร 17. อุบลราชธานี 18. ขอนแก่น 19. ศรีสะเกษ 20. สุรินทร์ 21. ร้อยเอ็ด 22. มหาสารคาม 23. กาฬสินธุ์ 24. ฉะเชิงเทรา 25. นครนายก และ 26. ปราจีนบุรี รวม 152 อำเภอ 1,145 ตำบล 8,373 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 724,364 ครัวเรือน 2,428,907 คน และมีผู้เสียชีวิต 381 ราย.

ทำดีแล้วโดนด่าไม่ทำห่าแล้วด่าคน12เรื่องในรอบ2สัปดาห์ คนเอือมตัวอิจฉาหันมาหนุนรัฐบาลสู้

Posted by KwamRak on 31.2011 News 0 trackback
http://thaienews.blogspot.com/2011/10/122.html

 

ทำดีแล้วโดนด่าไม่ทำห่าแล้วด่าคน12เรื่องในรอบ2สัปดาห์ คนเอือมตัวอิจฉาหันมาหนุนรัฐบาลสู้


ผมได้มีโอกาสลงพื้นที่ กับชุดเฉพาะกิจของรัฐบาลก่อนที่ศปภ.จะย้าย และน้ำท่วมดอนเมือง เข้าใจว่า การทำหน้าที่สื่อมวลชน ข่าวที่ขายดี คือข่าวที่สะใจคนอ่านแต่ในสภาวะวิกฤติอย่างนี้ ผมว่าบางข่าวมันก็เกินไป ผมคงไม่อยากอธิบายอะไรมาก ลองชมภาพเอาดีกว่าครับ-คุณArchipopulus ผู้อัพโหลดคลิปนี้ลงYoutube

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
30 ตุลาคม 2554

ในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สลิ่ม และฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลได้พยายามกุข่าวสร้างข่าวเสียหายให้กับศปภ.รวม 12 เรื่อง แต่ดูเหมือนยังไร้ผล เพราะผลสำรวจของเอแบคโพลล์ล่าสุดกว่า62%ยังให้โิอกาสรัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำงานต่อไป เพียง 12%ที่ไม่เชื่อมั่น

นี่เป็นความพยายามให้ร้ายล่าสุดของสลิ่ม ที่จัดเข้าข่ายพฤติกรรม"คนทำดีแล้วโดนด่า ไม่ทำห่าแล้วด่าคน"

ไม่ทำห่าแล้วด่าคน-เต็มตา!! ของบริจาคลอยน้ำเกลื่อน ศปภ.ดอนเมือง
ข่าวเว็บไซต์ASTVผู้จัดการ ชัดเจน!! มีของบริจาคช่วยผู้ประสบอุทกภัยค้างอยู่ใน ศปภ.เป็นจำนวนมาก ทั้งถุงยังชีพ เสื้อผ้า สุขาลอยน้ำ และกล่องโฟมอาหารซึ่งกำลังเริ่มเน่าเสีย

อีกข่าว ปชป.จวก ศปภ.ล้มเหลว ทิ้งของบริจาคเละ - จี้ “ปู” ปรามลูกหาบหยุดหาเรื่องกองทัพ

คำอธิบายเหนื่อยใจจากคนทำดีแล้วโดนด่า

ล็อกอินชื่อ Nuttaporn Voonglinhom ในเฟซบุ๊คที่ทำงานเป็นอาสาสมัครที่ศปภ.เขียนตอนหนึ่งว่า ทำงานไม่ได้ดูข่าว พอเมื่อคืนได้ดูข่าว(พักกลับบ้าน) มันเหมือนกับพวกผมที่ไปอยู่ตรงนั้นเป็นพวกคนไม่ดียังไงชอบกล

ผมเองด่ารัฐบาลจนเบื่อแล้วเหมือนกัน แต่ผมเซ็งคนที่ไม่ได้ทำอะไรแล้วเอาแต่ตำหนิโน่น นี่ นั่น

กองเสื้อผ้าที่โดนน้ำท่วมที่ ศปภ. คุณมองแค่ภาพก็ตัดสิน ผ้ากองนั้นเคยผ่านมือผมกับน้องๆ โปรแกรมเมอร์หลายคนมาแล้ว 

- เราไปคัดแยกเสื้อผ้าหาให้คนทุกครั้งที่ลงพื้นที่ เราคัดเฉพาะผ้าสะอาด ไม่มีกลิ่น (ซักมาบ้าง) 
- อันไหนไม่ซักมา ขาด มีกลิ่น ก็แพ็คถุงรวมโยนไว้มุมในสุด เพราะสภาพมันใช้ไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่เอาไปซัก ไม่เอาไปซ่อมแซม 
- สุดท้ายพอย้ายคลัง ผ้าพวกนี้ไม่ได้ย้ายไปด้วย กลายเป็นกองผ้าเหม็นหึ่ง จนน้ำท่วม มีอาสาคนหนึ่งบอก ให้ช่วยเก็บก่อน ค่อยเอาไปซักไปซ่อมก็ได้ 
- คนที่ปฏิเสธจะขนผ้ากองนั้นในวันย้ายศูนย์ ก็คือ ทหารนั่นแหละ ทั้งๆ ที่คำสั่งออกมาให้ขนย้ายทั้งหมด แต่เค้าก็เว้นไว้ เอาไปเฉพาะแต่ดีๆ (ผมไม่ค้านนะตอนนั้น ผมเห็นด้วย) แต่สื่อเล่นนำเสนอข่าวแบบนี้ ผมในฐานะที่อยู่ตรงเหตุการณ์นั้นก็ไม่รู้จะพูดอะไร


เคสคนที่มาพักที่ดอนเมือง แล้วสื่อบอกว่ารัฐลอยแพ (กระทรวงพัฒนาความมั่นคง) คือถ้ามาดูเองจริงๆ จะรู้ว่า เค้าไม่ย้าย ยังไงก็ไม่ย้าย น้ำไม่ไหลไฟดับ เค้าก็ไม่ย้าย เพราะศูนย์ก่อนหน้าทั้งที่วัด ทั้งมหาลัยที่รับเค้าไป ทำเหมือนเค้าเป็นฉากสติ๊กเกอร์ 

- วัยรุ่นส่วนมากไปศูนย์มองพวกเค้า แล้วเอาเป็น background ถ่ายภาพ
- อาสาบางคนก็ทำแบบเหนื่อยมาก ป้าอย่าขออะไรเพิ่ม คุณตาอย่าชวนคุยหนูรีบ ฯลฯ
- สรุปใจความว่ามียายคนหนึ่งหนีน้ำมาจากนครสวรรค์ ตอนนี้อยู่อยู่เต๊นท์แถว D14 ดอนเมือง 
- แกบอกว่า "ยายไม่ได้อยากเป็นภาระใคร ไม่อยากให้ใครทำกับยายแบบเป็นตัวปัญหา ยายแค่ไม่มีบ้านให้กลับ บ้านยายน้ำท่วมหมดแล้ว ยายขออยู่ลำพังที่นี่"

สำหรับพวกเชียร์ทหาร ผมไปลงพื้นที่ ไปทำงานจริงๆแล้วจะรู้ว่าทหารเองก็ดราม่า แค่รถขนของ กำลังพลส่วนมากก็เป็น ทอ. ทร. แต่ ทบ.พี่เค้าทำ PR ดีกว่า แม้กำลังพลทหารจะน้อยกว่าแต่เด่นการ PR เหนือทุกเหล่า

ฉะนั้นจะเสพอะไร ก็ต้องได้ยินกับหู ไปดูกับตา สัมผัสเอาเอง ไม่ใช่เชื่อตามที่ข่าวบอก คนพูด

คำอธิบายจากศปภ.และรัฐบาล

รมต.สำนักนายกฯ ชี้แจงไม่มีของบริจาคค้างที่ดอนเมือง ยันย้ายไปสนามศุภฯ หมดแล้ว ด้านอธิบดี ปภ.ประสานเสียงไม่เคยกั๊กของไว้ ท้าเปิดบันทึกแจกจ่ายของ เตือน 1-2 วันนี้ โฆษก ศปภ.แจงของบริจาคตกค้างเหตุขนส่งลำบาก หลังน้ำทะลักดอนเมือง

วันนี้ (30 ต.ค.) ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) อาคารเอนเนอร์ยี คอมเพล็กซ์ น.ส.กฤษณา สีหลักษณ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวโน้มการประกาศวันหยุดราชการกรณีพิเศษเพิ่มเติมหลังจะครบกำหนดในวันที่ 31 ต.ค.ว่า เรื่องนี้ยังไม่มีการกำหนดที่แน่นอน คงต้องรอ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศอีกครั้ง เพราะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ซึ่งยังต้องประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป ส่วนเรื่องของบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ยังตกค้างอยู่ที่ ศปภ.สนามบินดอนเมือง เป็นจำนวนมากนั้น ขณะนี้ย้ายไปเก็บไว้ที่สนามศุภชลาศัยเรียบร้อยแล้ว เพื่อรอการนำไปช่วยเหลือต่อไป

ด้าน นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงสถานการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมที่จะต้องเฝ้าในช่วง 2-3 วันนี้ว่า พื้นที่บางส่วนของ จ.นครปฐม และ จ.สมุทรสาคร จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมวลน้ำทางตะวันตกของ กทม.จะไหลลงผ่าน 2 จังหวัด เพื่อลงสู่ทะเล อย่างไรก็ตาม ทาง ปภ.ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ขอให้ประชานในพื้นที่ดังกล่าวเฝ้าระวัง เพื่อความไม่ประมาท

นายวิบูลย์กล่าวถึงกรณีของบริจาคที่ตกค้างอยู่ใน ศปภ.ดอนเมืองด้วยว่า ขอยืนยันว่าของบริจาคทั้งถุงยังชีพ เรือ และเครื่องสูบน้ำได้ขนย้ายออกมาไว้ที่สนามศุภชลาศัยทั้งหมดแล้ว ส่วนที่มีข่าวว่ามีการเก็บเรือท้องแบนไว้ไม่ยอมนำไปให้ผู้ประสบภัยนั้น ได้กระจายแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยในทุกพื้นที่แล้ว โดยมีการบันทึกว่าพื้นที่ใดได้รับมอบไปจำนวนกี่ลำแล้ว เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อน

ด้าน นายวิม รุ่งวัฒนจินดา โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สิ่งของบริจาคที่หลงเหลืออยู่ในอาคารคลังสินค้าท่าอากาศยานดอนเมืองนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องของการที่รัฐบาลไม่นำของไปแจกจ่ายให้ประชาชน แต่ที่ของบริจาคยังเหลืออยู่นั้นเป็นการล่าช้าในการขนส่งมากกว่า เนื่องจากการขนส่งเป็นไปด้วยความยากลำบากหลังจากน้ำทะลักเข้าบริเวณท่าอากาศยานดอนเมือง ส่วนกรณีสุขาลอยน้ำที่ถูกทิ้งลอยน้ำไว้บริเวณหน้าอาคาร 2 ที่ใช้เป็นอาคารรองรับประชาชนผู้อพยพนั้น ตนต้องขอเข้าไปสำรวจอีกครั้ง เพราะภายในอาคารคลังสินค้าไม่มีสุขาลอยน้ำหลงเหลืออยู่แล้ว


สรุปความล้มเหลวของสลิ่มในรอบ 2 สัปดาห์ในการพยายามกุข่าวโจมตีรัฐบาล

1. ธงของเรือผันน้ำเป็นสีแดง >> จริงๆเป็นสีส้ม
2. ยิ่งลักษณ์นั่งฮ.กดบีบีในขณะประชาชนเด­ือดร้อน >> ภายเก่าสมัยหาเสียงที่เชียงใหม่
3. ยิ่งลักษณ์ไปดูคอนเสิร์ต Yanni >> ไม่ได้ไป คนที่ไปคือบรรหารและสุรยุทธ์ (ผู้จัดงา่นยืนยัน)
4. ยิ่งลักษณ์ใส่ Burberry ลุยน้ำท่วม >> แล้วไงวรกร จาติกวณิชยังใส่ Chanel ได้เลย (แพงกว่าด้วย)
5. รมต.ช่วยเอาของประชาชนมาติดชื่อตัวเ­อง >> เป็นของบริจาคลูกๆรมต.ช่วย ติดชื่อให้พ่อ
6. ถุงบริจาคใบใหญ่มีชื่อรมต.จะเอาของประชาชนมาใส่ >> จริงๆเป็นถุงใส่ทรายกันน้ำ
7. ยิ่งลักษณ์ซดเหล้า >> แค่คนหน้าคล้ายจากฟิลิปปินส์
8. ต้องใส่เสื้อแดงช่วยงานศปภ. >> ภาพ+คลิปยืนยันชัดเจนมีเสื้อทุกสี
9. มาร์คอยู่เมืองไทยตลอด ขอร้องอย่าใส่ไฟ >> สุดท้ายโฆษกพรรคปชป.ยอมรับชัดเจนว่าไปมัลดีฟส์
10. กองทัพเรือสหรัฐถอนความช่วยเหลือจากไทย >> ท่านฑูตสหรัฐยืนยันว่าไม่จริง
11. สส.เสื้อแดงกั๊กน้ำดื่มที่ประชาชนบริจาคมา ห้ามเคลื่อนย้าย >> ชัดเจนน้ำดื่ม PPนคร เจ้าของเป็นเสื้อแดง ฝากบริจาคผ่านสส.เสื้อแดง
12.ศปภ.ลอยแพผู้อพยพที่ดอนเมือง ทิ้งของบริจาคเกลื่อน>>คนไม่ยอมอพยพไปไหนอีก ส่วนของเป็นสิ่งที่เกินจำเป็น โดยเฉพาะเสื้อผ้า

"เอแบคโพลล์" เผยปชช.ร้อยละ61 ให้โอกาส "ยิ่งลักษณ์" แก้ปัญหาน้ำท่วม ร้อยละ40 เริ่มเชื่อมั่นรบ.-กทม.

