L.L.K.A.S. (Lieland Li-Kay Association Story ความลับคณะลิเกลวงโลก) ตอน 6

Posted by KwamRak on 01.2011 บทความน่าอ่าน
 

ลิเก สตอรี่ ตอน 6 (Li-Kay Story Episode 6)

โดยยุทธการลงทัณฑ์นักล่าแม่มด-Sanction Witch Doctors เมื่อ 1 สิงหาคม 2011 เวลา 9:37 น.



ข่าวการตัดสินใจย้ายเที่ยวบินในประเทศ จากอาคารในประเทศของ สนามบิน ดอนไม่เมือง มาที่อาคารระหว่างประเทศ อาคาร 1  ที่พึ่งออกมานี้ ข้าพเจ้าเชื่อว่า จะต้องทำความไม่พอใจให้ เอดส์ อย่างมาก เพราะว่าถึงแม้เหล่าฝูงชนจะยังอยู่แค่อาคาร 1 และไม่สามารถจะเข้ามาในอาคาร 2 หรือว่าขึ้นมาที่เขต “ชั้น 5” ซึ่งได้ถูกปรับปรุงให้กลายเป็นรังรักใหม่ของเอดส์ และ พลอยแจ๋ง ที่สุดหรู แต่มันก็ย่อมทำให้เอดส์ รู้สึกไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตั๊วส่วนตัวซักเท่าไหร่ นับว่าช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่เอดส์ อารมณ์บ่จอยเป็นอย่างมาก เพราะว่าถึงช่วงวันเกิดของตัวเองทีนึง แทนที่จะมีอารายให้ชื่นบาน กลับมีปัญหารุมเร้า ไม่ว่าจะเครื่องบินที่ถูกยึด และยังมีการอนุญาติให้เหล่าข้าทาสไพร่ฝุ่นใต้ตีน หรือไม่ก็พวกฝรั่งมังค่าที่ป่าเถื่อนไร้อารยธรรม (ตามความคิดตื้นๆ ของพวกครอบครัวลิเก) หรือไม่ก็พวกอดีตขี้ข้าทาสเมืองขึ้นฝรั่ง เช่นพวกฮ่องกง สิงคโปร์ (ในความคิดตื้นๆ ของสมาชิกครอบครัวลิเกอีกเช่นเคย)  ได้มีสิทธิ์เข้ามาในอาคาร 1 ของดอนไม่เมือง สถานที่ ที่เคยปิดตายมานานนับปี ตัวเองอยากมีสิทธิ์จะเดินขึ้นลงทั่วอาคารไปตรงไหนก็ได้

 

แน่นอนว่า ความคิดดูถูกพวกประเทศที่เป็นอดีตเมืองขึ้นฝรั่งว่าต้อยต่ำ เป็นความคิดที่โง่เขลาเบาปัญญา เพราะว่าเป็นการยึดติดกับอดีตโดยไม่มองความเป็นจริงในปัจจุบัน ในขณะที่ปัจจุบัน ประเทศเหล่านี้เจริญไปถึงไหนต่อไหน และขณะนี้ ก็ไม่มีใครในประเทศเขาที่เป็น ขี้ข้า เป็นทาสต่างชาติอีกแล้ว แต่พวกเขากลับมาจ้างคนตอแหลแลนด์ไปเป็นคนใช้ ไปเป็นขี้ข้าเขาในบ้าน หรือแม้กระทั่งไปเป็น garlee ให้เขาเหย็ดสำเร็จความใคร่ไม่ต่างอะไรกับส้วมสาธารณะที่เขามาทำสรีระสำราญจนหนำใจแล้วโยนเศษเงินให้แล้วก็สะบัดตูดไป ฉนั้น คนตอแหลแลนด์คนไหนที่ยังละเมอกับอดีตความไม่เป็นทาสบ้าบอที่ครอบครัวลิเกมันกรอกหูอยู่ทุกวัน ควรจะหัดหยุดมองแต่อดีตแล้วมามองความจริงในปัจจุบันซะบ้าง ว่าตอนนี้ชาวตอแหลแลนด์ที่ยากจนเพราะบ้านเมืองไร้สวัสดิการ เพราะงบประมาณประเทศโดนดูดเอาไปเลี้ยงครอบครัวลิเก และเหล่าสมุนอำมาตย์หมด ประชาชนเจ้าของประเทศกลับไม่มีเงิน ต้องไปเป็นขี้ข้า เป็นทาส เป็นคนใช้ ในประเทศอดีตขี้ข้าฝรั่งเหล่านี้หรือแม้กระทั่งเป็น garlee ให้ต่างชาติจับเหย็ดเอาตามอำเภอใจมันมีความน่าภูมิใจตรงไหน แล้วเลิกเพ้อเสียที ถามตัวเองเถอะว่ารู้สึกยังไงบ้างที่เวลาเดินทางไปต่างประเทศ คนตอแหลแลนด์ยังต้องขอวีซ่าไปประเทศหลายๆ ประเทศ ขณะที่พวกประเทศอดีตขี้ข้าฝรั่งเหล่านี้จะบินเข้าไปที่ไหนก็เดินเชิดเข้าไปได้ทันทีโดยไม่ต้องกลัวจะโดนส่งกลับ เพราะเจ้าหน้าที่สงสัยว่าจะลอบเข้ามาทำงานผิดกฏหมาย หรือลอบเข้ามาเป็น garlee ขายฮี

 

แต่ข้าพเจ้าควรจะหยุดบ่นถึงความโง่เง่าของพวกหูหนวกตาบอดที่ถูกล้างสมองกลายเป็นบอท ไม่มีความคิดอะไรเป็นของตัวเอง เอาแต่ภาคภูมิใจกับอดีตหลายร้อยปีก่อนที่มันแตกต่างกับปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง แล้วก็พูดตรรกะเหลวไหลไร้สาระตามแต่พวกอำมาตย์โรงลิเกมันจะพูดกรอกหูให้ฟังเป็นนกแก้วนกขุนทอง เสียที เพราะถ้าให้ข้าพเจ้าเริ่มพูด ลิเกสตอรี่ตอนนี้ คงจะความยาวเพิ่มเป็นหมื่นคำอย่างแน่แท้ เพราะความโง่ของคนเหล่านี้ เอามาเขียนวิจารณ์ 3 วันยังไม่จบ ฉนั้น เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า

 

ข้าพเจ้าต้องยอมรับว่าข้าพเจ้าคาดผิดไปอีกแล้ว ในฉบับที่แล้ว ที่ข้าพเจ้าทายว่า เอดส์ จะเรียก พลอยแจ๋ง ให้เดินทางมามิวนิก เพื่อถวายงานขึ้นแท่นปัจถรณ์อมรพิมาน เพราะว่าการเหย็ดหนุ่ยนุ้ยอย่างเดียว คนอย่างเอดส์ จะต้องเบื่อหน่ายไม่ช้าก็เร็ว แต่ข้าพเจ้ากลับต้องแปลกใจ ที่ผู้ที่ได้รับคำสั่งให้ตามมาเพื่อถวายงาน กลับเป็น ฮีรัด ผู้ซึ่ง เอดส์ เคยออกคำสั่ง ห้ามมาเหยียบมิวนิก เด็ดขาด หลังจากที่คุณเธอได้สะสมลมปราณลิมิตเบรกขณะนั่งเครื่องบิน 13 ชั่วโมง จากกรุงลิเก มาถึงมิวนิก และพอมาถึง ก็ตรงไปที่เอดส์วิลล่าแล้วปลดปล่อยลมปราณ เพลงตบใส่หนุ่ยนุ้ยจนคุณเธอหน้าแหก แทบต้องเอาถุงก๊อบแก๊บทึบแสง สวมหัว เวลาขึ้นถวายงานเอดส์ เพราะหน้าบวมฉึ่งเหมือนเอาหน้าเข้าไปหมกไว้ในรังมดแดงไฟ 3 วัน 3 คืน การที่ เอดส์ สั่งให้ฮีรัด ตามมาถวายงาน จึงเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจอย่างมาก

 

แต่หลังจากข้าพเจ้ารู้ถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้หนุ่ยนุ้ย ข้าพเจ้าก็ถึงเข้าใจว่าเอดส์ นั้นได้วางแผนล้อมคอก ก่อนเมียหลวงหาย (เพราะลักลอบแอบออกจากคอกไปไล่ตบกิ๊ก) อย่างรัดกุมพอสมควร เพราะว่าเอดส์ นั้น ไม่ได้อนุญาติให้ฮีรัด ไปพักที่ เอดส์วิลล่า แต่ว่าให้ฮีรัด นั้น พักที่โรงแรม แคมปลิ้นสกี้ มิวนิก แอร์พอร์ต และเอดส์เอง ก็อยู่ที่นั่นด้วย พร้อมด้วยมีการจ้างบอดี้การ์ดอีก 10 คน

 

พูดถึงแคมปลิ้นสกี้นั้น ขออธิบายเพิ่มเติมหน่อย ธุรกิจเครือโรงแรม แคมปลิ้นสกี้ นั้น เป็นธุรกิจหนึ่งของครอบครัวลิเก ซึ่งสำนักทรัพย์สินแห่งโรงลิเกตอแหลแลนด์ (Li-Kay Theatre Property Bureau) ถือหุ้นใหญ่ ถ้าไม่เชื่อ ไปหาข้อมูลในเว็ปไซท์ตลาดหุ้นได้เลย ขณะนี้ มีโรงแรมแล้ว 62 โรงแรม และกำลังจะเปิดใหม่อยู่อีก 43 โรงแรม แต่ละโรงแรมหรูเริดอลังการงานสร้างทั้งนั้น และกลุ่มแคมปลิ้นสกี้ ยังเป็นผู้บริหารโรงแรมอภิมหาโคตรหรู คือ อาม้าขากเสลด พาเลซ ณ อาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ของเจ้าครองนครอาบูดาบี อีกด้วย ความหรูของอาม้าขากเสลด พาเลซ หรูขนาดไหน ไปเปิดเน็ตดูรูปได้เลย

 

สำหรับในตอแหลแลนด์ มีแคมปลิ้นสกี้อยู่ 1 โรงแรมขณะนี้ คือ สยอง แคมปลิ้นสกี้ อยู่กลางกรุงลิเก ตรง สยอง พาราก้อน แต่ก็อาจจะมีการสร้างใหม่อีกในอนาคต แน่นอนการหาทำเลสร้างไม่ใช่เรื่องยาก ที่ดินในประเทศตอแหลแลนด์นั้น นายลวงโลกซื้อตุนเอาไว้เยอะแยะ มาตลอดหลายสิบปี ขนาดที่ว่า จอมพล แป๊ก พิบูลจ๋งคราม กลัวเลยว่านายลวงโลกจะซื้อที่ดินทุกตารางนิ้วของตอแหลแลนด์เป็นของตัวเอง จนต้องออกกฏหมายห้ามให้ประชาชนตอแหลแลนด์คนไหน มีที่ดินเกินเท่าไหร่ๆ เอเคอร์ แบบที่ต่างชาติหลายประเทศเขามีกัน เพื่อป้องกันไม่ให้ความร่ำรวยมหาศาล กระจุกอยู่ที่เศรษฐีกลุ่มเดียว

 

แต่แน่นอนว่านายลวงโลกนั้น ชำนาญการพิชัยสงครามแบบซุนวูยังชิดซ้าย เมื่อจอมพล แป๊ก เสนอกฏหมายนี้ให้เซ็น ตอนแรกก็อิดออดไม่เซ็น หนีไปที่วังใกล้กังวล หัวไม่หินเอาดื้อๆ จอมพลแป๊กต้องตามไปถึงวังใกล้กังวล ไปบังคับให้เซ็นโดยขู่ว่า ถ้าไม่เซ็น จะเปิดศาลพิจารณาคดีฆาตกรรมปริศนา (ที่จอมพลแป๊กก็รู้ว่าใครฆ่า เพราะพลตำรวจเอก เผา จี๋ย่านนท์ กระซิบให้ฟัง) ของพี่อ่านั้น ของนายลวงโลกซะใหม่ นายลวงโลกจึงใช้กลยุทธ เสือหมอบ แกล้งทำมารยาสาไถยว่ากลัวจนตัวสั่น ยอมเซ็นซะ ให้จอมพลแป๊กตายใจ

 

แต่กลยุทธเสือหมอบนั้น เป็นกลยุทธที่เสือแกล้งทำหมอบเป็นแมวเชื่องๆ พออีกฝ่ายนอนใจ ก็จะกระโจนเข้าขย้ำทันที แน่นอนว่าหลังเซ็น นายลวงโลก แอบติดต่อ ปลาสลิด ให้มาหา กระซิบว่า ไอ้แป๊ก บังอาจกำเริบเสิบสาน เอาไว้ไม่ได้ ต้องกำจัด ปลาสลิดไม่รอช้า ยึดอำนาจทันที นายลวงโลกรีบเซ็นให้ปลาสลิดเป็นนายกคนใหม่ จอมพลแป๊กต้องหนีหัวซุกหัวซุนไปอยู่ญี่ปุ่น ไม่ได้กลับตอแหลแลนด์อีกเลย กฏหมายห้ามคนถือที่ดินเกินกี่เอเคอร์ๆ ก็เอามาฉีกทิ้งเป็นกระดาษเช็ดตูดซะ แต่จะมีการส่งต้นฉบับกฏหมายที่เปื้อนขี้แล้วไปเยาะเย้ยจอมพลแป๊ก ให้กระอักเลือดเล่นรึเปล่า ข้าพเจ้าไม่รู้ และไม่ขอสนใจ

 

เมื่อกำจัดจอมพล แป๊ก ไปได้แล้ว ชีวิตนายลวงโลกก็เหมือนอยู่ในวิมาน สามารถนอนตาหลับไม่ต้องกลัวว่าจะมีเสี้ยนหนามอีกต่อไป เพราะปลาสลิดนั้น ใช้มาตรา 17 ใครที่เป็นอันตรายต่อบัลลังก์ลิเก เตรียมตัวโดนจับยิงเป้าแล้วยึดทรัพย์มาบำรุงฮาเร็มของพี่แกเองได้ นายลวงโลกจึงสามารถซื้อที่ทั่วประเทศตอแหลแลนด์ได้ตามชอบใจโดยไม่ต้องกลัวใครจะมาห้าม ฉนั้น หากว่าอยากจะเปิดแคมปลิ้นสกี้ใหม่ตรงไหน ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีทำเลจะเปิด หรือหากว่าไม่มีทำเลจริงๆ ก็ไม่เป็นไร สั่งเวนคืนซะก็หมดเรื่อง ไม่ต้องกลัวพวกข้าทาสในประเทศจะหือ ศาลทุกศาลในตอแหลแลนด์นายลวงโลกสั่งได้ทั้งนั้น แค่ออกมาพูดจาวกไปวนมาฟังไม่รู้เรื่อง แต่บอกโค้ดลับ 3 คำ แค่นั้นศาลก็เก๊ทแล้ว ใครคิดจะมีเรื่องกับนายลวงโลกในตอแหลแลนด์ ไม่ตาย ก็ต้องหนีออกนอกตอแหลแลนด์ กลับไปไม่ได้ กลับเมื่อไหร่ก็กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์เมื่อนั้น เพราะเน็ตเวิร์กนายลวงโลกนี้ มาเฟียทั้งโลกต้องชิดซ้าย จะพอมีสูสีก็เด็จพ่อคิมแห่งเกาหลีเหนือเท่านั้น เพราะนายลวงโลก มีตั้งแต่ทหาร เครื่องบินรบรุ่นล่าสุด สื่อนรกของอำมาตย์ที่ล้างสมองประชาชน จนถึงประชาชนที่ถูกล้างสมองให้ฆ่าผู้ที่สื่อของอำมาตย์ฟันธงว่าไม่ยอมเป็นทาสไพร่ฝุ่นใต้ตีนของนายลวงโลก ไม่โดนทหารยิงตาย ก็โดนคนคลั่งจับแขวนคอฟาดด้วยเก้าอี้ตาย แถมนายลวงโลกมีอเมริกาเป็นลูกพี่ใหญ่ด้วย ฉนั้น เด็จพ่อคิม ก็ยังสู้นายลวงโลกไม่ได้ ด้วยประการฉะนี้

