21 7 54 ข่าวเที่ยง DNN ผบ ทบ ประสานพม่าช่วยค้นหา ฮ ตก

Posted by KwamRak on 21.2011 [ TV ] - News 0 trackback

[Listen]KTW 21-07-2011

Posted by KwamRak on 21.2011 [ Listen ]

หากต้องการดาวโหลดเก็บไว้กดที่นี่ Download

SpringnewsTV : สายตรวจธันเดอร์ 21-07-54

Posted by KwamRak on 21.2011 [ TV ] - News

2011 07 21 Voice Focus Voice TV เจอโบอิ้ง 737 คู่แฝดที่มิวนิค

Posted by KwamRak on 21.2011 [ TV ] - News

เทียบครม.ยิ่งลักษณ์กับอภิสิทธิ์

Posted by KwamRak on 21.2011 [ TV ] - News

เมื่อเทียบครม.ยิ่งลักษณ์กับอภิสิทธิ์คุณภาพคนละเกรด...เทียบไม่ติด
พรทิวานาคาศัยvs มิ่งขวัญเเสงสุวรรณ
สุเทพเทือกสุบรรณvs ประชาพรหมนอก/ยงยุทธ์วิชัยดิษฐ์
พล.อ. ประวิทย์วงศ์สุวรรณvs พล.อ.อ. สุเมทโพธ์มนี
กรณ์จาติกวนิชvs ธีระชัยภูวนารถนรานุบาล
โสภนซารัมvs ? รูปเงา
กษิตภิรมย์vs ? รูปเงา
Produced by VoiceTV
21 กรกฎาคม 2554 เวลา 20:28 น.

มล ณัฐกรณ์ เทวกุล ‪เทียบครม ยิ่งลักษณ์กับอภิสิทธิ์ 21ก ค 54

Posted by KwamRak on 21.2011 [ TV ] - News

จับข่าวเล่าความ 21 7 54

Posted by KwamRak on 21.2011 [ TV ] - News

21 7 54 คอลัมน์ การ์ตูนล้อการเมือง

Posted by KwamRak on 21.2011 [ TV ] - การเมืองวัยรุ่น

เทวาสายัณห์: มรณกรรมของประชาธิปไตยแบบไทย

Posted by KwamRak on 21.2011 บทความน่าอ่าน
เทวาสายัณห์: มรณกรรมของประชาธิปไตยแบบไทย

ขน 5 ศพออกมาได้แล้ว ยังมีลุ้น! 9 ชีวิตแบล็กฮอว์กรอด พม่าชี้ไม่ได้ยินเสียงระเบิดกองทัพเร่งเดินเท้าค้นหา

Posted by KwamRak on 21.2011 News



ขนศพ 5 ทหารสำเร็จแล้วหลังท้องฟ้าเปิด โดยใช้เวลาแค่ 3 นาที กองทัพเตรียมปูนบำเหน็จเต็มที่ ส่วน ฮ.แบล็กฮอว์กตกลุ้น 9 ชีวิตรอด พบเครื่องตกฝั่งพม่าเป็นป่าอาถรรพณ์ พรานป่ากะเหรี่ยงยังผวาไม่ค่อยกล้าเข้าไป ด้านพี่สาวนักบินเชื่อปาฏิหาริย์มีจริงน้องยังมีชีวิตรอด ขณะที่ทหารพม่าเผย ได้ยินแค่เสียงของตกเท่านั้น ไม่มีเสียงระเบิด “ไก่อู” ยังมีหวังคิดว่าคนในเครื่องแค่เจ็บ
   
ยังไม่รู้ชะตากรรม 9 นายทหารที่ประสบอุบัติเหตุ หลังเฮลิคอปเตอร์แบล็กฮอว์ก ชนภูเขาในบริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ขณะจะเข้าไปนำศพ 5 ทหารจากหน่วยฉก.ทัพพระยาเสือ กองพล ร.9 ที่นั่ง ฮ.รุ่นยูเอช-1 เอช (ฮิวอี้) ที่เสียชีวิตออกมาจากป่า โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ศูนย์วิทยุสื่อสาร ที่ตั้งฐานการค้นหาศพ 5 ทหารที่หมู่บ้านพะเนินทุ่ง ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ห่างจากจุดที่ ฮ.ลำแรกตกราว 2 กม. คาดว่า ฮ.แบล็กฮอว์กคงจะประสบอุบัติเหตุพุ่งชนภูเขาซ้ำอีกลำ โดยภายหลังเกิดเหตุ ฮ.แบล็กฮอว์กตก พล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาคที่ 1 ได้สั่งให้ชุดค้นหาทางภาคพื้นดินเดินเท้าเข้าไปแล้ว 4 ชุด ตามที่เสนอข่าวให้ทราบนั้น

วางแผนนำ 5 ศพทหารกลับ
   
ต่อมาวันที่ 20 ก.ค. ที่หมู่บ้านพะเนินทุ่ง ฐานปฏิบัติการซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่ ฮ.ฮิวอี้ตกราว 15 กม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการค้นหา 9 นายทหารที่สูญหายและการลำเลียงศพ 5 ทหารออกมาจากป่า ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ โดยมี พล.ท.อุดมเดช แม่ทัพภาคที่ 1 เป็นหัวหน้าคอยสั่งการ พร้อมกับเรียกประชุมร่วมกับ นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายจำนง บุญศิลป์ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (เพชรบุรี) และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมาร่วมหารือกันอย่างเคร่งเครียด ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนทุกแขนง ที่มาเฝ้ารายงานสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ท้องฟ้าเปิดบินขนศพสำเร็จ
   

ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เพื่อนำเฮลิคอปเตอร์ 3 ลำของกระทรวงทรัพยากรฯซึ่งเป็น ฮ.ลำเล็กสามารถบินทะลวงผ่านเมฆหมอกไปได้อย่างรวดเร็ว บินขึ้นจากค่ายฝึกหน่วยรบพิเศษแก่งกระจาน ไปสำรวจที่เนิน 900 จุดที่เตรียมไว้รับศพทหารทั้ง 5 นาย ปรากฏว่าท้องฟ้าปิด นักบินจำต้องเปลี่ยนใจ เลี้ยวเครื่องเตรียมกลับมาที่เขาพะเนินทุ่ง ทว่าระหว่างทางท้องฟ้าเป็นใจเมฆหมอกจางหาย ทำให้นักบินมองเห็นสภาพพื้นดิน จึงรีบเลี้ยวเครื่องกลับไปที่เนิน 900 ที่ทหารทางภาคพื้นดินได้ลำเลียงศพทหารทั้ง 5 นายจากเนิน 1100 มารอไว้อยู่ก่อนแล้ว

ใช้เวลา 3 นาทีภารกิจลุล่วง
   
ทันทีที่ ฮ.ทั้ง 3 ลำล้อแตะพื้น ทหารที่รอเตรียมพร้อมอยู่ด้านล่าง ได้รีบช่วยกันลำเลียงศพทหารทั้ง 5 นายที่ใส่ถุงพลาสติกอย่างดี และมีผ้าสีขาวคลุมปิดทับอีกชั้น แยกย้ายกันขึ้นไปบน ฮ.ทั้ง 3 ลำ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 3 นาที จากนั้น ฮ.ทั้ง 3 ลำรีบบินกลับมาที่ค่ายฝึกหน่วยรบพิเศษแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน มาชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดทันที จากนั้นเตรียมให้ญาตินำศพทหารกล้าทั้ง 5 นาย ไปที่วัดทุ่งลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี เพื่อสวดอภิธรรมศพเป็นคืนแรก ก่อนจะให้ญาตินำศพกลับไปบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิดของแต่ละคนต่อไป