วันที่30ต.ค. ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง "ความทุกข์ ความเสียสละ และการให้โอกาสรัฐบาลทำงานแก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วม ร้อยละ 61.9 ยังให้โอกาส นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วมต่อไป 

นอกจากนี้ประชาชนร้อยละ 40.6 เริ่มมีความเชื่อมั่นต่อการแก้ปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลและกรุงเทพมหานคร ร้อยละ 22.8 เชื่อมั่น ร้อยละ 23.9 ไม่ค่อยเชื่อมั่น และร้อยละ 12.7 ไม่เชื่อมั่น ตามลำดับ(ที่มา:มติชน)

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:ตบเกรียนสลิ่มไม่ทำห่าแล้วด่าคนช็อตต่อช็อต

แฉเบื้องหลังการทำงานของทีมครอบครัวข่าว3 วิธีสกปรกของสรยุทธ์

Posted by KwamRak on 30.2011 News 0 trackback
 

>>> แฉเบื้องหลังการทำงานของทีมครอบครัวข่าว3 วิธีสกปรกของสรยุทธ์ <<<

ผม เพิ่งกลับมาจากการไปทำงาน ที่อยุธยา ให้บังเอิญ ไปพบทีมงานข่าวของช่อง 3 และเพื่อนเป็นตำรวจน้ำ ปฏบัติงานในพื้นที่อยุธยา เราพบว่า ทีมข่าวช่อง3 เกาะติด ภาระกิจของทีมตำรวจน้ำ ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้ช่วยเหลือพี่น้อง ในเกาะเมืองอยุธยา 

แต่ความที่เป็นตำรวจน้ำ ไม่ใช่ตำรวจในพื้นที่ จึงค่อนข้างทำงานไม่สะดวกเพ
ราะไม่รู้ ทำเลที่ตั้งของเมือง แต่พวกเขา ก็ทำงานอย่างไม่รู้เหน็ดเหนือย •สรยุทธ์• จะอ่านข่าวว่า ตำรวจน้ำได้รับการประสาน ให้เข้ามาช่วย จากทีมงานครอบครัวข่าว3 

เมื่อตำรวจน้ำ กำลังวางแผนทำงาน กล้องของทีมงานข่าว 3 ก็จะเจาะถ่ายภาพการทำงาน และเสนอข่าว การวางแผนเข้าช่วยพี่น้อง จากทีมงานครอบครัวข่าว3 เมื่อทีมตำรวจน้ำเข้าพื้นที
่ ทีมช่างภาพ และนักข่าวก็จะเกาะติดตามไป และเมื่อเจอผู้ประสบภัย ภาพที่ออกมาก็จะรายงานว่า ทีมงานครอบครัวข่าว 3 ได้เข้าไปสำรวจ พบพี่น้องที่ถูกทอดทิ้ง และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ 

และเมื่อมีการอพยพคน ออกมา ก็จะอามาที่เต้นท์ของครอบคร
ัวข่าว3 ก่อน เช่นเมื่อวานนี้ ทีมงานตำรวจน้ำ ได้รับติดต่อต่อ จากท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ให้เข้าไปช่วย เด็กชายแรกเกิด ซึ่งแม่ได้ฝากพี่เลี้ยง โดยตนเองต้องไปทำงานที่โรจนะ และไม่สามารถติดต่อพี่เลี้ยงได้นับแต่วันเกิดน้าท่วม 

จากนั้นทีมตำรวจน้ำ จึงเริ่มวางแผนเข้าช่วยเหลื
อ จนประสพความสำเร็จ นำเด็ก และพี่เลี้ยงออกมาได้ •สรยุทธ์• รายงานทันทีว่า เป็นความร่วมมือ ของตำรวจน้ำและทีมงานครอบครัวข่าว3 ..... ช่อง 3 ได้รับเงินบริจาค จากประชาชน ร่วม 100 กว่าล้านบาท จัดทำถุงยังชีพ ที่พิมพ์โลโก้ ช่อง 3 เต็มหน้าถุง ใช้ดารานักแสดงในสังกัดของช่อง 3 เป็นคนเอาเข้าไปแจกเท่านั้น 

การไปแต่ละครั้ง เป็นภาระของเจ้าหน้าที่ ที่่จะต้องมาอำนวยความสะดวก
ให้ตลอดการเดินทาง แทนที่จะไปช่วยกู้ภัยพี่น้องที่ประสพภัยในขณะนั้น ...

คุณสรยุทธ์ ครับ ผมเห็นด้วยกับการทำข่าว เพื่อเสนอสถานะการณ์จริง ให้คนไทยได้รับทราบ แต่ผม ไม่เห็นด้วยที่พวกคุณ จะทำข่าวเพื่อสร้างความเป็น
 •ฮีโร่• ให้กับตัวเอง และสถานี (ผมอยากคิดว่า นี่เป็นการหารายได้ จากความเดือดร้อน เพื่อมาใช้จ่าย ในการประชาสัมพันธ์ช่อง 3 ด้วยเงินบริจาคของประชาชน) 

ทุกท่านที่อ่านโพสต์นี้ แล้วเริ่มดูข่าวช่อง 3 ใหม่อย่างมีสติ จะพบว่าเขาทำข่าว ให้ทีมงานตัวเอง ไม่มีการทำข่าวของหน่วยงานต
่าง ๆ เช่นทหารเรือ ทหารบก อบต. สส. หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยในพื้นที่เลย 

หรือแม้แต่จะเป็นสื่อเพื่อเ
ตือนให้ประชาชน ให้รับทราบประกาศจากหน่วยงานของรัฐฯ หรือสร้างความมั่นใจให้ประชาชนไม่ตระหนกจากสถาการณ์ภับพิบัติ จนเกินเหตุ...ปรับตัวเถอะครับคุณ •สรยุทธ์• ผมไม่ได้รวม "คุณกิตติ สิงหาปัด" ในเรื่องนี้น่ะครับ...
>เพราะเขาเป็นสื่อมวลชนอาชี
พ จริง ๆ

# บรรพต 54

ทักษิณ รับ ยิ่งลักษณ์ เครียดจัด โทรปรึกษาน้ำท่วม

Posted by KwamRak on 30.2011 News 0 trackback
 http://a6.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash4/300062_266958833348579_105044319540032_826429_1352500971_n.jpg

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

           วานนี้ (29 ตุลาคม) ผู้สื่อข่าวรายงานจากประเทศเดนมาร์กว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาร่วมงานกฐินพระราชทาน ที่วัดไทยเดนมาร์กพรหมวิหาร กรุงโคเปนเฮเกน  ซึ่งงานดังกล่าวมีชื่องานว่า  "คณะผ้ากฐินพระราชทาน ประจำปี 54 9 วัด 9 ประเทศ สู่ยุโรป-สแกนดิเนเวีย"

           โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้โทรมาปรึกษาเรื่องน้ำท่วมบ้างหรือไม่ ทาง พ.ต.ท. ทักษิณกล่าวว่า ตนได้คุยกันตลอด มีอะไรก็ปรึกษากัน ช่วงนี้ ท่านนายกฯ ทำงานหนักมาก ล่าสุดก็โทรมาปรึกษาเรื่องจัดสรรงบประมาณ และฟื้นฟูช่วยเหลือประชาชนหลังน้ำท่วม ซึ่ง ณ ตอนนี้ ทางรัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอในการแก้ปัญหาดังกล่าว

           พร้อมกันนี้ พ.ต.ท. ทักษิณ ยังเผยว่า ตนยอมรับว่า ท่านนายกฯ เหนื่อย และเครียดมาก ๆ แต่ทั้งนี้ ตนก็ทำได้เพียง ให้กำลังใจ และช่วยคิดแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เพื่อหาทางออก และเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

เอิน กัลยกร วิจารณ์ ยิ่งลักษณ์ แก้น้ำท่วมเละ

Posted by KwamRak on 30.2011 News 0 trackback
        

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก เอิน กัลยกรเฟซบุ๊ก ปฐม พยัคฆ์ร้ายเเห่งคลองบางหลวง

     เอิน กัลยกร โพสเฟซบุ๊ก วิจารณ์การทำงาน ยิ่งลักษณ์ ลั่นไม่ใช่สตรีในตำนาน เป็นสตรีขี่ม้าน้ำ ด้านชาวเน็ตใช้นามแฝงปฐมพยัคฆ์ร้ายเเห่งคลองบางหลวง ตอกกลับยับ เปรียบเป็นวิญญาณ อยากดัง

               จากกรณีที่ นางสาวกัลยกร นาคสมภพ หรือ เอิน กัลยกร อดีตนักร้องนักแสดง ได้โพสต์บทความในเครือข่ายเฟซบุ๊กส่วนตัว
KalyakornEarnNaksompop เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยบทความดังกล่าวได้วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมที่รุนแรงขั้นวิกฤติในขณะนี้ ในหัวข้อว่า  "จากผู้หญิง (ธรรมดา) ถึงผู้หญิง (ที่เป็นนายก)" โดยมีใจความดังนี้....


จากผู้หญิง (ธรรมดา) ถึงผู้หญิง (ที่เป็นนายก)

     
              ตอนแรกก็ว่าจะเก็บไว้เขียนหลังน้ำท่วม ..แต่ก็นะ เราก็ไม่รู้ว่าวันนั้นมันจะถึงเมื่อไหร่ ที่สำคัญคือ หลังจากที่ได้ดู นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ออกแถลงการณ์ทางทีวีเมื่อคืนนี้ ...บอกตรง ๆ ละเหี่ยใจ และอดใจไม่ให้เขียนบทความนี้ไม่ได้แล้ว
     
               คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2554 เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 28 และเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย
     
              จริง ๆ ตอนที่คุณยิ่งลักษณ์ได้ตำแหน่ง ผู้หญิงทั้งในและต่างประเทศ ก็รู้สึกยินดีที่ประเทศไทยได้มีนายกหญิงคนแรก เราเองได้เขียนลงเฟซบุ๊คว่า ส่วนตัวไม่ถือว่าคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกหญิงคนแรก เหตุเพราะคุณยิ่งลักษณ์ไม่ได้รับการเลือกตั้งเพราะความสามารถของเธอเอง แต่เป็นเพราะคนต้องการผู้ชายที่อยู่เบื้องหลังเธอต่างหาก ประชาชนที่เลือกเธอ ไม่ใช่เพราะชื่อ "ยิ่งลักษณ์" แต่เป็นเพราะนามสกุล "ชินวัตร" ที่เป็นสิ่งการันตีว่าเธอคนนี้คือ "สายตรง" ดังนั้นเราจะนับว่าคุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกไม่ได้
     
              เราจะมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกจริง ๆ ก็ต่อเมื่อ เธอคนนั้นต่อสู้ฟันฝ่ามาด้วยตัวเอง และพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่า "ผู้หญิงคนนี้มีความสามารถที่จะเป็นผู้นำประเทศได้" เท่านั้น
              
              แต่ก็ช่างมันเถอะค่ะ สรุปว่า ประเทศไทยได้มีนายกรัฐมนตรีหญิงประดับประวัติศาสตร์กับเขาเสียที และจากวันที่เธอรับตำแหน่ง เราก็ควรจะดูแต่ผลงานของรัฐบาลภายใต้การนำของเธอคนนี้ ซึ่งแรกๆ นั้นเป็นไปได้ด้วยดีค่ะ คุณยิ่งลักษณ์ แม้จะดูไม่แข็งแรงห้าวหาญ แต่เธอมีความละมุนในบุคลิกที่ทำให้ภาพลักษณ์ของรัฐบาลซึ่งเต็มไปด้วยบุคคลที่เป็นที่กังขาของสังคมดูดีขึ้นแม้นโยบายของเธอจะเป็นที่ถกเถียงในวงกว้างแต่ก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยอยู่ที่ว่าใครมองมุมไหนแต่เวลาเธอไปเยี่ยมประเทศเพื่อนบ้านแล้วถ่ายรูปลงหนังสือพิมพ์นี่สิคะแม้...ดูดี
              