 

นอกเรื่องไปยาวอีกแล้ว กลับมาเข้าเรื่องดีกว่า เอาเป็นว่าฮีรัดนั้น ก็ต้องอยู่ที่แคมปลิ้นสกี้ สาขาสนามบิน คำถาม คือทำไมต้องไปอยู่ไกลถึงสนามบิน? เพราะว่าแคมปลิ้นสกี้ กลางเมืองมิวนิก ก็มีให้อยู่

 

คำตอบ ก็คือ นี่เป็นมาตรการกระชับพื้นที่ ให้ฮีรัดไม่สามารถไปตบหนุ่ยนุ้ยถึงเอดส์วิลล่าได้ง่ายๆ เพราะว่าจะต้องเดินทางไกลมาก กว่าจะถึงสถานที่กบดานของหนุ่ยนุ้ย อนึ่ง เอดส์ ยังมาคุมตัวแจ โดยอยู่ที่โรงแรมเดียวกัน แถมมีบอดี้การ์ดอยู่อีก 10 คน ถ้าจะมีใครออกไปจุ๊กกะดุ๋ยกับ หนุ่ยนุ้ย ได้ ก็มีแต่เอดส์เองน่ะแหละ จะสั่งให้เอารถออกไปเอดส์วิลล่า ส่วนฮีรัดก็ได้แต่ถูกกักบริเวณอยู่ที่สนามบิน ชาร์จพลังลมปราณลิมิตเบรกต่อไป โดยไม่มีโอกาสได้ปลดปล่อย แต่ก็ไม่แน่นะ อาจจะมีวันไหนที่เอดส์เผลอ แล้วฮีรัดสามารถลักลอบหลุดออกจากสนามบิน ไปตบหนุ่ยนุ้ยถึงเอดส์วิลล่าได้ และถ้าวันนั้นมาถึง หนุ่ยนุ้ยเห็นจะหน้าแหกหมอไม่รับเย็บเป็นแน่แท้ เพราะแค่ฮีรัดชาร์จลมปราณลิมิตเบรก 13 ชั่วโมง จากกรุงลิเก ถึงมิวนิก ก่อนปล่อยลิมิตเบรก หนุ่ยนุ้ย ก็หน้าบวมเหมือนโดนมดแดงไฟต่อยทั้งฝูงแล้ว แต่ตอนนี้ฮีรัดชาร์จลิมิตเบรกติดต่อกันนานจนทะลุเกจแล้ว ถ้าหลุดไปได้เมื่อไหร่ ความแรงน่าจะประมาณเฮอริเคนแคทรีน่า หนุ่ยนุ้ยคงจะต้องครวญเพลง “ฆ่าฉันๆ ให้ตายดีกว่า” ขณะโดนฮีรัดจับปิดประตูตบเช็ด อย่างแน่นอน

 

เอาเป็นว่าเรื่องนี้พอแค่นี้ก่อน มีข่าวงามหน้าจากเยอรมันของคณะเอดส์ เพราะว่าขณะที่ฝ่ายทูต และข้าราชการขี้ข้าในสถานทูตทั้งหลายในเยอรมนี กำลังวิ่งกันหัวปั่น เพราะโดนเอดส์โยนขี้ให้ไปตามล้างตามเช็ด ทวงเครื่องบินคืนมา  เพื่อพี่แกจะได้เอาไปบินเผาน้ำมันเล่นต่อไป เอดส์ก็ทำไม่รู้ไม่ชี้ พาคณะของตัวเองไปเที่ยวที่โน่นที่นี่ตามชอบใจ แต่ถ้าทวงเครื่องบินกลับมาให้พี่แกไม่ได้ ก็ไม่มีการรับประกันว่า จะถูกแปรสภาพเป็นปุ๋ยอินทรีย์หรือเปล่า ฉนั้น ขณะที่พวกขี้ข้าที่สถานทูต ต้องตามเช็ดขี้ให้เอดส์ พี่แกก็พาคณะไปเที่ยวที่แคว้นบาวาเรียตอนใต้สบายใจเฉิบ เอดส์ได้พา ภรรยา ตามข่าวเยอรมนี ไปเก็บสตรอเบอรี่ ตามข่าวของหนังสือพิมพ์ Merkur ผู้หญิงที่ไปเก็บสตรอเบอรี่ กับเอดส์ คือ ฮีรัด แต่ตามรูปของหนังสือพิมพ์ Wochenblatt ข้าพเจ้าดูยังไงๆ ก็ไม่ใช่ฮีรัด น่าจะเป็นหนุ่ยนุ้ยมากกว่า ใครรู้ว่าเป็นใครกันแน่ระหว่าง หนุ่ยนุ้ย หรือ ฮีรัด บอกข้าพเจ้าด้วย จะเป็นพระคุณอย่างสูง

 

เอาเป็นว่า ตามข่าว ภรรยา คนนี้ของเอดส์ นี่ดราม่าดัดจริตมาก เพราะจากคำบอกเล่าของ ผู้เห็นเหตุการณ์ เวลาคุณเธอเดินไปในไร่สตรอเบอรี่ แล้วเห็นผลไม้อะไรสวยๆ งามๆ เมื่อไหร่ ก็จะวี้ดว้ายกระตู้วู้ทำท่าดราม่าเอ๊กไซท์ดัดจริตดีดดิ้นจนเกินงาม ตลอดเวลา 2 ชั่วโมงครึ่งของการเด็ดผลไม้ และแล้วก็มาถึงวีรกรรมงามหน้า คือการไปเยือนร้านอาหารสุดดัง แห่งย่านบาวาเรียตอนใต้ ของ นาย เกอ๊อก มายเออร์ แฮมเมอร์ ซึ่งมีฝีมือทำไส้กรอกเยอรมัน และเค้กหลายชนิดอร่อยเป็นที่เลื่องลือ ซึ่งคณะของเอดส์ มารถเบ๊นซ์ 10 กว่าคัน จำนวน 20-30 คน ซึ่งนายเกอ๊อกนี่ ก่อนที่เอดส์จะมา พวกเหล่าขี้ข้าของเอดส์ก็ได้มาตรวจสถานที่ และสั่งให้เตรียมตัวต้อนรับเอดส์อย่างเต็มที่ ต้องมีห้องน้ำสำหรับเอดส์โดยเฉพาะ และสำหรับผู้หญิงของเอดส์นั้น พวกขี้ข้าได้สั่งนายเกอ๊อกให้ไปขัดสีฉวีวรรณส้วม ลงน้ำยาให้สะอาดเอี่ยมอ่อง ห้ามมีละอองเยี่ยว หรือ ละอองขี้ ติดเด็ดขาด ซึ่งนายเกอ๊อก เห็นเป็นถึงเจ้าชาย มาก็ดีใจหาย เรียกพนักงานมาทำทูนหัวตามสั่งทุกอย่าง แน่นอนว่าต้องจ่ายพิเศษให้ทำความสะอาดให้เอี่ยมอ่อง ด้วยอัตราค่าจ้างแบบเยอรมัน ซึ่งค่าแรงก็รู้ๆ กันอยู่ว่าแพงขนหัวลุกนะยะ

 

แต่ คณะ เอดส์ ก็พ่นพิษให้นายเกอ๊อกไม่หยุด ทั้งๆ ที่ตอนแรก ตกลงกันดีแล้วว่า จะนั่งในร้าน มีการจัดโต๊ะอย่างหรูหราเตรียมต้อนรับอย่างดี ตั้งแต่คืนวันอาทิตย์แล้ว แต่แล้ว ตอนเช้าวันจันทร์ เอดส์ เห็นอากาศดี ก็เปลี่ยนใจ สั่งว่าอยากนั่งนอกร้าน ตอนไปกินอาหารกลางวัน นายเกอ๊อกก็ดีใจหาย รีบจัดที่ให้ใหม่ตรงบริเวณเทอเรซด้านนอกอย่างสวยงาม แต่แล้วอากาศก็เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ จนน้ำผลไม้ที่เอาไปวางข้างนอกร้อนเกินไป นายเกอ๊อกก็ดีใจหาย รีบทำน้ำผลไม้เหยือกใหม่ เพื่อต้อนรับ เพราะพวกขี้ข้าเอดส์ ย้ำนักหนาว่า “ทุกอย่าง ต้องเพอร์เฟ็ค” แน่นอนว่าการย้ายโต๊ะไปเทอเรซ ต้องจ้างสาวเสิร์ฟมาทำ จ่ายพิเศษ นายเกอ๊อก เตรียมทำเค้กและไส้กรอกเอาไว้ทุกชนิด แบบสุดฝีมือ เพราะเหล่าขี้ข้า ได้บอกนายเกอ๊อกว่า “ทำเอาไว้เยอะๆ เลย เรื่องเงินไม่มีปัญหา (ย้ำอีกครั้งว่าพวกขี้ข้า บอกนายเกอ๊อกว่า ‘เรื่องเงินไม่มีปัญหา’) อีกอย่าง ท่านเอดส์ เป็นเจ้าชาย ที่รสนิยมสูง ชอบกินไส้กรอกเยอรมันและเค้กอร่อยๆ”

 

นายเกอ๊อก คงจะเชื่อคำคนง่ายเกินไป ไม่รู้จักไปศึกษาประวัติครอบครัวลิเกว่าปล้นอำนาจมาทุกยุคทุกสมัย จะได้รู้ว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจร ฉนั้น เมื่อคณะของเอดส์ มาถึงจริงๆ พอมาถึงก็พ่นพิษต่อ โดยไม่ต้องการนั่งข้างนอก จะนั่งข้างใน นายเกอ๊อกต้องรีบจัดโต๊ะให้ใหม่ (จริงๆ แล้ว ก็คือโต๊ะที่จัดไปแล้ว และรื้อไปแล้วน่ะแหละ) และพอนั่งเสร็จ คณะเอดส์ ได้ทำให้นายเกอ๊อก สุดช๊อกๆๆ เพราะสั่งน่าเกลียดมาก ทั้งคณะ 20-30 คน มานั่งกันหน้าสลอน สั่งแค่ไส้กรอก 4 ชิ้น กับกาแฟ 10 กว่าแก้ว และพอกินเสร็จก็สะบัดตูดกลับทันที

 

อันนี้ ขออธิบายหน่อยนะ เผื่อใครจะไม่เข้าใจ เวลาร้านอาหารฝรั่ง รับจองโต๊ะ โดยเฉพาะโต๊ะกลุ่มใหญ่ๆ ธรรมเนียมของฝรั่งคือ คุณต้องสั่งอาหารให้ครบคอร์ส อย่างน้อย ต้องสั่งซุป หรือของว่าง แล้วตามด้วยอาหารหลัก ไม่งั้นคุณก็จะโดนร้านอาหารเก็บค่าบริการอย่างต่ำ เรียกว่า Minimum Charge ซึ่งจะเป็นเงินประมาณของว่าง กับ อาหารหลัก ราคาปกติของร้าน บวกรวมกัน เพราะว่าร้านอาหารมีโต๊ะเก้าอี้จำกัด ถ้าคุณจองที่นั่งเขาไว้ เขาก็ไม่สามารถรับลูกค้าอื่นได้ คุณจะต้องสั่งอาหารตามธรรมเนียมเขา ถ้าไม่ยอมสั่งไปนั่งเฉยๆ ก็ต้องจ่ายมินิมัม ชาร์จ เพราะเขาเสียที่นั่งในร้านเก็บเอาไว้ให้คุณแล้ว

 

อนึ่ง การกินไส้กรอกเยอรมัน นั้น จะเปรียบเทียบไป ก็เหมือนคนจีน ไปกินหยำฉ่า หรือคนญี่ปุ่น ไปกิน ยากิโทริ น่ะแหละ เพราะแต่ละออร์เดอร์มันเล็กๆ ฉนั้น ไปกินหยำฉ่ากัน 4 คน ก็ต้องสั่งกันอย่างน้อย 16-20 อย่าง หรือไปกินยากิโทริกัน 4 คน ก็ต้องสั่งกันคนละเป็นสิบๆ ไม้ ซึ่งคนทั่วไปจะต้องรู้ธรรมเนียม เข้าไปถึงจะต้องสั่งไส้กรอกหลายๆ ชนิด มาเต็มโต๊ะ นี่เป็นถึงขนาดเจ้าชายมา เขาย่อมคาดหวังอยู่แล้วว่าจะต้องสั่งไส้กรอกของเขาหลายๆ ชนิดมาลองกิน ตามธรรมเนียม แล้วยิ่งไปบอกให้เขาจัดโต๊ะพิเศษ ไปเช็ดส้วมให้เอี่ยมอ่องห้ามมีละอองเยี่ยวติด เขายิ่งแน่ใจว่า จะต้องสั่งแบบ วี ไอ พี

 

ฉนั้น เมื่อเจอเข้าไปแบบนี้ คือสั่งแค่ไส้กรอก 4 ชิ้น กาแฟ 10 กว่าแก้ว แล้วสะบัดตูดกลับ นายเกอ๊อก ก็โกรธหน้าเขียว เรียกร้องให้เหล่าขี้ข้าจากสถานทูตทั้งหลาย จ่ายค่าเสียหาย มินิมัม ชาร์จ ให้เขา ให้สาสมกับการที่เขาต้องจ้างคนมาจัดโต๊ะ 3 ครั้ง ต้องเตรียมน้ำผลไม้ใหม่เพื่อต้อนรับ และทำเค้กและไส้กรอก เตรียมเอาไว้ทุกชนิด มาซะดีๆ ซึ่งคำตอบของเหล่าขี้ข้าตอแหลแลนด์ ก็ยิ่งทำให้เขากระอักเลือด ว่าทั้งเนื้อทั้งตัว มีอยู่ 200 ยูโรเท่านั้น (ค่าอาหาร 150 ยูโร) มีให้แค่นี้แหละ ไม่เอาก็อย่าเอา เสียใจด้วยนะ บ๊ายบาย แล้วก็สะบัดตูดตามเสด็จคณะเอดส์ รีบบึ่งกลับทันที

 

นายเกอ๊อก คงจะแค้นสุดๆ เรื่องจะไปฟ้องร้อง เอดส์ เอาค่าอาหาร ไม่ต้องหวังว่าจะทำได้ เพราะ เอดส์ เป็นลูกประมุขประเทศ ไม่มีใครสามารถฟ้องร้องได้ ฉนั้น อย่างมากก็แค่มาระบายความแค้น จากการขาดทุนย่อยยับในวันนั้น ให้หนังสือพิมพ์ออกข่าว และก็เป็นที่แน่นอนว่า นายเกอ๊อก หมดหวังที่จะมาเที่ยวตอแหลแลนด์ เพราะออกข่าวพูดแบบนี้มันทำให้เอดส์ ฟังดู ไม่ดี๊ไม่ดี ฉนั้น ถ้ามาเที่ยวตอแหลแลนด์ เครื่องบินลงสนามบินนรกภูมิเมื่อไหร่ ก็โดนล๊อคตัวเข้าไปอยู่ในซังเต 15 ปีได้เลย แต่ว่าข้าพเจ้าคิดว่านายเกอ๊อก เจอแบบนี้ คงเอาตอแหลแลนด์เข้าประเทศแบล๊กลิสต์ ไม่มีวันไปเหยียบเด็ดขาดตลอดชีวิต จริงๆ แล้วเรื่องราวของการที่ขี้ข้าของพวกครอบครัวลิเก ไปแผลงฤทธิ์ให้ร้านต่างๆ ทั่วตอแหลแลนด์ เตรียมต้อนรับแบบวีไอพี มีให้ฟังกันอยู่บ่อยๆ แต่ไม่มีสื่อตอแหลแลนด์ที่ไหนกล้าลงข่าว เพราะลงข่าวเมื่อไหร่เจ้าของร้านก็ไปเที่ยวฮ่องกรง 15 ปีได้เลย นายเกอ๊อก ก็คงพูดไม่ออก ได้แต่อึ้งๆๆ ขอแนะนำว่า ไปเผาพริกเผาเกลือแช่ง ละกัน นะจ๊ะ

 

ติดตามชม ลิเก สตอรี่ Episode 7 เร็วๆ นี้ นะฮ่ะ

L.L.K.A.S. (Lieland Li-Kay Association Story ความลับคณะลิเกลวงโลก) ตอน 5

Posted by KwamRak on 29.2011 บทความน่าอ่าน

ลิเก สตอรี่ ตอน 5 (Li-Kay Story Episode 5)

โดยยุทธการลงทัณฑ์นักล่าแม่มด-Sanction Witch Doctors เมื่อ 24 กรกฎาคม 2011 เวลา 19:27 น.