บุกป่าค้นหา ฮ.แบล็กฮอว์ก
   

สำหรับการค้นหา ฮ.แบล็กฮอว์ก ที่ตกห่างจากจุด ฮ.ฮิวอี้ที่ตกลำแรกประมาณ 2 กม.นั้นเมื่อเวลา 06.00 น. วันเดียวกัน ทางกองพลทหารราบที่ 9 (กองกำลังสุรสีห์) ได้จัดชุดทหารลาดตระเวนเดินเท้า 30 นาย หลังสะพายเป้ใส่อาหารสำหรับเดินป่าได้ 5 วัน เดินไปที่เนิน 900 จากนั้นให้ใช้มีดฟันต้นไม้เพื่อเป็นทางเดินไปที่จุด ฮ.แบล็กฮอว์กตก เพราะหากว่าถ้าเจอศพหรือคนเจ็บแล้วท้องฟ้าปิด ไม่สามารถขนย้ายทาง ฮ.ได้จะได้แบกหามมาทางเท้ามาไว้ที่จุดเนิน 900 ต่อมาเวลา 10.00 น. ทางกองพลทหารราบที่ 9 ได้ปล่อยชุดลาดตระเวนอีกชุดจำนวน 30 นาย เดินเท้าตามไปสมทบกับชุดแรก เพื่อปฏิบัติภารกิจร่วมกัน
   
ด้าน พ.อ.ดนัย บุญตัน รอง ผบ.ฉก.ทัพพระยาเสือ (กองกำลังสุรสีห์) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งทำการช่วยเหลือและค้นหา ฮ.แบล็กฮอว์กและทหารทั้ง 9 นาย ล่าสุดได้รับรายงานจากชุดลาดตระเวนชุดแรกที่ส่งไปตั้งแต่วันเกิดเหตุว่า ได้ประสานกับทหารพม่าแล้ว พบว่าจุดที่ ฮ.แบล็กฮอว์กตกนั้นอยู่ในเขตประเทศพม่า โดยอยู่ห่างจากพรมแดนไทยราว 2 กม. แต่การเข้าไปช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะพื้นที่เป็นป่าเขาและรกทึบ โดยแผนที่วางไว้คือจะจัดชุดเดินทางเข้าไป อีกชุดจะลำเลียงด้วยเฮลิคอปเตอร์ เป็นชุดจากกรมป้องกันภัยและชุดปฐมพยาบาล พร้อมกับประสานพรานป่าชาวกะเหรี่ยงในพื้นที่ 13 คน ให้นำทางไปยังจุดที่ ฮ.แบล็กฮอว์กตก โดยต้องเดินเท้าจากจุดเนิน 900 ไปประมาณ 2 วัน

แฉตกในพม่าป่าอาถรรพณ์
   
ขณะที่นายบุญธรรม (ลุงทู้) ชูชาติ พรานป่าชาวกะเหรี่ยงที่ชำนาญในเส้นทางดังกล่าวระบุว่า จุดที่ ฮ.แบล็กฮอว์กตกเป็นป่าเขารกทึบ และมีลักษณะเป็นภูเขาสูงชันเรียกได้ว่าเป็นเส้นทางสายมรณะ โดยชาวกะเหรี่ยงเรียกว่า “แม่น้ำห้วยใหญ่” หรือที้กรูพะคู เป็นต้นน้ำเพชรบุรี การเดินเท้าเข้าไปอันตรายมาก เพราะที่ผ่านมามีทหารพม่าวางกับระเบิดไว้เพื่อป้องกันชนกลุ่มน้อย การเดินเท้าต้องหลีกเลี่ยงและใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ ทำให้เสียเวลาการเดินทางเป็นอย่างมาก เนื่องจากต้องเดินอ้อมเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว อีกทั้งชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่า ป่าแห่งนี้เป็นป่าอาถรรพณ์ พรานป่าทุกคนที่จะเข้าไป ต้องทำพิธีบวงสรวง ขอขมาต่อเจ้าป่าเจ้าเขาทุกครั้ง

กห.ยันไม่ได้โดนสอย
   
ส่วน พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหมให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับการรายงานแล้วว่า ฮ.แบล็กฮอว์ก ตกในฝั่งประเทศพม่า และยืนยันว่าไม่ได้โดนยิงร่วงจากฝีมือชนกลุ่มน้อยอย่างแน่นอน ด้าน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบกเปิดเผยว่า ฮ.แบล็กฮอว์กที่เรามีอยู่ เครื่องยังอยู่ในสภาพดี รวมถึงนักบินก็เชี่ยวชาญเช่นกัน เบื้องต้นเชื่อว่าสาเหตุน่ามาจากอากาศแปรปรวน โดยสันนิษฐานว่าจุดที่ตก คงอยู่ทางทิศใต้ของจุดที่ ฮ.ฮิวอี้ตกบริเวณเทือกเขาตะนาวศรี เขตรอยต่อระหว่างไทยกับพม่า

“ไก่อู” ยังหวังแค่บาดเจ็บ
   
พ.อ.สรรเสริญระบุต่อว่า ขณะนี้เรายังมีความหวัง เพราะ ฮ.แบล็กฮอว์กมีเครื่องมือหรืออุปกรณ์พิเศษในการส่งสัญญาณดาวเทียม ถ้าเครื่องตกกระแทกพื้นแรง เครื่องจะส่งสัญญาณดาวเทียมขึ้นไปโดยอัตโนมัติ แต่ขณะนี้ยังจับสัญญาณดาวเทียมไม่ได้ ทำให้เป็นไปได้ 2 อย่างคือเครื่องระเบิดไปเลย กับเครื่องตกไม่รุนแรง เพราะฉะนั้นคนในเครื่องอาจแค่บาดเจ็บ แต่คงยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ทาง ผบ.ทบ.สั่งได้เร่งเข้าไปช่วยเหลืออย่างรวดเร็วที่สุด เพราะเป็นเรื่องของขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ
   
โฆษกกองทัพบกระบุอีกว่า สำหรับ ฮ.แบล็กฮอว์กตกครั้งนี้เป็นครั้งแรกของกองทัพบก เนื่องจากเป็นเฮลิคอปเตอร์รุ่นที่ดีที่สุดที่เรามีอยู่ขณะนี้ โดย ฮ.รุ่นนี้สามารถมองเห็นได้ในเวลากลางคืน แต่ยังไม่มีระบบเรดาร์ตรวจจับสิ่งกีดขวาง สำหรับการปูนบำเหน็จรางวัลแก่ผู้เสียชีวิตนั้น กองทัพบกมีนโยบายชัดเจน ที่จะดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างดีที่สุด ตามขั้นตอนของทางราชการ

พี่สาวนักบินเชื่อน้องไม่ตาย

   
ต่อมาเวลา 15.00 น. วันเดียวกัน นางจุรีรัตน์ นวลทอง พี่สาวของ พ.ท.ประพันธ์ เจียมสูงเนิน นักบินที่ 1 พร้อมภรรยาเดินทางมาที่ค่ายฝึกรบพิเศษแก่งกระจาน เพื่อเฝ้าดูการค้นหาทหารทั้ง 9 นาย จากนั้นได้ไปกราบไหว้ศาลเจ้าพ่อแก่งกระจาน เพื่อขอพรและให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองคณะทหารทั้ง 9 นายให้แคล้วคลาดปลอดภัย โดยนางจุรีรัตน์เปิดเผยว่า ตนเชื่อมั่นว่าน้องชายกับคณะทุกคนยังมีชีวิตอยู่ อีกทั้งก่อนหน้านี้ตนไปดูหมอที่นับถือคนหนึ่ง โดยหมอดูบอกว่าทั้ง 9 คนยังรอดชีวิต
   
เช่นเดียวกับแหล่งข่าวรายหนึ่งระบุว่า ก่อนที่ ฮ.แบล็กฮอว์กจะตกนั้น มีทหารพม่าคนหนึ่งได้ยินเสียงคล้ายของหนัก ตกจากท้องฟ้าลงมาใส่กิ่งไม้ แต่ไม่ได้ยินเสียงระเบิดแต่อย่างใด ซึ่งตรงกับความเชื่อของนางจุรีรัตน์พี่สาวของ พ.ท.ประพันธ์นักบินที่ 1 ที่เชื่อว่าน้องชายกับคณะทั้ง 9 คนยังมีชีวิตรอด เพียงแค่บาดเจ็บเท่านั้น

รับศพ5ทหารอย่างสมเกียรติ

   
จากนั้นเวลา 17.00 น. ศพของทหารทั้ง 5 นายเดินทางมาถึงสนามบินกองร้อยบิน กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายสุรสีห์ อ.เมืองกาญจนบุรี โดยมี พ.อ.เครือนาค เกิดขำ รอง ผบ.พล.ร.9 พร้อมคณะนายทหารนำทหารกองเกียรติยศ 1 กองร้อยพร้อมแตรนอน 2 ชุด และกองกำลังพลจากกองพลทหารราบที่ 9 กว่า 1,000 นาย มาร่วมรับศพอย่างสมเกียรติ ท่ามกลางความโศกเศร้าของญาติที่เดินทางมารอรับศพ.



