Wiki 05 10 2009

Posted by KwamRak on 31.2011 บทความน่าอ่าน
 

"26287","2005/02/02 10:14","05Bangkxx868","สถานทูต",
"ความลับ","05BANGKxx8344",

"บันทึกนี้เป็นเพียงบางส่วนของสายเคเบิลเด
​ิม. 
ข้อความเต็มของเดิม ไม่มี
","เอสอีซีอาร์อีทีมาตรา 01 of 02 เมืองเทพฯ 000868

SIPDIS

EAP, INR

E.O. 12958 : DECL : 2014/01/31
Tags : PGOV, PREL, TH
SUBJECT : ประเทศทุย : : ข่าวและหมายเหตุของ “บ้านสว่างวงศ์” 
REF : เมืองเทพฯ 8344

จำแนกความลับโดย : Ralph L. AMBASSADOR Boyce 
1.4 เหตุผล (D)

ความเห็นของ XXX
-----------------

1 (SBU) วันที่ 27 มกราคมผมเข้าร่วมการแจกรางวัลประจำปี
ของพิธีรับรางวัลมหิ... ซึ่งมี xxx เป็นประธาน
รางวัลนี้เพื่อเทิดในเกียรติของพ่อ XXX 
รางวัลนำเสนอให้บุคคลที่ได้ทำผลงานที่โดดเ
​ด่นในด้าน
การแพทย์หรือเพื่อการแพทย์สาธารณะ จำนวน 5 คน
โดย นักจดอ้วน ทำหน้าที่เป็นประธานมหาพิธี 
สำหรับการแข่งขันปีนี้ ผมได้รับเชิญเพราะหนึ่งในผู้ได้รับการเสนอ
​ชื่อ
เป็นชาวอเมริกัน ศาสตราจารย์โจนาธาน ซาเม็ต 
แห่ง สถาบัน John Hopkins School 
อีกคนเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเจนีวาซึ่ง
​เป็นชาวเยอรมัน



2 (S) หลังจากพิธี มีคนกลุ่มเล็ก ๆ ได้รับเชิญเข้าร่วมพูดคุย
เป็นการส่วนตัวกับ XXX ในห้องรับรองขนาดเล็ก 
ผู้ร่วมสนทนารวมถึงนักจดอ้วน ผู้รับรางวัลทั้ง 2 คน รวมถึงคู่สมรส 
เอกอัครข้าราชทูตเยอร์มัน และตัวผม


3 (S) ในระหว่างที่พูดคุย xxx ทรงมีความสนใจแลกเปลี่ยนความเห็น
ในทุกเรื่อง และสนใจมากเมื่อพูดคุยในประเด็นปัญหาของสุ
​ขภาพจิต
และความมั่นคงของครอบครัว และผลกระทบต่อการพัฒนามนุษย์ 
ประเด็นปัญหาที่เห็นได้ชัดว่าใกล้ตัว และเป็นประเด็นในใจของ xxx 

และในขณะการสนทนาลื่นไหล XXX ได้มีความเห็นร่วมหลายอย่าง 
(หมายเหตุ : สุนทรพจน์ในวันเกิดของ xxx 
เมื่อ วันที่ 5 เดือนสุดท้ายของปี 2004, XXX มักจะแสดงความคิดเห็น
ในประเด็นทางการเมืองที่มีความสำคัญ 
โดยมุ่งเน้นในการปกป้องสุขภาพและการศึกษาข
​องเยาวชน
จบหมายเหตุ)

4 (S) การพูดคุยในหัวข้อความมั่นคงในครอบครัว 
xxx แสดงความเห็นว่า \"ฉันรู้ว่าสิ่งที่สำคัญก็คือการมีทั้งพ่อ
​และแม่
ในครอบครัว ฉันเสียพ่อตั้งแต่ฉันยังเด็กมากและแม่เลี้
​ยงดูฉันมาตลอด 
เธอทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม แต่แม่ไม่สามารถทำหน้าที่แทนพ่อได้



5 (S) เมื่อการสนทนาเปลี่ยนไปยังเรื่องพี่น้องร่
​วมสายเลือด 
xxx บอกว่า \"พี่สาวของฉัน, กัลยา, ทำตัวเป็นเสาหลักให้ฉัน 
ฉันได้คำแนะนำและ การสนับสนุนจากเธอเสมอ ๆ 
แต่ตอนนี้ว่าเธอเป็น 82, ฉันกังวลเรื่องเธอมาก \"



6 (S) จุดหนึ่งในการสนทนา, xxx หยุด และ หันไปทาง นักจดอ้วน 
ที่ร่วมสนทนากับภรรยาของผู้ได้รับรางวัลชน
​ะเลิศชาวเยอรมัน 
xxx กล่าวเบา ๆ ว่า \"ฉันมีลูกสี่คน. แต่เธอ (นักจดอ้วน) เป็นคนเดียวที่ 
\”ติดดิน. \' เธอไม่เคยแต่งงาน แต่เธอมีลูกนับล้านคน

ล่าสุดเรื่องเกี่ยวกับ “บ้านสว่างวงศ์”
--------------------------

7 (SBU) เมื่อผมหันไปคุยกับ ชิรายุ อิศราง ณ ยุธยา, 
ผู้อำนวยการทรัพย์สินส่วน xxx เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2005
เขาได้เล่าเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยให้ผมฟังในเร
​ื่องเกี่ยวกับ “บ้านสว่างวงศ์” :




8 (S) เรื่องแรกและมีนัยสำคัญที่สุด , ดร. ชิรายุ เล่าว่า ภรรยา 
“โอริโอ้” รัศมีจันทร์ ตั้งครรภ์แล้ว ข่าวนี้ถูกยืนยันโดย
Tiriwat Sucharitakul, ที่ปรึกษานักจดอ้วน 
แต่มิได้ประกาศเป็นทางการเพราะ “รัศมีจันทร์” เคยแท้งมาก่อน
ในอดีตที่ผ่านมา (หมายเหตุ : การตั้งครรภ์ ของรัศมีจันทร์ เป็นความลับ
ที่รู้กันในหมู่ไพร่ โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ รอบเอวเธอขยายตัวจน เห็นได้ชัด 
ความคิดเห็นที่สิ้นสุด.)
9 (S) เมื่อเปลี่ยนตัวจาก “ยุวทิดาว” อดีตภรรยา “โอริโอ้” 
หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หนู เบนซ์” , ดร. ชิรายุเล่าว่าใน
การไปเที่ยวอเมริกาครั้งล่าสุด ของ “วาฬ” “วาฬ” ได้ยอมให้ 
“หนูเบนซ์” และลูก ๆ เข้าพบ 
แต่ “หนูเบนซ์”กลับไม่ยอมพูดคุยกับคนจัดคิวในค
​ณะเดินทาง 
ทำให้ เอกอัครราชทูต สักทิพย์ ถูกสั่งให้เดินทางไปยัง ฟลอริด้า
เพื่อไปพบกับ “หนูเบนซ์” และเด็ก ๆ 
แต่ “หนูเบนซ์” ปฏิเสธการเข้าพบ “วาฬ” (ใจเด็ดมาก ขอนับถือ) 
ปรากฏว่า เป็นเพราะมีการขัดแย้งกันในเรื่อง ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์
สำหรับลูกชายคนที่สาม ของ “หนูเบนซ์ “
มีรายงานว่า “โอริโอ้” ประกาศชัดเจนว่าเขาจะจ่าย ค่ารักษาพยาบาลเอง
และที่เขาไม่ต้องการให้แม่หรือพ่อของเขา 
เข้ามายุ่งเกี่ยวกับปัญหาของอดีตครอบครัวข
​อง “โอริโอ้”


10 (S) ตามความเห็นของ xxx เกี่ยวกับ “นักจดอ้วน” (para. 6), 
ดร. ชิรายุ ก็เล่าว่า xxx บ่นเกี่ยวกับความล้มเหลวของลูกอีก 3 คน
ของ xxx เมื่อเทียบกับ ลูกสุดที่รัก “นักจดอ้วน” 
ลูกอีก 3 คนได้พยายามที่จะรับผิดชอบในกิจการ “บ้านสว่างวงศ์” 
ของพวกเขา 
แต่เห็นได้ชัดเจนว่าไม่ได้มีความสามารถหรื
​อให้ความใส่ใจเหมือนกับ 
“นักจดอ้วน”



11 (s) XXX ให้ความชื่นชม พี่สาว “กัลยา” ดร.ชิรายุ เล่าให้ฟัง 
เธอเป็นญาติสนิทเพียงหนึ่งเดียวที่เหลืออย
​ู่ของ xxx
ชิรายุ เล่าว่า เมื่อ 20-30 ปีที่ผ่านมา XXX กังวลเกี่ยวกับชีวิตแต่งงาน
ทีล้มเหลวของ “กัลยา” 
แต่ “กัลยา” ได้แสดงความมุ่งมั่นเต็มที่ ที่จะช่วยกิจการของ “บ้านสว่างวงศ์”


12 (S) คุยกันไปถึงเรื่องการจากไปของหลานชาย XXX “พุ่มไม้” ,
ชิรายุกล่าวว่า เขาต้องเป็นตัวแทนจัดการเรื่องทางกฏหมาย
ในการหย่าของ “ซูซี่” และสามี การหย่าร้างกลายเป็นเรื่องน่าเกลียด 
(ผัวเมียทะเลาะกันหลังหย่า) 
และนายเจนเสน ก็ไม่ยอมมาประเทศทุยเพื่อร่วมงานศพลูกชาย 
ชิรายุ กล่าวปัด เรื่องที่ เจนเสน ได้ไปเที่ยวพูดว่าไม่มาเมืองทุย 
เพราะ กลัวโดน “โอริโอ้” ซ้อมเอา 
(ความเห็น : เราเคยได้ยินว่า นายเจนเสน ยืมเงินจากคนทุย และธนาคารทุย
หลายแห่ง ก่อนที่จะมีการหย่าร้างกับ “ซูซี่” และที่เจ้าของเงินไม่เคย
ได้รับการชำระคืน ความคิดเห็นที่สิ้นสุด.) 

ดร.ชิรายุ ยังกล่าวว่า xxx ปลื้มใจมาก ที่คนทุย หลั่งไหลไป
แสดงความเคารพครั้งสุดท้ายต่อคุณ “พุ่มไม้” ที่จากไปเมื่อ 26 ธันวาคม 2004


13 (S) พอหมดเรื่องนินทาคนใน “บ้านสว่างวงศ์” , ชิรายุ ก็เล่า 
เรื่อง อดีตสามี “ถั่วปากอ้า” ต่อ วีรายุด ดิสยาสาลิน 
หลังจาก หย่ากับ “ถั่วปากอ้า” แล้วต้องเนรเทศไปอยู่เมกา 
มีโอกาส ได้เข้าพบ “วาฬ” ตอนที่ “วาฬ” ไปเยือนเมกา ครั้งล่าสุด
ซึ่งดูแล้ว “วาฬ” ยังให้ความเอ็นดูต่อ วีรายุด ดีอยู่

Boyce
"

'วิกิลีกส์' แฉ "กัมพูชา-ไทย" เกือบได้ข้อยุติพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลก่อนรัฐประหาร

Posted by KwamRak on 14.2011 บทความน่าอ่าน

'วิกิลีกส์' แฉ "กัมพูชา-ไทย" เกือบได้ข้อยุติพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลก่อนรัฐประหาร

 

มติชนออนไลน์ รายงานว่า เว็บไซต์หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์ รายงานเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม ว่า เอกสารลับทางการทูตของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ที่เว็บไซต์จอมแฉ "วิกิลีกส์" นำมาเผยแพร่ ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2550 ได้กล่าวถึงรายละเอียดการไปเยือนกรุงพนมเปญของสภาธุรกิจสหรัฐ-อาเซียน และร่วมประชุมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงกัมพูชาว่า ผู้แทนบริษัท โคโนโคฟิลิปส์ ยักษ์ใหญ่พลังงานสหรัฐ ได้เรียกร้องให้รัฐบาลกัมพูชา หาทางคลี่คลายข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทย โดยระบุว่าบริษัทฯ ถือสัญญาสำรวจพื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลาเกือบสิบปี 