ลิเก สตอรี่ ตอน 5 (Li-Kay Story Episode 5)

 

ต้องยอมรับว่า ข้าพเจ้าคาดผิดไปเรื่องนึงในอาทิตย์ที่แล้ว ว่าสื่อตอแหลแลนด์จะไม่กล้าออกข่าวเรื่องเครื่องบินของ เอดส์ โดนยึดที่เยอรมนี ข้าพเจ้าได้อ่านข่าวเยอรมันเพิ่มเติม ที่ข้าพเจ้าได้บอกเอาไว้ว่าไอ้หนี้ 42 ล้านดอลล่าร์นี่มันมาจากไหน ข้าพเจ้าไม่รู้ บัดนี้ข้าพเจ้าได้ข้อมูลจากข่าวเยอรมันมาเพิ่มแล้ว ขอเอามาอธิบายดังนี้

 

เมื่อ 20 กว่าปีก่อน รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม นายมนตี๋ พงษ์พานี๊ด ซึ่งเป็นรัฐมนตรีในสมัยของพรรคอะไร ก็ไปเช็คประวัติกันเอาเองนะจ๊ะ มันไปตกลงกับเยอรมัน ว่าจะให้เขาสร้างดอนไม่เมือง โทลล์เวย์ โดยเยอรมันออกเงินสร้าง แล้วก็สามารถเก็บค่าผ่านทางได้กี่ปีๆ เป็นการถอนทุนพร้อมกำไร แต่ว่าในสัญญา มีข้อตกลง 1 ข้อ ว่ารัฐบาลตอแหลแลนด์จะต้องห้ามไม่ให้รถที่มาดอนไม่เมือง ขับรถตามทางอื่นๆ มาสนามบินได้เป็นอันขาด จะต้องขึ้นโทลล์เวย์เท่านั้น

 

ข้อตกลงหมาๆ แบบนี้ แน่นอนว่าถ้าไม่เหี้ยจริง ตกลงไม่ได้หรอก เพราะว่าก่อนจะมีโทลล์เวย์ เวลาคนในกรุงลิเก จะไปดอนไม่เมือง เขาก็ขับรถไปตามถนนวิภาวเลว รังหิด อีกอย่าง ถนนวิภาวเลว นี้ ก็ เป็นทางออกนอกเมืองกรุงลิเก รถใช้กันเยอะแยะ ฉะนั้นไอ้มนตี๋นี่ ถ้าให้ข้าพเจ้าเดา มันคงรับเงินเขามาเยอะ มันก็เลยเซ็นยอมตรงข้อตกลงนี้

 

ปัญหาคือ พอสร้างเสร็จแล้ว คนก็ไม่ค่อยใช้ไอ้โทลล์เวย์นี้ เพราะว่าทางธรรมดาข้างล่างมันก็มีวิ่ง เรื่องอะไรจะต้องเสียเงินขึ้นโทลล์เวย์ นอกจากรถติดมากๆ ถ้าไม่ขึ้นตกเครื่องบินแน่แล้ว เขาถึงยอมขึ้น แล้วจะไปห้ามรถใช้ถนนข้างล่างก็ห้ามไม่ได้ เพราะใครจะไปรู้ว่ารถคันไหนวิ่งเข้าถนนวิภาวเลวมา นี่ จะไปดอนไม่เมืองหรือเปล่า จะให้เปิดหน้าต่างถามทุกคัน ก็เป็นไปไม่ได้ หรือถึงรู้ จะไปห้ามเขาก็ห้ามไม่ได้ เพราะถนนข้างล่างมันก็มี...สุดท้ายก็ไม่มีคนขึ้น เยอรมันก็เลยขาดทุน 42 ล้านดอลล่าร์

 

แต่โชคดีของเยอรมัน เพราะในสัญญามีข้อตกลงข้อนี้อยู่ ว่ารัฐบาลตอแหลแลนด์จะต้องห้ามไม่ให้รถที่จะไปดอนไม่เมือง ใช้ทางธรรมดา ถนน วิภาวเลว ข้างล่าง ต้องใช้โทลล์เวย์เท่านั้น เยอรมันเลยมาฟ้องรัฐบาลตอแหลแลนด์ว่าผิดสัญญา ขอค่าเสียหาย 42 ล้าน คืนกับรัฐบาลตอแหลแลนด์แทน

 

คนซวยคราวนี้ คือประชาชนตอแหลแลนด์ผู้จ่ายภาษี สุดท้ายก็ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ทางด่วนที่ปัจจุบันก็แทบไม่มีคนใช้ แน่นอนว่าสื่อตอแหลแลนด์ ย่อมโยนความผิดให้ เหลี่ยม ว่าเป็นเพราะ เหลี่ยม สั่งย้ายสนามบินไปที่ นรกภูมิ ทำให้ไม่มีคนใช้ดอนไม่เมืองโทลล์เวย์ แต่ว่าความผิดจริงๆ มันมาจาก มนตี๋ (ที่ตายห่าไปด้วยโรคมะเร็งเรียบร้อยแล้ว) ไปเซ็นข้อตกลงข้อนี้ ถ้ามันยังมีชีวิตอยู่ เอดส์กลับถึงตอแหลแลนด์เมื่อไหร่ มนตี๋ ต้องโดนเรียกมาตบกะโหลกให้คว่ำคาตีนเป็นแน่แท้ โชคดีที่มันตายห่าไปซะก่อน ไม่งั้นก็ได้กลายสภาพเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ตอนเอดส์กลับถึงตอแหลแลนด์ แน่นอน

 

จึงขอจบการแถลงการณ์เรื่องนี้ แต่เพียงเท่านี้ เรามาเข้าประเด็นต่อไป กันดีกว่า เพราะว่า รูปภาพ การไปเก็บสตรอเบอรี่ ของ เอดส์ ที่เยอรมัน นั้น ข่าวเยอรมัน ลงข่าวว่า เอดส์ มีความสุขกับการเก็บสตรอเบอรี่ กับ “ภรรยา” พร้อมภาพ แต่ใครที่เห็นรูปนี้ ย่อมรู้อยู่แล้วว่าไม่ใช่ ฮีรัด จึงขออธิบายจาก หลักฐานวิกิลีกส์ พร้อมรูปภาพข่าว ว่าเอดส์ นั้น มีกิ๊ก อยู่อีก 2 คน ในขณะนี้ ที่มีหลักฐานแน่ชัด ส่วนกิ๊กคนอื่นๆ ที่มีข่าวซุบซิบ เราไม่ขอคอนเฟิร์มจนกว่าจะได้เห็นหลักฐาน

 

เราเคยเล่าให้ฟังไปแล้ว ว่า ขณะนี้นั้น ฮีรัด ถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยว กับ ปังปอนด์ ลูกชายที่พวกเราก็รู้ๆ กันว่า ปังยาอ่อน ที่วังสุโก๋ไต ตามหลักฐานวิกิลีกส์ ทีนี้ คำถามคือ แล้วถ้าเอดส์ ไม่อยู่ที่ สุโก๋ไต แล้ว เวลาเอดส์กลับมาตอแหลแลนด์ เอดส์อยู่ที่ไหน?

 

คำตอบคือ ได้มีการตกแต่งอาคารภายในของ สนามบินดอนไม่เมือง ให้เป็นรังรักใหม่ของเอดส์ เวลา เอดส์ กลับมาอยู่ที่ กรุงลิเก สนามบิน ดอนไม่เมือง นี้ ตอนนี้เปิดแต่อาคารในประเทศ สำหรับผู้โดยสาร สายการบินโลว์คอสต์ คือ นรกแอร์ โอเลี้ยงทัย และ วัน-ทู-ตก ใช้เดินทาง แต่ว่า ตึกอาคารต่างประเทศ อันกว้างใหญ่ ถูกปิดตาย ไฟลท์จากต่างประเทศ ถูกย้ายออกไปขึ้นลงที่ สนามบินนรกภูมิ จนหมดสิ้น จึงมีการตกแต่งภายในอย่างสุดหรู เพื่อเป็นวิมานใหม่ ของ เอดส์ และ กิ๊กคนใหม่สุดสวย ของ เอดส์ เอาไว้ใช้ถวายงานขึ้นแท่นปัจถรณ์อมรพิมาน

 

กิ๊กคนใหม่ของเอดส์ คือใคร? คำตอบ คือ ผู้หญิงที่เคยมีอัลบั้มหลุด หน้าคล้ายๆ ลูกครึ่ง น่ะแหละ อยากได้อัลบั้มนี้ คอยๆ เล่นเฟสบุ้กไปเหอะ ไม่เกิน 3 วัน ก็ได้เห็น เพจต่อต้านโรงลิเกหลายร้อยเพจในเฟสบุ้ก เขาผลัดกันแจกกันเป็นชุดให้โหลดกันไม่เว้นแต่ละวัน เป็นอัลบั้มแหก ชุดเมกะซุปเปอร์คอมโบ้ มีตั้งแต่ อัลบั้มฮีรัด 147 รูป แหกทุกมุมเรขาคณิต เหมาะสำหรับครูในโรงเรียนนำไปใช้เป็นภาพประกอบการศึกษาเรื่องมุม ยิ่งนัก อัลบั้มของ เบ๋น อดีตบริจาริกาของเอดส์ อัลบั้ม ปอยไปลิน ลูกของ ซูซี่ แหกโชว์ฮีที่ผ่านการโกนหะมอยมาแล้วอย่างเกลี้ยงเกลา อีกหลายสิบรูป คลิปวีดีโอ ริมสระน้ำอันลือเลื่อง ที่ ฮีรัด ใส่จีสตริง ถวายเค้กริมสระน้ำ แล้วยังมีของแถม อัลบั้ม ฮีรัด ตอนเป็นนางแบบหนังสือปลุกใจเสือป่า “เป็นปั๊ก” อันลือลั่น และของแถมสุดพิเศษ รูปชุด ฮีรัด ตอนประกอบอาชีพเป็น garlee กำลังยิ้มสู้กล้อง ตอนลูกค้าฝรั่งเอาโอกากิเสียบคาฮี ใครไม่เคยดู ลองไปถามเพื่อนบ้านในซอย ไม่เกิน 10 หลัง ถ้ารักกันจริง ไว้ใจกันจริง ว่ายังไงก็จะไม่แจ้งตำรวจจับเข้าซังเต เดี๋ยวได้เห็นแน่

 

แต่มีอัลบั้มแหกของ สนม อีก 2 ราย รายนึง ใส่แว่น อีกรายนึง หน้าลูกครึ่งๆ โพสท่าเปลือยแบบนางแบบปฏิทิน แม่โก๋ง จึงมีคนถามกันว่า 2 คนนี้คือใคร คนใส่แว่น เราไม่ขอคอนเฟิร์ม เพราะไม่รู้จริงๆ มีข่าวลือว่าเธอคือกิ๊กจากเมือง ดอกบัว มีลูกกันแล้วด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อไม่มีข้อมูลแน่นอนมายืนยัน เราจึงไม่ขอพูด แต่คนที่หน้าลูกครึ่งนี่หละ คือกิ๊กที่เอดส์ สร้างรังรักให้ที่ ดอนไม่เมือง ตามข่าววิกิลีกส์ มีข่าวจาก source ที่ข้าพเจ้ายังไม่ได้ยืนยัน ว่าเธอชื่อ พลอยแจ๋ง เราจึงขอเรียกเธอว่า พลอยแจ๋ง ไปก่อนละกัน หากว่าใครมีหลักฐานแน่นๆ ว่าเธอชื่ออะไรแน่ ช่วยเอามาเสนอด้วย จะเป็นพระคุณอย่างสูง แต่ขณะนี้ ขอเรียกเธอว่า พลอยแจ๋ง นะ

 

พลอยแจ๋ง เป็นใคร? บางคนก็ว่า เป็นแอร์การบินตาย เอดส์เจอบนเครื่อง เลยจีบมาเป็นกิ๊กซะ บางคนก็บอกว่าเธอเรียนมหาลัยปริญญาโท แล้วไปถ่ายแบบ เอดส์เห็นรูปเธอในบิลบอร์ดโฆษณา เลยกระซิบให้สมุนไปพามาขึ้นแท่นปัจถรณ์อมรพิมานถวายงานซะ เอาเป็นว่า เธอนั้น ตอนนี้ก็เป็นกื๊กเอดส์เรียบร้อยไปแล้วล่ะ ตอนแรกๆ นั้น เอดส์ ก็ยังไม่คิดจะสั่งให้ตกแต่ง ดอนไม่เมือง เป็นรังรักหรอกนะ แต่ทว่า จำเป็นต้องหา สถานที่ปลอดภัย ให้กับพลอยแจ๋ง เนื่องจากเธอ ถูกฮีรัด ตามรังควาน เนื่องจาก ฮีรัด กลัวยิ่งนักว่าจะมีใครมาแย่งตำแหน่งราชินีโรงลิเกของเธอในอนาคต ฉนั้น หากเธอรู้ว่า เอดส์ มีใครเป็นตัวโปรด เธอจะต้องตามไปตบล้างน้ำ เพื่อสกัดดาวรุ่ง

 