              สรุปว่าภาพลักษณ์ดูดีขึ้นเพราะเรามีนายกหญิงที่ดูดีดูสง่า เป็นหน้าเป็นตาให้ประเทศไทย
     
              จำได้ว่าตอนหาเสียง ผู้สนับสนุนเธอชอบบอกว่าเธอนี่แหล่ะ ที่จะเป็น "สตรีขี่ม้าขาว" ที่จะเข้ามากอบกู้ประเทศไทย ตามคำทำนายของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ
     
              แม้ไม่ได้สนับสนุนพรรคเธอ ก็แอบหวังลึก ๆ ว่า "เป็นจริงก็ดี" ถึงตอนนี้ ถ้ามีคนที่สามารถพาประเทศไทยฝ่าวิกฤติทางการเมืองไปได้ จะเป็นใครมาจากฝั่งไหนก็สนับสนุนทั้งนั้น ยิ่งเธอปะยี่ห้อว่าเป็นผู้หญิงคนแรก ที่ได้รับหน้าที่สำคัญที่สุดในประเทศ คือการรับผิดชอบดูแลคนกว่า 70 ล้านคน งานใหญ่นะคะ ในฐานะที่เป็นผู้หญิงทำงานด้วยกัน ก็แอบเชียร์อยู่ อยากให้เธอเป็นนารีขี่ม้าขาวจริง ๆ ประเทศเราจะได้ก้าวต่อไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงเสียที
     
              แต่แล้วอุทกภัยก็มาถึง มวลน้ำมหาศาลที่เข้ามาท้าทายความสามารถในการเป็นผู้นำของคุณยิ่งลักษณ์ ผลเป็นอย่างไร ...ไม่ต้องอธิบายให้มากความ

              ไม่ใช่แค่คุณยิ่งลักษณ์สอบตกทุกด้าน ในฐานะที่เป็นผู้นำของประเทศ เธอยังทำให้ภาพลักษณ์ของผู้หญิงนั้นเสียหาย
     
              ผู้ชายอาจจะไม่เข้าใจ แต่การเป็นผู้หญิงทำงาน เพื่อจะพิสูจน์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะสมกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย หลายคนต้องทำงานหนักกว่าผู้ชาย หลายคนต้องใช้เวลามากกว่าผู้ชาย เพื่อจะลบอคติที่ว่า "ผู้หญิงอ่อนแอ" หรือ "ผู้หญิงมีดีได้แค่สวย" เป็นผู้หญิง ต้องทนคนที่เข้ามาหวังหาเศษหาเลย ต้องปกป้องตัวเองโดยต้องไม่ให้กระทบกับงาน ในขณะเดียวกันก็ต้องแสดงให้เห็นว่าเราเก่งพอ เพราะเราไม่สามารถไปนั่งกินเหล้า "เที่ยวผู้หญิง" กับเจ้านายเหมือนผู้ชายคนอื่นได้ เพราะเราไม่สามารถเล่นมุกฮาแบบลามกเต็มที่เหมือนผู้ชายคนอื่นได้ เราไม่สามารถมีช่วงเวลาส่วนตัวขนาดนั้นกับเจ้านายหรือผู้มีอำนาจซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายได้ เราจึงต้องใช้ความสามารถเท่านั้นเป็นเครื่องพิสูจน์
     
              หลายคนอาจจะบอกว่านี่มันยุคนี้แล้วไม่มีแล้วเรื่องความไม่เท่าเทียม...มีค่ะยังมีอยู่เป็นผู้หญิงค่ะทำงานค่ะและยังเจอทุกสิ่งอย่างที่พูดมากับตัวเองค่ะและไม่ใช่ผู้เขียนคนเดียวที่เจอจึงได้เข้าใจและพูดได้
     
              คุณยิ่งลักษณ์ ในฐานะที่เป็นผู้หญิง นอกจากจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นนายกที่ดีได้ ยังต้องพิสูจน์ด้วยว่า "ความสามารถไม่เกี่ยวกับเพศ" คุณเป็นนายกหญิงคนแรกนะคะ คุณแบกรับภาพลักษณ์ตรงนี้เอาไว้อยู่ค่ะ คุณต้องลุย (ลุยจริง ๆ ไม่ใช่แค่ลุยออกสื่อ) คุณต้องแข็งแรง และคุณต้องเก๋า ...ต้องเอาให้อยู่
     
              ...แต่คุณยิ่งลักษณ์ทำไม่ได้ค่ะ
     
                การที่สื่อที่เป็นผู้ชายไม่กล้าว่าหนัก ๆ เหมือนที่ว่านักการเมืองคนอื่นหรือนักวิชาการไม่กล้าวิจารณ์แรงๆเหมือนที่วิจารณ์นักการเมืองผู้ชายเพราะเกรงว่าจะเป็นการ"รังแกผู้หญิงตัวเล็ก ๆ" หรือเพราะ "สงสาร" ก็ตาม คือหลักฐานว่ามันมีเส้นหนาๆกั้นอยู่ระหว่างเพศชายและหญิง ส่วนตัวนายกเองก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย เพราะเธอออกมาพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เคยแข็งแรง ด้วยคำพูดที่ไม่เคยเข้มแข็ง และด้วยข้อความที่ไม่เคยชัดเจน นอกจากนั้นเธอยังไม่เคยแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการคิดเองได้เลย
     
                เธอทำให้เห็นเลยว่า ความละมุนของเธอนั้น จริง ๆ แล้วมาจากความอ่อนแอ
     
                คุณยิ่งลักษณ์ตอกย้ำทุกวัน ว่าผู้หญิงอ่อนแอ ว่าผู้หญิงพูดจาเป็นงานเป็นการไม่รู้เรื่อง ว่าผู้หญิงคุมลูกน้องไม่ได้ ว่าผู้หญิงตัดสินใจไม่เป็น ว่าผู้หญิงเป็นผู้นำไม่ได้ สิ่งที่คุณยิ่งลักษณ์ทำ หรือทำไม่ได้ ตอกย้ำว่าผู้หญิงทำงานใหญ่ไม่ได้ ว่าผู้หญิงสุดท้ายก็เป็นได้แค่ผู้หญิงวันยังค่ำ ที่ได้แต่แต่งตัวสวยไปวันๆโดยที่ทำอะไรไม่เป็น ...เสียค่ะ เสียหายอย่างยิ่ง
     
                ลองนึกดูนะคะ แม้ในอนาคตจะมีผู้หญิงที่มีความสามารถ แต่ใครจะอยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย มันขยาดนะคะ ประมาณว่าทดลองแล้ว ไม่สำเร็จ ก็จบแล้ว ยิ่งถ้าคนที่ไม่มีแบ๊คใหญ่ขนาดแบ๊คของคุณยิ่งลักษณ์ ยิ่งไม่ต้องหวัง
     
                แล้วก็พาลสงสัย ว่าประวัติที่ผ่านมาของคุณยิ่งลักษณ์ ก็เป็นผู้บริหารบริษัทใหญ่ระดับประเทศทั้งนั้น แล้วบริษัทเหล่านั้นรอดมาได้อย่างไร สงสัยแม้กระทั่งว่าคุณยิ่งลักษณ์เคยทำงานเองจริง ๆ หรือไม่ หรือได้แค่ใช้วุฒิการศึกษาที่ดูดี แต่งตัวดี ๆ แต่งหน้าดี ๆ ไปนั่งเฉย ๆ ให้บริษัทนั้นดูภาพลักษณ์ทันสมัยขึ้น แค่นั้น? ...ถามจริง ๆ เถอะ ความสามารถในการสื่อสารและการทำงานระดับนี้ ถ้าไม่มี "พี่ชาย" คอยผลักคอยดันอยู่ข้างหลัง ป่านนี้คุณยิ่งลักษณ์จะทำอะไรอยู่ที่ไหน? ให้เดานะคะ ...แต่งตัวสวย ๆ กลางวันไปช็อปปิ้ง ไปสปา กลับมานั่งสวยรอให้สามีชื่นชม
     
                สรุปคือผิดหวังค่ะ เสียใจ และรู้สึกแย่ที่ผู้หญิงซึ่งได้รับตำแหน่งใหญ่ขนาดนี้คนแรก กลับทำให้ภาพลักษณ์ของผู้หญิงด้วยกันตกต่ำลงกว่าเดิม แต่งตัวสวยๆ หน้าผมเป๊ะนั้นไม่ผิดหรอกค่ะ ที่ผิดคือทำได้แค่นั้นจริง ๆ
     
                ยอมรับค่ะ ว่าการที่เขียนบทความนี้ขึ้นมาก็กลัวเหมือนกันว่าจะมีผลกระทบกับชีวิต ว่าอาจจะมีผู้สนับสนุนนายกออกมาล่าหัว โทษฐาน "วิจารณ์ผู้นำอันเป็นที่รักยิ่ง" แต่ต้องพูดค่ะ พูดอย่างเป็นกลางโดยไม่ฝักฝ่ายทางการเมือง พูดในฐานะประชาชนในระบอบประชาธิปไตยที่สามารถวิจารณ์ฝ่ายการเมืองได้ ...พูดในฐานะที่เป็นผู้หญิง
     
                ย้ำนะคะ ไม่ว่าคุณยิ่งลักษณ์จะมาจากพรรคไหนก็ตาม หากได้เป็นนายกแล้วทำงานอย่างนี้ ก็จะออกมาพูดแบบนี้เหมือนกัน
     
                เพราะคุณยิ่งลักษณ์ได้พิสูจน์แล้วว่าเธอไม่ได้ขี่ม้าขาว และเธอไม่ใช่สตรีในตำนาน (ก็อย่างที่คนข้างตัวเคยพูดไว้) สุดท้าย คุณยิ่งลักษณ์ ก็เป็นได้แค่ "สตรีขี่ม้าน้ำ" เท่านั้น
     
กัลยกร นาคสมภพ
26 ต.ค. 2554






              และหลังจากจดหมายดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปบรรดาชาวเน็ตบางส่วนต่างพากันไม่พอใจอย่างมากกับการกระทำดังกล่าว โดยเฉพาะ 
ปฐม พยัคฆ์ร้ายเเห่งคลองบางหลวง พร้อมกับโพสต์ข้อความสวนกลับต่อว่า เอิน กัลยกร โดยอ้างถึงเหตุผลของผู้หญิงที่มีอิทธิพลในโลกว่า ส่วนใหญ่ก็มาจากครอบครัวที่มีอิทธิพล บ้างก็ถูกดูถูก ถูกว่าร้าย ใส่ร้ายมากตลอด แต่ในที่สุดแล้วพวกเธอก็สามารถยืนหยัดอยู่ได้ด้วยความสามารถของพวกเธอเอง และการที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ขึ้นมาเป็นใหญ่ได้เพราะนามสกุล ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

           พร้อมทั้งยังเปรียบเทียบ เอิน กัลยากร ว่าอยากดัง ไม่ต่างกับ "วิญญาณที่ดูดพลังงานทุกอย่าง เพียงเพื่ออยากปรากฎตัวให้คนอื่นได้เห็นว่ามีตัวตน" และถ้าอยากมีตัวตนในสังคม ก็ควรใช้วิชาความรู้ให้ถูกที่ถูกทาง อย่างใช้ทางลัดโดยการปั้นเรื่องทำร้ายคนอื่น ...