ในระหว่างการประชุมครั้งนั้น นายเกา คิม ฮอร์น เจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ได้แจ้งต่อบริษัทฯว่า รัฐบาลไทยกับกัมพูชาเกือบได้ข้อยุติในเรื่องนี้ ไม่นานนักก่อนรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จะถูกรัฐประหารยึดอำนาจ 

นายเกากล่าวว่า ทั้งสองเห็นพ้องกัน ในหลักการแบ่งรายได้ในพื้นที่ใกล้ไทยมากที่สุด สัดส่วนไทย 80% กัมพูชา 20% ส่วนพื้นที่ตรงกลางแบ่ง 50-50 และสัดส่วนไทย 20 กัมพูชา 80 สำหรับพื้นที่ใกล้ฝั่งกัมพูชา ในเวลานั้น นายเกาคิดว่า การเจรจาเพิ่มเติมอีก 6 เดือนน่าจะตกลงในประเด็นนี้ได้ ความสำคัญของเขตแดนซับซ้อนทางทะเลต่ออนาคตของภูมิภาค ถูกตอกย้ำในเอกสารที่รั่วอีกฉบับ ซึ่งให้รายละเอียดการประชุมเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกัมพูชา กับนายแกรี ฟลาเฮอร์ตี้ กรรมการผู้จัดการใหญ่ของเชฟรอน ในปี 2550 เช่นกัน

เอกสารระบุว่า เชฟรอน บริษัทที่ขุดเจาะและสำรวจบ่อน้ำมันส่วนที่เรียกว่า "บล็อค เอ" นอกชายฝั่งของกัมพูชา มีความสนใจอย่างมากในการได้รับสิทธิในการสำรวจบ่อน้ำมันในพื้นที่ทับซ้อนเช่นกัน โดยนายฟลาเฮอร์ตี้ กล่าวว่า พื้นที่ทับซ้อนในอ่าวไทยนั้น เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับการสำรวจ และอาจเปลี่ยนแปลงกัมพูชาแบบพลิกโฉม ส่วนบล็อค เอ นั้น ไม่มีความสำคัญพอที่จะสำรวจและทำกำไรได้โดยลำพัง

หลัง พ.ต.ท.ทักษิณถูกโค่นอำนาจ กรณีพิพาทน่านน้ำทับซ้อนแทบไม่มีความคืบหน้า ประกอบกับการตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจของกัมพูชาเมื่อปี 2552 ยิ่งสร้างปัญหามากขึ้น เมื่อคณะรัฐมนตรีไทยได้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจฉบับหนึ่งที่ลงนามในปี 2544 โดยอ้างว่าบทบาทใหม่ของอดีตนายกฯทักษิณ ทำให้สถานะการเจรจาของไทยเสียเปรียบ

เอกสารสถานทูตอีกฉบับในเดือนธันวาคม 2552 ยังกล่าวอย่างชัดเจนในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณกับกัมพูชาระบุว่า "การไปเยือนพนมเปญของทักษิณฯ ถูกนักสังเกตการณ์ส่วนใหญ่มองว่า เป็นความต่อเนื่องของ พ.ต.ท.ทักษิณและสมเด็จฯ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในการใช้กันและกันเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว"

ด้าน นายเมน เดน รองผู้อำนวยการสำนักงานปิโตรเลียมแห่งชาติ กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องข้อตกลงแบ่งรายได้ระหว่างกัมพูชากับไทย เพราะเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือความรับผิดชอบ ส่วนนายเกา คิม ฮอร์น กล่าวสั้นๆ ว่า จำไม่ได้

วิกิลีกส์: พรรคการเมืองใหม่ แตกแยกเพราะไม่ลงรอยเรื่องสถาบัน

Posted by KwamRak on 06.2011 บทความน่าอ่าน

วิกิลีกส์: พรรคการเมืองใหม่ แตกแยกเพราะไม่ลงรอยเรื่องสถาบัน

เปลี่ยนสีตัวเองให้เป็นเขียว-เหลือง ก้าวเข้าสู่วงการเมือง และเปลี่ยนสีระหว่างทาง

เอกสารวิกิลีกส์ หมายเลข 09BANGKOK2855 วันที่ 11 เดือนกันยายน 2552
เอกสารลับ สถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำกรุงเทพฯ
Classified By: POL Counselor George Kent, reasons 1.4 (b, d)

09BANGKOK2855 COLOR ME GREEN – YELLOW-SHIRTS ENTER THE POLITICAL RING AND CHANGE COLORS ALONG THE WAY

สรุปและความเห็น
1. พรรคการเมืองใหม่ (กมม.) ซึ่งนำโดยนักธุรกิจสื่อผู้ร่ำรวยและทรงอิทธิพล สนธิ ลิ้มทองกุล  เป็นพรรคล่าสุดที่ก้าวเข้าสู่การเดิมพันทางการเมืองของไทย สร้างคนเสื้อเหลือง/พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ซึ่งแกนนำการเคลื่อนไหวผันมาเป็นแกนนำพรรค พรรคการเมืองใหม่ปรารถนาที่จะนำเอาพลังและจิตวิญญาณชาตินิยมของ “เสื้อเหลือง” ไปสู่กลไกทางการเมืองแบบทางการที่มีประสิทธิภาพ – ด้วยโทนสีเขียวอ่อน – มีศักยภาพที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายเชิงนโยบายให้ก้าวหน้า

สนธิเป็นตัวแทนของความเชื่อว่า ฝ่ายชนชั้นนำในประชาธิปัตย์ไม่สามารถที่จะเป็นตัวแทนผลประโยชน์ของพันธมิตรฯในการเมืองแบบตามระบบ และกระบวนการทางรัฐสภา แต่แม้ว่าจะมีโวหารเลิศลอยและมีความทะเยอะทะยานต่อผลการเลือกตั้งเพียงใด นักวิเคราะห์จำนวนมากก็คาดการณ์ว่าพรรคการเมืองใหม่จะประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อยเท่านั้นในการเลือกตั้งที่จะถึง และสร้างความเสียหายแก่ประชาธิปัตย์เล็กน้อย บางทีอาจจะสร้างปัญหาให้กับพรรคการเมืองใหม่มากกว่าด้วยซ้ำในการเดินหน้าต่อ เช่นเดียวกับกับ “เสื้อเหลือง” ความแตกแยกได้ขยายวงออกด้วยความเห็นที่ไม่ลงรอยกันภายในต่อประเด็นหลักการสำคัญของพรรคว่า ควรจะส่งเสริมความจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์ในฐานะสถาบัน หรือต่อพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันเท่านั้น

2. ทุกบทวิเคราะห์การเลือกตั้ง แสดงให้เห็นว่า พรรคการเมืองใหม่ยังต้องออกแรงอีกยาวนานและอย่างยากลำบากเพื่อจะได้รับชัยชนะอย่างใกล้เคียงความจริง, พรรคอาจมีโอกาสได้ประมาณ 10 ที่นั่งในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นครั้งถัดไป สมาชิกของพรรคคนหนึ่งกล่าวอย่างกลางๆ ว่า ยังเห็นไม่ชัดเลยว่า การมีที่ตั้งหลักเล็กๆ อยู่ในรัฐสภาจะช่วยให้สนธิและเพื่อนร่วมพรรคได้เข้ามาปรับโครงสร้างพื้นฐานในระบบการเมืองได้อย่างไร

ยิ่งไปกว่านั้น ประเด็นการขึ้นดำรงตำแหน่งของXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX ก็อาจจะนำไปสู่การแตกหักระหว่างพันธมิตรฯ และพรรคการเมืองใหม่ หากสมาชิกพรรคคนสำคัญๆ ตั้งคำถามอย่างเปิดเผยถึงความเหมาะสมขององค์รัชทายาทผู้เป็นที่คาดหมายว่าจะขึ้นครองราชย์  

สนธิและพรรคพวก ดูเหมือนจะป้องกันความเสี่ยงด้วยการรักษาบทบาทของพันธมิตรไว้ ขณะที่ก็สร้างพรรคการเมืองใหม่ไปด้วย

หากเป็นไปตามที่คาด, พรรคการเมืองใหม่แพ้การเลือกตั้ง และพบว่าการจะได้คะแนนเสียงเป็นเรื่องซับซ้อนเกินกว่าการยึดสนามบิน สนธิและเหล่าผู้ติดตามยังสามารถกลับคืนสู่พื้นที่บนท้องถนนเพื่อให้สารของเขาเป็นที่ได้ยิน

                                                                                      จบส่วนสรุปและความเห็น

 

พันธมิตรตัดสินใจ ถึงเวลาของพรรค
3. พรรคการเมืองใหม่ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2552 ในฐานะที่เป็นเครื่องมือทางการเมืองของพันธมิตรฯ เป็นการก่อตั้งพรรคขึ้นมาเพื่อเสริมมากกว่าเพื่อทำหน้าที่แทนพันธมิตร ทั้งพรรคและพันธมิตรฯ มีองค์ประกอบที่ร่วมกันอยู่ทั้งในแง่สมาชิก แหล่งทุน และวัตถุประสงค์

สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ และเลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ บอกเราเมื่อวันที่ 3 พ.ย. (52) ว่าพันธมิตรฯ ยังคงโฟกัสที่การโจมตีทักษิณ ขณะที่พรรคการเมืองใหม่มีหน้าที่ทำให้เป้าหมายการเคลื่อนไหวของพันธมิตรลุล่วงไปผ่านกระบวนการในระบบ และกระบวนการทางรัฐสภา

เป็นพัฒนาการที่ไม่ได้สร้างความประหลาดใจใดๆ ผู้ที่เชื่อมั่นศรัทธาต่อพรรคเลือกสนธิเป็นหัวหน้าพรรคคนแรกในการประชุมสมาชิกพรรคครั้งแรก เมื่อวันที่ 6 ต.ค.

สนธิ ซึ่งฟื้นตัวอย่างเกือบจะสมบูรณ์แล้วจากการถูกลอบสังหารเมื่อช่วงต้นปี ตอบรับตำแหน่ง ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว เคยกล่าวประโยคที่ลือเลื่องครั้งหนึ่งว่า “เอารองเท้าตบหน้าผมได้ทันที ถ้าวันไหนผมไปรับตำแหน่งอะไรทางการเมือง”

4. (SBU) การเปลี่ยนผ่านรวมถึงการเปลี่ยนสี จากสีเหลือง (ของพันธมิตร, แสดงถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) เป็นสีเขียวอ่อน (ของพรรคการเมืองใหม่) สัญลักษณ์ของพรรคเป็นรูปมือสีเหลือง 4 ข้างเกาะเกี่ยวกัน (แสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยทั้ง 4 ภาค) บนพื้นหลังสีเขียว โทนสีเขียวสื่อถึงพรรคและพันธสัญญาของพรรคในการสร้างธรรมาภิบาล พรรคการเมืองใหม่ยังมีวาระเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมด้วยความเชื่ออย่างหนักแน่นเต่อเป้าหมายอีกประการหนึ่งของพรรคในการส่งเสริมความคิดเรื่องการพัฒนาที่ยั่งยืน

วัตถุประสงค์ของพรรค
5. (C) โดยที่ผู้สนับสนุนพันธมิตรฯ ซึ่งขณะนี้มาตั้งพรรคการเมืองใหม่นั้นเป็นผู้ที่ลงคะแนนเสียงให้ประชาธิปัตย์ นักวิเคราะห์จำนวนมากเชื่อว่าในสนามเลือกตั้ง พรรคการเมืองใหม่จะแย่งคะแนนเสียงจากประชาธิปัตย์มากกว่าที่จะดึงความสนใจจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายใหม่ หรือดึงคะแนนเสียงจากฐานเสียงอื่นๆ

ตามข้อมูลของทางพรรค ผู้สนับสนุนพรรคส่วนใหญ่เป็นคนที่มีการศึกษา ผู้มีฐานะดีในเขตเมือง เลขาธิการพรรรค-สุริยะใสคาดว่าพรรคการเมืองใหม่น่าจะทำคะแนนได้ดีในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล จ.พิจิตร (ภาคเหนือตอนล่าง) และภาคเหนือตอนบน

พรรคอาจจะแย่งที่นั่งอีกหลายแห่งที่ฐานคะแนนเอาใจออกห่างประชาธิปัตย์
(หมายเหตุ: การเลือกตั้ง ส.ส. โดยทั่วไปขึ้นกับตัวบุคคลมากกว่าความนิยมในพรรค. จบหมายเหตุ)  