ความสามารถในการตบ นั้น ฮีรัด ไม่เป็นรองใคร เพราะรู้ๆ กันอยู่ ว่า อาชีพเก่าของเธอว์ นั้น คือ garlee ฉนั้น ไม่เพียงแต่เธอผ่านการศึกษากามสูตร ครบ 7 ขั้น จนกลายเป็น professional garlee แบบที่เรียกว่า ทั้ง โอ่ง และ เบ๋น เมียของเอดส์ เมื่อมาเปรียบเทียบกับเธอ เมื่อต้องขึ้นแท่นปัจถรณ์อมรพิมานเพื่อถวายงาน ก็ไม่ต่างอะไรกับ ท่อนไม้เจาะรู ในขณะที่ ฮีรัดนั้น พลิ้วไสวดั่งใบหลิว ไปทุกท่วงท่า แต่ ฮีรัด ยังต้องเรียนหลักสูตรศิลปะป้องกันตัวของ garlee เพื่อเอาไว้ป้องกันตัวเวลาโดน garlee รุ่นเดอะ มาท้าดวล หากพวกรุ่นเดอะ โดนเธอว์แย่งลูกค้า นั่นก็คือ กระบวนท่า วิชา ตบเช็ดสลบไสล 23 เพลงยุทธ แน่นอนว่า เส้นทางการเดินทางสู่การเป็น to be garlee no.1 ของฮีรัด ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เธอว์ต้องผ่านการดวลกระบวนท่าตบกับ garlee ผู้มาท้าชิงความเป็นใหญ่ มานับไม่ถ้วน เพื่อชิงความเป็นใหญ่ประจำคาเฟ่ แบบที่ฝรั่งเรียกว่า “Survival of the Fittest” (ผู้ชนะคนสุดท้าย คือผู้แข็งแกร่งที่สุดในสนามรบ) ฉนั้น ฮีรัดนั้น ถ้าต้องมาตบสู้กับกิ๊กของเอดส์คนไหน น้อยคนนักที่จะต่อกรได้ ส่วนใหญ่แค่ตบสู้กัน 3 เพลงยุทธ ก็พ่ายแพ้แล้ว

 

ฉนั้น เมื่อ ฮีรัด รู้แน่แล้วว่า พลอยแจ๋ง คือ คู่แข่งคนใหม่ที่น่ากลัว คุณเธอก็ไม่รอช้า บุกเดี่ยวไปยังบ้านของพลอยแจ๋ง เพื่อตบสั่งสอน แน่นอนว่าพลอยแจ๋ง สู้ไม่ได้ และพลอยแจ๋งก็ไม่คิดจะสู้อีกด้วย เพราะหากสู้ ฮีรัดอาจจะโกรธแล้วเกิด Limit Break แบบไฟนอลแฟนตาซี 7 แล้วใช้ท่าไม้ตายตบผสมข่วนลิมิตเบรก Omnislap (Omnislash ของพระเอกไฟนอล 7 เป็นการเอาดาบ ฟันไม่นับ ส่วน Omnislap ของฮีรัด เป็นการตบไม่นับ) หน้าแหกหมอไม่รับเย็บได้ แต่พลอยแจ๋ง ฉลาดกว่า ด้วยความรู้ระดับปริญญาโท จึงใช้กลยุทธตอบโต้ (Counter Strategy) ด้วยการ ตั้งกล้องวีดีโอ และยอมโดนฮีรัดตบครบ 23 กระบวนท่า และแล้วคุณเธอก็เอาเทปวีดีโอไปให้เอดส์ดู

 

ฮีรัด ที่เหมือนจะได้เปรียบ จึงกลายเป็นเสียเปรียบ เพราะ เอดส์ จึงยึดอาคารที่ปิดตาย ที่ สนามบิน ดอนไม่เมือง เป็นรังรักระหว่าง him and พลอยแจ๋ง แถมยังมีกองกำลังทหาร เอาไว้รักษาความปลอดภัย อย่างแน่นหนา ซึ่งคราวนี้ ฮีรัด ไม่สามารถฝ่าวงล้อมเข้าไปตบ พลอยแจ๋ง ได้อีก เพราะเพลงตบ ของ ฮีรัด นั้น ยังไงก็สู้ ปืนไรเฟิล ไม่ได้ ฮีรัด คงต้องไปเรียนวิชา นินจา จาก ญี่ปุ่น เพื่อปีนหลังคา และพรางตัว ให้จบครบทุกกระบวนเสียก่อน ถึงจะสามารถ พรางตัวปีนหลังคา เข้าไปตบ พลอยแจ๋ง ในนั้นได้

 

ส่วน ภรรยา ในรูปที่ข่าวเยอรมัน ถ่ายอาทิตย์นี้ นั้น เธอชื่อ หนุ่ยนุ้ย คนนี้นี่ อยู่ประจำที่ มิวนิก ณ เอดส์วิลล่า ไม่ค่อยกล้ากลับตอแหลแลนด์ เพราะ หนุ่ยนุ้ย ก็เคยเจอ ฮีรัด บินมาตบ ถึงมิวนิก มาแล้ว ได้ข่าวว่า หนุ่ยนุ้ย นี่ โดนฮีรัด ลิมิตเบรก ใส่ด้วย เพราะว่า คุณเธออาจหาญต่อกรสู้กลับ เลยโดนจัดเต็ม 23 กระบวนท่า บวก ท่าลิมิตเบรก Omnislap แถมท้าย หน้าแหก ร้องห่มร้องไห้ไปหาเอดส์ จึงมีคำสั่ง จากเอดส์ ห้าม ฮีรัด เดินทางมาเยอรมนี เด็ดขาด หาก ฮีรัด จะไปเที่ยวยุโรป คุณเธอสามารถลงที่ ลอนดอน แต่ห้ามลงที่มิวนิก เพราะ เอดส์ ต้องปกป้อง หนุ่ยนุ้ย จากการโดนฮีรัด Omnislap ใส่

 

ขณะนี้ เอดส์ ต้องมาอยู่ที่ เยอรมนี นานกว่ากำหนด เพราะว่าโดนยึดเครื่อง ตอนแรก เอดส์ อาจจะคิดจะให้ หนุ่ยนุ้ย ถวายงานแค่ไม่นานนัก หลังจากนั้น ก็กลับไปให้พลอยแจ๋ง ถวายงาน ที่ ดอนไม่เมือง แต่ตอนนี้ เอดส์ มีแต่ หนุ่ยนุ้ย ถวายงาน อาจจะเบื่อแล้วก็ได้ อยากได้ พลอยแจ๋ง ไปสลับซีน ต้องรอดูว่า จะมีคำสั่งให้พลอยแจ๋ง ไปมิวนิก เพื่อถวายงานหรือเปล่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เอดส์ ต้องแน่ใจก่อนว่า พลอยแจ๋ง จะไม่ไปตบหนุ่ยนุ้ยเมื่อถึงที่นั่น หรือ หนุ่ยนุ้ย จะไม่แอบเอามีดไปกรีดหน้าพลอยแจ๋งให้เสียโฉม เวลาพลอยแจ๋งหลับ ไม่งั้นเอดส์ก็คงไม่กล้าสั่งให้บินมาถวายงาน เอดส์ จะทน ให้หนุ่ยนุ้ย โซโล่ถวายงานไปได้อีกนานเท่าไหร่ จะมีการเรียก พลอยแจ๋ง มาสลับเปลี่ยนงานหรือไม่ และถ้าพลอยแจ๋งมาถึง สองนางนี้ จะเข้าฉีกเนื้อกันเป็นสิงคลี หรือไม่?

 

ติดตามชม ลิเก สตอรี่ Episode 6 เร็วๆ นี้ นะฮ่ะ

L.L.K.A.S. (Lieland Li-Kay Association Story ความลับคณะลิเกลวงโลก) ตอน 4

Posted by KwamRak on 22.2011 บทความน่าอ่าน

ลิเก สตอรี่ ตอนที่ 4 (Li-Kay Story Episode 4)

 

คาดว่าข่าวตอนนี้ ที่กำลังดังอยู่ทั่วโลก ยกเว้นตอแหลแลนด์ (เพราะสื่อไหนกล้าลงข่าวนี้ในตอแหลแลนด์ก็เตรียมตัวไปทัวร์ ค้างคืน รวมที่พักและอาหาร 15 ปี กับอีก 14 ปี 364 คืน ที่ฮ่องกรง หรือ คุก กันยกโรงพิมพ์ได้เลย) คือข่าวว่าทางการเยอรมัน ได้สั่งยึดเครื่องบินประจำตัว ของ เอดส์ หลังจาก เอดส์ ใช้เครื่องบินลำนี้ ลงจอดที่สนามบินที่เยอรมนี เพื่อเข้ารับการถ่ายเลือด ที่เอดส์วิลล่า ณ มิวนิก (รายละเอียดเชิญอ่าน ลิเก สตอรี่ ตอน 3) การยึดเครื่องบินลำนี้ จะทำให้เอดส์โกรธขนาดไหน อันนี้ข้าพเจ้าไม่รู้ แต่ถ้าอีก 2-3 เดือน มีคำสั่งปลดใครในกองทัพอากาศตอแหลแลนด์ ก็น่าจะ ซ.ต.พ. กันได้นะว่าคำสั่งใคร แต่เราอย่าไปสนใจแค่อารมณ์แปรปรวนของคนโรคจิตติดเอดส์คนเดียวเลย เรามาเข้าเรื่องกันดีกว่า ว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

 

เมื่อ 20 กว่าปีก่อน รัฐบาลตอแหลแลนด์ เปิดประมูลสร้างทางด่วน ดอนไม่เมืองโทลล์เวย์ เพื่อใช้สำหรับเดินทางไปยัง สนามบินดอนไม่เมือง ท่าอากาศยานประจำเมืองกรุงลิเก เมืองหลวงแห่ง ราชลิเกอาณาจักรตอแหลแลนด์ (Li-Kay King State of Torlaeland) ก็ได้เรียกบริษัท Dywidag มาสร้างทางด่วนให้ แต่ว่าก็จ่ายเงินให้ไม่ครบ ขาดไป เทียบเป็นเงินมูลค่า 30 ล้าน ยูโร ทวงเท่าไหร่ก็ไม่จ่าย จะไม่จ่ายด้วยเหตุผลอะไร ก็ไม่มีใครรู้ได้

 

บริษัท Dywidag ก็พยายามทวงหนี้อยู่เรื่อยๆ แต่รัฐบาลตอแหลแลนด์คณะใหม่มา ก็คงเห็นว่า เรื่องอะไรตูจะต้องไปใช้หนี้ที่พวกตูไม่ได้ก่อ ก็เลยทำไม่รู้ไม่ชี้ตลอดมา จนถึงปี 2001 บริษัท Dywidag ก็ขายธุรกิจให้บริษัท Walter Bau ซึ่งไม่นานมานี้ บริษัท Walter Bau ก็เจ๊งบ๊ง ขนาดเอาเจ้าของบริษัทไปขายให้บาร์เกย์ เพื่อขายถั่วดำใช้หนี้แล้ว ก็ยังมีหนี้อีกมากมาย ไม่พอจะไปจ่ายให้เจ้าหนี้

 

ฉนั้น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (liquidator) จึงมาดูในบัญชีว่าบริษัทนี้มีลูกหนี้ที่ยังค้างเงินไม่จ่ายอยู่รึเปล่า เผื่อจะได้ตามไปทวง จะได้มีเงินจ่ายเจ้าหนี้ ก็เลยเจอว่า รัฐบาลตอแหลแลนด์ ยังติดเงินบริษัท Dywidag (ซึ่งภายหลัง Walter Bau ซื้อกิจการไป ฉนั้นหนี้ของ Dywidag ก็น่าจะกลายเป็นของ Walter Bau ถ้าตอนขายกิจการมีการตกลงเรื่องนี้เอาไว้) อยู่ 30 ล้านยูโร จึงทวงรัฐบาลตอแหลแลนด์ให้จ่ายคืนมา ซึ่งแน่นอนว่า รัฐบาลตอแหลแลนด์ ย่อมต้องหน้าด้านไม่ยอมจ่ายคืน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะว่าสิ่งที่หน้าด้านกว่านี้ พวกอำมาตย์ตอแหลแลนด์ยังเคยทำมาแล้ว ฉนั้น กะอีแค่เบี้ยวหนี้ฝรั่ง ทำไมจะไม่กล้าทำ

 

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของเยอรมนี จึงนำเรื่องขึ้นศาล ขออนุญาติศาล เพื่อยึดทรัพย์สินของรัฐบาลตอแหลแลนด์ ที่ตนเองสามารถยึดได้ เพื่อมาใช้หนี้จำนวนนี้ ซึ่งในเมื่อหลักฐานชัดเจนว่ารัฐบาลตอแหลแลนด์ ยังไม่ได้จ่ายหนี้ ศาลก็ย่อมอนุญาติ แต่ว่าปัญหาคือจะยึดอะไรได้ล่ะ? เครื่องบินของการบินตาย งั้นเหรอ? ก็ยึดไม่ได้ เพราะว่าการบินตาย นั้น ถึงแม้รัฐบาลตอแหลแลนด์ จะถือหุ้นส่วนใหญ่อยู่ แต่ก็มีการขายหุ้นให้เอกชนถือหุ้นได้นิดๆ หน่อยๆ แต่มันก็ทำให้ การบินตาย กลายเป็น บริษัท ของ มหาชน ไม่ใช่ของรัฐบาล ฉนั้น จะไปยึดเครื่องบินการบินตาย เวลาบินลง ก็ทำไม่ได้

 

ธรรมดา เอดส์ เวลามาเยอรมนี ก็นั่งเฟิร์สคลาส การบินตาย มานะ ซึ่งเวลาพี่แกบินไปบินกลับทีนึง จะเอาของไปๆ มาๆ เป็นตันๆ เลย แน่นอนพี่แกไม่เคยควักกระเป๋าจ่ายค่าปรับที่น้ำหนักเกิน และการบินตาย ก็ไม่เคยกล้าทวง เพราะถ้าทวงเมื่อไหร่ คนทวงก็เตรียมตัวไปหางานใหม่ได้ ถ้าโชคดี หรือถ้าโชคร้าย ก็โดนแปรสภาพเป็น ปุ๋ยอินทรีย์แน่ๆ แถม ในเคบิน เฟิร์สคลาส เวลาเอดส์เดินทาง ห้ามมีผู้โดยสารอื่นๆ ที่พี่แกไม่ต้องการ ฉนั้น ถ้าพี่แกไม่อยากให้ใครขึ้นเครื่องร่วมเคบินกับพี่แก ผู้โดยสารคนนั้นก็ไปนอนแอร์พอร์ตโฮเต็ล แล้วเดินทางวันรุ่งขึ้นเอาละกัน (แน่นอนการบินตายต้องจ่ายค่าห้องให้ผู้โดยสารพวกนั้น) แถม อำมาตย์ 3 ราย คือขันทีเฒ่ากาลี อ่านั้น ปันยาชุนชุน และ หมดสิทธิ์ เศวตกะลา ก็เคยบอกทูตอเมริกา ว่าส่งใครไปเป็นทูตประจำที่เยอรมนีทีไรมีปัญหาทุกที ต้องขอย้ายประเทศกันแทบไม่ทันอยู่บ่อยๆ เพราะว่าถ้าเอดส์ จะเดินทางมาเยอรมนีเมื่อไหร่ ทูตจะต้องเสียเวลาทำงาน เดินทางจาก เบอร์ลิน ไป มิวนิก เพื่อไปต้อนรับเอดส์ ทำให้งานไม่เดิน

 

แต่เราพักเรื่องนี้เอาไว้ก่อนละกัน เอาเป็นว่า ก็แค่รู้ว่า ธรรมดา เอดส์จะนั่งการบินตาย ไปกลับเยอรมนี แต่คราวนี้ไม่รู้คิดยังไง นั่งเครื่องบินประจำตัว ที่ตั้งชื่อตามลูกตัวเองว่า “ปังปอนด์” ไปเยอรมนี ทีนี้ เครื่องบินลำนี้นี่ เจ้าของคือ กองทัพอากาศตอแหลแลนด์ ซึ่ง เป็นหน่วยงานราชการของรัฐบาลตอแหลแลนด์ ฉนั้น เจ้าของเครื่องบินลำนี้ตามกฏหมาย ก็คือ รัฐบาลตอแหลแลนด์ นั่นเอง

 