ทำไมพวกเราถึงเลิกรักเจ้า?/Why we no longer love the Monarchy?

Posted by KwamRak on 21.2011 บทความน่าอ่าน

ทำไมพวกเราถึงเลิกรักเจ้า?/Why we no longer love the Monarchy?

โดยยุทธการลงทัณฑ์นักล่าแม่มด-Sanction Witch Doctors เมื่อ 20 มิถุนายน 2011 เวลา 12:04 น.

จดหมายเปิดผนึก เพื่ออธิบายจุดประสงค์ของหน้านี้แก่ เว็ปไซท์เฟสบุ้ก และประชาคมโลกผู้เชื่อและสนับสนุนประชาธิปไตย และสิทธิเสรีภาพทุกท่าน (หมายเหตุ: จดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ผู้ดูแลหน้านี้อนุญาติให้ทุกท่านที่คิดจะเปิดเว็ปไซท์วิจารณ์สถาบันกษัตริย์ หรือได้เปิดไปแล้ว ในการนำจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ ไปใช้ในหน้าของท่าน)

 

กราบเรียนชาวโลก และท่านผู้ที่ทำงานกับเฟสบุ้กทุกท่าน

 

พวกเราเชื่อว่าเคยมีผู้ใช้เฟสบุ้ก เคยร้องเรียนให้พวกท่านที่ทำงานกับเว็ปไซท์นี้แล้ว ว่าหน้านี้มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และเห็นควรว่าต้องปิด เนื่องจากเนื้อหาหน้านี้เป็นภาษาไทย พวกเรา ผู้ดูแลของหน้านี้ อยากจะอธิบายจุดประสงค์ของหน้านี้ให้ท่านฟัง และพวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อท่านอ่านจดหมายฉบับนี้จบแล้ว ท่านจะเข้าใจสถานการณ์ที่แท้จริงของประเทศไทย และท่านจะสามารถตัดสินใจได้อย่างเป็นธรรมว่าท่านควร หรือไม่ควรที่จะทำอะไรกับสมาชิก และ/กับ ผู้ดูแลของหน้านี้ และท่านจะสามารถตัดสินใจได้อย่างเป็นธรรมว่าหน้านี้ควรถูกปิด หรือไม่ หรือหน้าไหนกันแน่ในเฟสบุ้กที่ท่านควรจะปิด

 

หน้านี้ มีชื่อว่า "ชมรมคนเคยรักเจ้า แห่งประเทศไทย" ฉนั้น ท่านคงเข้าใจ ว่าพวกเราที่เป็นสมาชิกหน้านี้ เคยรักเจ้า ของประเทศไทยมาก แต่ปัจจุบันไม่ได้รักอีกแล้ว เพราะพวกเราไม่ชอบการกระทำของพวกเจ้า ทั้งต่อส่วนรวม และส่วนตัว การที่พวกเจ้าไทยนั้นปฏิเสธที่จะยอมรับว่าประเทศไทยเป็นประเทศประชาธิปไตย การแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งของพวกเจ้าในการสนับสนุนกลุ่มชาวไทยผู้คลั่งไคล้เจ้าให้ทำลายประชาธิปไตย และสนับสนุนทหารให้ฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ การที่พวกเจ้าได้ใช้อำนาจของประมุขของประเทศประชาธิปไตยในทางมิชอบ และพฤติกรรมส่วนตัวของพวกเจ้าที่น่ารังเกียจ (จากหลักฐานรูปภาพและวีดีโอคลิปที่น่าละอาย ที่ได้หลุดออกมาสู่สายตาประชาชน) ทำให้พวกเรา ไม่สามารถที่จะรัก หรือแม้แต่เคารพ เจ้าของเรา ได้อีกต่อไป

 

ประเทศไทย เป็นประเทศไม่กี่ประเทศในโลกปัจจุบันที่ยังมีการบังคับใช้กฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งเป็นกฏหมายที่โบราณ และไร้ความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งห้ามไม่ให้ผู้ใดวิจารณ์พวกเจ้าเด็ดขาด ใครก็ตามแต่ที่พูดถึงเจ้าในทางลบ หรือเพียงแค่กระทำการใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่นับถือเจ้า จะถูกศาลตัดสินให้จำคุกอย่างน้อย 3 ปี ถึง 15 ปีทันที กฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพฉบับปัจจุบันนั้น ผ่านการเห็นชอบในสภา และการลงพระปรมาภิไธยจากกษัตริย์ ในสมัยของรัฐบาลของนายธานินทร์ กรัยวิเชียร ซึ่งเป็นรัฐบาลที่ยึดอำนาจอธิปไตยมาจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย โดยการทำรัฐประหารในปี พ.ศ. 2519 ซึ่งการทำรัฐประหารครั้งนี้ได้รับการเห็นชอบ และเซ็นยอมรับ จากกษัตริย์ภูมิพล (1) ประมุขของประเทศไทย ฉนั้น กฏหมายมาตรานี้ จึงเป็นกฏหมายที่ออกโดยรัฐบาลเผด็จการ ที่ยึดอำนาจมาอย่างไร้ความชอบธรรม โดยการสนับสนุนของกษัตริย์ภูมิพลเอง จุดประสงค์ของกฏหมายมาตรานี้ คือการทำให้ประชาชนเกิดความกลัว และไม่กล้าวิจารณ์สถาบันกษัตริย์ในด้านลบ ไม่ว่าคำวิจารณ์ของพวกเขา จะมีเหตุผลหรือไม่มีเหตุผลก็ตาม (2)

 

ขอบเขตของการกระทำที่เข้าข่าย "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" นั้นกว้างมาก แม้แต่คนที่พูดความจริง ก็ยังต้องติดคุก ในปีพ.ศ. 2551 คุณดารุณี ชาญเชิงศิลปกุล (ดา ตอปิโด) ถูกศาลตัดสินจำคุก 18 ปี เพราะเธอพูดความจริงในที่สาธารณะว่ากษัตริย์ภูมิพลคือผู้ปล้นอำนาจอธิปไตยจากประชาชน และทำลายประชาธิปไตย โดยการเซ็นยอมรับรัฐประหาร (3) ศาลไทยตัดสินว่าเธอได้ 'หมิ่นประมาท' กษัตริย์ ซึ่งเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่ากฏหมายมาตรานี้ไร้ความชอบธรรม เนื่องจากความหมายในแง่กฏหมายของคำว่า 'หมิ่นประมาท' คือการทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียงจากการพูดสิ่งที่ไม่เป็นความจริง แต่การพูดความจริงของเธอ กลับถูกหาว่าเป็นการหมิ่นประมาท และเธอก็ต้องติดคุกถึง 18 ปีเพียงเพราะเธอพูดความจริง เมื่อปีที่แล้ว ผลการตรวจสุขภาพของเธอ ออกมาว่าเธอนั้นกำลังป่วยหนักเพราะขากรรไกรอักเสบ และจะต้องได้รับการรักษาโดยด่วน องค์การเพื่อสิทธิมนุษยชนได้เขียนจดหมายเปิดผนึกถึงเจ้าหญิงพัชรกิติยาภา ขอร้องให้คุณดาได้รับการรักษาโดยด่วน (4) และนี่ก็ไม่ใช่การเรียกร้องที่ไม่มีเหตุผล เพราะมันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่คนทุกคนควรมีสิทธิ์ที่จะได้รับ แต่จนถึงทุกวันนี้ คำขอร้องของพวกเขายังคงถูกเพิกเฉย คุณดายังคงทรมานอยู่ในคุกโดยปราศจากมาตรการใดๆ ที่จะมาบรรเทาอาการป่วยของเธอ

 