Japan for Thailand

Posted by KwamRak on 29.2011 News 0 trackback

Japan for Thailand

กำลังใจจากคนญี่ปุ่น สู่ คนไทย เพื่อก้าวพ้นวิกฤตน้ำท่วม 

 

 

Produced by Daiki Saeki

Song by TAEKO

Photo by Nationmultimedia.com,Kiyotaka Shishido,Yuto Ueno,Yuki Yokoyama,Toshiki Tanaka

 

Source : Youtube

ไอเดีย 'ถุงจัดหนัก' ช่วยปัญหาขับถ่าย ช่วงน้ำท่วม

Posted by KwamRak on 29.2011 News 0 trackback
 

ไอเดีย 'ถุงจัดหนัก' ช่วยปัญหาขับถ่าย ช่วงน้ำท่วม

โลกโซเชียลมีเดีย สังคมออนไลน์ ตั้งแฟนเพจ "ถุงจัดหนัก" หรือ"ถุงพลาสติกชีวภาพ" เพื่อการขับถ่าย ที่ดีไซน์ออกมาเพื่อรับมือกับน้ำท่วม

 

การขับถ่ายของเสีย ในยามวิกฤติน้ำท่วม ถือเป็นเรื่องความทุกข์ทรมานของคนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ แม้ที่ผ่านมาจะมีการใช้ "ถุงดำ" หรือ "ถุงพลาสติก" เป็น "สุขาฉุกเฉิน" แต่ในยามน้ำยังไม่ลด และลดลงแล้ว ก็จะเกิดปัญหาขยะปฏิกูลขึ้นมาอีกเพียบ

 

ของหนัก" ของคนที่อยู่ในถุงที่ไม่ย่อยสลาย จะกลายเป็น "ของหนัก" พันปี เป็นขยะที่น่ารังเกียจ และรีไซเคิลไม่ได้ ต้องเผาอย่างเดียว และที่สำคัญ จะเป็นการเพิ่มคาร์บอนให้โลกอีกด้วย

         

จากจุดนี้เอง ทำให้เกิดความร่วมมือในโลกโซเชียลมีเดีย สังคมออนไลน์ ที่ตั้งแฟนเพจ "ถุงจัดหนัก" หรือ"ถุงพลาสติกชีวภาพ" เพื่อการขับถ่ายแบบ "คล่องตัว" โดยไม่ต้องใช้ส้วมเก้าอี้พลาสติก หรือส้วมกระดาษ ที่ดีไซน์ออกมาเพื่อรับมือกับน้ำท่วม

 

ถุง"จัดหนัก" เป็นโครงการผลิตถุงขับถ่ายเพื่อแจกจ่ายในพื้นที่ประสบอุทกภัย รวมตัวโดย ศิษย์เก่าสถาปัตย์ จุฬา และ เพื่อนๆ นิเทศ หอการค้า และ เพื่อน ของ เพื่อน ของ เพื่อน ที่ไม่รู้จักกันมาก่อน นำ Idea ของโครงการของ UN มาใช้ โดยทำเป็นถุงขับถ่ายที่มีชื่อว่า "ถุงจัดหนัก" ซึ่งสามารถนำมาย่อยสลายต่อในธรรมชาติหลังน้ำลด ป้องกันโรคระบาดที่เกิดจากเชื้อโรค โครงการนี้ตั้งเป้าทำให้มากที่สุด ลักษณะป็นแบบถุงที่ย่อยสลายได้ในธรรมชาติ (Biodegradable) ไม่เช่นนั้นหลังน้ำลดเราจะมีของเสียในถุงดำเป็นล้านใบหลังน้ำลด ถุงดำส่วนมากผลิตจาก HDPE ซึ่งไม่สามารถย่อยสลายได้โดยวิธีการธรรมชาติ และคิดดูถ้ามี "ของหนัก" อยู่ข้างในด้วย ...

 

 

 

 

เป็นโปรเจคที่ใครทำก็ได้ ไม่มีลิขสิทธิ์ สามารถขอแบบไปทำได้เอง

หลังจากทดสอบพลังของ Social Media เมื่อจันทร์กลางคืน (17 ต.ค. 2554) วันอังคาร (18 ต.ค. 2554) ทางทีมผู้จัดทำก็ได้เพื่อนของเพื่อนที่เป็นเจ้าของโรงงานเป่าถุงใจดีที่มีเม็ดแบบ Biodegradable พร้อมช่วยทำทันที หลังจากนั้นวันพุธ (19 ต.ค. 2554) ของเสร็จ โดยค่าใช้จ่ายเบื้องต้นเกิดจากการรวบรวมเงินกันในหมู่เพื่อนๆ วันพฤหัส (20 ต.ค. 2554) ได้ของ มีน้องพลอยกับน้องต้น สถาปัตฯ จุฬา ช่วยปั่นกราฟฟิกของการใช้ถุงอย่างถูกวิธี เช้าวันศุกร์ (21 ต.ค. 2554) ทางทีมผู้จัดทำก็มีแบบที่เสร็จสมบูรณ์ พร้อมทำการผลิตแบบ mass production ทั้งหมดนี้เกิดจากพลังของคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนแต่อยากทำบางอย่างที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ในช่วงน้ำท่วมนี้"

 

 

นอกจาก ถุง"จัดหนัก" แล้วเพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ยังมี ถุง"จัดเต็ม" ที่เป็นถุงสีส้มขนาดใหญ่ใว้ใส่ ถุง"จัดหนัก" ของเราจนเต็ม พอน้ำลดค่อยเอาไปฝัง แล้วย่อยสลายหายไปทั้งของหนักและถุง ซึ่งจะแจกไปคู่กัน

ขณะนี้ทางทางทีมผู้จัดทำได้ทำ pilot 25,000 ใบ มีคนสนใจเป็นจำนวนมาก ตอนนี้ต้องการให้ผู้ใดก็ตามนำไปต่อยอดในลักษณะ mass หากองค์กรและโรงงานท่านใดสนใจ โพสข้อมูลติดต่อไว้ได้ที่เพจhttp://www.facebook.com/judnakbag แล้วทีมงานถุง"จัดหนัก"จะติดต่อกลับไป

 

 

Source :    judnakbag@gmail.com   

Facebook : http://www.facebook.com/judnakbag  (Image) 

ทำดีต้องได้รับคำชม มีแต่พวกไม่ดี ที่คอยจับผิด

Posted by KwamRak on 26.2011 News 0 trackback
ศปภ.แจง รถติดชื่อทักษิณ เป็นของเสื้อแดง

 รูปภาพ

หลังจากมีการนำภาพรถบรรทุกสิ่งของที่ดอนเมือง มีการติดชื่อของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และบางคันติดชื่อของ ส.ส.เพื่อไทย มาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก ถึงความโปร่งในการรับของบริจาคไปแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมนั้น

ล่าสุด นายวิม รุ่งวัฒนจินดา โฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า รถของกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาจอดที่ ศปภ. นั้น กลุ่มเสื้อแดงได้รับของบริจาคมาเต็มคันรถ และนำมาจอดที่ ศปภ.เพื่อประสานว่าจะลงพื้นที่ที่จุดใดเท่านั้น เช่นเดียวกับ รถบรรทุกที่มีป้ายชื่อของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ก็เป็นของกลุ่มเสื้อแดง ที่รักและศรัทธาในตัวของ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ เท่านั้น

ส่วนกรณีที่มีรถบรรทุก 6 ล้อบางคัน มีป้ายชื่อของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น เป็นเพียงการสนับสนุนรถบรรทุกจาก สส.พรรคเพื่อไทย เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ โดยบางคนอาจเคยใช้รถคันดังกล่าวรณรงค์หาเสียงเข้าไปยังพื้นที่ จึงยังไม่มีการแกะป้ายออก

กระแสน้ำพัดกระสอบทรายทับดช.วัย12ดับ

Posted by KwamRak on 26.2011 News 0 trackback
 กระแสน้ำพัดกระสอบทรายทับดช.วัย12ดับ

รูปภาพ
เด็กชายนนทบุรี วัย 12 ปี ถูกกระแสน้ำพัด แนวกระสอบทราย ล้มทับดับ

พ.ต.ท.ประชา บรรณาธิกร สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี ได้รับแจ้งว่า มีเด็กจมน้ำเสียชีวิต บริเวณริมกำแพงวัดปากน้ำนนทบุรี ม.9 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี จากการตรวจสอบเบื้องต้นแจ้งว่า ญาติได้พยายามนำร่างเด็ก ออกมาจากจุดเกิดเหตุเพื่อนำส่งโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา พ.ต.ท.ประชา บรรณาธิกร ทำการสอบปากคำ นางวรัญญา อักสวง อายุ 48 ปี บ้านที่ 102/3 ม.9 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นมารดาของ ด.ช.อำพล อักสวง อายุ 12 ปี ที่เสียชีวิต แจ้งว่า ด.ช.อำพล ได้ไปช่วยทางวัดกรอกกระสอบทราย พร้อมเพื่อนอีก 5 คน ซึ่งเพื่อนได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ด.ช.อำพล และเพื่อนยืนอยู่บริเวณหลังแนวกระสอบทราย น้ำได้ทะลักเข้ามาทำให้แนวกระสอบทรายล้ม กระแสน้ำได้พัดร่าง ด.ช.อำพล ไปติดกับบันไดกุฏิพระ และน้ำได้ไหลบ่ากระทบร่าง ด.ช.อำพล เป็นเวลานาน จนต่อมาญาติก็สามารถนำร่างของ ด.ช.อำพล ออกมาได้ และได้พยายามจะนำร่าง ด.ช.อำพล ส่งโรงพยาบาล แต่ก็ไม่ทัน ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

นายกฯได้มอบหมายให้กระทรวงต่างๆจัดทำแผนช่วยเหลือกิจกรรมด้านสังคม

Posted by KwamRak on 26.2011 News 0 trackback
• นายกฯได้มอบหมายให้กระทรวงต่างๆจัดทำแผนช่วยเหลือกิจกรรมด้านสังคมออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุท
by กำแพงลม
กระทรวงการคลัง ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ดังนี้
1. มาตรการด้านการเงินที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
2. มาตรการด้านสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วงเงินรวม 325,000 ล้านบาท
3.มาตรการสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์การลงทุน

Yingluck Shinawatra

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้กระทรวงต่างๆ จัดทำแผนช่วยเหลือกิจกรรมด้านสังคม ดังนี้
1. กระทรวงกลาโหมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียอย่างเร่งด่วน
2. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ดูแลเรื่องโรคระบาดต่างๆ และจัดเตรียมรูปแบบศูนย์อพยพถาวร
3. ให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ สธ. ฝึกอาชีพให้สอคล้องกับวิถีชีวิตของผู้ประสบอุทกภัย และร่วมกับกระทรวงมหาดไทยสำรวจคนตกงาน
4. กระทรวงวัฒนธรรมเร่งประเมินความเสียหาย
5. กระทรวงศึกษาธิการ เตรียมความพร้อมนักเรียนและโรงเรียน โดยการจัดหาปัจจัยพื้นฐาน และอำนวยความสะดวกในการเดินทางแก่นักเรียน พร้อมทั้งจัดซื้ออุปกรณ์ ซ่อมอาคาร

Suda Rangkupan
ดึกๆ อย่างนี้ ขอมองข้ามช็อต...ถามว่า "กลัวมั้ย" ...ไม่เลย ขออย่างเดียว รัฐบาลอย่าตัดสินใจลาออกเด็ดขาด อย่างเลวร้ายที่สุด ก็ "ยุบสภา" ...เป็นเรื่องที่ต้องเป็นไป

สส.เพื่อไทย รู้ตัวกันไว้หน่อยก็ดี แก้เกมนี้ไม่ได้ แพ้ศึกนี้ ...ก็อาจต้องยุบสภา ...อยู่ที่พวกท่านที่ได้อำนาจไป แล้วทำไม่สำเร็จ แพ้มา ก็ต้องกลับมาอยู่ในมือประชาชนกันอีก ...เป็นเรื่องที่ต้องเป็นไป

บึ้ม! กลางเมืองยะลานับสิบจุด ดับแล้ว 3 ไฟฟ้าดับทั้งเมือง

Posted by KwamRak on 25.2011 News 0 trackback

บึ้มป่วนทั้งเมืองยะลานับ 10 จุด ไฟฟ้าดับทั้งเมือง ล่าสุดดับแล้วอย่างน้อย 3 บาดเจ็บกว่า 40 คน คาดสร้างสถานการณ์เหตุครบรอบ 7 ปี เหตุสลายม็อบตากใบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 25 ตุลาคม ได้เกิดเหตุระเบิดขึ้นนับสิบจุดกลางเมืองยะลาในเวลาไล่เลี่ยกัน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ระเบิดจุดแรกเกิดขึ้นที่ถนนศรีบุตรา ย่านตลาดเก่า จุดนี้มีผู้เสียชีวิตทันที 2 ราย โดยคาดว่าผู้เสียชีวิตเป็นมือวางระเบิด ตามมาด้วยจุดที่ 2 คือ ณ ลานจอดรถโรงแรมปาร์ควิล ส่วนจุดที่ 3 คือ ที่หน้าร้านอาหารแซ่บอีสาน จุดที่ 4 คือ ที่ปั๊มน้ำมันเชลล์ บ้านท่าสาบ ซึ่งแต่ละจุดห่างกัน 2-3 นาทีเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ภายหลังได้เกิดเสียงระเบิดดังขึ้นต่อเนื่องภายในตัวเมืองยะลา ทั้งที่บริเวณถนนผังเมือง 4 ซอย 11, ตลาดผลไม้เมืองใหม่, ถนนจุดที่ใกล้กับร้านเก่งเครื่องเขียน, หลังโรงเรียนเทศบาล 5, ถนนสายท่าสาป ฯลฯ ซึ่งจนกระทั่งเวลา 20.00 น. มีรายงานว่า เกิดเหตุระเบิดรวมทั้งหมด 12 จุดแล้ว และเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน และบาดเจ็บ 44 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัสถึง 13 คน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต้องตัดกระแสไฟฟ้าทั้งเมือง เพื่อเคลียร์สถานที่เกิดเหตุ และเร่งตรวจสอบวัตถุต้องสงสัยซึ่งได้รับแจ้งว่ายังมีอยู่ในอีกหลายจุด ทำให้ทั้งเมืองยะลาอยู่ในสภาพมืดมิด

สำหรับสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่เป็นการสร้างสถานการณ์ เนื่องจากในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ ตรงกับวันครบรอบ 7 ปี ของเหตุการณ์สลายการชุมนุม ที่หน้า สภ.ตากใบ จ.นราธิวาส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจากการสลายม็อบ และขนย้ายรวม 85 ศพ