ฉนั้น เมื่อมีกำหนดการว่า เครื่อง “ปังปอนด์” จะลงที่เยอรมนี เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ลิงโลด ม๊ากเค่อะ เพราะว่าโอกาสจะยึดสมบัติรัฐบาลตอแหลแลนด์ มาถึงแล้ว จึงทำยื่นเรื่องต่อศาลขออนุญาติยึดเครื่องบินลำนี้ทันที แน่นอนว่า ศาลอนุญาติ ฉนั้น เมื่อเครื่องบินของเอดส์ ลงถึงเยอรมนี ก็โดนเจ้าหนี้ยึดไปขายเลหลัง เอาเงินโลด

 

เอดส์ จะอยู่บนเครื่อง ตอนโดนยึดรึเปล่า ข้าพเจ้าก็ไม่รู้ได้ แต่ถ้าอยู่ด้วยก็คงยิ่งมันส์ เพราะพี่แกจะต้องแค้นสุดๆ กลับตอแหลแลนด์ เมื่อไหร่ นายก หมี โดนเอดส์ลากคอมาจับตบกะโหลกคว่ำคาตีน อย่างแน่นอน

 

ทางการตอแหลแลนด์ รู้ข่าว ก็ต้องเต้นเป็นธรรมดา เพราะว่ายึดอะไรไม่ยึด มายึดเครื่องบินประจำตัวของเอดส์ เดี๋ยวเอดส์โมโหขึ้นมา ก็เจอคำสั่งโดนแปรสภาพ กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ (หรือกลายเป็น ศพ น่ะแหละ) กันไปตามๆ กัน ทางการ จึงส่ง กุ๊ย รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศตอแหลแลนด์ หนึ่งในคณะผู้ก่อการร้าย ในคณะ พันธมารเพื่ออำมาตยาธิปไตย ในพระบรมราชินีโรงลิเกอุปถัมภ์ ผู้รับคำสั่งจาก วาฬ ในการ ยึดสนามบิน นรกภูมิ เมื่อ 3 ปีก่อน ไปเจรจาให้คืนเครื่องบินมาให้เอดส์ เพื่อไม่ให้พวกของตัวเอง โดนเอดส์ สั่งลูกน้องมายำตีน กันยกกรม

 

ผลสำเร็จของการเจรจา ถ้าพูดเรื่อง ในแง่เหตุผล ทฤษฏี แล้ว กุ๊ย แพ้ลุ่ยแน่ๆ เพราะว่า กุ๊ย ให้ข่าวรอยเตอร์ ไปว่า เครื่องบินลำนี้ ไม่ใช่เครื่องบิน ของรัฐบาลตอแหลแลนด์ มันเป็นเครื่องบินของเอดส์ เพราะรัฐบาล โอนให้เอดส์ แล้ว และศาลเยอรมนี ก็หูเบา เชื่อหลักฐาน ปลอม ของโจทก์ เลยตัดสินคดีออกมาผิดๆ

 

แต่ตามหลักฐานใน airfleets.com เว็ปไซท์ที่มีการบันทึกเอาไว้หมดว่า เครื่องบินในโลกนี้ ใครเป็นเจ้าของบ้าง บันทึกเอาไว้ชัดเจน ว่า เจ้าของ เครื่อง “ปังปอนด์” คือ กองทัพอากาศตอแหลแลนด์ ไม่เคยมีหลักฐานว่าเคยมีการโอนเครื่องลำนี้ ให้เอดส์ แต่อย่างใด

 

แต่จริงๆ แล้ว หากจะมีการโอนให้เอดส์แล้ว ทางการเยอรมนี ก็มีสิทธิ์ยึดเครื่องบินลำนี้อยู่ดี เพราะว่า ตามกฏหมาย เจ้าหนี้ มีสิทธิ์ที่จะยึดทรัพย์สิน ที่ลูกหนี้ มอบให้ผู้อื่นฟรีๆ หรือไม่ก็ขายให้ผู้อื่นในราคาที่ถูกกว่าราคาจริงของสินค้ามากๆ มาเป็นของตัวเอง เพราะว่า ส่วนใหญ่แล้ว พวกลูกหนี้ที่ทำแบบนี้ เป็นพวกที่อยากเบี้ยวหนี้ แต่ว่ากลัวโดนยึดทรัพย์ ถ้าเบี้ยว เลยแกล้งทำเป็นทำเรื่องยกทรัพย์สินของตัวเองให้คนอื่นไปฟรีๆ เพื่อว่า เจ้าหนี้ จะได้มายึดทรัพย์สินชิ้นนั้น ไม่ได้ ซึ่งเรื่องแบบนี้ เมืองฝรั่ง เขาตัดสินกันในศาล มาเป็นร้อยๆ ปี แล้วว่า การโอนทรัพย์สินย่อมต้องเป็นโมฆะ เพราะก่อนที่คุณ จะสามารถให้อะไรใครได้ คุณต้องเป็นเจ้าของ ของสิ่งนั้นซะก่อน ถ้าคุณยังเป็นหนี้เขาอยู่ ของชิ้นนั้น ก็ไม่ใช่ของคุณ คุณต้องใช้หนี้ให้หมดก่อน คุณถึงจะให้ของชิ้นนั้นกับคนอื่นได้

 

ฉนั้น การที่ กุ๊ย พูดอะไรโง่ๆ ออกมาแบบนั้น ก็มีความเป็นไปได้ 2 อย่าง อย่างแรกคือ กุ๊ย จงใจจะตอแหลหน้าด้านๆ เพื่อรักษาหน้าประเทศตอแหลแลนด์ แต่ถ้าทำแบบนั้น กุ๊ย มีสิทธิ์หน้าแตกได้ เพราะว่าเยอรมนีไม่ใช่ตอแหลแลนด์ หากว่าไปตอแหลหน้าด้านๆ แล้วเขาพิสูจน์ได้ว่าตอแหล คราวนี้ กุ๊ย จะโดนโจทก์ ฟ้องกลับ ว่าหมิ่นประมาทเขา ไปหาว่าเขาใช้หลักฐานปลอม ทำให้เขาเสียชื่อเสียง และแน่นอนว่า ศาลเยอรมนีนั้น อำมาตย์ตอแหลแลนด์สั่งไม่ได้ ไม่มีทางตัดสินให้ กุ๊ย ไม่แพ้ได้ ถ้ากุ๊ย ตอแหลออกมาจริงๆ

 

ความเป็นไปได้ ที่ 2 ก็คือ กุ๊ย โง่ซะจนไม่รู้ว่า การยกของอะไรให้คนอื่นฟรีๆ โดยที่ยังไม่ได้ใช้หนี้เจ้าหนี้นั้น การโอนครั้งนั้นจะเป็นโมฆะทันที สำหรับข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าคิดว่า กุ๊ย นั่น คงจะตอแหลหน้าด้านๆ มากกว่า เพราะ กุ๊ย เอง ก็ตอแหลตอหลดอยู่ทุกวี่วันในตอแหลแลนด์ แต่ว่าที่ยังไม่เคยเป็นอะไรเพราะศาลตอแหลแลนด์นั้น ผู้พิพากษาแต่ละตัวก็สุนัขรับใช้ของ วาฬ ทั้งนั้น ฉนั้น เมื่อกุ๊ย ก็เป็นสุนัขรับใช้ของ วาฬ เช่นกัน ก็ไม่ต้องกลัวว่าขึ้นศาลในตอแหลแลนด์ แล้วจะแพ้ กุ๊ย เลยลืมไป เอานิสัยตอแหลหน้าด้านไปใช้ที่เมืองนอก ซึ่งคราวนี้ ไปกล่าวหาเขาว่าตอแหล เรามาคอยดูกันดีกว่า ว่า เขาจะฟ้องร้อง กุ๊ย หรือไม่ ถ้าฟ้อง อย่าหวังว่า วาฬ จะสั่งศาลเยอรมนีได้ หากเขาเรียกร้องค่าเสียหายมากๆ กุ๊ย ไม่มีจ่าย เรามาดูกันดีกว่า ว่าศาล จะสั่งให้ กุ๊ย ไปหาเงินมาจ่ายอย่างไร สำหรับข้าพเจ้าเอง ข้าพเจ้าว่า สั่งให้มันไปทำงานในสำนักนางโลม ขายตูดใช้หนี้ท่าจะดี และถ้าจะให้ดีกว่านั้น สำนักนั้นควรมีแมงดาโหดๆ คุมอยู่ด้วย ถ้า กุ๊ย งอแง ไม่ยอมขายตูด ก็จะโดนพวกแมงดาโหด รุมจับมัดแล้วดีดหำให้หน้าเขียวชักตาตั้งไปเลย คงจะมันส์น่าดู

 

ติดตามชม ลิเก สตอรี่ Episode 5 เร็วๆ นี้ นะฮ่ะ

L.L.K.A.S. (Lieland Li-Kay Association Story ความลับคณะลิเกลวงโลก) ตอน 3

Posted by KwamRak on 22.2011 บทความน่าอ่าน

ลิเก สตอรี่ ตอน 3 (Li-Kay Story Episode 3)

 

ข้าพเจ้านั้นเห็นคนถามกันเยอะ ว่าทำไมข้าพเจ้าถึงเรียก เอดส์ ว่า เอดส์? เอดส์ เป็นเอดส์จริงหรือเปล่า? ตามข้อมูลวิกิลีกส์ ก็ไม่ได้ฟันธงว่าจริงนะ แต่ว่านาย Eric John ทูตของอเมริกาก็บอกว่าจะต้องเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่มีทางรักษาหายแน่นอน และต้องเป็นโรคที่ต้องถ่ายเลือดเป็นประจำ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้อยู่ 2 โรค คือ เอดส์ หรือไม่ก็ Hepatitis C

 

อีกสาเหตุหนึ่งที่ทูตอเมริกามั่นใจว่า เอดส์ ต้องเป็นโรคพวกนี้ เพราะว่าวิลล่าที่มิวนิก เยอรมนี ที่เอดส์ไปซื้อไว้ เพื่ออยู่กับ นุ้ย และ FF หมาตัวโปรด นั้น เป็น Medicinal Spa นั่นก็หมายความว่าเป็นวิลล่าสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ซึ่งวิลล่านี้ เป็นวิลล่าสปา ที่มีนางพยาบาลคอยดูแลอย่างใกล้ชิด แน่นอนว่าราคาย่อมต้องแพงมาก ซึ่งตามข้อมูลนั้นวิลล่าเพียงหลังเดียว ราคาสูงถึง 9 ล้านยูโรเลยทีเดียว ทูตอเมริกาเลยมั่นใจว่าต้องเป็นโรคเรื้อรัง ที่ต้องมีนางพยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิดแน่นอน เพราะว่าเราก็รู้ๆ กันอยู่ว่า เอดส์น่ะ เงินไม่ค่อยพอใช้ เพราะว่านายลวงโลก สั่งตัดงบ ไม่ให้ใช้เงินมาก แล้วถ้าเงินไม่พอใช้อยู่แล้ว เรื่องอะไรจะต้องเอาเงินตั้ง 9 ล้านยูโร ไปซื้อกะอีแค่บ้านหลังเดียว จะซื้อบ้านนั้นเพื่อหวังจะเคลมนางพยาบาลฝรั่งเหรอ? ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ นางพยาบาลเมืองฝรั่งนั้น เอดส์จะไปลากมาเคลมตามใจชอบไม่ได้แน่ ขืนทำป่านนี้มีเรื่องมีราว เป็นข่าวดังเล็ดรอดเข้ามาที่ตอแหลแลนด์ ลือกันไปทั่วแล้ว ถึงแม้สื่อในประเทศนี้จะไม่กล้ารายงานก็เหอะ

 

แถมข้าพเจ้าว่าส่วนใหญ่ นางพยาบาลในวิลล่านั้น คงจะหาสวยๆ เอ๊าะๆ ยาก น่าจะมีแต่อีแก่เหนียงยานรุ่นผ่านสงครามโลกแล้วเป็นส่วนใหญ่ ให้เอาถุงก๊อบแก๊บคลุมหัวก่อนจะทำสลีปปิ้งบิวตี้ ยังขอคิดดูก่อนเลย ฉนั้น ถ้าใครจะมาแย้งว่า เอดส์ อาจจะไปซื้อวิลล่า เพราะว่าอยากเปิดฮาเร็มนางพยาบาล อันนี้ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วยแน่นอนตามเหตุผลที่กล่าวมา ต้องมีโรคเรื้อรังร้ายแรงที่รักษาในตอแหลแลนด์ไม่ได้แน่นอน เพราะถ้าให้หมอในตอแหลแลนด์ตรวจอาการเมื่อไหร่ วันเดียวข่าวก็แพร่ไปทั่วโรงบาลอยู่แล้วว่า เอดส์ เป็นโรคอะไร และวันรุ่งขึ้น ข่าวก็ต้องแพร่ไปทั่วประเทศ เพราะถ้าเอดส์ ให้หมอที่ตอแหลแลนด์รักษาโรคร้าย มีเหรอที่หมอ พยาบาล จะไม่เอาไปกระซิบต่อว่าเอดส์เป็นโรคอะไร และแค่วันเดียวแหละ ฟันธง ว่าดังกระฉ่อนไปทั่วประเทศแน่ๆ และคงต้องมีการเปลี่ยนหมอและพยาบาลบ่อยๆ เพราะหมอกับพยาบาลชุดที่แพร่ข่าวซุบซิบ ย่อมต้องโดนสั่งให้โดนแปรสภาพเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ยกชุดอยู่เนืองๆ ฉนั้น เอดส์ จะต้องเป็นโรคเรื้อรังร้ายแรง และที่ต้องรักษาที่เมืองนอก เพราะไม่ต้องการให้หมอตอแหลแลนด์ได้รู้ ว่าเป็นโรคอะไร  

 

ฉนั้น เมื่อเรารู้แน่แล้วว่า เอดส์ ต้องเป็นโรคเรื้อรังที่ต้องถ่ายเลือดประจำ 1 ใน 2 โรคนี้ แล้วเอดส์เป็นโรคไหนกันแน่? สำหรับข้าพเจ้า ฟันธงว่าเอดส์ใสๆ เพราะว่าโรค Hepatitis C นั้น เป็นโรคที่ติดต่อจากการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ใช้แปรงสีฟันร่วมกัน ใช้มีดโกนร่วมกัน คำถามคือ หน้าอย่างเอดส์น่ะเหรอ จะไปแชร์แปรงสีฟัน หรือแชร์มีดโกนกับใคร หรือว่าหมอที่ไหนจะกล้าเอาเข็มฉีดยาที่ฉีดคนอื่นแล้ว ไปฉีดเอดส์? เป็นไปไม่ได้หรอก แต่ถ้าเรื่องไปเย๊สไม่เลือก แล้วติดเอดส์น่ะ ความเป็นไปได้สูงกว่าเยอะ เพราะเอดส์นั้น ก็รู้ๆ กันอยู่ว่า บ้าฮีขนาดหนัก ขนาดที่ว่าถ้าอยากจะเย๊สใครในตอแหลแลนด์ กระซิบหูลูกสมุนทีเดียว ลูกสมุนก็จะไปฉุดกระชากลากถูผู้หญิงคนนั้นมาให้เอดส์ฟันจนถึงเขียง ในทันที ขนาด ปุ๊ย ปอนติ๊บ หลังจากได้เป็นนางงามจักรวาล กลับมาตอแหลแลนด์ เจอเอดส์สั่งเข้าไปถวายงานถึงแท่นปัจถรณ์ สมุนออกมาไล่ล่าไปขึ้นเขียง ปุ๊ย ยังต้องรีบหนีออกนอกตอแหลแลนด์บินกลับอเมริกาแทบไม่ทัน ฉนั้น ข้าพเจ้าว่าระหว่าง Hepatitis C ที่ติดจากการแชร์มีดโกน กับ เอดส์ ที่ติดจากการที่เอดส์ ปี้ไม่เลือกหน้า ความเป็นไปได้ว่าจะเป็น Hepatitis C มีไม่ถึง 0.01% สรุป พ่อก็เป็นง่อย ผสม พาร์กินสัน ลูกชายก็เป็นเอดส์ หลานชายก็ปัญญาอ่อน อนาคตของคณะลิเกลวงโลกตอแหลนี้น่าจะฉิบหายในไม่ช้าอย่างแน่นอน มารอดูความพินาศฉิบหายของคณะลิเกอัปรีย์จัญไรกันดีกว่าพวกเรา