ไม่เพียงแค่การพูดความจริงเท่านั้นที่มีความผิด เพียงการทำเฉยๆ โดยไม่ได้แสดงอาการเกลียดชังใดๆ ก็ยังสามารถถูกตีความว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ในปีพ.ศ. 2551 คุณโชติศักดิ์ อ่อนสูง ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพียงเพราะเขาไม่ลุกขึ้นยืนแสดงความเคารพเมื่อมีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนังก่อนที่หนังจะฉาย (5) เพียงการกระทำแค่นั้น ทำให้เขาถูกไล่ออกจากงาน ถูกเอารูป ชื่่อ ที่อยู่ มาเปิดเผยต่อสาธารณชน ทำให้ชีวิตเขาต้องเสี่ยงกับอันตรายทั้งจากการถูกลอบทำร้าย และการถูกด่าว่า จากคนไทยผู้คลั่งไคล้เจ้า (6) ไม่นานมานี้ คุณณัฐกานต์ สกุลดาราชาติ (น้องก้านธูป) นักเรียนสาวที่พึ่งจบมัธยมปลาย และสอบเอ็นทรานซ์ติดมหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยความสามารถของเธอเอง ถูกทั้ง 2 มหาวิทยาลัยคัดชื่อออก เพราะน้องก้านธูปไปพูดวิจารณ์รัฐบาลเผด็จการในด้านลบบนเวทีประท้วง นปช. (7) มหาวิทยาลัยทั้ง 2 บอกว่าเธอเป็นพวกเสื้อแดง ฉนั้นเธอจึงเป็นคนที่ไม่จงรักภักดี และไม่ควรที่มหาวิทยาลัยทั้งสองจะให้เธอเข้ามาเรียน (8) ไม่เคยมีพวกเจ้าแม้แต่คนเดียว ออกมาห้ามปราม หรือหยุดการกระทำที่ป่าเถื่อนและละเมิดสิทธิมนุษยชน และไร้ความเป็นประชาธิปไตยอย่างน่ารังเกียจแบบนี้เลย

 

การมีกฏหมายที่รุนแรง และไร้ความชอบธรรม เช่นกฏหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ อาจไม่ใช่เรื่องที่พวกเรารับไม่ได้ หากว่าการกระทำของพวกเจ้านั้นดีงามไม่มีที่ติใดๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วการกระทำของพวกเขาไม่ได้เป็นเช่นนั้น กษัตริย์ภูมิพลเป็นประมุขประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก (9) แต่เขาไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษี เนื่องจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ อาณาจักรธุรกิจของเขา ถูกยกเว้นไม่ต้องจ่ายภาษีตามกฏหมายที่ออกมาในสมัยรัฐบาลเผด็จการทหาร จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ทำรัฐประหารยึดอำนาจปกครองโดยการสนับสนุนของกษัตริย์ภูมิพลเอง (10) และถึงแม้ว่าพวกเจ้าจะรวยล้นฟ้าและไม่ต้องจ่ายภาษี ประชาชนคนไทยก็ยังต้องเสียภาษีเพื่อนำมาถวายให้พวกเจ้าใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวถึงปีละ 3 พันกว่าล้านบาท (11) ซึ่งการฟุ่มเฟือยของพวกเจ้านั้น เป็นการกระทำที่ไม่น่าชื่นชมเลย ด้วยว่ายังมีประชาชนคนไทยอีกจำนวนมาก ที่มีความเป็นอยู่ที่ยากจน และประเทศไทยก็เป็นประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไร

 

แต่พวกเราคนไทยก็อาจจะรับได้กับการที่เราต้องเอางบประมาณพัฒนาประเทศที่มากมาย เอาไปให้พวกเจ้า หากพวกเจ้าทำหน้าที่ประมุขของประเทศประชาธิปไตยของพวกเขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ซึ่งหน้าที่ซึ่งสำคัญที่สุดของประมุขประเทศประชาธิปไตย ก็คือการปกป้องประชาธิปไตย และปกป้องรัฐธรรมนูญที่ออกจากสภาที่มาจากการเลือกตั้งตามหลักประชาธิปไตย แต่กษัตริย์ภูมิพลแทบจะไม่เคยทำหน้าที่นี้เลย ตลอดเวลาที่กษัตริย์ภูมิพลเป็นประมุขของประเทศ ได้เกิดการรัฐประหารโดยกองทัพ เพื่อปล้นอำนาจอธิปไตยจากประชาชนหลายครั้ง และมันก็เป็นเรื่องปกติที่กษัตริย์ภูมิพลจะลงชื่อยอมรับการรัฐประหาร ทำลายประชาธิปไตย และยอมให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศเผด็จการทหารแทบทุกครั้งไป (12) ซึ่งการกระทำแบบนี้ทำให้เกิดการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยหลายครั้งจากประชาชน และหลายครั้งการประท้วงจบลงด้วยการนองเลือด โดยกองทัพไทยออกมาเข่นฆ่าประชาชนบริสุทธิ์ผู้ปราศจากอาวุธอย่างโหดเหี้ยม เช่นการนองเลือดวันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2516 (13) และเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ พ.ศ. 2535 (14) นอกจากนั้น พวกเจ้ายังเคยสนับสนุนการเข่นฆ่าประชาชนอย่างโหดร้ายในอดีต เช่น เหตุการณ์สังหารหมู่ที่เหี้ยมโหดในวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2519 (15) เมื่อพวกเจ้าไม่ได้ออกมาหยุดการบิดเบือนจากสื่อ ที่กล่าวหาประชาชนผู้บริสุทธิ์ด้วยคำกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริงว่าพวกกลุ่มคนที่ประท้วงนั้น ต้องการจับเจ้าชายวชิราลงกรณ์มาแขวนคอ เพื่อมีจุดประสงค์เพื่อปลุกปั่นให้พวกคลั่งไคล้เจ้าใช้ความรุนแรงกับประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพราะประชาชนเหล่านั้นออกมาขัดขวางการกลับมาประเทศไทยของจอมพลถนอม กิตติขจร เผด็จการทหารผู้สั่งฆ่าประชาชนในเหตุการณ์ 14 ตุลา และพวกเจ้าอยู่ฝ่ายจอมพลถนอม (16) จนถึงทุกวันนี้ ไม่เคยมีนายพล หรือผู้ที่ฆ่าประชาชนที่ออกมาประท้วง แม้แต่คนเดียว ที่ถูกจับเข้าคุก คนพวกนี้ไม่เคยแม้แต่จะต้องขึ้นศาล จากความผิดทางอาญาของพวกเขาที่มีหลักฐานชัดแจ้ง ด้วยซ้ำไป

 

ซึ่งการกระทำที่ผิดๆ ของพวกเจ้าเหล่านี้ อาจจะเป็นสิ่งที่พวกเราสามารถที่จะพยายามลืม และยกโทษให้ได้ หากว่าพวกเขาเรียนรู้ว่าพวกเขาได้กระทำผิด และไม่ทำอะไรผิดๆ อีก แต่พวกเจ้าก็ไม่เคยยอมรับผิดและปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นอะไรทั้งนั้น และในความเป็นจริง พวกเจ้าก็มีส่วนผิดในวิกฤติการเมืองไทยขณะนี้อย่างมาก ตั้งแต่พ.ศ. 2549 พวกเจ้าได้ให้ความช่วยเหลือทางการเงิน และให้การสนับสนุนกลุ่มพันธมิตร (กลุ่มเสื้อเหลือง-กลุ่มคนที่คลั่งไคล้เจ้าจากการถูกล้างสมองด้วยการที่โทรทัศน์ของรัฐบาลทุกช่องเสนอข่าวโฆษณาชวนเชื่อด้านเดียวเกี่ยวกับความดีของเจ้าในโทรทัศน์ทุกวันติดต่อกันมาเกินครึ่งศตวรรษ) เพื่อทำลายประชาธิปไตยและรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หลักฐานที่ชัดเจนคือการที่ราชินีสิริกิติ์และเจ้าหญิงจุฬาภรณ์ไปงานศพ นางสาวอังคณา ระดับปัญญาวุฒิ (น้องโบ) ผู้ประท้วงกลุ่มพันธมิตร ที่เสียชีวิตจากระเบิดที่เธอพกติดตัวเพื่อจะนำไปปาใส่ฝ่ายรัฐบาล ได้ระเบิดขึ้น (17) ราชินีสิริกิติ์กล่าวว่า น้องโบ ผู้ประท้วงของกลุ่มพันธมิตร ซึ่งสร้างความเดือดร้อนปั่นป่วนให้ประเทศไทยอย่างมากมาย "เป็นคนดี เพราะเธอต่อสู้เพื่อปกป้องสถาบันกษัตริย์" (18)