6. อย่างน้อยที่สุดก็ต่อสาธารณะ, พรรคการเมืองใหม่วางเป้าหมายที่ชัดเจนมากในการเลือกตั้งครั้งถัดไป แต่โดยส่วนตัวแล้ว สุริยะใส กล่าวว่าพรรคการเมืองใหม่คาดหวังว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ไม่ว่าประชาธิปัตย์หรือเพื่อไทยซึ่งหนุนหลังโดยทักษิณจะได้จัดตั้งรัฐบาล พวกเขาจะเล่นบทผู้ตรวจสอบการคอร์รัปชั่นและขาดธรรมาภิบาล

7. ในเดือนเมษายน, ตัวอย่างเช่น จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรบอกกับสื่อมวลชนว่า “เป็นเรื่องสำคัญสำหรับพรรคการเมืองใหม่ที่จะเป็นผู้นำในรัฐบาลผสม ไม่เช่นนั้นแล้วก็ไม่มีความแตกต่างอะไรระหว่างการเมืองแบบเก่าซึ่งมีการซื้อขายเสียง สาดโคลน และการเมืองที่ใช้เงิน (money politics)

เดือน พ.ค.,ในตอนเย็นวันหนึ่งซึ่งมีการระดมทุน แกนนำพันธมิตรรายหนึ่ง (และขณะนี้เป็น ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์) ทำนายว่าพรรคการเมืองใหม่จะได้ที่นั่งถึง 30 ที่ในการเลือกตั้ง

เมื่อเร็วๆ นี้ สุริยะใสวิเคราะห์แบบมีสติมากขึ้นและบอกกับเราว่า พรรคการเมืองใหม่คาดหวังว่าจะได้ 20 ที่นั่ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่บรรดาผู้สังเกตการณ์ก็ยังรู้สึกว่ามองโลกในแง่ดีเกินไป จากการสนทนากับเครือข่ายในพรรคการเมืองต่างๆ ผู้สังเกตการณ์ที่มีข้อมูลมากๆ เชื่อว่าพรรคนี้จะได้ที่นั่งอยู่ระหว่าง 0-10

ประชาธิปัตย์ไม่หวาดหวั่น
8. สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์บอกกับเราเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 ว่า เขาคาดหวังอย่างจริงจังว่าพันธมิตรฯ จะเปลี่ยนมาสู่การเป็นพรรคการเมืองและตระหนักว่า พรรคการเมืองนี้จะมาถ่ายเทคะแนนไปจากประชาธิปัตย์ ในขณะที่แสดงตัวเป็นพลังกดดันทางการเมืองแบบ “ชาตินิยม”

พรรคประชาธิปัตย์ดูจะไม่กังวลใจกับการตั้งพรรคการเมือง ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ซึ่งเป็น ส.ส. เขตในกรุงเทพฯ ซึ่งต้องลงแข่งกับผู้สมัครจากพรรคการเมืองใหม่ที่ฐานเสียงแข็งแกร่งคนหนึ่ง (ซึ่งเขาประเมินว่ามีประมาณ 15,000-20,000 คน) บอกกับเราเมื่อเร็วๆ นี้ว่า เขามีฐานเสียงประมาณ 60,000 คนจากการเลือกตั้งคราวที่แล้ว ฉะนั้นต่อให้ผู้สมัครของพรรคการเมืองใหม่ลงแข่งกับเขาในเขตนี้ 2 คน แย่งคะแนนจากเขาไปสัก 40,000 เขาก็ยังคงได้รับการเลือกตั้งอย่างสบาย

9. ในการอธิบายว่าทำไมพรรคการเมืองใหม่ถึงต้องพยายามอย่างหนักในการแปรผู้สนับสนุนไปสู่การได้ที่นั่งในสภา, อภิมงคลกล่าวว่า แม้ว่าพรรคการเมืองใหม่จะได้รับความนิยมและการสนับสนุนอยู่บ้าง แต่สมาชิกของพรรคการเมืองใหม่กระจายไปทั่วประเทศโดยไม่มีศูนย์รวมฐานคะแนนของพรรค คะแนนของพรรคการเมืองใหม่กระจายยิบย่อยเกินไปทั่วประเทศและก็มีพื้นที่ที่ฐานเสียงเข้มแข็งพอที่จะโอกาสจะแย่งเก้าอี้จากประชาธิปัตย์เพียง 1-2 ที่นั่งเท่านั้น เขาคาดการณ์ว่าพรรคการเมืองใหม่อาจจะได้ประมาณ 7-8 ที่นั่งในส่วนของปาร์ตี้ลิสต์ซึ่งใช้ฐานเปอร์เซ็นต์คะแนน และจะไม่ได้ที่นั่งจากระบบเขต

10. ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) และเป็น ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกับเราว่า พรรคการเมืองใหม่จะส่งผลต่อการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยหรืออาจจะไม่มีผลเลย 

ชินวรณ์ชี้ว่า การเลือกตั้ง ส.ส. เขตใน จ. สุราษฎร์ธานีที่จัดขึ้นในเดือนสิงหาคม คือหลักฐานสำคัญที่แสดงความอ่อนแอของพรรคการเมืองใหม่ ซึ่งโน้มน้าวให้ผู้สนับสนุนตนกาช่องไม่ลงคะแนน

ในการเลือกตั้งครั้งนั้น แม้ว่าจะมีการโหมประโคมโฆษณา แต่ก็มีผู้ลงคะแนน ไม่ประสงค์จะเลือกผู้ใดเพียง 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และผู้สมัครของพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ชัยชนะอย่างง่ายได้

SOME IN NPP BELIEVE THIS PRINCE SHOULD BE A PAUPER
11. สำหรับพรรคการเมือง ในทางสาธารณะนั้น ถือได้ว่าอย่างน้อยที่สุดก็เป็นพรรคที่สถาปนารากฐานความจงรักภักดีในสถาบันกษัตริย์, แต่ในพรรคการเมืองใหม่ ในแง่มุมส่วนบุคคลกลับมีบุคลิกภาพแตกต่างอย่างน่าประหลาดในประเด็นการสืบราชสมบัติ

สุริยะใส เปิดเผยกับเราว่า พันธมิตรฯ และพรรคการเมืองใหม่ แตกกันระหว่างคนที่ชัดเจนว่าสนับสนุนสถาบันกษัตริย์ กับคนที่สนับสนุนเฉพาะกษัตริย์ในแง่ปัจเจกบุคล โดยเขาจัดตัวเองไว้ในกลุ่มหลัง XXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXXX XXXXXXXXXXXXXXX XXXXXXXXXXXXX

คำถามว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับพรรค หากพระบรมโอรสาธิราชทรงสืบราชสมบัติ?

สุริยะใสกล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วเขาเชื่อว่า สถาบันกษัตริย์ต้องถูกปฏิรูป และให้ความเห็นว่า องค์ประกอบบางส่วนในการเคลื่อนไหวของฝ่ายราชานิยมมีความ “อันตราย” ซึ่งบางทีอาจจะมากกว่าการเคลื่อนไหวของขบวนการเสื้อแดงที่สนับสนุนทักษิณ

                                                                                                      จอห์น

 

ที่มา: “http://thaicables.wordpress.com/2011/06/23/09bangkok2855-color-me-green-yellow-shirts-enter-the-political-ring-and-change-colors-along-the-way/

 

 

“วิกิลีกส์” ยื่นฟ้อง วีซ่า-มาสเตอร์การ์ด

Posted by KwamRak on 05.2011 บทความน่าอ่าน

“วิกิลีกส์” ยื่นฟ้อง วีซ่า-มาสเตอร์การ์ด

เรกยาวิก - เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทนายความของวิกิลีกส์ในไอซ์แลนด์ Svein Andri Sveinsson ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า การระงับการให้บริการทางการเงินของวีซ่าและมาสเตอร์การ์ด มีผลทำให้วิกิลีกส์ต้องสูญเสียรายได้จากเงินบริจาคไปกว่าวันละ 130,000 ยูโร โดย Sveinsson แจงว่า จะฟ้องวิซ่าและมาสเตอร์การ์ดต่อสหภาพยุโรป ในข้อหาใช้ตำแหน่งทางการตลาดในทางละเมิด และทำผิดกติกาการแข่งขันในยุโรป ถ้าหากว่าสองบริษัทดังกล่าวยังคงไม่ยกเลิกการระงับการให้บริการทางธุรกรรมแก่วิกิลีกส์

wikileaks's logo

ทั้งนี้ ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว บริษัทที่ให้บริการทางการเงิน เช่น วีซ่า มาสเตอร์การ์ด และเพย์พัล (PayPal) รวมถึง Amazon.com ต่างถอนตัวออกจากการให้บริการการชำระเงินแก่วิกิลีกส์ เนื่องจากให้เหตุผลว่าวิกิลีกส์ละเมิดข้อตกลงในการให้บริการ

รองประธานเพย์พัล Osama Bedier ได้เปิดเผยเมื่อปีที่แล้วว่า ในเดือนพฤศจิกายนปี 2553 ทางเพย์พัลได้รับจดหมายแจ้งจากทางรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า การกระทำของวิกิลีกส์เป็นการดำเนินการที่ผิดกฎหมาย ทางเพย์พัลจึงได้มีนโยบายระงับการให้บริการแก่วิกิลีกส์ ในขณะที่ทางมาสเตอร์การ์ดได้ให้ความเห็นต่อการระงับการให้บริการทางการเงินดังกล่าวว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นเรื่องของมาสเตอร์การ์ดแต่เพียงผู้เดียว

อนึ่ง องค์กรวิกิลีกส์ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2550 โดยนักไอทีและนักเคลื่อนไหวหลายประเทศ และมีจูเลียน อัสซานจ์ ชาวออสเตรเลียเป็นผู้อำนวยการ วิกิลีกส์ได้มีบทบาทในการเปิดโปงเอกสารลับของรัฐบาลและบรรษัทเอกชนในระยะสี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับบทบาทของสหรัฐฯ ในการทำสงครามในอิรักและอัฟกานิสถาน

ในเดือนพฤศจิกายนปี 2553 วิกิลีกส์ได้ปล่อยโทรเลขทางการทูตของรัฐบาลสหรัฐฯ จำนวนกว่าสองแสนฉบับ ซึ่งให้ข้อมูลในทางการทูตและการข่าวของหลายประเทศ โดยมีเอกสารที่เกี่ยวข้องประเทศไทยกว่าสามพันฉบับ ส่งผลให้รัฐบาลไทยบล็อกเว็บไซต์วิกิลีกส์เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว เนื่องจากอ้างว่ามีเนื้อหาเข้าข่ายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

คลิปล่าสุดโดยวิกิลีกส์ “What does it cost to change the world?”
(การเปลี่ยนแปลงโลกมีราคาเท่าไร)

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

วิกีลีกส์’1: อ้างปลัด ยธ. ในหลวงทรงขอให้อภิสิทธิ์ทบทวนการใช้ ม.112

Posted by KwamRak on 23.2011 บทความน่าอ่าน

วิกีลีกส์’1: อ้างปลัด ยธ. ในหลวงทรงขอให้อภิสิทธิ์ทบทวนการใช้ ม.112

เว็บไซต์ไทยเคเบิล เผยแพร่เอกสารลับทางการทูตของสหรัฐอเมริกา ในช่วงหลังรัฐประหารเป็นต้นมา โดยมีเนื้อหาการพบปะและพูดคุยกับบุคคลระดับนำ ทั้งฝ่ายราชสำนัก ข้าราชการระดับสูง นายทหาร และผู้นำรัฐบาล ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเมือง เช่น การล้มรัฐบาลสมัคร สุนทรเวช บทบาทของราชสำนักต่อการเมือง และการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ทั้งนี้ เว็บไซต์ดังกล่าว เผยแพร่เอกสารชั้นต้นที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้นจำนวนหลายสิบชิ้นต่อเนื่องกันตลอดช่วงเช้าของวันนี้ (23 มิ.ย.) โดยมีคำอธิบายที่หน้าแรกของเว็บว่า เอกสารที่หลุดมาจากกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ ในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทยมีทั้งสิ้นราว 3,000 ชิ้น และเชิญชวนให้เว็บไซต์ต่างๆ นำไปเผยแพร่ต่อ ทั้งนี้ มีข้อความเจาะจงถึงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศว่า “นี่คือคำเตือน เมื่อใดก็ตามที่คุณบล็อกเว็บไทยเคเบิ้ล เราจะเปิดใหม่ทันทีอีก 3 เว็บ”