 

ติดตามชม ลิเก สตอรี่ Episode 4 เร็วๆ นี้ นะฮ่ะ

L.L.K.A.S. (Lieland Li-Kay Association Story ความลับคณะลิเกลวงโลก) ตอน 2

Posted by KwamRak on 22.2011 บทความน่าอ่าน

ลิเก สตอรี่ ตอนที่ 2 (Li-Kay Story Episode 2)

 

ก่อนที่ข้าพเจ้าจะสรุปบทความของ Andrew MacGregor Marshall ต่อ มีผู้ถามข้าพเจ้าอย่างสงสัย ว่า ไม่อยากเชื่อว่า นายลวงโลก จะเล่นปืนกับ พี่อ่านั้น ตอนเช้าตรู่แบบนั้น ได้ ข้าพเจ้า จึงขออธิบายเรื่องนี้ให้ละเอียด ก่อนที่ ลิเกสตอรี่ episode ที่ 2 จะเริ่ม จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เสียก่อน ว่าทำไม ข้าพเจ้าถึงเชื่อว่า พี่อ่านั้น โดนนายลวงโลกทำอุบัติเหตุปืนลั่นใส่ จริงๆ

 

ก่อนอื่นเลย ข้าพเจ้า เคยอ่านจดหมายลับ ของนาย ปี๋ดี๋ เกี่ยวกับเหตุการณ์ในวันนั้น ซึ่งเขาได้รับการติดต่อมาจาก พลตำรวจ เผา จี๋ย่านนท์ ผู้ซึ่งได้เข้าไปคุยกับมหาดเล็กโรงลิเก 3 คน ก่อนที่มหาดเล็กโรงลิเก 3 คน คือ นายชีส นายบูด และนายชาเขียว จะโดนยิงเป้า นายชีส เล่าให้ฟังว่า ในวันเกิดเหตุนั้น ครึ่งชั่วโมงก่อนจะมีเสียงปืนดัง นายชีส ผู้ซึ่งนั่งเฝ้าหน้าห้องนอน ของนายอ่านั้น ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะลิเก เห็นนายลวงโลกนั้นเดินเข้าไปในห้องนอนของ อ่านั้น และอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา ก็เกิดเสียงปืนดังขึ้น นายบูด ผู้ซึ่งนั่งเฝ้าอีกทางเข้าด้านหนึ่งของห้องนอน ของ อ่านั้น จึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอน และก็ได้เห็น นายลวงโลก นั่งร้องไห้อยู่ข้างเตียง

 

นายบูด และนายชีส จึงนำเรื่องนี้ไปบอก สังเมื่อวาน แม่ของนายลวงโลก ซึ่งเมื่อสังเมื่อวานรู้เรื่องนี้ ก็ได้บอกทั้งสองคนว่าขอให้พวกเขาเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ อย่าไปบอกใครเด็ดขาด และจะช่วยเหลือทั้งสองอย่างถึงที่สุด....

 

....ซึ่งสังเมื่อวาน ก็ไม่ได้ผิดคำสัญญา เธอได้ช่วยทั้งนายชีส และนายบูดอย่างถึงที่สุดจริงๆ คือช่วยให้ตายห่าไปเร็วๆ แบบไม่ต้องรอแก่ตายแต่อย่างใด และทุกครั้ง ก่อนที่นายชีส นายบูด และนายชาเขียว จะต้องไปให้คำให้การในศาล (ทั้งสาม ถูกจับเข้าคุก หลังจาก อ่านั้น ตาย โดยถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด) ทั้งสาม จะถูกจับฉีดยา ให้สลึมสลือ ฟังอะไรไม่รู้เรื่อง พูดอะไรไม่รู้เรื่อง ทุกครั้ง เพื่อพวกเขา จะได้ไม่มีโอกาสพูดเรื่องนี้ออกมาได้ในศาล พึ่งได้มีโอกาสเล่าความจริง ให้พลตำรวจ เผา จี๋ย่านนท์ ฟัง ก็แค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนตายนั่นเอง

 

 จดหมาย ปี๋ดี๋ นั้น หาไม่ยากเลย มีอยู่เกลื่อนไปออนไลน์ เข้ากูเกิ้ล พิมพ์ จดหมายปี๋ดี๋ การตายของเจ้าคณะลิเก คนที่ 8 กดเสิร์ชตรงรูปภาพ เดี๋ยวก็ออกมาให้เห็นแล้ว ถ้าในตอแหลแลนด์ถูกบล๊อค ตีตั๋วไปเที่ยวสิงคโปร์ ฮ่องกง แล้วกูเกิ้ลเสิร์ชดูเอาจากที่นั่น รับรอง ได้อ่านแน่

 

หลักฐานจดหมายของ ปี๋ดี๋ อย่างเดียว ไม่มีน้ำหนักพอแน่ แต่ว่าข้าพเจ้านั้น ก็ได้ศึกษาคำให้การในศาลของคดีฆาตกรรมปริศนาของ อ่านั้น มาแล้วด้วย และ เหล่านางข้าทาสในโรงลิเก ก็ได้ให้ความในศาลเป็นเสียงเดียวกัน ว่า นายลวงโลก กับ พี่อ่านั้น นั้น ชอบเอาปืนมาแหย่กันเป็นประจำ และยังชอบล้อเล่นกับพวกนางข้าทาสในโรงลิเก โดยการเอาปืนไปจี้ข้างหลังพวกคุณเธอ ให้พวกคุณเธอ วี้ดว้ายกระตู้วู้ กันเป็นเรื่องสนุก...ไปเอาคำให้การคดีนี้มาอ่านได้เลย ถ้าไม่เชื่อ

.

...ซึ่งคำให้การของนางในโรงลิเกเหล่านี้ มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะว่าตอนที่อ่านั้น กับนายลวงโลก มาตอแหลแลนด์ใหม่ๆ มีทั้งต่างชาติ และทหาร ที่ต้องการผูกมิตรกับพวกคณะลิเก เอาปืน มาให้ทั้งสองเป็นของขวัญ และทั้งสอง ก็ชอบยิงปืนกันมาก ทั้งสองคน จะชวนกันลงไปยิงปืนกันเล่น ในสวนของโรงลิเกกันตั้งแต่เช้า ยิงกันเป็นชั่วโมงๆ กระสุนร่วงเต็มสวน 

 

ทีนี้ วันเกิดเหตุนั้น อ่านั้น เกิดไม่สบาย ไม่ได้ลงไปเล่นยิงปืนกับนายลวงโลก ข้าพเจ้าเชื่อว่านายลวงโลก คงรอจนถึง 9 โมงเช้า เห็นพี่ไม่ลงมายิงปืนด้วยกันซะที ก็เลยเข้าไปตาม อ่านั้น ให้ลงมาเล่นปืนกับตัวเอง ถึงในห้องนอน และก็คงจะเอาปืนของ อ่านั้น น่ะแหละ ไปจี้ อ่านั้น เล่นๆ ให้รีบๆ ตื่นมาเล่นปืนกัน

 

ทีนี้ ปืนกระบอกนั้น บางคนก็ว่า ปืนมันก็ปกติดี บางคนก็ว่า ปืนมันไกอ่อน แค่ง้างนก ก็เปรี้ยงแล้ว ปืนกระบอกนั้น จะไกอ่อนหรือไกปกติก็แล้วแต่ คนที่รู้สภาพมันอย่างดี มีอยู่คนเดียว ก็คือตัว อ่านั้น เอง ซึ่งก็เด๊ดสะมอเร่ไปแล้ว คงจะบอกเราไม่ได้ว่ามันไกอ่อนหรือไม่อ่อน ฉนั้น เราคงไม่สามารถรู้ความจริง 100 เปอร์เซ็นต์ได้ แต่ข้าพเจ้านั้น เชื่อว่าปืนน่ะไกอ่อน และนายลวงโลก ก็ไม่รู้ว่าปืนกระบอกนี้น่ะไกอ่อน แค่ง้างนก ก็ลั่นแล้ว ก็เลยเอาปืนจี้ อ่านั้น เพื่อ เป็นการปลุก อ่านั้น ให้รีบๆ ตื่น ลงไปเล่นยิงปืนกันเร็วๆ และความที่ อ่านั้น ป่วย ลุกไม่ขึ้น นายลวงโลก ไม่รู้ว่าป่วย เลยปลุกด้วยวิธีแรงขึ้น โดยการเอาปืนกระบอกนั้น (ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่ามันไกอ่อน) ไปจ่อที่หัวอ่านั้น แล้ว ง้างนก...ผลก็คือ มันก็ลั่นเปรี้ยงเลย และอ่านั้น ก็ไปขึ้นสวรรค์ ทันที

 

ข้าพเจ้าเชื่อว่า สมมุติฐานของข้าพเจ้า ไม่น่าจะผิดจากความเป็นจริงไปได้ เพราะหลักฐานที่ชัดเจน หลังจากนั้น คือ สังเมื่อวาน รีบเอาที่นอน ของอ่านั้น ซึ่งมีรอยนิ้วมือ ของคนยิงลูกตัวเอง ไปเผาทิ้งซะ เพื่อทำลายหลักฐาน ซึ่งเป็นเรื่องที่แม่ทั่วๆ ไปในโลก ไม่มีทางทำแน่ๆ เพราะแม่ที่ไหนล่ะ จะไม่อยากรู้ว่าใครฆ่าลูกตัวเอง? หากข้าพเจ้าเป็นแม่ ข้าพเจ้าไม่มีทางเอาที่นอนไปเผาทิ้งแน่นอน แต่จะต้องเก็บไว้เพื่อพิสูจน์หลักฐานทางรอยนิ้วมือ อนึ่ง สังเมื่อวาน ก็รีบสั่งให้ หมอนี๊ซ เย็บแผลที่หัวของ อ่านั้น เป็นการทำลายหลักฐานอีก เมื่อ ปี๋ดี๋ เดินทางมาถึงโรงลิเก มีเรื่องเล่ากันว่า นายลวงโลก ไปกอดขาปี๋ดี๋เอาไว้ ขอให้ปี๋ดี๋ ช่วยด้วย และบอก ปี๋ดี๋ว่า “หมอนี๊ซ บอกว่า พี่เราฆ่าตัวตาย จริงๆ นะ พี่เราฆ่าตัวตาย ท่านปี๋ดี๋ต้องเชื่อเรานะ”

 

เรื่องนายลวงโลกไปกอดขา ปี๋ดี๋ แล้วพูดแบบนี้ จะจริงไม่จริงข้าพเจ้าไม่แน่ใจหรอก แต่ว่า ที่แน่ๆ คือ เมื่อตำรวจ ต้องการพิสูจน์รอยเขม่าปืน ที่มือ ของทุกคน ในโรงลิเก รวมทั้ง นายลวงโลก เองด้วย สังเมื่อวาน รีบออกมาห้าม และบอกว่า นายลวงโลก เป็นเจ้าคณะลิเก ห้ามคนธรรมดา แตะต้องตัวเจ้าคณะลิเก และเมื่อตำรวจคนนั้น ยืนยันว่าต้องตรวจเขม่าปืนคนในโรงลิเกทุกคน ก็ถูกไล่ออกจากราชการทันที อันนี้ไปเช็คประวัติศาสตร์ได้เลย หากว่า คนธรรมดา ห้ามแตะต้องเจ้าคณะลิเกจริงๆ ทำไมสังเมื่อวาน ไม่ห้ามหมอนี๊ซ เย็บแผลที่หัวของ อ่านั้น เพื่อทำลายหลักฐาน? แต่กลับห้ามตำรวจแตะตัวนายลวงโลก เมื่อตำรวจ ต้องการพิสูจน์หลักฐาน? ถ้าบริสุทธิ์ใจจริง อยากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของลูกตัวเอง ทำไมไม่ยอมให้เขาตรวจรอยเขม่าปืนที่มือลูกชาย? ท่านผู้อ่านไปคิดดูเอาเองเถิด

 

มีฝรั่ง เคยเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก และพูดเรื่องนี้มาแล้ว คือ นาย Donald Fineman วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ของเขา อยู่ที่ห้องสมุดของ มหาวิทยาลัย Yale และเขาได้หลักฐานลับจาก หอสมุดแห่งชาติอเมริกา ซึ่งนาย โดนัลด์ ก็ได้นำข้อมูลลับจากหอสมุดแห่งชาติอเมริกา มาเปิดเผย ว่าเป็นเรื่องจริง ที่นายลวงโลก ทำอุบัติเหตุปืนลั่นใส่หัวพี่ชาย ข้าพเจ้าหวังว่าคงจะไม่มีควายที่ไหนมาแถนะ ว่านี่คือเรื่องโกหก เพราะใครก็แล้วแต่ ที่แถแบบนั้น ก็แปลว่าพวกมันน่ะโง่จนไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกน่ะ เวลาตรวจ มีการเช็คหลักฐานอ้างอิงทุกหลักฐาน และหากมีหลักฐานไหนที่เป็นเท็จ คนเขียนก็จะถูก “ปรับตก” ไม่ได้ปริญญาเอกทันที

 

อนึ่ง มหาลัย Yale นั้น เป็นมหาลัยที่สแตนดาร์ดสูงเป็นอันดับ 2 รองจากมหาลัย ฮาร์วาร์ด ในอเมริกา ฉนั้น การที่มหาลัยเยล จะไม่เช็คหลักฐานเรื่องนี้ก่อนให้ปริญญาเอก นายโดนัลด์ เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ เพราะหากเขาเผลอพิมพ์วิทยานิพนธ์นี้ออกไป แล้วมีการพิสูจน์ได้ว่าหลักฐานนี้เป็นเท็จทีหลัง สแตนดาร์ดของมหาลัยเยล จะต้องตกลงต่ำเตี้ยตกลงมาอยู่บ๊วยตารางทันทีแน่นอน ฉนั้น หากว่าใครแถเรื่องนี้ว่านายโดนัลด์ โกหก แปลว่ามันโง่จนโงหัวไม่ขึ้นจากกะลาที่อำมาตย์โรงลิเกครอบหัวมันเอาไว้ แน่นอน ฟันธง ใครอยากพิสูจน์ ไปอ่าน วิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ของนายโดนัลด์ ที่มหาวิทยาลัยเยล ได้เลย

 

ทีนี้ เรามาเข้าเรื่อง ในบทความ ของ แอนดรูว์ กันต่อดีกว่า ก็มีคน สงสัยอีกน่ะแหละ ว่า แล้ว ถ้า วาฬ กับ เอดส์ ต่อสู้แย่งชิงอำนาจกัน แล้วทำไม วาฬ จึงต้องทำแคมเปญล้างสมองให้พวก ควายคลั่งครอบครัวลิเก เกลียด เหลี่ยม ขนาดนี้ด้วย อันนี้ ขอตอบว่า มี หลายเหตุผลด้วยกัน เหตุผลแรกเลย ก็เพราะว่า เอดส์ นั้น รู้ดีว่า ตัวเองแต่ผู้เดียวนั้น  ไม่สามารถกุมอำนาจและความมั่นคงเอาไว้ได้ง่ายๆ แน่ๆ เพราะว่า เอดส์ เองนั้น ก็ไม่ได้เป็นที่นิยมอะไร กับชาวตอแหลแลนด์ แต่ เหลี่ยม นั้น มีคนตอแหลแลนด์ ชอบมาก เพราะว่าเหลี่ยม บริหารตอแหลแลนด์ เก่งกว่าคนอื่นๆ มีผลงานเห็นๆ ทำให้ เหลี่ยม ชนะเลือกตั้งในตอแหลแลนด์ได้อย่างนอนมา แบบที่ พรรค กระจั๊วะ ของ หมี (หน้าฮ๊าก) ไม่สามารถต่อกรได้อีกต่อไป เอดส์ จึงต้องการ ความชอบธรรมจากอำนาจประชาธิปไตย ของเหลี่ยม มาสร้างความมั่นคงให้ตำแหน่ง เจ้าคณะลิเก ของตัวเอง

 

จากรายงานลับ ของทูตอเมริกา เหลี่ยม นั้น ได้นำกำไรจากหวยออนไลน์ ที่ได้ นำไปเป็นค่าใช้จ่าย ให้เอดส์ โดยให้นายตำรวจ จุ๋มพล แม้นไม่ใหม่ เป็นคนนำเงินกำไรที่ได้จากหวยบนดิน นี้ใส่ปี๊ป เอาไปให้เอดส์ใช้ เสมอๆ เนื่องจาก นายลวงโลก ได้สั่งลดเงินค่าใช้จ่ายของเอดส์ เพราะรู้นิสัยลูกชายตัวเองดี ว่าฟุ่มเฟือยสะเด็ดยาด และบ้าการพนัน ทำให้เอดส์นั้น เงินไม่ค่อยพอใช้  ฉนั้น การที่ เหลี่ยม เอาเงินส่วนนี้ไปให้เอดส์ใช้ ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสอง พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว (ข้าพเจ้า ชักสงสัยซะแล้ว ว่าที่รัฐบาลของ หมี ประกาศยกเลิกหวยออนไลน์ เพราะว่าต้องการ “ตัด” รายได้ ของเอดส์หรือเปล่า ท่านผู้อ่านคิดว่าเรื่องนี้ เกี่ยวกันไหม?)