 

กลุ่มพันธมิตรได้สร้างความเสียหายและแตกแยกอย่างรุนแรงในสังคมไทยในปี พ.ศ. 2549 และ พ.ศ. 2551 พวกกลุ่มคนผู้ถูกพวกเจ้าล้างสมองและเชื่อข่าวสารที่บิดเบือนความจริงโดยไม่เคยคิดจะพิสูจน์เหล่านี้ ถูกหลอกให้พยายามทำทุกวิถีทางที่จะโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งให้ได้ เนื่องจากตำรวจรู้ดีว่าพวกพันธมิตร มีพวกเจ้าให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ตำรวจจึงไม่สามารถทำอะไรพวกนี้ได้ ซึ่งมันทำให้พวกกลุ่มคนคลั่งเหล่านี้ กำเริบเสิบสานถึงขนาดไปยึดทำเนียบรัฐบาล (19) ตามด้วยการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ (20) ในปลายปีพ.ศ. 2551 เพราะพวกนี้รับความจริงไม่ได้ว่าพรรคที่พวกเขาสนับสนุนนั้น ไม่ชนะเลือกตั้ง การปิดสนามบินของพวกคนคลั่งเหล่านี้ทำความเสียหายอย่างรุนแรงแก่เศรษฐกิจไทย และทำให้ธุรกิจหลายธุรกิจไม่ว่าของชาวไทย หรือชาวต่างประเทศ ได้รับความเสียหายมาก แต่จนถึงวันนี้ ยังไม่มีการดำเนินการเอาผิดใดๆ กับแกนนำพันธมิตรแม้แต่คนเดียว

 

หลังเหตุการณ์ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งต้องออกไป และรัฐบาลใหม่ที่มีกองทัพ และพวกเจ้า หนุนหลังอยู่ ขึ้นมามีอำนาจแทน รัฐบาลใหม่ ที่ยังคงมีอำนาจอยู่ในปัจจุบันนี้ ทำทุกวิถีทางที่จะปิดหูปิดตาประชาชน และปิดปากประชาชนไม่ให้วิจารณ์ตัวเอง เว็ปไซท์กว่าหนึ่งแสนเว็ปที่เสนอข่าวโจมตีรัฐบาลถูกสั่งบล็อค (21) ทำให้คนไทยแทบไม่สามารถที่จะหาสื่อที่เป็นกลางมารับฟังได้ เมื่อคนไทยผู้นิยมประชาธิปไตยไม่สามารถทนได้กับความอยุติธรรมอีกต่อไป พวกเขาจึงรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่ม นปช. แล้วออกมาประท้วง และรัฐบาลเผด็จการที่มีเจ้าสนับสนุนก็ได้ตอบโต้โดยการส่งกองทัพออกมาฆ่าผู้ประท้วงอย่างโหดเหี้ยมด้วยอาวุธสงคราม (22) แม้แต่นักข่าวต่างชาติยังถูกฆ่า (23) แต่รัฐบาลเผด็จการก็ยังหน้าด้านปฏิเสธว่ากองทัพไม่ได้ฆ่านักข่าวเหล่านั้น (24) สื่อต่างชาติทุกสื่อที่เสนอข่าวโจมตีรัฐบาล หรือแม้แต่เพียงแค่กระทำหน้าที่สื่อที่ยุติธรรม โดยการเสนอข่าวทั้งสองด้าน จะถูกรัฐบาลไทยโจมตีว่าบิดเบือนความจริง (25) อย่างไรก็ตาม นักข่าวต่างชาติที่อยู่ในเหตุการณ์ ได้ยืนยันว่ากองทัพเป็นผู้ฆ่าประชาชน (26) นักข่าวชาวดัชท์ ที่ถูกยิงในเหตุการณ์สังหารหมู่ประชาชนในปีพ.ศ. 2553 ได้ให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่มีข้อกังขาใดๆ ทั้งนั้นว่ากองทัพเป็นผู้ฆ่าประชาชน รัฐบาลเผด็จการไทยนั้นคุกคามสื่ออย่างหนัก และสื่อบางช่องก็ยอมเป็น กระบอกเสียงของรัฐบาล โหมข่าวโฆษณาชวนเชื่อให้คนเกลียด พวกผู้ประท้วงที่เรียกร้องประชาธิปไตย(27) แกนนำ นปช. หลายคนถูกจับ (28) แต่ไม่มีคนฝ่ายรัฐบาลเผด็จการแม้แต่คนเดียวที่มีความผิดใดๆ กับการสังหารหมู่ประชาชนครั้งนี้

 

ตลอดวิกฤติการเมืองครั้งนี้ กษัตริย์ภูมิพลไม่ได้ทำหน้าที่สำคัญ ที่ประมุขประเทศประชาธิปไตยทั่วไปต้องทำ ในการปกป้องประชาธิปไตยเลย ตรงกันข้าม เขากลับเซ็นยอมรับรัฐประหาร เห็นดีเห็นงามกับการปล้นอำนาจอธิปไตยประชาชน และการทำลายประชาธิปไตย โดยการยอมให้เผด็จการทหาร มามีอำนาจ ในปีพ.ศ. 2549 และยังชื่นชมพวกคณะกบฏปฏิวัติในที่สาธารณะอีก (29) ตลอดเวลาที่กองทัพสังหารหมู่ผู้ประท้วงอย่างอำมหิต กษัตริย์ภูมิพลไม่เคยออกมาห้าม หรือออกมาหยุดการที่ทหารของเขาออกมาฆ่าประชาชนเลย (30) มิหนำซ้ำ ราชินีสิริกิติ์ และเจ้าชายวชิราลงกรณ์ ยังไปงานศพทหารที่เสียชีวิตจากการปะทะกับผู้ชุมนุมที่ต้องสู้กลับเพื่อป้องกันตัวจากการถูกฆ่า (31) แน่นอน ทั้งสองไปงานศพทหาร เพราะต้องการแสดงให้ทหาร และกลุ่มคนที่คลั่งเจ้า เห็นว่า พวกเขาเห็นดีเห็นงาม และสนับสนุนให้กองทัพไทย ฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์

 

อย่างที่ได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ ว่ารัฐบาลเผด็จการขณะนี้ พยายามทำทุกวิธีทางที่จะปิดปากประชาชนให้พวกเขากลัวไม่กล้าวิจารณ์พวกเจ้า ประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่วิจารณ์พวกเจ้า หรือแสดงความไม่พอใจพวกเจ้าที่ลงมายุ่งกับการเมือง ทำให้ประเทศวุ่นวาย หลายคนถูกพวกคลั่งเจ้า เอาชื่อ รูปภาพ ที่อยู่ ข้อมูลส่วนตัวไปเปิดเผย ผู้ใช้เฟสบุ้กบางคน ถูกไล่ออกจากงาน ถูกมหาวิทยาลัยคัดชื่อออก หรือแม้แต่ถูกจับเข้าคุกหลังจากโพสข้อความต่อต้านเจ้า ถึงแม้ว่าความไม่พอใจของพวกเขา มาจากการกระทำของพวกเจ้าเอง (32) มีพวกคลั่งเจ้าเปิดกลุ่มล่าแม่มดทางอินเตอร์เน็ตขึ้นมากมาย เพื่อที่จะค้นหาข้อความต่อต้านเจ้า และหาข้อมูลของผู้โพส เพื่อที่จะเปิดเผยข้อมูลของพวกเขาต่อสาธารณะ ให้พวกเขาพบกับอันตรายจากการทำร้ายทั้งทางกาย และ วาจา จากพวกคลั่งเจ้า และยังเป็นหลักฐานให้รัฐบาลจับคนเหล่านี้เข้าคุกในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (33) ประเทศไทยในขณะนี้ไม่มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และเสรีภาพทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น และก็ไม่มีเจ้าคนไหนที่จะออกมาหยุดการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างโจ่งแจ้งในปัจจุบันแม้แต่คนเดียว

 