กองทัพเรือสหรัฐฯยกเลิกแผนช่วยอุทกภัยในไทย

Posted by KwamRak on 25.2011 News 0 trackback
 สหรัฐฯสั่งยกเลิกแผนให้ความช่วยเหลืออุทกภัยในไทยแล้ว พร้อมนำเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำกลับหลังรัฐบาลไทยปฏิเสธรับความช่วยเหลือ
 
 
สื่อต่างประเทศ รายงาน กองทัพสหรัฐฯได้ยกเลิกการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในไทยแล้ว โดย นาวาตรี จอห์น เพอร์กินส์ โฆษกกองทัพเรือสหรัฐฯ สั่งการให้เรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตันและเรือยูเอสเอส คิดด์ ที่จะเข้าปฏิบัติภารกิจ ช่วยเหลืออุทกภัยในไทย ยกเลิกภารกิจช่วยเหลืออุทกภัยในไทย พร้อมสั่งให้ถอนสมอนำเรือมุ่งหน้าสู่ญี่ปุ่น เพื่อร่วมซ้อมรบประจำปีต่อ หลังจากไร้ความชัดเจน ในเรื่องขอความช่วยเหลือจาก รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
 
 
โดยเจ้าหน้าที่ในกระทรวงกลาโหม รายหนึ่ง ที่ออกอาการหัวเสีย บ่นกับสื่อว่า มีการสื่อสารมา 2 ทาง จากรัฐบาลไทย ด้านหนึ่งบอกว่าขอให้ช่วยเหลือ แต่อีกทางบอกไม่ต้องแล้ว เราพร้อมให้ความช่วยเหลือ แต่เราไม่ได้รับคำร้องขอเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส จอร์จ วอชิงตัน

จรัญสนิทวงศ์ 80 น้ำท่วมระดับเอว - ปิดจราจรแล้ว

Posted by KwamRak on 25.2011 News 0 trackback
 

น้ำท่วมจรัญสนิทวงศ์



จรัญฯ จม 80 ซม.ปิ่นเกล้าลาดกระบังรถวิ่งยาก (ไอเอ็นเอ็น)


           น้ำไหลเซาะกระสอบทราย พนังกั้นน้ำพัง ในซอยจรัญวงศ์ 74/1 ระดับน้ำอยู่ที่ 60 - 80 เซนติเมตร ขณะที่ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 80 น้ำสูงระดับเอวแล้ว

           เมื่อเวลา 00.30 น. สถานการณ์น้ำท่วมที่บริเวณซอยจรัญสนิทวงศ์ 74/1 ขณะนี้น้ำได้ไหลเซาะกระสอบทราย ซึ่งมีระดับน้ำอยู่ที่ 60 - 80 ซ.ม. เนื่องจากระดับที่สูงขึ้นของแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการเข้ามาตรวจสอบและดำเนินการเสริมแนวกระสอบทราย ซึ่งชาวบ้านต่างออกมาสังเกตการณ์และมีการเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลา

           ส่วนการจราจรนั้น ขณะนี้ได้ปิดการจราจรแล้ว รถเล็กไม่สามารถผ่านไปได้ ขณะที่น้ำยังได้ไหลบ่าข้ามไปยังถนนจรัญสนิทวงศ์ทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก ตั้งแต่ซอยจรัญสนิทวงศ์ 72 - 84 โดยได้มีการปิดการจราจรในพื้นที่ ขณะเดียวกันน้ำได้ไหลทะลักเข้าไปในชุมชนจรัญสนิทวงศ์ 80 ซึ่งเป็นจุดต่ำที่สุด น้ำท่วมสูงถึงระดับเอว

           อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดการจราจรบริเวณจากแยกบางพลัด มุ่งหน้าถนนพระราม 7 เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำท่วมสูง




[24 ตุลาคม] ด่วน! พนังกั้นน้ำจรัญฯ 80 แตกน้ำทะลักผิวจราจร

น้ำท่วมจรัญสนิทวงศ์


          ส.ส.บางพลัด ระบุพนังกั้นน้ำของชาวบ้านซอยจรัญสนิทวงศ์ 80 แตกน้ำทะลักผิวจราจร เจ้าหน้าที่เร่งแก้ไขด่วน

          ดร.รัชดา ธนาดิเรก ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตบางพลัด บางกอกน้อย เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ว่า ขณะนี้ พนังกั้นน้ำของประชาชนในซอยจรัญสนิทวงศ์ 80 ได้เกิดแตกขึ้นมาอีก หลังจากที่เมื่อวานนี้ได้แตกมาแล้วหนหนึ่ง ซึ่งทำให้กระแสน้ำไหลทะลักเข้าสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์ขยายเป็นวงกว้าง ซึ่งตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่เขตบางพลัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งลงมือซ่อมแซมพนังกั้นน้ำในส่วนนี้แล้วแต่ยังไม่แล้วเสร็จ

          อีกทั้งขณะนี้มีมวลน้ำจากอ.บางกรวย จ.นนทบุรี บริเวณการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ ได้เอ่อล้นออกมาจนถึงถนนจรัญสนิทวงศ์ ทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่มีอุปสรรค ซึ่งได้ทำให้การจราจรบนถนนจรัญสนิทวงศ์ ค่อนข้างติดขัด

          ทั้งนี้ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขตบางพลัด ตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมายังไม่มีพนังกั้นน้ำของทางเขตบางพลัดเสียหาย ซึ่งจุดที่พนังกั้นน้ำพังหรือแตกจะเป็นของเอกชน ซึ่งในส่วนนี้ได้ประสานกับทางสำนักงานเขต ให้เฝ้าระวังให้มากขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตาม ทางกองทัพบกได้ส่งกำลังทหารมาวางกระสอบทรายในส่วนที่น้ำล้นจากแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตบางพลัดแล้ว

          ด้าน พ.ต.ท.รุ่งโรจน์ เกษสาคร สารวัตรจราจร สน.ชนะสงคราม เปิดเผยว่า ระดับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เอ่อล้นคันกั้นน้ำบริเวณชุมชนวัดสามพระยา เนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นผิวจราจรบริเวณถนนสามเสน ตั้งแต่แยกบางขุนพรหม จนถึงระแยกบางลำพู รวมระยะทางกว่า 200 เมตร โดยระดับน้ำสูงประมาณ 15-20 ซ.ม. ส่งผลให้การจราจรติดขัดเล็กน้อย เนื่องจากการสัญจรต้องชะลอความเร็ว ส่วนระดับน้ำล่าสุด ลดระดับลงอย่างต่อเนื่องแล้ว 

          ทางด้านการจราจร บริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์ คันดินกั้นน้ำได้พังลง ส่งผลให้ ถ.จรัญสนิทวงศ์ 74/1 ซึ่งยังคงกั้นน้ำไม่อยู่ ทำให้น้ำไหลท่วมผิวจราจรสูงเท่าฟุตปาธ บริเวณช่วงถนนจรัญสนิทวงศ์ 74/1, 76 และ 78 ประชาชนจะสัญจรผ่าน ควรหลีกเลี่ยงการจราจรช่วงนี้ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หรือตรวจสอบเส้นทางจราจรเป็นระยะ ๆ ล่าสุด บริเวณ ซ.จรัญสนิทวงศ์ 80 - 74/1 มีน้ำท่วมสูงมาก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะต้องปิดจราจร รถที่ลงสะพานพระราม 7 ให้กลับรถที่จรัญสนิทวงศ์ 86/1






จรัญสนิทวงศ์ 74/1


จรัญสนิทวงศ์ 74/1

[19 ตุลาคม] น้ำทะลักท่าพระอาทิตย์ - คันกั้นน้ำ จรัญ 74/1 แตก
เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Chatchai Sianprasert 

         ระทึก กทม. น้ำทะลักท่วมท่าพระอาทิตย์ เหตุเครื่องสูบน้ำเสีย ขณะที่ เขตบางพลัด จรัญ 74/1 แนวคันกั้นน้ำพัง น้ำทะลักเข้าถนน ล่าสุดซ่อมได้แล้ว

         วันนี้ (19 ตุลาคม 2554) เวลาประมาณ 15.00 น.มีรายงานว่า น้ำทะลักท่วมบริเวณถนนท่าพระอาทิตย์ ท่าพระจันทร์ และหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องจากเครื่องสูบน้ำบริเวณถนนอู่ทองเสีย ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ตามปกติ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังประมาณ 10 เซนติเมตร

          ทั้งนี้ สำนักระบายน้ำกรุงเทพมหานคร คาดว่าจะสามารถซ่อมเสร็จภายในเวลา 2 ชั่วโมง และมั่นใจว่าจะไม่กระทบวัดพระแก้ว และพระบรมมหาราชวังอย่างแน่นอน

คันกั้นน้ำ จรัญ 74/1 แตก ซ่อมได้แล้ว 

          เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันเดียวกัน นางสาวสุรีย์ วัชนะประพันธ์ ผอ.เขตบางพลัด เปิดเผยว่า ได้เกิดกำแพงบ้านของประชาชนที่อยู่ในแนวคันกั้นน้ำของ กทม. ภายใน ซอยจรัญสนิทวงศ์ 74/1 ได้พังลง ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมซอยดังกล่าว และไหลเข้าพื้นที่จราจรของถนนจรัญสนิทวงศ์ ทางเขตได้ส่งเจ้าหน้าที่เร่งซ่อมกำแพงดังกล่าวแล้ว

         ล่าสุด ได้ซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว โดยจุดดังกล่าวนั้น ถือว่า เป็นจุดฟันหลอของแนวคันกั้นน้ำ กทม. ที่เหลือยู่ เนื่องจากเจ้าของบ้านหลังดังกล่าว ไม่ยอมให้ กทม. เข้าไปทำคันกั้นน้ำ จึงเกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น 