 

000

 

10BANGKOK287 KING BHUMIBOL RESUMES A MORE VISIBLE ROLE – IN HIS HOSPITAL RECEPTION ROOM

http://thaicables.wordpress.com/2011/06/23/10bangkok287-king-bhumibol-resumes-a-more-visible-role-%E2%80%93-in-his-hospital-reception-room/

“246944″,”2/3/2010 10:47″,”10BANGKOK287″,”Embassy

 

KING BHUMIBOL กลับมาดำเนินบทบาทที่ชัดเจนขึ้น จากห้องพักในโรงพยาบาล

วิกิลีกส์หมายเลข 10BANGKOK287 วันที่ 2 มีนาคม 2553 เวลา 10:47

 

ข้อสรุปและความคิดเห็น

——————-

1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ (หมายเหตุ: ต้นฉบับใช้คำว่า ‘KING BHUMIBOL’) ได้เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณสามครั้ง ณ โรงพยาบาลศิริราชตั้งแต่กลางเดือนมกราคม และพระราชทานพระบรมราโชวาทต่อคณะรัฐมนตรีและคณะผู้พิพากษาในที่สาธารณะ และต่อนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัว

นอกจากการถวายสัตย์ปฏิญาณของรัฐมนตรีใหม่จำนวน 5 คน ในวันที่ 18 มกราคม (อ้างอิง A) พระองค์ยังเป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของคณะผู้พิพากษาอีกสองกลุ่มในวันที่ 25 มกราคม และ 1 กุมภาพันธ์ และพระราชทานพระราชดำรัสสด ซึ่งในส่วนหลังได้ถ่ายทอดทางโทรทัศน์ทั้งสองครั้ง

ในโอกาสสองครั้งดังกล่าว พระองค์ตรัสค่อนข้างยาว (10 นาที) เท่าๆ กัน ในลักษณะที่กำกวมตามปรกติ และยากในการทำความเข้าใจ ซึ่งเป็นลักษณะที่รู้กันโดยทั่วไป

ในวันที่ 18 มกราคม ในการเข้าเฝ้าอย่างเป็นส่วนตัวกับนายกฯ อภิสิทธิ์ พระองค์ได้ตั้งใจพูดคุยถึงความกังวลต่อการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และให้นายกฯ อภิสิทธิ์ดำเนินการแก้ไข หลังจากให้มีการทบทวนขั้นตอนและกระบวนการในปัจจุบัน (เกี่ยวกับกฎหมายดังกล่าว)

ถึงแม้ว่าจะมีตัวบ่งชี้ว่าพระองค์ทรงกระฉับกระเฉงมากขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ยังทรงได้รับการรักษาพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ที่ซึ่งทรงพำนักอยู่มาตั้งแต่เดือนกันยายน

2. (ความคิดเห็น) นอกจากพระวรกายดีขึ้นแล้ว การพบปะกับบุคคลในช่วงที่ผ่านมา ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่า พระองค์ทรงได้ฟื้นฟูทางจิตใจ หลังจากมีข่าวลือว่าทรงป่วยเป็นโรคซึมเศร้า นอกเหนือไปจากการเจ็บป่วยทางร่างกาย เช่น พาร์กินสัน และโรคปอดบวม

ความสามารถในการพระราชทานพระราชดำรัสต่อรัฐมนตรีและผู้พิพากษา เป็นสิ่งที่แตกต่างอย่างมากกับการพระราชทานพระราชดำรัสด้วยความยากลำบาก เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม เนื่องในวันพระราชสมภพ และวันปีใหม่ โดยเฉพาะการพูดคุยเรื่องกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพกับอภิสิทธิ์ ดูเหมือนจะบ่งชี้ว่าพระองค์รับทราบถึงการถกเถียงที่กว้างขวางเกี่ยวกับบทบาทของกษัตริย์ในปัจจุบันและในอนาคต

คำถามที่ยังคงอยู่คือ ทำไมพระองค์ยังทรงรับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เหตุผลที่ว่าต้องการให้พระองค์มีพระวรกายและพระพลานามัยแข็งแรงขึ้น เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ในวัง หรือที่กรุงเทพฯ หรือที่พักที่พระองค์โปรดปรานที่หัวหินก็ได้

บางคนอาจจะคิดว่ามีเหตุผลอื่น แต่จะเป็นอะไรก็ยังไม่ชัดเจน (จบการสรุปและความคิดเห็น)

 

การสาบานตนของรัฐมนตรีใหม่

——————————–

3. สมาชิกคณะรัฐมนตรีใหม่จำนวน 5 คน เดินทางไปโรงพยาบาลศิริราชเมื่อวันที่ 18 มกราคม ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยุ่หัวฯ (อ้างอิง A) หลังจากการสาบานตนอย่างเป็นทางการแล้ว พระองค์มีพระราชดำรัสต่อคณะถึงการยืนหยัดต่อหลักการความซื่อตรง ทรงขอให้คณะดังกล่าวรักษาผลประโยชน์ของชาติไว้ในจิตใจเมื่อทำงาน และเน้นย้ำความสำคัญของความซื่อสัตย์ และศักดิ์ศรีในทุกขั้นตอน

พระองค์เน้นย้ำว่า ในฐานะบุคคลสาธารณะ การทำงานของรัฐมนตรีจะเป็นที่จับตาอย่างใกล้ชิด และถือเป็นแบบอย่างของการประพฤติที่เหมาะสม ในการกล่าวสรุป พระองค์กล่าวว่า หากรัฐมนตรีทำงานให้สอดคล้องกับความคาดหวังของสาธารณชน ก็จะช่วยให้เกิดความสงบสันติและความก้าวหน้ามาสู่ประเทศไทย

 

คำกระซิบ (WHISPERS)สำหรับอภิสิทธิ์

————————–

 

4. หลังจากพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณของรัฐมนตรีสิ้นสุดลง พระองค์ได้ขอให้อภิสิทธิ์อยู่ต่อเพื่อการพูดคุยสองต่อสอง ยาวหนึ่งชั่วโมง โดยเน้นที่การใช้ข้อกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ข้อมูลดังกล่าวมาจากผู้ที่ไว้ใจได้และติดต่อกับสถานทูตมาอย่างนาวนาน ซึ่งได้ยินมาจากบุคคลซึ่งอภิสิทธิ์มักเล่าสรุปหลังจากได้เข้าเฝ้ากษัตริย์อยู่เสมอๆ คือ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กิตติพงษ์ กิตติยารักษ์, กิตติพงษ์มีตำแหน่งเป็นประธานคณะกรรมการที่อภิสิทธิ์ก่อตั้งขึ้น ในเดือนพฤศจิกายน 2552 เพื่อทบทวนการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ จากข้อมูลของกิตติพงษ์ พระองค์บอกอภิสิทธิ์ว่า เขาต้องทบทวนการใช้กฎหมายเพื่อมุ่งสู่การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวกับกฎหมายหมิ่นฯ

การทบทวนดังกล่าวต้องทำอย่างระมัดระวัง พระองค์น่าจะได้กล่าวต่ออภิสิทธิ์ แต่พระองค์ก็ทรงทราบว่า การเปลี่ยนแปลงใดๆ คงจะกระทบบุคคลหลักๆ หนึ่งคน คือตัวพระองค์เอง มีรายงานว่า พระองค์ยังทรงเตือนอภิสิทธิ์ด้วยว่า ในฐานะพระมหากษัตริย์ พระองค์มีพระราชอำนาจในการให้อภัยโทษใครก็ได้ที่ถูกตัดสินด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมราชานุภาพ

5. บันทึก: ในพระราชดำรัสเนื่องในวันพระราชสมภพซึ่งเผยแพร่แก่สาธารณะเนื่องในวันพระราชสมภพ พ.ศ. 2548 ตรัสชัดเจนว่า ไม่ทรงอยู่เหนือการวิพากษ์วิจารณ์ และที่จริงแล้วก็ทรงยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ด้วย ความคิดเห็นในตอนนั้นและตอนนี้ของพระองค์เป็นตัวชี้ให้เห็นว่า ทรงเข้าใจว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมราชานุภาพถูกใช้ในลักษณะที่ทำให้สถาบันกษัตริย์อ่อนแอลง และไม่ได้ปกป้องสถาบันกษัตริย์

พระองค์ทรงมีรายชื่อของคนที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษจากคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ แต่ขณะนี้ยังมีกรณีของคนไทยสองคนที่เพิ่งถูกตัดสินไปเมื่อเร็วๆ นี้ แต่ฎีกาขออภัยโทษยังไม่ได้ถูกทูลเกล้าฯ ให้พระองค์ ซึ่งสองกรณีดังกล่าวระบุอยู่ในรายงานสิทธิมนุษยชนปี 2551 และ 2552

 

การให้โอวาทแก่ผู้พิพากษา

————————- 

6. หนึ่งสัปดาห์ถัดมา พระองค์เป็นประธานในพิธีสาบานตนเมื่อวันที่ 25 มกราคม สำหรับผู้พิพากษาศาลสูงสูดด้วยน้ำเสียงที่สม่ำเสมอ ถึงแม้จะดังกว่าการกระซิบเพียงเล็กน้อย อันเป็นผลจากความเจ็บป่วย พระองค์แนะนำต่อผู้พิพากษาให้ยึดถือหลักธรรมคำสอนของพุทธศาสนาในการทำงาน ซึ่งเป็นประเด็นที่พระองค์มักตรัสมาอย่างสม่ำเสมอ ทรงเน้นให้ผู้พิพากษาต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม และเป็นกลาง ซึ่งเป็นความยุติธรรมในแง่ของพุทธศาสนาในเรื่องความดีงาม โดยเน้นเรื่องความเป็นกลางเป็นพิเศษ

7. ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พระองค์ได้พบกับคณะผู้พิพากษาสูงสุดอีกกลุ่มหนึ่ง และเช่นเดียวกันก็ได้พระราชทานพระราชดำรัสสดในหัวข้อเดียวกัน พระองค์ทรงย้ำให้ผู้พิพากษาทำงานด้วยความยุติธรรมและความถูกต้อง เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและศักดิ์ศรีของศาล และเพื่อให้ดำรงไว้ซึ่งความสงบของชาติบ้านเมือง ความเจริญรุ่งเรืองและความเรียบร้อย มีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า “ถึงแม้โจรก็ยังต้องการความยุติธรรม” ทรงจบพระราชดำรัสโดยแสดงความยินดีในโอกาสที่จะได้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่มีผลกระทบอย่างมากและยาวนานต่อชีวิตคนอื่นๆ

8. ข้อความของพระองค์ต่อคณะผู้พิพากษาทั้งสองคณะ คงเป็นที่คุ้นเคยกันดีสำหรับคนที่เคยได้ยินพระราชดำรัสของพระองค์ก่อนหน้านี้ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับหลักการพุทธศาสนา มีลักษณะคลุมเครือ หากแต่ก็ดูเหมือนจะเข้ากับสถานการณ์การเมืองของไทยได้ในหลายแง่ กล่าวอีกทางก็คือ การที่กษัตริย์มีพระราชดำรัสต่อรัฐมนตรี ผู้พิพากษา และประชาชนมาหลายสิบปี –ความจริงข้อนี้ ถ้าคำนึงถึงการเข้ารักษาพยาบาลของพระองค์ที่นานต่อเนื่อง และความกังวลเรื่องปลายรัชกาล ทำให้สองเหตุการณ์ดังกล่าวมีความสำคัญอย่างมาก และพระราชดำรัสดังกล่าวที่เน้นให้ผู้พิพากษาทำงานให้ดีตามหน้าที่ ซึ่งตรัสก่อนการตัดสินคดีการยึดทรัพย์ของผู้หลบหนีคดี อย่างอดีตนายกฯ ทักษิณ ไม่กี่สัปดาห์ จะมีนัยยะอะไรสำคัญที่ลึกไปกว่านั้นหรือไม่ เป็นเรื่องที่ยังคงต้องพิจารณาและประเมินต่อไป

จอห์น

วิกิลีคส์แพร่เอกสารทูตสหรัฐฯ สนทนากับ "เปรม-สิทธิ-อานันท์"