ไม่เพียงแต่การเข้ามาสร้างความวุ่นวายทางการเมืองของพวกเจ้าเท่านั้นที่ควรประนาม ความประพฤติส่วนตัวของพวกเจ้าก็ควรประนามไม่แพ้กัน มีการปล่อยวีดีโอของพลอยไพลิน เจนเซน ลูกสาวของเจ้าหญิงอุบลรัตน์ ออกมาสู่สาธารณะ ซึ่งในวีดีโอนั้น ก็มีภาพเธอแก้ผ้าโพสท่าถ่ายรูป และอมอวัยวะเพศ (34) เจ้าชายวชิราลงกรณ์ ว่าที่กษัตริย์คนต่อไป กับเจ้าหญิงศรีรัศมิ์ ก็มีคลิปวีดีโองานวันเกิดหมาที่น่าอับอายซึ่งเจ้าหญิงศรีรัศมิ์ใส่กางเกงในจีสตริงตัวเดียว ฉลองวันเกิดหมา หลุดออกมาให้ประชาชนเห็น (35) และยังมีรูปภาพเปลือยในท่ายั่วยวนมากมายของเจ้าหญิงศรีรัศมิ์ ว่าที่ราชินีคนต่อไป หลุดออกมาสู่สาธารณะ (36) ตามความเชื่อของไทย กษัตริย์และราชินี เปรียบได้ถึงพ่อ และ แม่ของประชาชนคนไทยทุกคน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าพฤติกรรมของพวกเขาทั้งสอง จะต้องดีงาม และเป็นแบบอย่างที่ดีของประชาชน แต่หลักฐานเหล่านี้ มันพิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขามีพฤติกรรมที่น่ารังเกียจ และเป็นตัวอย่างที่เลวทรามของประชาชนไทย หากคนทั้งสองขึ้นเป็นประมุข มันจะสร้างความอับอายอย่างรุนแรงให้คนไทยทั้งประเทศ

 

พวกเราได้ไตร่ตรองและพิจารณาพฤติกรรมของพวกเจ้าอย่างมีเหตุผล และพวกเราก็มีเหตุผลมากมายตามที่ได้กล่าวไป ว่าทำไมพวกเราถึงไม่สามารถที่จะรัก หรือเคารพ พวกเจ้าของเรา ได้อีกต่อไป ข้อดีของการมีสถาบันกษัตริย์ในโลกปัจจุบันนั้นอยู่ที่มันเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของประเทศนั้นๆ แต่หลักฐานต่างๆ บ่งบอกอย่างเด่นชัดว่าพวกเจ้าไทย มีข้อเสียมากกว่าข้อดี พวกเขาทำลายประชาธิปไตย ริดรอนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น พวกเขาสนับสนุนระบอบเผด็จการซึ่งประชาชนที่เห็นต่าง ถูกมองว่าไม่ใช่คน และจะไม่สามารถหวังพึ่งความยุติธรรมใดๆ ทางกฏหมายได้ มิหนำซ้ำความประพฤติส่วนตัวของพวกเจ้าก็น่ารังเกียจ มันไม่คุ้มกันเลยที่เราจะรักษาสถาบันกษัตริย์ไว้ หากว่าเราจะต้องสูญเสียประชาธิปไตย และสิทธิเสรีภาพทางการเมือง และการแสดงความคิดเห็น ไป และยังต้องนำเงินภาษีจำนวนมากมาถวายให้พวกเจ้ามีชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยอีก

 

เว็ปไซท์เฟสบุ้ก เป็นเว็ปไซท์ไม่กี่เว็ปไซท์ที่ยังเหลืออยู่ ที่พวกเรา ชาวไทยที่เคยรักเจ้า ยังสามารถแสดงความคิดเห็นไดั เราอยากให้พวกท่านเข้าใจ และเห็นใจพวกเราคนไทยผู้รักเสรีภาพและประชาธิปไตย และอนุญาติให้หน้านี้เปิดต่อไปได้ พวกเราอยากขอร้องท่านว่าอย่าได้ให้ความร่วมมือ กับรัฐบาลเผด็จการของไทยที่ได้อำนาจมาอย่างไม่เป็นประชาธิปไตย ในการให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ หรือเบอร์ไอพีของพวกเรา แก่พวกมันเป็นอันขาด กรุณาร่วมกับเราเพื่อที่จะประนามพวกเจ้าที่น่ารังเกียจ ที่ล้างสมองประชาชนคนไทยให้คลั่งไคล้ และทำลายเศรษฐกิจประเทศ และท้ายที่สุด เราขอร้องให้พวกท่านได้โปรดปิดกลุ่มล่าแม่มดของพวกคลั่งเจ้าที่ต้องการข้อมูลของพวกเรา เพื่อแจ้งรัฐบาลเผด็จการให้จับพวกเราเข้าคุก การกระทำของคนคลั่งพวกนี้ เป็นทั้งการละเมิดสิทธิมนุษยชนในการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความเห็น และเสรีภาพทางการเมือง และยังละเมิดกฏหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง พวกท่านได้โปรดปิดกลุ่มเหล่านี้ และอย่าได้อนุญาติให้มีการกระทำที่เลวร้ายแบบนั้นในเว็ปไซท์นี้เด็ดขาด

 

- http://www.facebook.com/#!/group.php?gid=120373074661385&ref=share

- http://www.facebook.com/pages/yuththkar-lng-thanth-thang-sangkhm-Social-Sanction-SS/126146367427506?ref=ts

- http://www.facebook.com/#!/group.php?gid=357147665892&ref=ts

 

ขอแสดงความนับถือ

ผู้ดูแล หน้าชมรมคนเคยรักเจ้า และสมาชิกหน้านี้ผู้รักประชาธิปไตยและเสรีภาพทุกคน

 

An open letter to explain the purpose of this page to Facebook staffs and all the world population who support democracy and freedom (Note: this letter is not copyright protected. The administrators of this page give permission to everyone who has opened, or is intending to open any anti-Thai Monarchy website or page to put this letter on their sites).

 

Dear all,

 

We believe that our page had been brought to the attention of the Facebook staffs from a number of Facebook users who made a report wishing for this page to be closed. As the content of this page is in Thai, we, the administrators of this page, would like to explain the purpose of this page to you. This is to let you know the true situation of Thailand before you decide what action you should, or should not take against us the administrators and the members of this page.

 

This page is, to translate into English, "Society of Thais who were once Thai Royalists". Thus, this means that our members had been royalists in the past, but we no longer regard ourselves as such. This is because we dislike the way our Royals behave, both publicly and privately. Their refusal to accept the fact that Thailand is a democratic nation, their blatant acts of incitement to encourage anti-democratic royal fanatics and the military to destroy democracy and to kill innocent Thai citizens, their abuse of power both in the past and present, as well as their deplorable private behaviors (as evidenced from numerous deplorable video clips which were leaked out to the public) made it impossible for us to love or respect them any longer.

 

Thailand is one of the few countries in the modern world which still has an anti-democratic and archaic 'lese majeste' law (the law prohibiting anyone to criticize its Monarchy). Anyone who speaks negatively of the Royals, or shows even a slight disrespect, will be imprisoned from three to fifteen years. The current lese majeste law had been enacted in 1976 by the government who seized power from the democratically elected government by staging a coup. This coup had been endorsed and supported by the King(1). In other words, this law had been passed by an undemocratic government who seized power illegitimately with the approval of the King himself. Its main purpose is to stifle any dissent people may have for the Royals, regardless of whether it is a legitimate or unreasonable grievance(2).

 

The scope of conduct which is deemed to be 'lese majeste' is extremely wide. Even people who speak the truth will be guilty of lese majeste. In 2008, a Thai woman was sentenced to 18 years of imprisonment for speaking the truth in public that the King supported the coup and his endorsement destroys democracy(3). According to the Thai Courts, she had 'defamed' the Monarch. This proves how unjust this law can be. By its orthodox definition, a defamation means an untrue statement which lowers one's reputation. However, her 'true statement' was regarded as a defamation by the Thai Courts, and she was jailed for saying the truth. Her recent medical examination proves that she is seriously ill, and is in need of urgent medical treatment. The Asia Human Rights Commission had written an open letter to Princess Bajrakitiyabha, one of the members of the Thai Royal Family, requesting that the prisoner be assisted with appropriate medical treatment(4)-a basic right that any individual is entitled to have. Until today, their request remains neglected. This political prisoner is suffering in prison without any appropriate measure to assist her illness whatsoever.