ปู-ตู่-มาร์ค ปริศนาธรรม..จาก ภัยน้ำท่วม

Posted by KwamRak on 22.2011 News 0 trackback
วินาทีนี้ เป็นวินาทีวิกฤต วินาทีเดือดร้อนของคนมากกว่า 33 จังหวัด และผลกระทบต่อเนื่องถึงคนค่อนประเทศ ทั้งจากการหยุดชะงักของภาคธุรกิจ ทั้งการเป็นอัมพาตจากการที่ถนนหลักๆหลายสายได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นจังหวะทองที่จะเร่งสร้างผลงานให้ประชาชนเห็น ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ อบต. อบจ. เทศบาล ระดับจังหวัดไปจนกระทั่งถึงระดับกระทรวง ระดับรัฐบาล
และโดยเฉพาะสองขั้วพรรคการเมืองที่มีการต่อสู้กันอย่างรุนแรงมาตลอดนับตั้งแต่เกิดเหตุการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เป็นต้นมา
วันนี้ใครจะได้ใจประชาชนขั้นเด็ดขาด ขึ้นอยู่ที่การกระทำ ขึ้นอยู่กับผลงานที่จับต้องได้อย่างแท้จริง
เป็นช่วงวินาทีที่ต้องเอาชนะทางการเมืองด้วยการลงมือทำ ไม่ใด้วยการพูด การโต้วาที
อารมณ์ของประชาชนในยามนี้ไม่อยากฟังสิ่งที่ไร้สาระ เหมือนผักตบ เหมือนกอสวะที่ลอยไปลอยมาตามกระแสน้ำ ดอกชูช่อม่วงสวยงามหลอกตาคนได้ก็จริง แต่ในยามน้ำท่วมหนักเช่นนี้ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้
แถมยังกลายเป็นขยะกอใหญ่ที่กีดขวางการไหลของกระแสน้ำเสียอีกด้วย
ฉะนั้นพูดผิด หรือทำอะไรพลาดนิดเดียว อารมณ์ประชาชนขณะนี้จะมองเป็นพวกกอสวะทางการเมืองไปในทันที
ดังนั้นโอกาสนี้จึงเป็นโอกาสทองซุปเปอร์โบนัสทางการเมืองที่เดินพลาดไม่ได้เลยแม้แต่แต้มเดียว
อารมณ์ประชาชนที่เครียดจัดจากการที่ต้องใช้ชีวิตอย่างยากลำบากบวกกับความหงุดหงิด คงเห็นแล้วว่าแม้แต่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกยังโดนเต็มๆอุตส่าห์ลงพื้นที่ไปบัญชาการแก้ปัญหาน้ำท่วมด้วยตัวเองก็ยังโดนประชาชนเหน็บและเสียดสีว่าทำไมไม่เอาทหารราบ 11 ออกมาช่วยประชาชนบ้าง
แน่นอนว่าอาจจะเป็นการใช้อารมณ์ในการพูดมากกว่าใช้เหตุผลในยามนี้ แต่ก็ต้องเข้าใจภาพฝันร้ายจากการสลายการชุมนุมกับการกดดันซ้ำจากพิษน้ำท่วม ก็อาจจะทำให้หลายคนมองว่าเป็นจังหวะที่ควรพูดหรือไม่ก็จริง
แต่นี่คืออารมณ์ของประชาชน ซึ่งเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธเองก็คงเข้าใจ เพราะน่าจะไม่ต่างจากท่าทีหงุดหงิดก่อนหน้าของ พล.อ.ประยุทธ์ที่ผ่านสื่อออกสู่สังคมนั่นแหละ
ดังนั้นตรงนี้จึงเป็นเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ แม้จะเสียความรู้สึก แต่ก็คงจะต้องอดทนให้มากๆเอาไว้ เพราะต้องท่องเอาไว้ในใจนี่คือจังหวะทองที่กองทัพจะกู้คืนภาพลักษณ์จากช่วงการสลายการชุมนุมพฤษภาอำมะหิต
เพราะการที่กองทัพบก เดินหน้าเข้ามาช่วยเหลือประชาชนในช่วงเดือดร้อนจากพิษน้ำท่วม เป็นสิ่งที่ประชาชนเห็นและรับรู้โดยตรง จนหลายเสียงได้มีการยอมรับผลงานของกองทัพบกไปแล้วไม่น้อย
ตอนนี้กองทัพต้องยอมเปียกปอน เพื่อให้ภาพลักษณ์ในสายตาประชาชนดีขึ้น
พล.อ.ประยุทธ์ ในยามนี้ต้องท่องคำว่า อดทน ต้องอดทนไว้ และถ้าอยากจะให้ดีมากๆ คือต้องหยุดการแสดงความเห็นในเรื่องของการต่อต้านการแก้ไข พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551
นี่เป็นแผลสดแผลเดียวที่ยังคงถูกจับตามองจากประชาชน ที่ยังมีอารมณ์ความรู้สึกที่ยังมีภาพฝันร้ายของพฤษภาอำมะหิตอยู่ในใจ
เนื่องจากคำถามก็คือ ก่อนหน้าวันนี้ ก่อนหน้าปี 2551 เส้นทางชีวิตราชการของ พล.อ.ประยุทธ์ ก็ยังสามารถเติบโตมาได้ จนขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งก็เป็นการเติบโตโดยที่ไม่ต้องมี พ.ร.บ.ที่ได้มาจากผลพวงของการทำรัฐประหาร
ฉะนั้น พล.อ.ประยุทธ์ คงต้องเลิกยึดติด ปล่อยให้อารมณ์ของหัวโขนหลุดลอยไปกับกระแสน้ำท่วมที่เชี่ยวกรากในยามนี้เสียบ้าง
ดูตัวอย่างจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งถือเป็นนายกรัฐมนตรีมือใหม่หัดขับ ที่หลายๆคนคิดว่าจะไหวหรือ??? จะรับมือแรงกดดันในการทำงานได้เพียงใด แต่ปรากฏว่าการทำงานในช่วงภาวะวิกฤตก็สามารถทำได้ดี
ยอมรับกันตามเนื้อผ้า แบบตรงไปตรงมา จนวันนี้ในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม นางสาวยิ่งลักษณ์ยังไม่เคยถูกตำหนิ หรือโจมตีเรื่องสำอาง หรือช่วยเหลือล่าช้าเลย มีแต่ภาพของความประทับใจว่าลงลุยน้ำเปียกปอน
ตัดสินใจเร็ว ดูดเม็ดเงินงบประมาณจากทุกกระทรวงที่ได้รับไป เอากลับมาแก้ไขปัญหาน้ำท่วมก่อน ได้เงิน 80,000 ล้านบาท เข้ามาแก้วิกฤตได้ในฉับพลันทันที
ซึ่งตรงนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีก็ต้องยอมรับว่า ตอนที่น้ำท่วมครั้งก่อนหน้านี้ นายอภิสิทธิ์ ถูกโจมตีเรื่องความล่าช้าอย่างมากในการลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน
แถมเมื่อลงพื้นที่ แล้วพลาดไม่ยอมเปียก นั่งอยู่บนเรือแห้งๆ ให้คนลอยคอลากเรือ เลยกลายเป็นหัวข้อทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ในช่วงนั้นอย่างมาก
เทียบกับนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่มือใหม่หัดขับทางการเมืองอย่างมากแล้ว ต้องถือว่านางสาวยิ่งลักษณ์สอบผ่านฉลุย คนเห็นใจว่าเป็นผู้หญิงยังลุยงานได้ไม่แพ้ผู้ชาย แถมยังรับแรงกดดันได้ โดยก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างเต็มที่
พูดไม่เก่ง ไม่ถนัดการโต้วาที แต่ทำงานเป็น ทำงานฉับไว และทุ่มเทอย่างหนักแบบนี้ ถือว่าสอบผ่านทางการเมืองแล้ว
ตอนนี้เหลืออยู่ที่ว่า จะรีบดึงเม็ดเงินมาช่วยเหลือให้รวดเร็วได้อย่างไร และจะเตรียมจัดงบฟื้นฟู ซ่อมแซม บูรณะ และกู้คืนเศรษฐกิจของประเทศให้เร็วที่สุดได้อย่างไรเท่านั้นเอง
เพราะการสั่งทุกกระทรวงตัดงบ 10% ช่วยน้ำท่วม และให้ส่งยอดภายใน 48 ชม. เพื่อให้ได้ 8 หมื่นล้านบาท และหากหน่วยงานใดดำเนินการไม่ทัน ให้สำนักงบประมาณไปพิจารณาปรับลดงบประมาณเองในทันทีนั้น
ถือว่ามาถูกทางแล้ว
นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ยืนยันว่าหน่วยงานราชการต่างๆ ต้องกลับไปปรับลดงบประมาณประจำปี 2555 ในส่วนของงบฯพื้นฐานกับงบฯดำเนินงาน และงบฯลงทุนในรายการที่ไม่จำเป็นลงให้ได้กระทรวงละไม่ต่ำกว่า 10% เพื่อนำมารวมเป็นงบฯใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
และอีกส่วนหนึ่งจะมีการใช้งบฯกลางปี 2554 ที่กันไว้วงเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้ดำเนินงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ทั้งเรื่องการอพยพคน การป้องกันน้ำท่วม และเป็นเบี้ยเลี้ยงให้กับเจ้าหน้าที่เป็นการเฉพาะหน้าไปก่อน
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ขณะนี้ความเสียหายยังไม่นิ่ง คาดว่า อีก 1 สัปดาห์น่าจะเห็นภาพความเสียหายที่ชัดเจนขึ้น คาดว่ารัฐบาลยังต้องการงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูมากกว่านี้ ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องการช่วยภาคอุตสาหกรรมหรือภาคธุรกิจและบริการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการวางแนวทางที่จะป้องกันประเทศด้วย
นอกจากนี้ รัฐบาลอาจมีการตั้งงบประมาณกลางปี เพื่อนำเงินมาใช้ในการลงทุนป้องกันปัญหาภัยพิบัติในระยะยาวให้ดีขึ้น แต่ต้องดูการจัดเก็บรายได้ให้เพิ่มขึ้นด้วย เพื่อให้มีเงินนำมาใช้จ่ายในการแก้ปัญหาน้ำท่วมได้มากขึ้น
ทั้งนี้ วันที่ 17 ตุลาคมนี้ จะมีการสรุปมาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม
อย่างไรก็ตามในการช่วยเหลือภาคธุรกิจนั้น แนวทางแรกก็จะมีการปรับลดการอัตราการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ภายในปี 2555 และลดเหลือ 20% ในปี 2556 ตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2555 เป็นต้นไป
รวมทั้งยังจะมีการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคุคล สำหรับบริษัท หรือห้างหุ้นส่วน นิติบุคคล ที่เป็นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เเอสเอ็มอี) ที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท แต่ต้องมีรายได้ประกอบการกิจการขายสินค้าและให้บริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อรอบบัญชี โดยให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับกำไรสุทธิเฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 1.5 แสนบาท ส่วนที่เกินจากนั้นแต่ไม่ถึง 1 ล้านบาท ให้เสียภาษีในอัตรา 15% ส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท ให้เสียภาษีในอัตรา 23% สำหรับรอบบัญชีปี 2555 หรือสิ้นสุดหลังธันวาคม 2555 ด้วย
ส่วนสำหรับรอบบัญชีที่เริ่มหลังวันที่ 1 มกราคม 2556 ให้เสียภาษีในอัตรา 20% หากเอสเอ็มอีมีทุนชำระแล้วและรายได้เกินกว่าที่กำหนด จะไม่ได้รับสิทธิภาษีดังกล่าว แต่ได้รับสิทธิประโยชน์ภาษีนิติบุคคลเหมือนบริษัททั่วไปแทน
งานนี้หวังกระตุ้นเศรษฐกิจหลังน้ำลดอย่างเต็มกำลัง เพราะต้องยอมรับความเป็นจริงว่าภาคธุรกิจก็ได้รับผลกระทบหนักหนาสาหัสอย่างยิ่งจริงๆ
ยิ่งบรรดานิคมอุตสาหกรรมที่โดนถล่มยับนั้น ผลกระทบกว้างขวางอย่างยิ่งจริงๆ
ซึ่งนายเคียวอิจิ ทานาดะ ประธานหอการค้าไทย-ญี่ปุ่น หรือเจซีซี บอกว่าเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะเป็นภัยธรรมชาติ แต่ต้องการให้ไทยมีแผนป้องกันและฟื้นฟู ควรระดมสรรพกำลังเพื่อดำเนินการอย่างเต็มที่
ซึ่งพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยง คือ เขตประกอบการฯนวนคร เขตประกอบการฯบางกะดี นิคมฯบางปะอิน และฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ คือ นิคมฯบางชัน และนิคมฯลาดกระบัง ควรป้องกันอย่างเต็มที่
หากจะใช้วิธีระบายไปทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ก็ควรจะควบคุมระดับให้ดี ไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่นิคมฯได้
แต่แม้ว่าภาคธุรกิจจะได้รับผลกระทบหนัก อย่างเช่นนายตัน ภาสกรนที เจ้าพ่อชาเขียว ที่เจอพิษโรงงานใหม่ล่าสุดเสียหายหนักร่วม 2.000 ล้านบาทไปพร้อมกับการจมน้ำของนิคมอุตสาหกรรมโรจนะที่พระนครศรีอยุธยา
แต่นายตันก็ยังประกาศสู้ต่อ แถมยังยืนยันการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในวงเงิน 100 ล้านบาทอยู่เช่นเดิม
เช่นเดียวกับนายสันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ก็ยืนยันว่าทางค่ายสิงห์ และคนในตระกูลภิรมย์ภักดี มีความเห็นตรงกันว่า จะต้องช่วยเหลือสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้อย่างเต็มที่ รวมทั้งจะให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องด้วย
โดยทางบุญรอดฯ ได้มีการตั้งงบประมาณช่วยเหลือเบื้องต้นเอาไว้ 200 ล้านบาท พร้อมประกาศช่วยบริจาคน้ำดื่มสิงห์เต็มที่ ไม่มีอั้น พร้อมทั้งมีการช่วยเหลือในเรื่องเรือท้องแบน ถุงยังชีพ อีกจำนวนหนึงด้วย
เรียกว่าช่วยกันเต็มที่เพื่อให้ความทุกข์ลดน้อยลง
เช่นเดียวกับทาง บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) และเครือทั้งหมด ก็ประกาศออกมาแล้วว่า มีการตั้งงบช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้น 200 ล้านบาทแล้ว โดยมีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือของกลุ่ม ปตท.ในเบื้องต้นหลายจังหวัด
ในขณะที่ภาคธุรกิจอื่นๆก็มีการช่วยบริจาคเงินกันอุตลุด แม้แต่ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) เจ้าของธุรกิจ เซเว่น – อีเลฟเว่น ยังใช้ร้านเซเว่นฯ เป็นจุดรับบริจากเงินเข้ากองทุนช่วยน้ำท่วมด้วย
เป็นการยื่นมือเข้ามาของภาคธุรกิจครั้งใหญ่ เพื่อภาพโดยส่วนรวมเป็นหลัก
ฉะนั้นยังไม่สายสำหรับใครก็ตามที่ไม่อยากจะเป็นกอสวะทางการเมือง ก็น่าจะรีบปรับจุดยืนและท่าทีเสียใหม่ ก่อนที่จะพ่ายแพ้ททงการเมืองอย่างยับเยินมากกว่านี้

"สามีนายกฯ" เผยภรรยาเหนื่อยมาก กางแผนที่ดูน้ำทุกวัน ย้ำเป็นผู้นำท้อไม่ได้

Posted by KwamRak on 22.2011 News 0 trackback

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุสรณ์ อมรฉัตร สามี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติโดยคู่สมรสคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมได้มีการแบ่งงานเรื่องความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย เพราะขณะนี้สิ่งของบริจาคเริ่มขาดแคลน จากการที่โรงงานปิดทำให้อาหารที่จะรับมอบไม่สามารถผลิตได้ โดยขณะนี้ศูนย์ปฏิบัติการช่วยผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) หากขาดอะไรเราก็จะยกให้