Posted by KwamRak on 12.2011 News

วิกิลีคส์แพร่เอกสารทูตสหรัฐฯ สนทนากับ "เปรม-สิทธิ-อานันท์"

วิกิลีคส์” ปูดเอกสารล่าสุด บันทึกทูตสหรัฐสนทนากับ เปรม ติณสูลานนท์ - สิทธิ เศวตศิลา - อานันท์ ปันยารชุน เป็นการสนทนากันต้นปีนี้ โดยเปรมกล่าวว่าอภิสิทธิ์ “หนุ่มไป” และ “ไม่เข้มแข็งพอ” แต่ยังเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เหมาะสมมาเป็นนายกฯ ส่วน พล.อ.อ.สิทธิ บอกว่ามาร์คเกาะโพเดียมมากไป พร้อมเผยไม่ไว้ใจ “เสธ.แดง” กังวล “อนุพงษ์” มั่นใจ “ประยุทธ์”

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. เวลา 21.00 น. ตามเวลาสหรัฐอเมริกา เว็บไซต์วิกิลีกส์ ได้เผยแพร่เอกสารลับ หมายเลข “S E C R E T SECTION 01 OF 03 BANGKOK 000192” ซึ่งเป็นบันทึกทางการทูตของนายอีริคส์ จี จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ลงวันที่ 25 ม.ค. 53 โดยบันทึกซึ่งถูกแบ่งเป็น 15 ย่อหน้า หัวข้อแรกเป็นบทสรุป รายละเอียดเป็นบันทึกของทูตภายหลังจากพบกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา องคมนตรี และนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี

ทูตระบุว่าได้สนทนากับ พล.อ.เปรม ในระหว่างการรับประทานอาหารกลางวัน วันที่ 13 ม.ค. 53 ส่วนทูตสหรัฐฯ สนทนากับ พล.อ.อ.สิทธิ ที่บ้านพักของ พล.อ.อ.สิทธิ เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 53 ส่วนอานันท์สนทนากับทูตสหรัฐฯ เมื่อปลายเดือนธันวาคมปี 52 ในรายงานส่วนใหญ่เป็นบันทึกความเห็นของ พล.อ.เปรม กับ พล.อ.อ.สิทธิ เป็นส่วนใหญ่ มีความเห็นของนายอานันท์ประกอบเล็กน้อย

ในรายละเอียดของเอกสาร มีการสนทนาหัวข้อสำคัญหลายหัวข้อ ทั้งเรื่องการตั้งรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ความท้าทายที่มาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

 

บันทึกระบุ “เปรม” เห็นว่า “อภิสิทธิ์” หนุ่มไปและไม่เข้มแข็ง แต่เปรมยังไม่มีตัวเลือก

ในย่อหน้าที่ 3 ของบันทึก ระบุว่า พล.อ.เปรม เห็นว่านายกรัฐมนตรี “หนุ่มเกินไปและไม่เข้มแข็งพอที่จะเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพในช่วงเวลาที่ยากลำบาก” อย่างไรก็ตาม พล.อ.เปรม รู้สึกว่าสิ่งที่อภิสิทธิ์ถูกทดสอบในปี 2552 ก็คือ การถูกท้าทายการทำงานในการขับเคลื่อนรัฐบาลผสมที่มีหลายค่าย ซึ่งไม่ใช่งานง่าย พล.อ.เปรม ยังเสริมว่า ไม่มีนักการเมืองคนไหนที่ดูมีหลักการและมีความซื่อสัตย์มากกว่าอภิสิทธิ์ และประเทศไทยต้องการมีผู้นำเช่นนี้ พล.อ.เปรม มีความหวังว่าชาวไทยและชาวต่างประเทศจะเพิ่มความอดทนกับอภิสิทธิ์ ซึ่ง พล.อ.เปรม เชื่อว่า เป็นบุคคลที่เหมาะสมที่มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

 

พล.อ.อ.สิทธิเห็นว่าอภิสิทธิ์ใช้เวลาบนโพเดียมมากไป

ในย่อหน้าที่ 4 บันทึกระบุว่า พล.อ.อ.สิทธิ วิจารณ์อภิสิทธิ์ มากกว่าที่ พล.อ.เปรม วิจารณ์ โดย พล.อ.อ.สิทธิ กล่าวว่าได้บอกบิดาของนายอภิสิทธิ์แล้วว่าในปี 2553 ลูกชายควรเป็นคนกล้าตัดสินใจมากกว่านี้ และมีเพื่อนมากกว่านี้ พล.อ.อ.สิทธิ ยังวิจารณ์ว่าอภิสิทธิใช้เวลาอยู่บนโพเดียมมากเกินไป ไม่มีเวลาที่จะสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพซึ่งจะทำให้อภิสิทธิ์สามารถมอบหมายนโยบายและคิดริเริ่มเรื่องนโยบาย อภิสิทธิ์จำเป็นต้องไปมีส่วนร่วมกับคนรากหญ้า ซึ่งสิ่งนี้เป็นด้านหนึ่งของจุดแข็งทักษิณ ในความคาดหวังของ พล.อ.อ.สิทธิ ยังหวังให้อภิสิทธิ์ตั้ง พล.ต.อ.ประทีป (ตันประเสริฐ) เป็นผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างถาวร หวังให้อภิสิทธิ์ใช้อำนาจที่มีเหนือพรรคร่วมรัฐบาลโดยการขู่ว่าจะยุบสภาถ้าพวกเขาออกนอกแถว และบอกให้กองทัพดำเนินการขับ “ทหารนอกแถว” อย่าง พล.ต.ขัตติยะ (สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง) แม้ว่า พล.อ.ประวิตร (วงศ์สุวรรณ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปฏิเสธคำสั่งปลด พล.ต.ขัตติยะ

ในย่อหน้าที่ 5 รายงานว่า พล.อ.เปรมสอบถามเกี่ยวกับกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมที่ป่วนการทำงานของรัฐบาลและชีวิตประจำวันของประชาชน ทูตอธิบายว่าระบบของสหรัฐอเมริกาให้สิทธิผู้ชุมนุมในด้านเสรีภาพการแสดงความเห็น แต่ไม่สามารถไปชุมนุมได้ทุกที่ ทูตยังแสดงความไม่พอใจในการตัดสินใจที่ส่งผลลบต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจและการลงทุน อย่างเช่น มาบตาพุด การยกเลิกหวยออนไลน์ การบังคับใช้กฎหมายที่มีความไม่เป็นธรรม การฝ่าฝืนข้อตกลง และการควบคุมเคลื่อนย้าย มีผลต่อบรรยากาศการลงทุนมากกว่าความยุ่งเหยิงทางการเมือง

 

ไม่ไว้ใจ “เสธ.แดง” กังวล “อนุพงษ์” มั่นใจ “ประยุทธ์”

ในย่อหน้าที่ 6 ทูตสหรัฐบันทึกว่า พล.อ.อ.สิทธิ แสดงความกังวลมากกว่า พล.อ.เปรม ในเรื่องสถานการณ์ด้านความมั่นคงในปี 2553 โดยเสนอว่า ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ (เผ่าจินดา) ไร้ความสามารถในการควบคุมพล.ต.ขัตติยะ “นายพลหัวแข็ง ซึ่งอยู่ในเครือของเสื้อแดง” ซึ่ง พล.อ.อ.สิทธิกล่าวหาว่า เป็นผู้ยิงระเบิดเอ็ม-79 ใส่ผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง และ พล.ต.ขัตติยะ ยังได้ไปพบกับทักษิณในต่างประเทศด้วย พล.อ.อ.สิทธิ กล่าวด้วยว่า พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ใช่ผู้หาข่าวที่ดี

ในบันทึกของทูตอีริค ยังวงเล็บด้วยว่า สามวันถัดจากการคุยกับ พล.อ.อ.สิทธิ มีผู้โจมตีห้องทำงานของ พล.อ.อนุพงษ์ในช่วงกลางคืนด้วยเอ็ม-79 และ พล.ต.ขัตติยะ ถูกสงสัยอย่างมาก

โดยในย่อหน้าที่ 6 บันทึกของอีริค จี จอห์น ระบุว่า พล.อ.อ.สิทธิ มีความหวังกับรองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ (จันโอชา) มากกว่า โดยคาดหมายว่าจะได้มาแทนตำแหน่งของ พล.อ.อนุพงษ์ ในเดือนตุลาคม [...] พล.อ.อ.สิทธิอ้างด้วยว่า พล.อ.เปรม ได้ส่งสัญญาณว่าไม่พอใจ พล.อ.อนุพงษ์ โดยแสดงอาการดูแคลนในระหว่างที่บรรดานายพลเข้าพบ พล.อ.เปรม ที่บ้านพักเพื่ออวยพรวันเกิด โดย พล.อ.เปรม ไม่พูดคุยกับ พล.อ.อนุพงษ์เป็นการส่วนตัว ระหว่างที่ พล.อ.อนุพงษ์ยืนอยู่กับกลุ่มผู้บัญชาการทหารคนสำคัญๆ

นอกจากนี้ในบันทึกยังกล่าวถึงทัศนะของ พล.อ.เปรม พล.อ.อ.สิทธิ และนายอานันท์ ต่อเรื่องการสืบราชสมบัติด้วย […]

 

ทักษิณยังเป็นประเด็นสำหรับเปรม-สิทธิ-อานันท์

ส่วนในย่อหน้าที่ 13 บันทึกของทูตยังระบุด้วยว่า ทักษิณยังคงเป็นประเด็นสำหรับสามบุคคลสำคัญนี้ (เปรม-สิทธิ-อานันท์) อดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์กล่าวถึงพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว […] และการท้าทายของทักษิณเป็นต้นเหตุต่อเรื่องเสถียรภาพของประเทศนี้ พล.อ.เปรมถามต่อทูตสหรัฐฯ ว่าสหรัฐอเมริกาควรทำอย่างไรต่อสถานการณ์ของไทย ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านได้แต่งตั้งอดีตผู้นำรายนี้ (หมายถึงทักษิณ) ขึ้นเป็นที่ปรึกษา ซึ่งบุคคลนี้มีความแน่วแน่ในการโค่นล้มรัฐบาล ทูตสหรัฐฯ ตอบว่าขณะที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐจะกล่าวสุนทรพจน์ถึงประเด็นในประเทศอื่นเป็นบางครั้งคราว แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับรัฐบาลประเทศอื่น แต่ทูตสหรัฐ ได้แนะนำ พล.อ.เปรม และเจ้าหน้าที่ไทยให้ใช้วิธีให้ความเห็นต่อสาธารณะในเรื่องกัมพูชา และไม่ควรเล่นเกมตาต่อตาฟันต่อฟันกับทักษิณและฮุนเซ็น

ในบันทึกของทูตวงเล็บว่าดูเหมือนว่า พล.อ.เปรม จะรำพึงถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน แต่ก็มีความชัดเจนว่า พล.อ.เปรม มุ่งไปที่ความรับรู้ต่อเรื่องการคุกคามโดยทักษิณ และการที่ฮุนเซ็น อำนวยความสะดวกให้กับกิจกรรมของทักษิณ

 

พล.อ.อ.สิทธิ ไม่ไว้ใจกัมพูชา บรูไน ลาว เวียดนาม หนุนหลัง “ฮุนเซ็น”

ในย่อหน้าที่ 14 พล.อ.อ.สิทธิ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เพิ่งมาเยี่ยมเขาในวันคล้ายวันเกิดครบ 90 ปี และชี้ให้เห็นว่าอีกไม่นานไทยจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน อภิสิทธิ์จะมีข้อจำกัดน้อยลงในการตอบโต้ด้วยฝีปากกับฮุนเซ็น พล.อ.อ.สิทธิ แสดงความกังวลเพิ่มเติมต่อกรณีของกัมพูชา และบรูไน ว่าน่าจะอยู่ในฝ่ายทักษิณ โดยพิจารณาจากความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดของทักษิณ กับฮุนเซ็น และสุลต่านบรูไน ลาว และเวียดนาม ซึ่งน่าจะหนุนหลังฮุนเซ็น ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศไทย-กัมพูชา ขณะนี้