 

Furthermore, even an act of disrespect will be deemed insulting to the Monarchy. In 2008, a Thai man has been accused of lese majeste by merely not standing up to pay respect in the cinema when the Royal Anthem was played(5). As a result, he was expelled from his job. His name, picture, and address were exposed to the public and he has been subject to physical and verbal threats from all the Thai royal fanatics(6). Recently, a female high school graduate had had her enrolments declined from two Thai universities where she rightfully gained entries by her own merit because she spoke on the stage during the anti-dictatorship government protest(7). The reason both universities declined to accept her enrolments is because "she spoke against the government, thus she is not loyal to the Monarchy. As a result, she does not deserve a place in their universities"(8). No member of the Royal Family has ever stood up to stop this blatant abuse of human rights against their subjects.

 

Having such a harsh and unjust law may not be so unacceptable had the conduct of the Royals been faultless and exemplary. However, this is not the case. The Thai King is the world's richest Head of State (9), but he does not pay tax as his business empire, Crown Property Bureau, is exempted from tax by law (10) enacted by the military dictatorship government whose coup he supported. Despite the fact that the King does not pay tax, Thai taxpayers must also pay the Royal Family an exorbitant amount of money for their 'annual private expenditures' (11); an absurdity considering that Thailand is still a developing country with many people living under the poverty line.

 

While the cost of the Monarchy to the Thai people is astronomical, it may not be unacceptable had the Monarch not failed to perform their duties. The most important duty of the Constitutional Monarch is to defend democracy and uphold the Constitution; the duties which the Thai King does not do. Throughout this current King's reign, there had been numerous military coups to oust various democratically elected prime ministers, and it is a norm for him to endorse the coup and allow Thailand to be ruled under military dictatorship (12). This resulted in numerous anti-dictatorship protests which resulted in various bloodsheds such as the bloodshed on 14 October 1973 (13) and 'Black May' 1992 (14) in which the military junta government whose coups the King endorsed killed many innocent, unarmed citizens. Moreover, the Royal Family themselves had openly supported massacres of their subjects in the past. A quintessential example is the massacre of 6 October 1976 (15) where the Royal family remained silent with the misinformation campaign to incite Thai citizens to kill protesters who protested against the return of the military dictator whom the Royals support (16). Until today, none of these military dictators had ever been charged for their crimes against humanity.

 

In spite of many wrongs the Royals had committed, many of us may still be willing to forgive and forget what they had done in the past had they learned from their wrongs and not repeating it. But they have not. In fact, the Royals are largely responsible for Thailand's current political crisis. Since 2006, the Royals have been funding and supporting the PAD (aka the Yellow Shirts-the movement of Thai royal fanatics who have been brainwashed by daily Royal propaganda shown on TV) to oust the democratically elected government. This is evidenced by the event of 13 October 2008 where the Queen of Thailand and Princess Chulabhorn (youngest daughter of the King) attended the funeral of the PAD protester whose bomb she was carrying with an intention to throw to the police exploded (17). The Queen said that this anti-democracy protester of the group that wishes to abolish democracy from Thailand is "a good person, because she is fighting to preserve the Monarchy" (18).

 

The PAD had created significant chaos in 2006 and 2008, using every mean to oust democratically elected governments from power. Due to the powerful backing by the Royals, police were unable to stop them from ruining our country. These brainwashed thugs even seized the Parliament (19) as well as seizing Bangkok International Airport (20) in 2008 because they were unable to accept the truth that they lost the election. The airport seizure paralyzed the Thai economy and caused significant losses to many business operators, both Thai and non-Thai. Until today, however, none of the PAD members has ever been charged for the crimes they had committed.

 

Following the airport seizure, the democratically elected government was ousted and the new government under the backing of the Royals and the military has been installed. This new and current government uses every mean to silence the opposition. More than 100,000 websites which are critical of the government and the Royals have been blocked (21), making it almost impossible for Thai people inside Thailand to have access to unbiased media. When the Thais who are after democracy had had it, they formed the 'UDD' organization and came out to protest. The government, in response, ordered the Royal Thai army to assassinate the protesters with real weapons (22). Even foreign journalists were killed (23). The government, however, denied that their army is responsible for the killing of the journalist (24). All foreign medias whose content of the coverage is unfavourable to the Thai government are accused by Thai government of biased reporting (25), yet foreign journalist who were in the event confirmed that the Thai army is responsible for this recent massacre (26). One Dutch journalist who was shot in this recent 2010 massacre recently gave an interview, and he said that there is heavy media censorship in Thailand and a considerable number of media channels are government's tool to create "anti-UDD protesters' propaganda", and he has no doubt that it is the army that is responsible for this massacre (27). Many of the UDD leaders had been arrested (28), but not a single person from the dictatorship government has yet been charged for their crimes against humanity.

 

Throughout this ongoing crisis, the King has not defended democracy-a duty which every Constitutional Monarch must do. Contrastingly, he even endorsed the military coup to oust the democratically elected government in 2006 as well as publicly applauding the military junta (29). He remained silent throughout the massacre, never stopping his own army from killing the Thai people (30). The Queen and the Crown Prince, furthermore, attended the funeral of the general who died in the clash from the act of self defence of the UDD protesters (31) to show support for the military that is killing their own innocent citizens.

 

As mentioned prior, the current dictatorship government uses every means possible to silence critics. Many innocent citizens who criticized or showed dissatisfaction to the Royals for their unwarranted political interference had had their names and addresses exposed to the public, being subject to physical and verbal threats throughout the country from the brainwashed Royal fanatics. Some facebook users had been expelled from their workplaces and/or universities or even been jailed from posting comments critical to the Monarchy, despite the fact their grievance is a legitimate one (32). Many internet witchhunt groups have been opened to search and compile the information of the people who criticize the Monarchy for the purpose of exposing them to physical and mental threats as well as alerting the government to jail these citizens from committing lese majeste (33). There is no freedom of speech. There is no freedom of political preference. To make the matter worse, not a single Royal has come up to stop these blatant acts of human rights abuse.

 

Equally despicable of the Royals' political meddling is their deplorable private lives. Ploypailin Jensen, one of the members of the Royal Family, is involved in an infamous sex scandal where pictures of her erotic poses and sexual activities have been leaked into the internet (34). The Crown Prince and his wife, Princess Srirasmi, are involved in an infamous scandal where a video of their dog's birthday featuring Princess Srirasmi wearing only a G-string underwear was leaked into the internet (35). Princess Srirasmi's even more provocative images of her erotic nude poses are also widely available online (36). According to the Thai tradition, the King and Queen are to be regarded as 'father and mother' of all Thai citizens. This suggests that their conducts need to be faultless and exemplary. These evidences, unfortunately, are blatant proofs that their conducts are otherwise. In fact, their conducts prove that they are unfit to rule the country as its symbolic figureheads, and they are nothing but total embarrassment for our country.

 

We have considered the conducts of the Royals reasonably and objectively, and we have good reasons why we cannot bring ourselves to love or respect them any longer. A royal institution is useful to a country as it is a symbol of its culture and heritage. However, evidences have clearly shown that the Thai Royal Family has done more harm than good to our country. They have destroyed democracy and freedom. They support this dictatorship regime where dissenting citizens are regarded as non-human and are subject to inhumane treatment and public ridicule. Moreover, their private conducts are blatantly disgusting. It is not worthwhile to retain the Monarchy at the expense of democracy, freedom of political preference, and freedom of expression, not to mention the astronomical expense of retaining it which must come from the public purse.

 

Facebook is one of the last available networks where we, Thais who were once Royalists, can voice our opinions. Please understand and sympathize us Thai citizens who wish to pursue freedom and democracy and allow this page to stay. We beg you not to comply with the request from the Thai dictatorship government to give our personal information, IP address, or any information to them. Please join us to condemn the despicable Royal Family for brainwashing our citizens and ruining our economy. We also beg you to close down all the witch hunting groups on facebook below which abuse basic human rights to political preference and freedom of speech. Their actions are blatant violations of international law and should never be allowed.

 

- http://www.facebook.com/#!/group.php?gid=120373074661385&ref=share

- http://www.facebook.com/pages/yuththkar-lng-thanth-thang-sangkhm-Social-Sanction-SS/126146367427506?ref=ts

- http://www.facebook.com/#!/group.php?gid=357147665892&ref=ts

 

Sincerely,

The Administrators of 'Society of Thais who were once Royalists' and all democracy-loving members of this page.