นายอนุสรณ์กล่าวว่า ขณะนี้นายกฯก็ทำงานหนัก ถามว่าบ่นไหมก็กังวลมากกว่า นายกฯได้ประสานทุกหน่วยงาน โดยตอนนี้มีแต่ฉุกเฉินเยอะ ดูแล้วก็ทำงานเต็มที่ก็ให้กำลังใจกันเพราะตอนนี้ก็เดือดร้อน ทำอะไรได้ที่ช่วยก็ต้องทำให้เต็มที่ ดูจากความร่วมมือทุกฝ่ายนายกฯก็บอกว่าทุกคนก็เหนื่อยแต่ทุ่มเททำงาน ตอนนี้ไม่มีแบ่งตรงไหนเดือดร้อน โดยนายกฯเป็นห่วงคนที่ติดอยู่ในน้ำ โดยเฉพาะ จ.นนทบุรี ได้ประสานให้เข้าไปช่วย และกลัวว่ามวลน้ำหากมากจนต้องเสียหายเข้าท่วมก็จะวางมาตรการต่อ


"เหนื่อย ยอมรับทุกวันนี้นายกฯก็เหนื่อยต้องกางแผนที่ดู เรื่องอื่นต้องเก็บไว้หมดวันหนึ่งงานส่วนใหญ่ 80-90% เป็นเรื่องน้ำ และเป็นผู้นำเหนื่อยได้แต่ท้อไม่ได้" นายอนุสรณ์กล่าว และว่า เท่าที่ได้ฟังทุกฝ่ายก็ทำงานเต็มที่แต่ข้อผิดพลาดมีบ้างเพราะคนหมู่ใหญ่ แต่ต้องดูความตั้งใจในการช่วยงานด้วยซึ่งนายกฯก็ไม่ได้ตำหนิ อาจมีบางส่วนที่ทำให้ไม่ได้ตามที่ต้องการแต่ต้องช่วยเหลือบรรเทาแต่ละส่วนไปก่อน ในฐานะที่เป็นคู่สมรสมีส่วนจะช่วยดูแล้วก็เดือดร้อนจริงๆ ทุกวันอยากขอให้กำลังใจกับคนที่เข้าไปช่วยงาน อะไรยอมอภัยให้กันได้ก็ต้องอภัยให้กันทุกคนก็กังวลเครียดเหมือนกันหมด

"เอ๋อ"สำรอกดูแลแค่กทม.-ไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบคนทั้งชาติ

Posted by KwamRak on 22.2011 News 0 trackback
 

ขอบคุณที่ท่าน พยายามทำงานด้วยดีตลอดมา 

เวลาที่เหลือ ... เชิญท่านรับผิดชอบชีวิตตัวเองได้แล้ว


 เวลา 20.00 น. วันที่ 21 ต.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า ที่ศาลาว่าการกทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงกรณีรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 2550 ว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวทำให้ตนมีอำนาจมากกว่าเดิมสามารถสั่งการอะไรในพื้นที่ กทม.ก็ได้ แต่อยู่ภายใต้การควบคุมจากนายกรัฐมนตรี หากนายกรัฐมนตรีไม่เห็นชอบเรื่องใด กทม.ก็ไม่สามารถคัดค้านได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กทม.พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล และการทำงานหลังจากนี้ก็คงเป็นแนวทางเดียวกัน เพราะเข้าใจดีและเคยเป็น ส.ส.มาก่อน รวมถึงเคยผ่านกฎหมายมาหลายฉบับ ฉะนั้นย่อมเคารพต่อกฎหมาย

 “ส่วนสาเหตุที่รัฐบาลประกาศ พ.ร.บ.ป้องกันฯ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ต้องไปถามรัฐบาล แต่ยืนยันว่า กทม.เปิดประตูระบายน้ำมาโดยตลอด แต่อาจเปิดได้ไม่เต็มที่ เพราะผมมีหน้าที่รับผิดชอบต่อชาวกทม. ไม่ใช่รับผิดชอบต่อคนทั้งชาติ หากถามความรู้สึกผม ถ้าจะให้ทำอะไรก็พร้อมทำทุกอย่าง ผมถวายชีวิตให้คนกทม.แล้ว แค่กฎหมายนี้ทำไมผมจะยอมรับไม่ได้” ผู้ว่าฯ กทม.กล่าว

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า ยังเป็นห่วง 4 จุดเสี่ยงรอบพื้นที่ กทม. ได้แก่ 1.คลองรังสิตตัดถนนพหลโยธิน เพราะขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานรัฐเข้าไปดูแล เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อท่วมถนนหน้าห้างเซียร์รังสิตแล้ว ซึ่งนายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ประสานมายัง กทม.ว่าจะส่งบุคลากร 1,000 นาย เข้าไปดูแลจุดนี้ แต่หากไม่สามารถป้องกันได้ น้ำจะทะลักเข้าคลองเปรมประชากร

 2.คลองสองและคลองหกวา ซึ่งเป็นภารกิจใหญ่ของ กทม.ในการสร้างแนวป้องกันน้ำท่วม คาดว่าจะแล้วเสร็จอย่างช้าสุดวันพรุ่งนี้ 3.พื้นที่ฝั่งตะวันตกของ กทม.และคลองมหาสวัสดิ์ ซึ่งพบว่ามีระดับน้ำสูงถึง 2 เมตร หากปริมาณน้ำสูงถึง 2.5 เมตร จะมีปัญหาได้ เพราะเกรงว่าปริมาณน้ำจะโอบล้อมเข้าท่วมพื้นที่

 4.คลองประปา ขณะนี้น้ำในคลองได้คลี่คลายลงระดับหนึ่ง เพราะมีการผันน้ำเข้าคลองบางเขนใหม่ และคลองบางซื่อ ซึ่งการประปานครหลวง (กปน.) ยืนยันว่าภายในวันพรุ่งนี้จะเข้าไปแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จ

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า รู้สึกเสียใจกับปัญหาที่เกิดขึ้นนอกพื้นที่กทม. แต่ปัญหานั้นกลับส่งผลกระทบถึงคนกทม. ซึ่งขณะนี้มีคนในพื้นที่ดอนเมืองต้องอพยพไปแล้วถึง 1,492 คนในศูนย์อพยพ 6 แห่ง 


เปิดโฉมแก๊งสลิ่มมือไม่พายเอาปากราน้ำ ปล่อยข่าวทำลายนายกฯไม่ใส่แก้น้ำท่วมหนีัเที่ยวดูคอนเสิร์ต

Posted by KwamRak on 22.2011 News 0 trackback
 
ต้นตอปล่อยข่าวนายกฯไม่สนใจแก้น้ำท่วมหนีไปดูคอนเสิร์ต-
เว็บไซต์FreeThaiได้แสดงหลักฐานตัวการที่เป็นต้นตอการปล่อยข่าวว่านายกฯยิื่งลักษณ์ไม่ใส่แก้ไขปัญหาน้ำท่วม หนีไปดูคอนเสิร์ต เป็นผู้ใช้ชื่อล็อกอินทางทวิตเตอร์ว่า Tatum Natweerapoj

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
21 ตุลาคม 2554

ซึ่งจากการตรวจสอบของคนในโลกออนไลน์คือ Facebookของล็อกอินที่ชื่อว่า
 สาคู เสรีซน รักหน้ากากแอ๊คชั่น พบว่า Tatum Natweerapoj เป็นผู้ที่มีทัศนะทางการเมืองต่อต้านนปช. เสื้อแดง และพรรคเพื่อไทย โดยปรากฎภาพเคยไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มสลิ่มเพื่อต่อต้านนปช.



นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวปฏิเสธการโจมตีทางอินเตอร์เน็ตเรื่องไม่สนใจแก้ไขปัญหาน้ำท่วมกลับเอาเวลาไปหนีเที่ยวว่า ไม่เคยไปดูงานคอนเสิร์ตที่ว่านั้น เวลานี้ไปแค่บ้านกับที่ศปภ.ดอนเมืองเท่านั้น ไม่มีเวลาไปไหน ไม่อยากให้นำเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติในเวลานี้

ช่วงนี้มีการแพร่ข่าวทางโลกออนไลน์หลายข่าวโจมตีว่านายกฯยิ่งลักษณ์ไม่ได้ทุ่มเทแก้ไขปัญหา นอกจากกุข่าวหนีไปดูคอนเสิร์ตแล้วก็มีการนำภาพว่านายกฯยิ่งลํกษณ์ขึ้นฮ.เล่นBBหน้าระรื่น ซึ่งต่อมาพบว่าเป็นรูปเก่าสมัยไปหาเสียงเมื่อเดือนมิถุนายน และภาพนายกฯยิ่งลักษณ์เดินบนสะพานไม้ ขณะที่ชาวบ้านจมน้ำ ซึ่งพบว่าความจริงนายกฯไปเจรจาชาวบ้าน2ฝ่ายที่ขัดแย้งกันเรื่องคันกั้นน้ำ รวมไปถึงการนำพระฉายาลักษณ์ของในหลวง กับสมเด็จพระเทพฯออกเผยแพร่พร้อมพระราชดำรัสที่ชี้ไปในทางว่ารัฐบาลบริหารผิดพลาด ต้องให้ในหลวงและพระราชวงศ์ลำบากพระวรกายแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้ราษฎร ซึ่งสำนักพระราชวังต้องออกมาปฏิเสธว่าเป็นพระราชดำรัสปลอม รวมทั้งเป็นภาพข่าวเก่า

พท.ล่าไอ้โม่ง ถล่ม"ปู"ในเน็ต

ข่าวสด รายงานว่า "พร้อมพงศ์" จวกขบวนการปล่อยข่าวโจมตีนายกฯ เชื่อเป็นฝีมือฝ่ายตรงข้ามที่เสียอำนาจ กุข่าวใส่ร้ายหวังจะล้มรัฐบาล เพื่อไทยมอบรมต.ไอซีที-รมต.คุมสื่อ กระชากหน้ากาก ไอ้โม่ง

"เด็จพี่"ชี้แผนล้มรัฐบาล 

วันที่ 20 ต.ค. นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงขบวนการปล่อยข่าวด้านลบโจมตี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในสังคมออนไลน์ ว่า คาดว่าเป็นการดำเนินการของฝ่ายตรงข้าม รวมทั้งฝ่ายที่เสียอำนาจเสียประโยชน์ในทางการเมือง อาศัยสถานการณ์น้ำท่วมขณะนี้ปล่อยข่าวทำลายความน่าเชื่อถือของนายกฯ และรัฐบาล ข้อเท็จจริงนายกฯ ก็ปฏิเสธแล้วว่าไม่ได้ไปดูคอนเสิร์ตยานนี 

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า กระบวนการปล่อยข่าวลือดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งในแผนของฝ่ายตรงข้ามที่จ้องล้มรัฐบาล เล่นเกมการเมืองในทุกรูปแบบ ทำกันเป็นขบวนการ เริ่มจากกุเรื่อง สร้างข่าวมั่วใส่ร้ายป้ายสีนายกฯ ด้วยข้อความหรือเรื่องราวอันเป็นเท็จเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือ ขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำที่จะสร้างความแตกแยก 

ลั่นกระชากหน้ากากไอ้โม่ง 

นายพร้อมพงศ์กล่าวว่า การประชุมส.ส. พรรคเมื่อวันที่ 19 ต.ค. พูดคุยในประเด็นดังกล่าว มองว่าข่าวลือที่เกิดขึ้นเป็นขบวน การจ้องทำลายความน่าเชื่อถือและหวังโจมตีรัฐบาล พรรคมีมติมอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้า ไปตรวจสอบ ทั้งน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ตรวจสอบต้นตอของ การปล่อยข่าวลือว่ามาจากเว็บไซต์ใด รวมถึงรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสื่อ วิทยุชุมชน รวมทั้งสถานีข่าวบางช่องตามสถานีดาว เทียมที่พยายามขยายความเรื่องดังกล่าวหวังให้ประชาชนเกลียดชังรัฐบาล ลดความน่าเชื่อถือ ของนายกฯ ต้องดำเนินการเอาผิดเพื่อให้เป็น เยี่ยงอย่าง 

โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า กลุ่มคนเหล่านี้ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย หวังเพียงเพื่อเอาชนะทางการเมืองเท่านั้น ยืนยันว่า นายกฯ ทำงานหนักตลอดทั้งสัปดาห์ไม่มีวันหยุด ทั้งการดูแลและออกตรวจสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ ประชุมที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทก ภัย (ศปภ.) และที่ทำเนียบ จะเอาเวลาที่ไหนไปชมคอนเสิร์ต รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องกระชากหน้ากากของไอ้โม่งเหล่านี้ออกมาให้ได้ 