ในย่อหน้าที่ 15 พล.อ.อ.สิทธิ โจมตีทักษิณว่า พยายามใช้เงิน, ผู้ชุมนุมเสื้อแดง และ ฮุนเซ็น เพื่อ “ทำลายประเทศของเรา” แต่เขาทำนายว่าทักษิณจะทำไม่สำเร็จ ทักษิณไม่เคยพยายามเจรจา พล.อ.อ.สิทธิแนะนำว่า ข้อเรียกร้องทักษิณจะได้รับการตอบสนอง ถ้าเขากลับเข้าประเทศ และรับโทษในคุกพอเป็นพิธี ทักษิณก็น่าจะได้รับการอภัยโทษอย่างรวดเร็ว และได้รับการปล่อยตัวในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ตอนนี้ทักษิณพยายามก่อความยุ่งเหยิง จุดชนวนโดยใช้กำลัง ในขณะที่ พล.อ.อ.สิทธิ ยังคาดด้วยว่า ทักษิณจะแพ้คดีในวันที่ 26 ก.ย. (ปี 53) ต่อกรณีเงินที่ถูกอายัดเงินจำนวน 76,000 ล้านบาท แต่ พล.อ.อ.สิทธิ อ้างว่าจากข้อมูลของเขาแสดงให้เห็นว่าทักษิณยังคงมีเงินราว 240,000 ล้านบาทในต่างประเทศ ทักษิณแทนที่จะอยู่ต่างประเทศเงียบๆ แต่ทักษิณได้ตัดสินใจสู้ โดย พล.อ.อ.สิทธิ อ้างว่า ทักษิณได้ให้ทุนสนับสนุนบรรดาเว็บไซต์โจมตีพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ เพื่อจุดชนวนต่อทัศนะการต่อต้านสถาบันกษัตริย์

http://www.prachatai.com/journal/2010/12/32321

แฉ 10 เรื่องเด่น เปิดโปงจากเว็บไซต์วิกิลีกส์ wikileaks

Posted by KwamRak on 12.2011 News



Julian Assange


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  us-trends.comtherightperspective.org

          เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายจูเลียน แอสแซงจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์วิกิลีกส์ วัย 39 ปี ได้ให้ปากคำต่อศาลแขวง City of Westminster ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ว่า เขาจะขอสู้คดีจนถึงที่สุด หลังจากสตรีสวีเดน 2 คนได้ออกมากล่าวหาว่าเขาล่วงละเมิดทางเพศ จนศาลสวีเดนออกหมายจับ และนายจูเลียน แอสแซงจ์ ถูกตำรวจจับกุมขณะเข้ามาพักอยู่ในอังกฤษ 

           จากการสอบปากคำกรณีดังกล่าว นายจูเลียน แอสแซงจ์ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากสตรีชาวสวีเดน 2 รายนี้ ที่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับเขาโดยอ้างว่า ถูก นายจูเลียน แอสแซงจ์ ล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่เขาเดินทางไปประเทศสวีเดนเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่ง นายจูเลียน แอสแซงจ์ ก็ยืนยันว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศสตรีทั้ง 2 รายแต่อย่างใด และจะขอสู้คดีจนถึงที่สุด แม้ศาลจะพิจารณาให้เขาถูกคุมขังในเรือนจำจนถึงวันที่ 14 ธันวาคม โดยไม่อนุญาตให้ประกันตัวก็ตาม

           อย่างไรก็ดี คดีนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์วิกิลีกส์ของเขาแต่อย่างใด แต่ก็ยังมีหลายคนตั้งข้อสันนิษฐานว่า การที่สวีเดนออกหมายจับเขาอาจจะทำให้เขาถูกดำเนินคดีเรื่องเว็บไซต์เปิดโปงเอกสารลับด้วยก็ได้ เพราะหากเขาไม่ต่อสู้คดีในครั้งนี้ อังกฤษก็จะส่งตัวเขาให้กับสวีเดน และอาจเป็นไปได้ว่าหลังจากคดีนี้สิ้นสุดลง ทางสวีเดนก็อาจส่งตัวเขาให้กับทางสหรัฐฯ เพื่อดำเนินคดีเรื่องเว็บไซต์วิกิลีกส์ก็เป็นได้

          ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายจูเลียน แอสแซงจ์ ได้เปิดเผยข้อมูลลับของสหรัฐฯ มากมายผ่านเว็บไซต์วิกิลีกส์ โดยเว็บไซต์เทเลกราฟได้เคยนำเรื่องราว 10 เรื่องเด่นจากเว็บไซต์วิกิลีกส์มาเผยแพร่ ดังนี้

          1. การระดมยิงในอิรัก เว็บไซต์วิกิลีกส์ได้ลงวีดีโอคลิปที่บันทึกในสมรภูมิรบอิรักเมื่อปี 2550 ที่แสดงให้เห็นคนกว่า 15 คน รวมถึงนักข่าวรอยเตอรส์ ถูกทหารสหรัฐฯ ที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ยิงเสียชีวิต ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเหล่าทหารสหรัฐที่สนับสนุนให้ระดมยิงผู้คนอย่างคึกคะนอง ซึ่งในตอนนั้น ทหารสหรัฐอ้างว่าพวกเขายิง เพราะผู้คนเหล่านั้นเขาไปยังพื้นที่อันตรายเอง

          2. การปฏิบัติงานในชายหาดกวนตานาโม วิกิลีกส์ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ทหารปฏิบัติต่อนักโทษในแคมป์เดลต้า ที่นักโทษถูกห้ามไม่ให้พบหน่วยงานกาชาดนานกว่า 1 เดือน

          3. ลัทธิไซน์โตโลจี เว็บไซต์วิกิลีกส์ได้เผยแพร่หลักปฏิบัติของลัทธิไซน์โตโลจี เพื่อบรรลุจุดสูงสุดของชีวิต ซึ่งมีถึง 8 ขั้น โดยลัทธิดังกล่าวได้ก่อตั้งโดย รอน ฮับบาร์ด และแม้ว่าจะเป็นข้อปฏิบัติที่แปลกประหลาดและยากที่จะเข้าใจ แต่ทางลัทธิก็ขอให้วิกิลีกส์ เอาข้อมูลดังกล่าวออกไป และแน่นอนว่า วิกิลีกส์ไม่ยอมทำตามแต่อย่างใด

          4. อีเมล์โลกร้อน วิกิลีกส์ ได้เปิดเผยข้อมูลที่แฮคมาจากอีเมลของศูนย์วิจัยสภาพอากาศแห่งมหาวิทยาลัยอีสท์ แองเกลีย ว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้เล่ห์กลกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงและรณรงค์เรื่องโลกร้อนไปทั่วโลก อีกทั้งยังระบุว่าโลกร้อนนั้นเกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งหลังจากข้อมูลดังกล่าวได้เผยแพร่ผ่านวิกิลีกส์ ศาสตราจารย์ฟิล โจนส์ หัวหน้าศูนย์วิจัยถึงกับลาออกไป เพราะปล่อยให้ข้อมูลลับรั่วไหลเลยทีเดียว

          5. บัญชีดำของออสเตรเลีย วิกิลีกส์ได้เปิดเผยรายชื่อเว็บไซต์ที่ทางรัฐบาลออสเตรเลียสั่งบล็อกไว้เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าถึง โดยอ้างว่าเป็นเว็บไซต์ที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคม ซึ่งเว็บไซต์เหล่านั้นก็ดูเหมือนไม่ได้อันตรายแต่อย่างใดเลย แต่เป็นคลิปวีดีโอยูทูบ ข้อมูลของวิกิพีเดีย ศาสนา และแม้แต่เว็บท่องเที่ยวก็ถูกจัดให้อยู่ในบัญชีดำไปด้วย

          6. รายงานจากทราฟิกูรา วิกิลีกส์ได้แฉข้อมูลจริงของบริษัททราฟิกูร่า ตัวแทนจำหน่ายน้ำมันว่า การเอาขยะอันตรายจากการผลิตน้ำมันไปฝังที่แอฟริกานั้น ทำให้เกิดคราบกำมะถันตกค้าง ซึ่งส่งผลต่อปอด ผิวหนัง ตา และระบบทางเดินหายใจ อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่บริษัททราฟิกูร่ากลับปกปิดรายงานส่วนนี้ไว้ไม่ให้ใครรับรู้

          7. พรรคอังกฤษขวาจัด วิกิลีกส์ได้เปิดเผยชื่อสมาชิกพรรคอังกฤษขวาจัดเมื่อปี 2551 ซึ่งในลิสต์นั้นมีรายชื่อของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร แพทย์ และศาสตราจารย์หลายท่าน รวมแล้วกว่า 13,500 คนเลยทีเดียว

          8. อีเมล์ของ ซาราห์ เพลิน วิลิลีกส์ได้แฮ็กอีเมลของซาราห์ เพลิน อดีตผู้ว่าการรัฐอลาสกา โดยข้อมูลที่ได้มาเป็นข้อมูลการติดต่อกันเป็นการส่วนตัวระหว่าง จอห์น แม็คเคน สมาชิกพรรครีพับลิกัน ซึ่งทำให้ข้อมูลส่วนตัวดังกล่าวรั่วไหลออกมา รวมทั้งภาพครอบครัวของซาราห์ เพลิน ด้วย

          9. ข้อมูลเพจเจอร์ 11 กันยา เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว วิกิลีกส์ได้เปิดเผยข้อมูลที่ส่งผ่านเพจเจอร์กว่า 5 แสนข้อความ ในวันที่ 11 กันยายน ถึงเหตุการณ์ที่เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรด ซึ่งวิกิลีกส์ได้อธิบายว่าที่นำข้อความดังกล่าวมาเผยแพร่นั้นก็เพื่อให้เห็นภาพเหตุการณ์วันนั้นได้อย่างชัดเจน

          10. วิกิลีกส์เล่นตลกแกมประชดประชันกับรัฐบาลอังกฤษ หลังจากที่อังกฤษพยายามหาทางป้องกันการเข้าถึงของข้อมูล แต่สุดท้ายข้อมูลก็รั่วไหลถึงวิกิลีกส์ในที่สุด

          และนี่เป็นเพียงส่วนน้อยในข้อมูลที่เปิดโปงในเว็บไซต์วิกิลีกส์ ซึ่งทางการสหรัฐฯ ได้จัดให้เป็นเว็บไซต์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นกลุ่มก่อการร้ายไปแล้ว และถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่จับกุมนายจูเลียน แอสแซงจ์ ยังไม่ได้ตั้งข้อหาเขากรณีเผยแพร่ความลับต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์วิกิลีกส์ แต่ได้ตั้งข้อหาเขาในคดีล่วงละเมิดทางเพศเท่านั้น

ผู้ก่อตั้งวิกิลีกส์คว้ารางวัลสันติภาพออสเตรเลีย

Posted by KwamRak on 12.2011 News
Julian Assange

Julian Assange



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  therightperspective.org

          จูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งวิกิลีกส์ เว็บไซต์จอมแฉ คว้ารางวัลสันติภาพออสเตรเลีย และรางวัลเหรียญทอง เหตุมีความกล้าหาญในการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน

          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มูลนิธิสันติภาพออสเตรเลียยกย่อง และมอบรางวัลเหรียญทองให้กับนายจูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์วิกิลีกส์ ซึ่งถือเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดของมูลนิธิสันติภาพออสเตรเลีย 

          ทั้งนี้ มูลนิธิสันติภาพออสเตรเลียได้ให้เหตุผลที่มอบรางวัลดังกล่าวให้นายจูเลียน อัสซานจ์ ว่า เป็นเพราะเขามีความกล้าหาญอย่างมากที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งมั่นสืบสวน และหาความน่าเชื่อถือของรัฐบาลทั่วโลก ซึ่งภารกิจของเขาถือว่าท้าทายต่ออำนาจเป็นอย่างมาก ที่นำเอาความลับของรัฐบาลแต่ละประเทศมาเปิดเผย นอกจากนี้ จูเลียน อัสซานจ์ และเว็บไซต์วิกิลีกส์ยังพยายามวางแนวทางใหม่ให้กับแวดวงสื่อมวลชนทั่วโลก โดยให้ข่าวสารไหลเวียนได้อย่างเสรีอีกด้วย

          อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในทุก ๆ ปี มูลนิธิสันติภาพออสเตรเลียจะมีการมอบรางวัลนี้ให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก แต่ทว่าผู้ที่ได้รับเหรียญเกียริตยศสูงสุดที่ผ่านมา 14 ปี มีเพียง 3 คนเท่านั้น คือ เนลสัน แมนเดล่า อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้, องค์ดาไล ลามะ และไดซากุ อิเกดะ ปราชญ์ชาวพุทธมหายาน นิกาย นิจิเรน 



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
 

วิกิลีกส์: บันทึกทูตสหรัฐถวายบังคมลาฯ ในโอกาสพ้นจากตำแหน่ง

Posted by KwamRak on 07.2011 News

 

หนังสือพิมพ์เทเลกราฟ เผยแพร่บันทึกทางการทูตของนายราล์ฟ แอล บอยซ์ เมื่อครั้งเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เพื่อกราบบังคมทูลลาในโอกาสที่จะพ้นจากเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เมื่อเดือน พ.ย.2550


เมื่อวันที่ 4ก.พ.54 เวลา 21.03น. หนังสือพิมพ์เทเลกราฟ ได้เผยแพร่เอกสาร ที่วิกิลีกส์นำมาเผยแพร่ เป็นเลขเอกสารหมายเลข "C O N F I D E N T I A L SECTION 01 OF 03 BANGKOK 005839" ซึ่งเป็นโทรเลขที่ทูตสหรัฐอเมริกาประจำไทยส่งรายงานยังวอชิงตัน โดยโทรเลขดังกล่าวบันทึกโดยนายราล์ฟ แอล บอยซ์ (Ralph L. Boyce) ซึ่งดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ในขณะนั้น โดนบันทึกลงวันที่ 16พ.ย.50

รายละเอียดเป็นบันทึกของนายราล์ฟ แอล บอยซ์ ซึ่งเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อกราบบังคมทูลลาในโอกาสที่จะพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 13 พ.ย.50 นอกจากนี้ นายราล์ฟ แอล บอยซ์ ยังบันทึกด้วยว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ย.50 ระหว่างงานแสดงดนตรีแจ๊ส ที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ เสด็จพระราชดำเนิน โดยทูตได้มีโอกาสสนทนากับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ซึ่งทรงประทับติดกับทูตด้วย

โดยรายละเอียดบันทึกของนายราล์ฟ แอล บอยซ์ ดังกล่าวมีทั้งหมด 13ย่อหน้า

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14ธ.ค.53 วิกิลีกส์ ได้เผยแพร่ เอกสารหมายเลข “C O N F I D E N T I A L BANGKOK 005811” ซึ่งเป็นโทรเลขที่นายราล์ฟ แอล บอยซ์ คนเดียวกันนี้ ส่งรายงานไปยังวอชิงตันเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 49 โดยเป็นบันทึกที่นายราล์ฟ แอล บอยซ์ ในฐานะทูตสหรัฐรายงานการพบปะพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะรัฐประหาร 19ก.ย.เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 20ก.ย.49 ตามเวลาประเทศไทย
 

 

จดหมายเปิดผนึกจากสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ถึง นปช. แดงทั้งแผ่นดิน กับประเด็น โทรเลขวิกิลีกส์ ฉบับวันที่ 25 มกราคม 2553

Posted by KwamRak on 07.2011 บทความน่าอ่าน

จดหมายเปิดผนึกจากสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ถึง นปช. แดงทั้งแผ่นดิน กับประเด็น โทรเลขวิกิลีกส์ ฉบับวันที่ 25 มกราคม 2553

โดยยุทธการลงทัณฑ์นักล่าแม่มด-Sanction Witch Doctors เมื่อ 7 มกราคม 2011 เวลา 2:38 น.

 

อ่านรายงานการแถลงข่าวของ นปช ได้ที่นี่

http://www.prachatai3.info/journal/2011/01/32549

และดูวิดีโอคลิปการแถลงข่าว ได้ที่นี่

http://www.youtube.com/watch?v=d-wMg9vz4Sk

 

 

เมื่อ วานนี้ (5 มกราคม 2554) อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ และแกนนำรักษาการณ์ของ "นปช แดงทั้งแผ่นดิน" ตัดสินใจที่จะนำเนื้อหาในโทรเลขวิกิลีกส์ ฉบับลงวันที่ 25 มกราคม 2553 มาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวทางการเมือง ด้วยการยื่นหนังสือถึงรัฐบาลให้ดำเนินการทางกฎหมายกับ เปรม ติณสูลานนท์, อานันท์ ปัญญารชุน และสิทธิ เศวตศิลา ที่ในโทรเลขวิกิลีกส์ฉบับดังกล่าว ได้พูดคุยอภิปรายเกียวกับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (และความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับทักษิณ) โดยแกนนำ นปช ได้อ้างว่า การพูดคุยในลักษณะดังกล่าว "เป็นการหมิ่นเหม่ต่อการทำลายสถาบันเบื้องสูงของเรา" (นาทีที่ 3:54 ในวิดีโอคลิปข้างต้น)

 

 

 

ผม ยืนยันมาโดยตลอดว่า ข้อหา "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" เป็นข้อหาที่ไม่ชอบธรรม ขัดแย้งกับหลักการประชาธิปไตยอย่างถึงราก ไม่ว่ากรณีใด ไม่สมควรที่ผู้ที่อ้างว่ารักเสรีภาพประชาธิปไตย จะสนับสนุนให้ดำเนินการทางกฎหมายกับใครทั้งสิ้นในข้อหานี้ เพราะจะเท่ากับเป็นการตอกย้ำให้การใช้ข้อหาที่ผิดนี้ มีความ "ชอบธรรม" ยิ่งขึ้น ไม่ว่าคนที่เกี่ยวข้องจะเป็นใคร (สนธิ ลิ้มทองกุล หรือ เปรม ติณสูลานนท์)

 

เฉพาะ ในกรณีโทรเลขวิกิลีกส์นี้ สิ่งที่ควรจะเคลื่อนไหว คือการชี้ให้เห็นลักษณะไม่ถูกต้อง ของการที่บุคคลในแวดวง "ชนชั้นสูง" อย่าง เปรม, อานันท์, สิทธิ สามารถอภิปรายปัญหาสถาบันกษัตริย์ได้อย่างตรงไปตรงมา แม้่กระทั่งกับตัวแทนรัฐบาลต่างประเทศ แต่ต่อสาธารณะ บุคคลเหล่านี้ กลับปกป้อง "วาทกรรม" เรื่อง "ความจงรักภักดี" และกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เพื่อปิดปากประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศที่แท้จริง โทรเลขวิกิลีกส์ ได้เปิดโปงให้ลักษณะ "ปากว่าตาขยิบ" "หน้าไหว้หลังหลอก" และความเป็น "อภิสิทธิชน" ของบุคคลในแวดวงชนชั้นสูงเหล่านี้

 

ประเด็นสถาบันกษัตริย์ รวมทั้งเรื่องการสืบราชสันตติวงศ์ ความจริง เป็นประเด็นสาธารณะ ที่ประชาชนทุกคนควรต้องมีสิทธิและเสรีภาพที่จะอภิปรายได้อย่างตรงไปตรงมา นี่คือสิ่งที่ นปช ที่ต้องการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ควรนำมา "ไฮไลต์" (ทำให้เด่นชัด) ในเรื่องทีเกี่ยวกับโทรเลขวิกิลีกส์นี้ ไม่ใช่ไปผลิตซ้ำ ข้อกล่าวหาเรื่อง "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"

 

ในการแถลงข่าวเมื่อวานนี้ แกนนำ นปช ได้พูดหลายตอนที่ ไม่ถูกต้องเลย (นอกเหนือจากประโยคที่ผมยกมาในย่อหน้าแรก เรื่อง "ทำลายสถาบันเบื้องสูงของเรา") เช่น นาทีที่ 6:30 อ.ธิดา กล่าวว่า

 

"การ ที่วิกิลีกส์ และ นสพ.การ์เดี้ยน ได้เผยแพร่ข้อความ อันอาจจะทำให้เกิดปัญหาของประเทศชาติ แต่การทีรัฐบาลและผู้กุมกลไกอำนาจรัฐในสังคมไทย อยู่เฉยๆกับข้อมูลของวิกิลีกส์ ในขณะที่มันเผยแพร่ไปทั่วโลก อันนี้เนี่ย มันเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ..."

 

ผมฟังแล้วก็งงว่า "การเผยแพร่ข้อความ" ของวิกิลีกส์-เดอะการ์เดี้ยน "ทำให้เกิดปัญหาของประเทศชาติ" ได้อย่างไร? 

 

อ.ธิดา ได้กล่าวต่อไปถึงเรื่อง "คนที่ทำผิด ไม่ว่าอยู่ในฐานะสูงส่งใดๆ จำต้องรับผิดชอบต่อคำพูดและการกระทำ" นี่เป็นหลักการที่ถูกต้อง แต่ในฐานะขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ก่อนอื่นต้องดูว่า กฎหมายที่กำลังใช้อยู่เป็นกฎหมายที่ถูกต้องชอบธรรม ขัดกับหลักการประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้ากฎหมายนั้นขัดกับหลักการประชาธิปไตย โดยเฉพาะที่ขัดอย่างถึงรากเช่นกฎหมาย "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" นี้ สิ่งที่ควรทำ ไม่ใช่สนับสนุนให้ยิ่งมีการใช้กฎหมายนั้นเพิ่มขึ้น แต่ควรเรียกร้องให้ยุติการใช้กฎหมายนั้นหรือเลิกกฎหมายนั้นมากกว่า ลองเปรียบเทียบกับการใช้ พรก.ฉุกเฉิน เล่นงานคนเสื้อแดง คนเสื้อแดง ควรที่จะสนับสนุนให้เพิ่มการใช้กฎหมายนี้ยิ่งขึ้นหรือ?

 

โดย เฉพาะกรณีกฎหมาย "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" นี้ อ.ธิดา ย่อมทราบดีว่า มีความสำคัญต่ออนาคตของประชาชธิปไตยไทยเพียงใด และย่อมทราบว่าที่ผ่านมา กฎหมายนี้ ถูกใช้เล่นงานคนเสื้อแดงอย่างหนักเพียงใด แทนที่ อ.ธิดากับคณะ จะเรียกร้องให้ยุติการใช้กฎหมายนี้เล่นงานคนเสื้อแดงและประชาชนผู้รักความเป็นธรรมทั่วไป (ซึ่งน่าเสียดายว่า นปช. กระแสหลักไม่เคยทำเลย) กลับมาส่งเสริมการใช้กฎหมายนี้เพิ่มขึ้น คำพูดอย่างประโยคที่ยกมาข้างต้น เรื่อง "หมิ่นเหม่ต่อการทำลายสถาบันเบื้องสูงของเรา" ที่ อ.ธิดาและคณะใช้ในการแถลงข่าวนั้น เป็น "วาทกรรม" ประเภทเดียวกับที่กำลังใช้เล่นงานคนเสื้อแดงและประชาชนผู้รักความเป็นธรรม ทั่วไปในตอนนี้ และจะยังคงใช้ต่อๆไปอีก เหตุใด อ.ธิดาและคณะจะมาส่งเสริม "วาทกรรม" ประเภทนี้อีกเล่า?

 

อ.ธิดา กล่าวว่า (นาทีที่  7:40)

 

"คน เสื้อแดงต่างหากทีต้องการให้ประเทศนี้มีความมันคงจริงๆ ไม่ใช่ความมั่นคงหลอกๆแบบทีเป็นอยู่ ก็คือไม่ยอมรับความจริงใดๆทั้งสิ้น ความจริง คือยุทธวิธีและอาวุธของคนเสื้อแดง คนเสื้อแดงจึงมีหน้าที่ ทีจะต้องเปิดเผยความจริง ในทุกกรณี เพื่อทีให้ประเทศนี้ เป็นสังคมทีปกติสุขได้ ไม่ใช่ปิดบังความจริงอย่างทีเป็นมา"

 

การ ที่ อ.ธิดาเรียกร้องให้ใช้กฎหมาย "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" นี้ จะถือเป็นการทำ "หน้าที่" ในการ "เปิดเผยความจริง" ได้อย่างไรครับ? กฎหมาย "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" ที่ อ.ธิดากำลังเรียกร้องให้ใช้นี้ ไมใช่กฎหมายที่ "ปิดบังความจริง" ที่สำคัญที่สุดหรือ?