 

ในปี 2006 นั้น เอดส์ ไปเล่นคาสิโน ที่ สิงคโปร์ และเสียพนันจำนวนมหาศาล ไม่มีเงินจ่าย และเริ่มโมโหฮึดฮัดอาละวาด เลยโดนคาสิโนกักตัวไว้ ตอนนั้น เมื่อ ขันทีเฒ่ากาลี หัวหน้าองคมนตรีโรงลิเก และอำมาตย์โรงลิเก อีก 2 คน คือ อ่านั้น ปันยาชุนชุน และ หมดสิทธิ์ เสวตกะลา รู้ข่าว ก็เตรียมจะปล่อยข่าว ว่า เอดส์ ไปก่อหนี้ที่ต่างประเทศ แล้วไม่มีเงินใช้ เพื่อทำให้เอดส์ หมดโอกาสจะเป็นเจ้าคณะลิเกคนต่อไปทันที เพราะว่า กฏการสืบทอดตำแหน่งเจ้าคณะลิเก เขียนเอาไว้ชัดเจน ว่า หากผู้จะสืบทอดตำแหน่งเจ้าคณะลิเกคนต่อไป ไปสร้างหนี้เอาไว้ แล้วไม่มีปัญญาจ่าย จะถือว่าทำเสื่อมเสียชื่อเสียง และจะถูกตัดสิทธิ์จากการเป็นผู้สืบทอด แต่ว่า ก่อนที่ จะมีการออกข่าวเรื่องนี้ต่อสาธารณชน เอดส์ ก็ได้ โทรทางไกล จากสิงคโปร์ หา เหลี่ยม ขอให้เหลี่ยม ช่วยใช้หนี้ให้ด้วย ซึ่ง เหลี่ยม ก็รีบจัดการใช้หนี้ ให้ทันที ซึ่งทำให้เอดส์ รอดพ้นจากการถูกตัดจากตำแหน่งผู้สืบทอด อย่างหวุดหวิด แต่การกระทำของเหลี่ยม ก็ทำให้ ขันทีเฒ่ากาลี เคียดแค้นมาก เพราะว่า โอกาส จะ กำจัดเอดส์ออกไปจากตำแหน่งผู้สืบทอดโรงลิเก ไม่ได้หาได้ง่ายๆ ขันทีเฒ่า จึงต้องหาทาง กำจัดเหลี่ยม ออกไปให้พ้นทางให้ได้

 

โชคดี ว่า วาฬ นั้น เป็นคนหูเบาอย่างมาก วาฬ จึงถูกปั่นหัวให้เกลียดเหลี่ยม อย่างง่ายดายมาก หลังจาก วาฬ ได้ไปก่อเรื่องที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ในปี 2004 ทำให้ชาวบ้านมาเลย์มุสลิม ก็เริ่มโกรธเกลียดวาฬ เป็นอย่างมาก ฉนั้น ในปี 2005 จึงมี ชาว ปัตตาหนี้ ผู้หนึ่ง เปิดเว็ปไซท์ มานู้ด ดอท คอม ด่าครอบครัวลิเกอย่างรุนแรง อำมาตย์โรงลิเกผู้หนึ่ง คือ นาย ปี้ หมาร่ากุล สามีของ ท่านผู้หญิง ติ๊บพยะวดี หมาร่ากุล เจ้าของนิตยสารไฮโซชื่อดัง แห่ง ตอแหลแลนด์ “เดี๊ยน” จึงไปปั่นหู วาฬ ว่า ผู้เปิดเว็ปไซท์ มานู้ด ดอท คอม ก็ไม่ใช่ใครหรอก แต่คือ เหลี่ยม นั่นเอง จึงทำให้ วาฬ เกลียดกลัว เหลี่ยม เป็นอย่างมาก และเมื่อรู้ว่า เอดส์ ลูกชายตัวเอง ต้องการใช้ความ popular ของ เหลี่ยม มาค้ำเก้าอี้เจ้าคณะลิเก วาฬ ก็ยิ่งกลัวว่า เอดส์ จะถูก เหลี่ยม หลอกใช้ และเมื่อมีโอกาส เหลี่ยมก็จะยึดอำนาจโรงลิเก แล้ว ตั้งตัวเป็นประธานซะเอง

 

ประกอบกับ เจ๊ก โกรธแค้น เหลี่ยม เพราะว่า ผู้มีพระคุณคนหนึ่งของ เจ๊ก คือ หวี่โรจน์ นวลแก๋ ถูกไล่ออกจากธนาคาร กรุงตอแหลแลนด์ โดยที่เหลี่ยมไม่ได้เอื้อมมือเข้าช่วยเหลือไม่ให้นาย หวี่โรจน์ ไม่โดนไล่ออก นายหวี่โรจน์ เป็นเพื่อนที่ เจ๊ก เคารพมาก เพราะเขาเป็นผู้ยกหนี้ จำนวน 1.6 พันล้าน บาทา (สกุลเงิน ของประเทศ ตอแหลแลนด์) ให้เจ๊ก ทำให้เจ๊กรอดพ้นจากการล้มละลายได้ เมื่อ เหลี่ยม ไม่ปกป้อง นายหวี่โรจน์ จากการถูกไล่ออก ทำให้ เจ๊ก โกรธมาก และออกทีวี ด่าเหลี่ยมทันที และ เจ๊ก จึงกลายเป็น ผู้ช่วยคนสำคัญ ของ วาฬ ในการปลุกปั่นล้างสมองให้คน เกลียด เหลี่ยม

 

และที่ขาดไม่ได้ คือ วีรกรรมของ เหยิน (ลูกสาวคนสุดท้องของ วาฬ ซึ่งปัจจุบัน ความตอแหล ของเหยิน นั้น เข้าระดับขั้นนาธานนับพี่นับน้องได้ ข้าพเจ้า จึงขอเรียกเธอว่า เหยินนาธาน) เหยิน ผู้ไปวัดของ หลวงตา บ. พระที่มีคนตอแหลแลนด์นับถือเป็นอันมาก จะไปพูดอะไรกับหลวงตา บ. ข้าพเจ้าก็ไม่อาจจะรู้ได้ แต่ในเดือน กันยายน  2005 หลวงตา บ. ก็ออกมาพูดว่า “เหลี่ยม คือ ปีศาจร้าย ที่จะกลืนกินประเทศตอแหลแลนด์ และจะล้มคณะลิเก” ซึ่ง เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม อย่างมาก เพราะว่า เป็นการเอาบารมีของตัวเอง มาพูดเรื่องที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ในขณะที่พูด ให้ชาวบ้านเชื่อ และทำให้ เหลี่ยม เสียหายอย่างมาก เจ๊ก เอาคำพูด ของ หลวงตา บ. มาออกอากาศทันที ทำให้ เหลี่ยม ฟ้องหมิ่นประมาท เจ๊ก แต่เหลี่ยม ตัดสินใจ ไม่ฟ้อง หลวงตา บ.

 

เหลี่ยม จะมีเหตุผลอะไร ที่จะไม่ฟ้องหลวงตา บ. ข้าพเจ้าก็ไม่อาจรู้ได้ แต่ถ้าให้ข้าพเจ้าเดา ข้าพเจ้าขอเดาว่า เนื่องจากคนตอแหลแลนด์ นั้น โดนอำมาตย์โรงลิเก บิดเบือนความเชื่อศาสนา เอาลัทธิฮินดูมากรอกหูตั้งแต่เกิด ว่าถ้าไม่รักครอบครัวลิเก หรือวิจารณ์พระสงฆ์องค์เจ้า แล้ว นรกจะกินกบาล ซึ่งเป็นความเชื่อที่เหลวไหล เพราะว่าพระไตรปิฏก บทที่ 16 เขียนเอาไว้ชัดเจน ว่า จะเป็นคนธรรมดา หรือเป็นถึงกษัตริย์ ดีชั่วอยู่ที่การกระทำ ไม่มีใครวิเศษไปกว่าใคร น่าเสียดายที่คนตอแหลแลนด์ เป็นพุทธแต่บัตรประชาชน แต่ไม่รู้ตัวว่าถูกอำมาตย์โรงลิเกเอาลัทธิฮินดูมาใส่หัวอยู่ทุกวัน ฉนั้น หาก เหลี่ยม ฟ้องหลวงตา บ. ถึงสุดท้ายจะชนะได้ ความนิยมของ เหลี่ยม ก็จะต้องตกต่ำ  เพราะคนตอแหลแลนด์ที่งมงาย จะต้องหาว่า เหลี่ยม จาบจ้วงพระสงฆ์องค์เจ้า นรกกินกบาล อนึ่ง ข้าพเจ้าเชื่อว่า สุดท้าย เหลี่ยมก็คงจะไม่ชนะ ถึงแม้ว่า อีกฝ่าย ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ว่าเหลี่ยม ต้องการล้มโรงลิเกจริงๆ เพราะว่า เหยินนาธาน ศิษย์คนโปรดของหลวงตา บ. จะต้องออกใบสั่งกับศาล ไม่ให้ ศาล ตัดสินได้อย่างอิสระ ตามเนื้อผ้าแน่นอน เพราะว่า เหยิน นั้นลูกใคร ก็รู้ๆ กันอยู่ ถ้า เหยิน สั่งศาลไม่ให้ตัดสินให้ เหลี่ยม ชนะ มีหรือที่ศาลจะกล้าไม่ทำตาม

 

ในปี 2006 วาฬ แค่ต้องการกำจัดเหลี่ยม เพราะกลัว เหลี่ยม จะเอา เอดส์ เป็นหุ่นเชิด เป็นตรายางแสตมป์ผ่านกฏหมายส่วนตัว แต่วาฬ ก็ยังไม่มีความคิด ที่จะชิงตำแหน่ง เจ้าคณะลิเก จากเอดส์ เสียเอง แต่หลังจากเอดส์ คลิปหลุด และวาฬตัดสินใจ เป็นคู่แข่งชิงเก้าอี้เจ้าคณะลิเก กับเอดส์ อย่างเต็มตัว วาฬยิ่งต้อง กำจัด เหลี่ยม ให้ได้ เพราะวาฬนั้น ฆ่าลูกตัวเองไม่ได้ แต่ว่า วาฬ ฆ่าเหลี่ยมได้ และหาก เหลี่ยม ตายเมื่อไหร่ เอดส์ ก็จะหมดทางหาคนที่มีความนิยมสูงๆ มาเสริมฐานความมั่นคงของ ตำแหน่งเจ้าคณะโรงลิเก และ เอดส์ ก็จะต้องยอมให้ ปังปอนด์ ลูกของตัวเอง ขึ้นเป็นเจ้าคณะ และให้วาฬ เป็นผู้สำเร็จราชการโรงลิเกให้ปังปอนด์ การต่อสู้ที่เข้มข้นครั้งนี้ ใครจะแพ้ ใครจะชนะ และหาก เอดส์ ชนะ แล้ว เหลี่ยม จะหักหลังในอนาคตหรือไม่?

 

ติดตามชม ลิเกสตอรี่ Episode 3 เร็วๆ นี้ นะฮ่ะ

L.L.K.A.S. (Lieland Li-Kay Association Story ความลับคณะลิเกลวงโลก) ตอน 1

Posted by KwamRak on 22.2011 บทความน่าอ่าน

ความแตกแยกของอำมาตย์โรงลิเก และการแก่งแย่งชิงตำแหน่งเจ้าคณะของคณะลิเกลวงโลก

 

-ภาพพจน์ของตระกูลปีศาจที่สมาชิกยังรักกันดี เป็นแค่ละคร แต่ตอนนี้ ครอบครัวนี้กำลังชิงอำนาจความเป็นใหญ่กัน แตกกันอย่างรุนแรงเป็น 3 ฝ่าย คือ 1. ฝ่ายเอดส์ 2. ฝ่ายวาฬ (วาฬ จะผลัก ปังปอนด์ ขึ้น แล้วตั้งตัวเองเป็นผู้สำเร็จราชการโรงลิเก) 3. ทอม ก็อยากเป็น แต่ว่าไม่กล้าประจันหน้ากับพี่และแม่ แต่ก็สะสมทหารเป็นพรรคพวกไว้พอสมควร แต่อำนาจกองทัพตอนนี้อยู่กับฝ่ายวาฬ

-แต่ก่อน วาฬ เคยสนับสนุนให้เอดส์ได้ขึัน แต่ว่าหลังจากปี 2007 เมื่อคลิปริมสระและอัลบั้มเด็ดของฮีรัดหลุดออกมาสู่สาธารณะ วาฬก็โกรธเกลียดเอดส์มาก หาว่าเอดส์เป็นคนทำให้ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลเสื่อมเสีย และวางแผนจะกุมอำนาจเอง โดยเอา ปังปอนด์ มาขึ้นแทน เหล่าอำมาตย์และทหาร เห็นเอดส์ฉาวโฉ่ขนาดนั้นเพราะคลิปเด็ด จึงตีตัวออกห่างมาสนับสนุนถือหาง ฝ่ายวาฬแทน เพราะคิดว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

-การที่เหล่าอำมาตย์และพวกบิ๊กๆ ในกองทัพ พากันหันหลังให้เอดส์ หลังจากเอดส์กับฮีรัดคลิปหลุด ทำให้เอดส์เคียดแค้นมาก แต่แล้วเหล่าอำมาตย์ก็เริ่มไม่แน่ใจว่าตัดสินใจถูกไหมที่เข้าฝั่งวาฬ เพราะหลังจากวาฬไปงานศพ โบปิงปอง ทำให้กระแสเกลียดวาฬตอนนี้รุนแรงมาก จนวาฬ กลายเป็นสมาชิกตระกูลลิเกที่ชาวตอแหลแลนด์ เกลียดอันดับ 1 ไปแล้ว โดยเฉพาะในภาคเหนือ และอีสาน จากที่เอดส์เคยครองตำแหน่งนี้มาอย่างยาวนาน