ยันนายกฯอยู่ศปภ.ตลอด

น.ส.วิลาวัลย์ ธรรมชาติ เลขานุการรมว. ไอซีที กล่าวถึงกระแสข่าวปล่อยนายกฯ ไม่เอาใจใส่ปัญหาน้ำท่วม แต่กลับไปดูคอนเสิร์ตยานนี ว่า ไม่เป็นความจริง เพราะนายกฯอยู่ที่ศปภ.ในสนามบินดอนเมืองเกือบตลอด จนไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่น และหากมีเวลานายกฯ ก็ไม่ไปดู เพราะไม่มีความสุขกับสถานการณ์น้ำท่วมที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ส่วนกระทรวงไอซีทีไม่ได้นิ่งนอนใจ ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชน ที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมเป็นอันดับแรก ซึ่งในแต่ละวันมีผู้โทรศัพท์ขอความช่วยเหลือผ่านทางสายด่วน 1111 กด 5 นับหมื่นราย

******
ข่าวเกี่ยวเนื่อง


-ตรวจสอบรูปข่าวลือง่ายๆ ด้วยGoogle Image Search

-จาก“FWD Mail”สู่“กดแชร์”และ“รีทวีต” เทคโนโลยีเปลี่ยนไป แต่การใช้งานไม่เคยเปลี่ยนแปลง

สำนักพระราชวังปฏิเสธในหลวงรับสั่งให้น้ำผ่้านวัง สมศักดิ์เจียมฯชี้กระฎุมพีซาบซึ้งปรากฏการณ์ใหม่

-ชั่วซ้ำซาก! "ปั้นคำสนทนาในหลวง-นายกฯ"

นายกรัฐมนตรี ไม่ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน เตรียมหาศูนย์อพยพและจุดจอดรถเพิ่มเติม พร้อมขอความร่วมมือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่าแบ่งพรรค

Posted by KwamRak on 21.2011 News 0 trackback
 นายกฯ มอง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ไม่ช่วยแก้น้ำท่วม

นายกรัฐมนตรี ไม่ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน เตรียมหาศูนย์อพยพและจุดจอดรถเพิ่มเติม พร้อมขอความร่วมมือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่าแบ่งพรรค

 
 
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อเสนอให้รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ กทม.นั้นว่า ต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบก่อน แต่ความจริงแล้วคิดว่าทุกหน่วยงานมีใจที่จะช่วยเหลือประเทศไทย ไม่อยากให้มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
 
 
"อยากขอให้คนไทยทุกคนร่วมใจกันทำงานเพื่อกู้วิกฤต เพราะถ้ายิ่งประกาศก็จะยิ่งทำให้ความมั่นใจของนักลงทุน ซึ่งทาง ศปภ.ก็ได้ความร่วมมือจากทุกเหล่าทัพเป็นอย่างดี ก็ไม่แน่ใจว่าจะดีขึ้นหรือไม่ถ้าใจของคนเราไม่ได้รวมกัน" น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ กล่าว
 
 
พร้อมระบุว่า คนไทยทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจช่วยกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นด้วยความเป็นเอกภาพ โดยอย่าหยิบโยงเอาเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง และขอให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่อย่างเต็มที่
 
 
"วันนี้คนไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นในต่างจังหวัดหรือ กทม.ต้องมีภาระในการรับผิดชอบช่วยกัน จึงขอให้ทาง กทม.ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ขอความกรุณาอย่ามองว่าส่วนไหนเป็นหน้าที่ของ ศปภ.หรือของรัฐบาล ซึ่งถ้าทาง กทม.จะช่วยเหลือได้ก็ยินดี และทาง ศปภ.ก็พร้อมที่จะสนับสนุน แต่ถ้าคิดว่าทาง กทม.ดูแลไม่ไหว ทาง ศปภ.จะเข้าไปดูแล และยินดีให้ความช่วยเหลือทาง กทม.อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันต้องขอแรงรวมพลังช่วยด้วยกันทุกส่วน เพราะครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่หนักมาก และต้องการความเป็นเอกภาพ ถ้าต่างคนต่างมองในมุมของตัวเอง วันนี้ประเทศเดินไม่ได้" น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าว
 
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า วันนี้จะเรียกประชุมทุกหน่วยงานมาร่วมประเมินสถานการณ์และทบทวนการทำงานอีกครั้งว่าส่วนไหนบ้างที่เป็นอุปสรรค ซึ่งต้องตัดสินใจในการทำงานให้เป็นเอกภาพมากขึ้น รวมถึงต้องวางแผนในการดูแลประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ
 
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จะหารือกับทางผู้ว่าฯ กทม.ให้เกิดความชัดเจน โดยหวังว่าจะไม่เล่นการเมืองกันในช่วงนี้ หวังว่าจะช่วยกันทำงานเพื่อช่วยเหลือประชาชน และอย่ามองว่าคนละพรรคจะทำงานร่วมกันไม่ได้ ตนเองยินดีเข้าไปทำงานกับทุกหน่วยงาน และยินดีรับฟังทุกหน่วยงานเพื่อประชาชนทุกคน ไม่อยากจะพูดอะไรออกไปแล้วเป็นการทำให้เข้าใจผิดกัน ต้องมองในเจตนาดีว่าทาง กทม.ก็ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ และขอให้ร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนผ่านวิกฤตไปได้
 
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์น้ำล่าสุดทะลักเข้าพื้นที่เขตดอนเมือง ซึ่งจะเรียกประชุมทุกหน่วยงานเพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง รวมถึงจะดูในเรื่องของเส้นทางคมนาคม ซึ่งอาจจะจัดสรรที่ให้ประชาชนจอดรถ และขอบางพื้นที่สำหรับการจราจร รวมถึงการดูแลสถานที่สำคัญ อาทิ พระราชวัง หรือสุวรรณภูมิ จะต้องมีผู้รับผิดชอบดูแลรักษาด้วย ขณะเดียวกันก็จะมีอีกทีมที่ดูแลความปลอดภัยในเรื่องของการอพยพประชาชนให้มากขึ้น และเรื่องการหาศูนย์อพยพเพิ่มเติม และลานจอดรถ 
 
 
ส่วนการประเมินสถานการณ์น้ำท่วมใน กทม.นั้นต้องขอดูการระบายน้ำก่อน ซึ่งน้ำในส่วนของคลองเปรมประชากรมามาก พื้นที่เป็นแอ่ง ซึ่งต้องการให้น้ำออกทางขวา และเปิดเส้นทางคลองรังสิตประยุรศักดิ์ ซึ่งต้องมีการระบาย แต่เนื่องจากน้ำขึ้นสูงจึงไม่แน่ใจว่าเครื่องระบายน้ำจะทำงานได้เต็มที่หรือไม่ กำลังให้ทางกรมชลประทานประเมินสถานการณ์ อยากให้ประชาชนใน กทม.ทุกส่วนทั้งหมดขนย้ายของขึ้นที่สูงเพื่อเป็นการเตรียมตัว ทั้งนี้อย่าตระหนก ทาง ศปภ.จะพยายามประเมินสถานการณ์ให้เร็วและเตือนประชาชน
 
 
Source : news center/infoquest/Y.Shinawatra(Image)

by VoiceNews

21 ตุลาคม 2554 เวลา 10:25 น.

คลิปไทยด่าฝรั่งแย่งที่จอดรถว่อนยูทูป

Posted by KwamRak on 21.2011 News 0 trackback
 

คลิปไทยด่าฝรั่งแย่งที่จอดรถว่อนยูทูป - Voice TV

คลิปว่อนยูทูป ไทยด่าฝรั่งแย่งที่จอดรถ ใช้ชื่อ mrgamezaa โพสต์คลิป "คนไทยหรือเปล่า"

โดยคลิปนี้โพสโดย mrgamezaa พร้อมกับตั้งชื่อคลิปว่า "คนไทยหรือเปล่า" ขึ้นบนยูทูป เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ที่ผ่านมาว่า หลังจากที่ mrgamezaa ได้เผยแพร่คลิปบนยูทูป ปรากฎว่า มีชาวพิษณุโลกเข้ามาชมจำนวนมาก ต่างแสดงความเห็นต่าง ๆ นานา ต่อเหตุการณ์ครั้งนี้

โดยคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ในวันที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาพิษณุโลก เปิดอย่างเป็นทางการวันแรก จึงทำให้มีประชาชนเดินทางมาห้างดังกล่าวเป็นจำนวน ส่งผลให้การจราจรติดขัด และทำให้ที่จอดรถไม่เพียงพอกับจำนวนคนที่เดินมาห้างดังกล่าว จึงทำให้เกิดเหตุการณ์ในคลิป เป็นชายเสื้อเหลืองกับหญิงสาวยืนจองที่ไว้เพื่อรอรถของตนมาจอด แต่มีรถคันหนึ่งซึ่งเป็นชาวต่างชาติจะขับเข้าจอด แต่ชายเสื้อเหลืองไม่ยอมจึงมีปากเสียงกับชาวต่างชาติ และได้ด่าทอชาวต่างชาติอย่างรุนแรง

ซึ่้งกรณีดังกล่าวทำให้มีการเปิดแฟนเพจ ใช้ชื่อว่า "มั่นใจคนพิษณุโลกล้านคน ไม่เอาไอ้อ้วนปากเสีย" ซึ่งก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

Source : siamrath / voicetv(image)

by Duangporn_Aor

21 ตุลาคม 2554 เวลา 16:59 น.

“เพื่อไทย” ปูด แผนบันได 9 ขั้น เตรียมล้มรัฐบาล“ยิ่งลักษณ์”ก่อนปี 55

Posted by KwamRak on 20.2011 News 0 trackback
 

“เพื่อไทย” ปูด แผนบันได 9 ขั้น เตรียมล้มรัฐบาล“ยิ่งลักษณ์”ก่อนปี 55
อ้างเหตุกลัวบ้านเลขที่ 111 คืนชีพ ใครคิดทำลายรบ.ถือว่าเป็นคน
ชั่วร้าย

ใครคิดล้มล้างรัฐบาล ถือเป็นพวกเผด็จการ พวกทรราช และคนชั่ว เราคนไทยรัก
ประชาชน รักประเทศชาติ เป็นผู้มีสิทธิมีเสียง และมีเสรีภาพ เป็นเจ้าของประเทศ
อย่างเท่าเทียม กันเราอย่าให้คนกลุ่มน้อยพว
กนี้ มาสร้างความร้าวฉาน และอาศัย
แผ่นดินไทยของเราอีกต่อไป 
http://www.komchadluek.net/detail/20111002/110695/%E0%B8%9E%E0%B8%97.%E0%B8%9B%E0%B8%B9%E0%B8%94%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B8%999%E0%B8%82%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B9.html

แผนบันได 9 ขั้น มีดังนี้

1. ให้สื่อฝ่ายตรงข้ามโจมตีพรร
คเพื่อไทย ทุกประเด็น ทั้งในเรื่องนโยบาย
และตัวบุคคล

2. สั่งให้ลูกน้องตัวเองเกียร์
ว่าง ไม่ให้ความร่วมมือกับผู้บริหารชุดปัจจุบัน(เราสังเกตุ
มานานแล้วว่า รตม. สื่อ แกเกียร์นานแล้ว)

3. ยุยงข้าราชการที่ถูกย้ายให้
ออกมาร้องทุกข์กล่าวโทษว่าถูกโยกย้ายไม่เป็นธรรม
เพื่อสร้างความเสื่อมเสียให
้รัฐบาล

4. ยุยงให้ชาวบ้าน กลุ่มคนมาร้องทุกข์กล่าวโทษ
ผู้บริหารในรัฐบาลเพื่อไทย
5. ให้กลุ่มที่อาศัยคราบเอ็นจี
โอบางกลุ่ม ออกมาทำลายความน่าเชื่อถือรัฐบาลโดย
การล่ารายชื่อ หรือกลุ่มโจมตีรัฐบาลทุกประ
เด็น

6. ใช้เครือข่ายสื่อที่ตัวเองท
ี่มีรวมทั้งทางโซเชียลเน็ตเวิร์กให้โยงเป็นคอนเซปต์เดียว
ว่า ยิ่งลักษณ์ช่วยทักษิณ เพื่อให้ประชาชนเกิดความรู้
สึกว่าเป็นรัฐบาลที่จะช่วยเหลือ
คนๆเดียว

7. โจมตีสมาชิกพรรคเพื่อไทย คนในรัฐบาล ในเรื่องเกี่ยวกับสถาบัน โดยเน้นความ
ไม่จงรักภักดี

8. ดำเนินการทำร้ายแกนนำคนเสื้
อแดง สมาชิกพรรคเพื่อไทย รวมถึงบุคคลสำคัญๆ
ในรัฐบาล

9. เมื่อข้อ 1-8 ประสบผลสำเร็จ ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลบริหาร
งานแล้วส่งผลเสีย ก็
ให้เร่งประเด็นยุบพรรคเพื่อ
ไทย

โมเดลทำลายล้างแบบเดิมๆ ทุกยุคทุกสมัยใช่ได้ดี ..
เที่ยวนี้ มามาดูกัน มุกนี้ .. จะเวิร์คหรือแป๊ก !!