 

References/หลักฐานอ้างอิง:

(1) http://www.amnestyusa.org/countries/thailand/coup_diaries/index.html

(2) http://www.asiasentinel.com/index.php?option=com_content&task=view&id=1181&Itemid=442

(3) http://www.dailymail.co.uk/news/worldnews/article-1209736/Female-Thai-activist-sentenced-18-years-insulting-monarchy.html

(4)http://www.pattayadailynews.com/en/bb/viewtopic.php?f=5&t=193

(5) In Thailand, a Royal Anthem is played before the movie is shown in all cinemas, and everyone has to stand up to pay respect to the King.

(6) http://asiapacific.anu.edu.au/newmandala/2008/04/25/taking-a-stand-against-lese-majeste/

(7) http://hilight.kapook.com/view/48973

(8) Ibid

(9) http://www.forbes.com/global/2008/0901/032.html

(10) http://www.asiasentinel.com/index.php?option=com_content&task=view&id=402&Itemid=32

(11) http://www.bb.go.th/budget/bu/blue52/25002.pdf

(12) above n (1)

(13) see http://www.youtube.com/watch?v=QrFq0HCpPac&feature=related

(14) see http://www.youtube.com/watch?v=mjCLMXaYMac

(15) see http://www.youtube.com/watch?v=siO2u9aRzns

and read

http://www.time.com/time/magazine/article/0,9171,946713,00.html

(16) see http://data3.blog.de/media/661/2347661_35e0d731fd_d.pdf and Paul Handley, "The King Never Smiles (2006)", Yale University Press, Chapter 12.

(17) http://www.channelnewsasia.com/stories/afp_asiapacific/view/382486/1/.html

(18) see http://www.youtube.com/watch?v=eaRg527DDuE

(19) http://www.asiasentinel.com/index.php?option=com_content&task=view&id=1507&Itemid=185

(20) http://www.asiasentinel.com/index.php?option=com_content&task=view&id=1569&Itemid=185

(21) http://www.bangkokpost.com/tech/techscoop/39224/a-dubious-distinction

(22) http://www.cbc.ca/world/story/2010/05/14/thailand-bangkok-clash.html

(23) http://timesofindia.indiatimes.com/articleshow/5947862.cms

(24) http://www.newssafety.org/index.php?option=com_content&view=article&id=18622%3Athai-army-rejects-report-on-japanese-journalists-death&catid=152%3Athailand-media-safety&Itemid=100404

(25) http://www.guardian.co.uk/world/2010/may/19/thailand-protests-media-attacks

(26) http://www.freemedia.at/singleview/5032/

(27) Ibid

(28) http://www.bangkokpost.com/news/politics/35685/udd-leaders-face-arrest

(29) http://www.asiasentinel.com/index.php?Itemid=185&id=288&option=com_content&task=view

(30) see http://www.smh.com.au/opinion/politics/scheming-king-unwilling-to-stop-the-violence-on-bangkoks-streets-20100517-v9bt.html and http://www.asiasentinel.com/index.php?option=com_content&task=view&id=2480&Itemid=185

(31) http://www.atimes.com/atimes/Southeast_Asia/LD17Ae01.html

(32) see https://facthai.wordpress.com/2010/05/02/lese-majeste-arrest-for-facebook-post-afp/ , http://www.oknation.net/blog/aornzaa/2010/04/28/entry-2/comment , and above n(5) - n(7) for examples.

(33) for example, http://www.facebook.com/#!/group.php?gid=120373074661385&ref=share , http://www.facebook.com/pages/yuththkar-lng-thanth-thang-sangkhm-Social-Sanction-SS/126146367427506?ref=ts , and http://www.facebook.com/#!/group.php?gid=357147665892&ref=ts

(34) see video at http://stoplesemajeste.blogspot.com/2009/08/lese-majeste-law-is-not-substitute-for.html

(35) see video at http://stoplesemajeste.blogspot.com/2009/01/srirasmi-topless-party-video.html

(36) see video at

http://stoplesemajeste.blogspot.com/2009/07/future-queen-of-thailand.html

หนังสือต้องอ่าน(ยังไม่ต้องห้าม):เทวาสายัณห์

Posted by KwamRak on 21.2011 บทความน่าอ่าน

หนังสือต้องอ่าน(ยังไม่ต้องห้าม):เทวาสายัณห์

 


ที่มา zenjournalist

หนังสือ“เทวาสายัณห์: มรณกรรมของประชาธิปไตยแบบไทย” (แปลจาก Thailand Unhinged: The Death of Thai-Style Democracy) เป็นหนังสือที่วิพากษ์การเมืองและความเป็นไปในสังคมไทยอย่างถึงแก่น 

โดยเฉพาะในช่วงที่เมืองไทยตกอยู่ในภาวะวุ่นวายหลังจากการรัฐประหารขับไล่อดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร

ผู้เขียนมองว่า วิกฤตการณ์การเมืองไทยที่เป็นมาอย่างต่อเนื่อง สามารถอธิบายได้จากการศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทยในช่วงเวลาหลังจากระบอบ สมบูรณาญาสิทธิราชย์ถูกโค่นล้มไป

ซึ่งจะพบว่าเต็มไปด้วยความพยายามอย่างเป็นระบบของพวกชนชั้นปกครองที่ไม่ได้ มาจากการเลือกตั้ง ที่จะขัดขวางไม่ให้ประชาธิปไตยในเมืองไทยพัฒนาไปได้ เนื่องจากหวังจะกุมอำนาจไว้ในมือตน สถาบันการเมืองถูกบ่อนทำลาย ทำให้ไร้พลังอย่างต่อเนื่อง ความหวังหรือความพยายามใดๆของประชาชนที่จะได้มาซึ่งประชาธิปไตยที่แท้จริงก็ถูกปราบปรามตลอดเวลา

ในหนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนมองว่าเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในปี 2553 ซึ่งหลายอย่างเป็นโศกนาฏกรรม เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงมรณกรรมของ “ประชาธิปไตยแบบไทย” ซึ่งเป็นระบอบการปกครองของประเทศมาได้ 50 ปีแล้ว

แม้ระบอบการปกครองแบบนี้จะหยิบยืมเปลือกนอกบางอย่างของประชาธิปไตยมาใช้ แต่ก็สงวนสิทธิ์ในการบริหารประเทศให้อยู่ในมือ “คนดี” ที่มีชาติตระกูล มีสถานะทางสังคมสูงและมีฐานะร่ำรวย 

แต่ละบทในหนังสือเล่มนี้มีลีลาการเขียนที่ตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม และวิพากษ์วิจารณ์อย่างไม่ไว้หน้าใคร

หนังสือเล่มนี้จึงเป็นงานเขียนที่แปลกออกไปจากปกติทั่วไป เพราะเป็นการผสมผสานระหว่างงานเขียนทางวิชาการ งานเขียนทางวารสารศาสตร์ และงานเขียนที่โจมตีความอยุติธรรมและกระตุ้นให้เกิดความต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมในทางที่ดีขึ้น
สารบัญ:

คำนำ

1. รัฐประหารประชาธิปไตย
2. ในนามของพ่อ..
3. เผด็จการผู้ใหญ่
4. ขายตัวขายชาติ
5. แบบไทยโดยแท้
6. กบฏไพร่
7. พระเจ้าตายแล้ว

หมายเหตุ: มีหนังสือฉบับเต็มอยู่ในอินเตอร์เน็ต แต่เราไม่แน่ใจว่าจะสามารถโพสต์ลิงก์ได้หรือไม่ ท่านผู้อ่านสามารถค้นหาอ่านได้เองโดยใช้เว็บไซต์ค้นหาข้อมูลทั่วไป

SpringnewsTV : Inside Thailand

Posted by KwamRak on 21.2011 [ TV ] - News

เจาะลึกประเด็น"กราะชากหน้ากากนายทุนรุกป่าวังน้ำเขียว"กับคุณเทวินทร์ มีทรัพย์(หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทันลาน) และเจาะลึกประเด็น"DSIลุยสอบคดีแชร์ลูกโซ่ล็อตเตอรี่"กับ พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข(ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 1 DSI) ติดตามได้ในรายการ "InsideThailand" ประจำวันที่ 21 กรกฎาคม 2554 ดำเนินรายการโดยคุณดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และคุณอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์