 

-สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล-

ข้อชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บทความไม่เห็นด้วยกับการที่ นปช. ตัดสินใจจะเคลื่อนไหวเรื่องโทรเลขวิกิลีกส์

Posted by KwamRak on 07.2011 บทความน่าอ่าน

ข้อชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บทความไม่เห็นด้วยกับการที่ นปช. ตัดสินใจจะเคลื่อนไหวเรื่องโทรเลขวิกิลีกส์ -สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล-

โดยยุทธการลงทัณฑ์นักล่าแม่มด-Sanction Witch Doctors เมื่อ 7 มกราคม 2011 เวลา 3:30 น.

(ดูตัวบทความที่นี่ http://www.facebook.com/note.php?created&&note_id=169547943088443 )

 

ความจริงมีอีกประเด็นหนึงที่ผมตั้งใจจะพูดถึง และเดิมก็ได้รวมไว้ในตอนร่างบทความนั้นด้วย แต่เปลี่ยนใจ ขอยกไว้พูดต่างหาก นั่นคือประเด็นเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างคุณทักษิณ กับสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ที่มีการพูดถึงในโทรเลขฉบับนั้น โดยเฉพาะในแง่ทีว่า เรื่องนี้ จะมีความเกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้อย่างไรหรือไม่

 

เหตุที่เปลียนใจ ไม่รวมเรื่องนี้ไว้ในบทความด้วย ก็เพราะไม่ต้องการทำให้ ประเด็นหลักของบทความต้อง "เบลอ" หรือ ไขว้เขวไป นั่นคือ การคัดค้านไม่เห็นด้วยกับการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ไม่ว่ากับใครก็ตาม

 

นอก จากนี้ ประเด็นดังกล่าว ยังมีส่วนที่เป็นเรื่องของ การ "สังหรณ์" หรือ เรื่องที่มาจาก "ข่าวลือ" "ข่าววงใน" เสียมาก ซึ่งไม่จะทำให้ตัวบทความ ที่กล่าวถึงปัญหาหลักการมีน้ำหนักที่ "อ่อน" ลงไปได้

 

สุดท้าย ดังที่ทราบกันดี ประเด็นในลักษณะนี้ (ปัญหาการพูดถึงพระบรมฯ และความสัมพันธ์ระหว่างพระบรมฯกับทักษิณ ในโทรเลขนั้น) เป็นเรื่องที่ลำบากในการเขียนถึงในที่สาธารณะ ผมต้องการเวลามากกว่าที่มีในขณะนี้ ในการเขียนถึงเรื่องนี้ ภายใต้กรอบของกฎหมายไทย

 

ผมไม่แน่ใจว่าจะสามารถเขียนถึงประเด็นนี้ได้หรือไม่ในช่วง ไม่กี่วันนี้ ขอพูดถึงอย่างสั้นๆว่า ผมรู้สึก "สังหรณ์" (ที่มี "ข้อมูล" ประเภท "วงใน" และ "ข่าวลือ" ประกอบอยู่ ไมใช่ "สังหรณ์" โดยไม่มีอะไร) ในทางไม่ดีอยู่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้

 

(ก) โทรเลขวิกิลีกส์ฉบับดังกล่าว ออกมาหลายสัปดาห์แล้ว ที่ผ่านมา นปช รวมทั้ง อ.ธิดา ไม่เคยมีท่าทีอะไรเลย เหตุใดจึงเพิ่งมาเคลื่อนไหว? หรือมองให้กว้างออกไป อันที่จริง นปช.กระแสหลัก ("แดงทั้งแผ่นดิน") ปกติจะหลีกเลี่ยงการพูดถึงประเด็นสถาบันฯอยู่แล้ว ยกเว้น แต่เรื่องการทำ "พิธีกรรม" ต่างๆ ดังที่เคยเห็นกัน การถึงกับเรียกร้องในลักษณะ ให้เล่นงาน เปรม ฯลฯ ในข้อหา "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" เป็นเรื่องที่ออกจะ "แปลก" สักหน่อย

 

(ข) อ.ธิดา และ นปช. และทุกคน ควรทราบดีว่า ในทางกฎหมายนั้น กรณีการสนทนาระหว่าง เปรม, อานันท์, สิทธิ กับทูตอเมริกันนั้น ไมมีทางจะสามารถทำให้เป็นคดีความทางกฎหมายได้เลย เพราะเป็นการสนทนาแบบตัวต่อตัว ระหว่างตัวแทนรัฐบาลต่างประเทศ กับ แต่ละคนนั้น โดยที่ไม่มีพยานหรือหลักฐานอื่นมายืนยันได้ ทุกคนเพียงแต่ปฏิเสธที่จะพูดใดๆ ก็เพียงพอแล้ว ที่จะทำให้ไม่สามารถทำให้เป็นคดีความได้

 

ดังนั้น การเคลื่อนไหวครั้งนี้ จึงเป็นเรือ่ง "การเมือง" ล้วนๆ ไม่มีผลทางกฎหมายแต่อย่างใด

 

แต่ถ้าเช่นนั้น อะไรคือ "เป้าหมายทางการเมือง" ของการเคลื่อนไหวลักษณะนี้?

 

อัน ที่จริง ประเด็นสำคัญประเด็นหนึ่ง ที่ โทรเลขวิกิลีกส์ ฉบับวันที่ 25 มกราคม 2553 ได้ "คอนเฟิร์ม" เป็นครั้งแรกต่อสาธารณะ คือ คุณทักษิณ กับสมเด็จพระบรมฯ มีความสัมพันธ์ในลักษณะไม่ธรรมดา ลำพังการได้พบกัน ("เข้าเฝ้า" ในภาษาราชาศัพท์) "from time to time" (เป็นครั้งเป็นคราว - คำยืนยันของเปรม) ก็ต้องถือว่า "ไม่ธรรมดา" แล้ว

 

เรื่องนี้ แม้แต่ผมเองก็ไม่เคยแน่ใจมาก่อน นอกจากการได้ยินเป็น "ข่าวเล่า-ข่าวลือ" เท่านั้น แต่การที่คนระดับเปรม (ซึ่งต้องรู้เรื่องพวกนี้แน่) ยืนยันกับทูต ทำให้เห็นว่า คงไม่ต้องมีข้อสงสัย

 

แน่นอน ประเด็นว่า ความสัมพันธ์ที่ "ไม่ธรรมดา" นี้ จะมีรายละเอียดอย่างไร ยังเป็นเรื่องที่ไม่รู้ และไม่สามารถแน่ใจได้เต็มที่

 

สิงที่เป็น persistent rumors/story ("เรื่องเล่าข่าวลือที่มีอยู่ตลอด") ในระหว่างการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารในระยะ 4 ปีทีผ่านมา ตั้งแต่สมัยการเดินขบวนไปบ้านเปรม (22 กรกฎาคม 2550) มาจนถึง การ "เจรจา" ทั้งทางลับและเปิดเผย ระหว่างตัวแทนฝ่าย นปช. และคุณทักษิณ กับฝ่ายรัฐบาล แม้แต่ในระหว่างวิกฤตราชประสงค์ เมื่อเร็วๆนี้ ก็คือเรื่องบทบาทของสมเด็จพระบรมฯในความขัดแย้งนี้ ซึ่งผมก็ได้ยินได้ฟังมา ตั้งแต่ปี 2550 จนถึงบัดนี้

 

ยกเว้นแต่กรณีทีเพิ่งพูดไปข้างบน ที่เปรมยืนยันว่า คุณทักษิณได้ "เข้าเฝ้า" สมเด็จพระบรมฯ from time to time (ซึ่งผมก็ได้แต่ได้ยิน เพิ่งมา "คอนเฟิร์ม" จากปากเปรมเองนี้) เรื่องอืนๆล้วนยังมีลักษณะของ "เรื่องเล่า/ข่าวลือ" ทั้งสิ้น

 

-สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล-

วิกิลีกส์ แฉโอบามา กดดันไทยส่งตัว วิคเตอร์ บูท

Posted by KwamRak on 02.2010 News


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก wikio.com 

          วิกิลีกส์ แฉประธานาธิบดีโอบามา โทรศัพท์กดดัน นายกฯ อภิสิทธิ์ ให้ส่งตัว วิคเตอร์ บูท ไปสหรัฐฯ พร้อมเผยรัสเซียเป็นรัฐมาเฟีย

       
  แม้ว่าตำรวจสหรัฐฯ จะออกหมายจับและอยู่ระหว่างการตามตัวผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ วิกิลีกส์ มาดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ แต่ดูเหมือนว่าเว็บไซต์ดังกล่าวจะไม่เกรงกลัวและไม่ยอมหยุดการกระทำทำลาย ความสงบสุขของโลกเลยแม้แต่น้อย ยังคงมีการอัพเดทข้อมูลลับใหม่ ๆ บนหน้าเว็บไซต์อยู่อย่างต่อเนื่อง

         ล่าสุด สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า วิกิลีกส์ ได้เปิดเผยข้อมูลเอกสารสำคัญของสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ที่มีการเรียกร้องให้ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ต่อโทรศัพท์สายตรงถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย เพื่อแสดงความไม่พึงพอใจที่ศาลไทย คัดค้านการขอตัว วิคเตอร์ บูท ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา

         ทั้งนี้ เนื้อความสำคัญของเอกสารดังกล่าว แสดงความไม่พอใจในการตัดสินของศาลชั้นต้นของไทย โดยเฉพาะเรื่องของการตีความ กรณีส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่มองว่า กลุ่มกบฏฟาร์ค ใน โคลอมเบีย นั้น เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง วิคเตอร์ เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะนักค้าอาวุธเท่านั้น และยังพยายามกระตุ้นให้ผู้นำประเทศ บีบให้รัฐบาลไทยแสดงจุดยืนว่า อยู่เคียงข้างสมหรัฐมากกว่ารัสเซีย ด้วยความพยายามที่จะอุทธรณ์คดี เพื่อที่จะได้ส่งตัว วิคเตอร์ ไปสหรัฐฯ โดยเร็วที่สุด

         พร้อมกันนี้ เว็บไซต์วิกิลีกส์ ยังได้เผยข้อมูลว่า รัสเซียเป็นรัฐมาเฟีย ที่นักการเมืองมีการร่วมสมคบคิดกับกลุ่มอาชญากรรม จนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัสเซียอยู่ในขณะนี้ โดยข้อมูลลับดังกล่าว ที่เว็บไซต์วิกิลีกส์ได้นำมาเปิดเผย มีใจความโดยสรุปว่า...

         รัฐบาลและนักการเมืองรัสเซีย ได้สมคบคิดกับองค์กรอาชญากรรม กระทำการต่าง ๆ ที่ผิดกฎหมาย และทำในสิ่งที่รัฐบาลไม่อาจทำได้ เช่น การลักลอบค้าอาวุธ การนำอาวุธไปให้ชาวเคิร์ดเพื่อให้ตุรกีไร้เสถียรภาพ และการลักลอบขนอาวุธ เป็นต้น  ซึ่งข้อมูลลับดังกล่าว เป็นข้อมูลที่นายโฮเซ กอนซาเลซ อัยการที่เชี่ยวชาญคดีคอรัปชั่นและการก่อการร้ายแห่งสเปน ได้ชี้แจงต่อกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ หลังจากได้สืบสวนและติดตามการทำงานของมาเฟียรัสเซีย และพบว่ามาเฟียเหล่านี้ถูกคุ้มครองโดยรัฐบาล เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งข้อมูลลับดังกล่าว

          นอกจากจะระบุถึงการที่รัฐบาลร่วมมือกับองค์กรอาชญากรรมลักลอบขนอาวุธแล้ว วิกิลีกส์ ยังเผยถึงกรณีจี้บังคับเรือสินค้าเพื่อขนส่งอาวุธในทะเลอาร์คติก เมื่อปี พ.ศ. 2552 ว่ารัฐบาลรัสเซียอยู่เบื้องหลังการกระทำนี้

          นอกจากนี้ รายงานยังระบุอีกว่า รัฐบาลรัสเซียจะแบ่งอำนาจทางการเมืองให้กับผู้นำกลุ่มองค์กรอาชญากรรม และหากกลุ่มอาชญากรรมใดที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับรัฐบาลและองค์กรรักษาความมั่นคงของชาติ ก็จะถูกกำจัดเพื่อไม่ให้กลายเป็นคู่แข่งที่มีอิทธิพลในรัสเซีย