-จากการที่กระแสเกลียดวาฬ มาแรงมากตอนนี้ อำมาตย์และกองทัพต่างก็เป็นห่วงว่า แผนการเอา ปังปอนด์ ขึ้นเป็นหุ่นเชิด แล้วให้วาฬชักไย แบบซูสีไทเฮา ประชาชนอาจไม่ยอมรับ แต่สายเกินไปแล้วที่จะกลับไปเข้าพวกกับ เอดส์ เพราะเอดส์ เป็นคนมีนิสัยอาฆาตพยาบาท ไม่ยกโทษให้คน จะล้างแค้นทันทีเมื่อมีโอกาส และถ้าเอดส์มีอำนาจเมื่อไหร่ มีความเป็นไปได้สูงมาก ว่าเอดส์จะสั่งเก็บพวกอำมาตย์โรงลิเกและทหาร ฝ่ายวาฬทุกคน

-คนที่น่าสงสาร คือฮีรัด เพราะคุณเธอก็ซื่อสัตย์กับเอดส์ตลอดมา เอดส์ใช้ให้ถ่ายรูปแหกอะไรท่าไหนก็ทำทุกอย่าง แต่หลังจากคลิปหลุด เอดส์ก็ทอดทิ้งฮีรัด และไปซื้อวิลล่า อยู่ที่ Munich และใช้เวลาส่วนใหญ่ อยู่ที่นั่นกับ นุ้ย เมียใหม่ และ FF หมาตัวโปรด ฮีรัดกลายเป็นคนที่ถูกทอดทิ้ง และโดนเหยียดหยาม ถูกคนทั้งโลกเอารูปโป๊มาดูกันสนุก ศักดิ์ศรีความเป็นคนของฮีรัดถูกย่ำยีไม่เหลือดี เป็นเพราะความวิปริตของเอดส์คนเดียว

 

 

(หลังจากข้าพเจ้า อ่านบทความนี้แล้ว ข้าพเจ้าก็รู้สึกเห็นใจฮีรัดเป็นอย่างมาก และข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้าจะไม่ปล่อยรูปหรือคลิปอะไรของคุณเธออีกแล้ว คุณเธอเป็นแค่คนที่ถูกบังคับให้ทำอะไรที่น่าอาย เพราะความวิปริตของสามี และเมื่อเกิดเรื่องฉาวขึ้น สามีก็ไม่เคยปกป้องอะไร กลับทอดทิ้งให้เธอช้ำใจอยู่คนเดียว ฉนั้นข้าพเจ้าจะไม่โพสรูปโป๊เขาอีกแล้ว คนที่เลวที่สุด ต้องประนามและต่อต้าน คือ วาฬ ต่างหาก)

 

-วาฬ กับ เอดส์ ทะเลาะกันอย่างรุนแรง ในปี 2008 ที่โรงพยาบาล ศิริแร่ด จนขนาดที่ว่าหากเอดส์จะคุยกับวาฬ พวกข้าทาสของวาฬในห้องจะไม่กล้าอยู่ในห้อง วาฬด่าเอดส์ว่า ทำชื่อเสียงตระกูลย่อยยับ จากคลิปฉาวและอัลบั้มเด็ดสะเด่าของฮีรัด เอดส์ก็สวนกลับหาว่า วาฬน่ะแหละ ทำชื่อเสียงตระกูลย่อยยับ จากการไปงานศพ โบปิงปอง ทำให้ภาพพจน์ตอแหลว่าคณะลิเกลวงโลกอยู่เหนือการเมือง พังครืนไปในพริบตาโดยไม่สามารถสร้างใหม่ได้อีก

-ความแตกแยกชิงอำนาจของสมาชิกครอบครัว ทำความรำคาญและความทุกข์ให้นายลวงโลก เป็นอย่างมาก และ เจ๊ก ก็เหิมเกริมมาก เพราะว่ามี วาฬ หนุนหลัง นายลวงโลก เคยส่ง เมธ เฟอร์รารี่ และ ดีดกะท้อน ไปบอก ม๊อบของ เจ๊ก ตอนยึดทำเนียบ ว่าหากรักนายลวงโลก ได้โปรดกลับบ้าน แต่เจ๊ก กลับกล้าเอา 2 คนนี้ขึ้นไปด่าบนทีวีทั้งๆ ที่พวกวงในทุกคนรู้ดีว่า 2 คนนี้ เวลาพูดอะไร คือคำพูดของนายลวงโลก ฉนั้นการที่เจ๊ก กล้าปฏิเสธ คำขอร้องของ เมธ เฟอร์รารี่ และ ดีดกะท้อน ก็เท่ากับว่า เจ๊ก จงใจแสดงให้พวกอำมาตย์ทั้งหลาย ได้เห็น ว่า อำมาตย์ กลุ่มของวาฬ ใหญ่ที่สุดในคณะลิเก แม้แต่อำมาตย์กลุ่มของนายลวงโลกก็สั่งไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเจ๊กกล้าทำแบบนี้ เพราะรู้ดีว่ามี วาฬคุ้มกะลาหัวอยู่

 

 -แต่นายลวงโลกก็ไม่สามารถจะหยุดการแย่งชิงอำนาจของลูกเมียตัวเองได้ เพราะสุขภาพตัวเองย่ำแย่มากจาก โรคพาร์กินสัน มีแต่ทรงกับทรุด รอวันตายเท่านั้น อนึ่ง นายลวงโลกนั้น มีตราบาปในใจอยู่ เกี่ยวกับการตายของพี่ชายของนายลวงโลก...และลูกเมียตัวเอง ตลอดจนเหล่าอำมาตย์ และทหาร ที่อยู่ฝ่าย วาฬ รู้ความลับดีว่าคืออะไร และหากตัวเองแสดงตัวว่าอยู่คนละฝ่ายกับ วาฬ เมื่อไหร่ ความลับที่ตัวเองพยายามปิดมาตลอดชีวิต อาจถูกพวก วาฬ เปิดเผยได้

 

 

(ความลับเรื่อง การตายของพี่ชาย นายลวงโลก

จากเอกสารลับจากสถานทูตอเมริกา เกี่ยวกับการตายของ พี่ชายนายลวงโลก นักการทูตตอนนั้น เชื่อว่าจริงๆ แล้ว นายลวงโลก นั้น เล่นปืนกับพี่ชาย แล้วทำอุบัติเหตุปืนลั่นใส่หัวพี่ชาย แต่ว่าพวกชาวลิเกลวงโลกที่กุมความลับไว้ คือตระกูล ยุค้น เห็นว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะเปิดเผย เพราะขณะนั้น สถาบันลิเกลวงโลกตกต่ำมาก หากเปิดเผยความลับนี้ไป ก็ใช่ว่าตัวเองจะชิงตำแหน่ง หัวหน้าคณะลิเก มาได้ แต่คณะลิเกจะถึงแก่กาลอวสานกันไปหมด สู้เก็บความลับเอาไว้ แล้วผูกมิตรกับนายลวงโลก และครอบครัว เพื่อใช้แสวงหาอำนาจเงินทองดีกว่า

ที่นายลวงโลกนั้น ไม่ยอมให้ความลับเรื่องการตายของพี่ชายตัวเอง ถูกเปิดเผย เพราะว่าตัวเองเคยถูกดูถูกอย่างรุนแรงมาแล้วกับเรื่องนี้ เพราะว่าหลังจากที่ตัวเองขึ้นเป็นหัวหน้าคณะลิเก รัฐบาลตอแหลแลนด์ก็ต้องการส่งนายลวงโลก ไปเรียนที่ Oxford และได้ติดต่อ Lord Mountbatten ซึ่งเป็นผู้แทนพระองค์ของกษัตริย์อังกฤษ ในพม่าขณะนั้น ว่าขอความช่วยเหลือให้นายลวงโลกเข้า Oxford และขอให้นายลวงโลก ได้เข้าเฝ้า King George VI ตอนถึงอังกฤษด้วย

Lord Mountbatten จึงส่งหลักฐานลับเรื่องพี่ชายนายลวงโลก ไปให้กษัตริย์อังกฤษ และบอกว่านายลวงโลกเป็นคนฆ่าพี่ชายตัวเอง King George VI จึงปฏิเสธไม่ให้นายลวงโลกเข้าเฝ้า โดยตอบรัฐบาลตอแหลแลนด์มาว่า วังบัคกิงแฮมของเรา ไม่ต้อนรับฆาตกร ส่วน Lord Mountbatten ก็ไม่ยอมช่วยให้นายลวงโลกเรียนที่ Oxford ได้ ซึ่งทำให้นายลวงโลกเสียหน้าและโกรธแค้นอย่างมาก และรัฐบาลตอแหลแลนด์ จึงต้องส่งนายลวงโลกไปเรียนที่ สวิส แทน)

 

ขณะนี้ พวกคณะลิเกลวงโลก กำลังแตกแยกกันเป็น 5 กลุ่มต่างๆ ที่แย่งชิงอำนาจ ตำแหน่งเจ้าคณะลิเกกันดังนี้

1. กลุ่มของนายลวงโลก ซึ่งหนักใจและเศร้าใจกับการพยายามยึดอำนาจของวาฬ และการแก่งแย่งชิงตำแหน่งเจ้าคณะลิเก แต่ว่าทำอะไรไม่ได้มาก เพราะอำนาจของกลุ่มตัวเองกำลังจะหมดแล้ว เพราะว่านายลวงโลกอ่อนแอลง รอวันตายอยู่ทุกวัน นายลวงโลกทุกๆ วันนั้นไม่มีความสุขเลย และเป็นทุกข์อย่างมาก ที่เห็นลูกเมียตัวเอง มาแย่งชิงอำนาจกันตอนก่อนตัวเองตายแบบนี้

2. คือพวกของเอดส์ ซึ่งคนที่เอดส์ไว้ใจที่สุด คือ นาย นิพ้น ไม่พร้อมพันธุ์ ซึ่งเป็นเพื่อนแท้คนเดียวที่เอดส์มี รู้จักกันที่อังกฤษ เมื่อนายลวงโลกส่งเอดส์ไปเรียนที่ รร ประจำที่อังกฤษ และหากว่าเอดส์ ได้เป็นเจ้าคณะลิเกคนต่อไป เชื่อว่านายนิพ้น ไม่พร้อมพันธุ์ นี้แน่นอน ที่จะเป็นประธานองคมนตรีคณะลิเกคนต่อไป

3. คือพวกของทอม แต่ว่าทอมนั้น ถึงอยากจะเป็นหัวหน้าคณะลิเก และประชาชนก็อยากให้เธอเป็นเจ้าคณะลิเก แต่ว่าทอมนั้น ก็ไม่กล้าที่จะแสดงออกมาก เพราะกลัวว่าจะทำให้ตัวเองเกิดอันตรายถึงชีวิตจากพี่และแม่ ที่โหดร้ายไม่แพ้กัน ทอมจึงสะสมสมัครพรรคพวก โดยการไปสอนในโรงเรียนทหาร และเลือกลูกศิษย์ที่ตัวเองโปรดปราน มาเป็นทหารของตัวเอง เพื่อสะสมพรรคพวกเอาไว้ หากทั้งแม่และพี่สู้กันอ่อนแรงทั้งคู่ ทอมก็จะเข้าเสียบ

4. คือกลุ่มของวาฬ ซึ่งตอนนี้มีอำนาจสูงสุด เพราะ ขันทีเฒ่ากาลี ก็เข้าพวกเรียบร้อยแล้ว เพราะ ขันทีเฒ่ากาลีนั้น เกลียดเอดส์มาก และ เหล่ ที่กุมอำนาจทหารสูงสุด ก็อยู่ฝ่าย วาฬ และกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ร้ายกาจที่สุด และแข็งแกร่งที่สุดในขณะนี้ มีทั้งสื่อเป็นพวก ทหารเป็นพวก แต่ว่ากลุ่มนี้ เอาชื่อนายลวงโลกมาหาความชอบธรรมให้ตัวเอง ทั้งๆ ที่กำลังทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความต้องการของนายลวงโลกทั้งสิ้น และหากนายลวงโลกตายไป กลุ่มนี้ก็จะไม่สามารถหาอะไรมาสร้างความชอบธรรมกับการกระทำของตัวเองได้อีก

5. คือพวกกองทัพ ที่คิดว่ากองทัพ ควรจะยึดอำนาจซะเอง เพราะว่าดูๆ ไปแล้ว ไม่ว่าวาฬ หรือ เอดส์ นั้น ก็ไม่มีวี่แวว ว่า จะกุมอำนาจไปตลอดได้ เพราะว่าทั้ง 2 ฝ่าย นั้น ประชาชนก็เกลียดไม่แพ้กัน พวกนี้จึงมีความคิดว่ากองทัพ ต่างหาก ที่น่าจะเป็นฝ่ายเปิดโปงความชั่วของพวกตระกูลปีศาจ แล้วกำจัดทิ้งซะ แล้วยึดอำนาจ เล่นบทพระเอกของคณะลิเกเสียเอง

 

 

6. (แต่ว่า พวกที่ชิงอำนาจทั้ง 4 กลุ่ม อาจจะไม่ชนะเลยซักกลุ่มก็ได้ เพราะว่ากลุ่มที่ 6 คือเหล่าประชาชนที่ตาสว่าง และเห็นความเน่าเฟะของโรงลิเก และต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง และกลุ่มคนเหล่านี้ จะเพิ่มขึ้นอย่างมากแน่นอน หากนายลวงโลกตาย แล้วกลุ่มอำมาตย์โรงลิเก เริ่มป้ายขี้กันเอง เอาความชั่วของอีกฝ่ายมาเปิดเผย ข้าพเจ้าเอง ก็กลุ่ม 6 ไม่เอาไอ้พวกบ้าแก่งแย่งอำนาจกันทั้งนั้น เอาประชาธิปไตย 100% เพื่อนๆ ก็ด้วยใช่ไหม?)

 

ความโรคจิต ของวาฬ กับ 3 จังหวัดภาคใต้ของตอแหลแลนด์

  

-คราวนี้ขอพูดเรื่องงามหน้าของ วาฬที่ 3 จังหวัดภาคใต้นะ วาฬนั้น เพ้อลิเกหลงโรงมากไป จนคิดว่าตัวเองคือสุริโยทัย วาฬนั้น ชอบละเมอเพ้อพกว่าตัวเองคือ สุริโยทัยกลับชาติมาเกิด และชอบบอกว่า ตัวเองจะต้องออกปราบกบฏเพื่อสามี หากว่าเกิดกบฏแข็งข้อ ซึ่งนายลวงโลกเองก็ไม่เคยขัดคอ ปล่อยให้ วาฬ เพ้อเจ้อพล่ามน้ำมูกน้ำลายไปตามเรื่อง จึงทำให้ วาฬ เหิมเกริมนึกว่าตัวเองเป็นสุริโยทัยจริงๆ และไปก่อเหตุที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ทำให้เหล่าชาวบ้านตอแหลแลนด์ เชื่อชาติมาเลย์มุสลิม โกรธแค้น วาฬ เป็นอย่างมาก

ฉนั้น เมื่อเกิดวิกฤติภาคใต้ขึ้น วาฬผู้ปัญญาอ่อน คิดว่านี่เป็นการเล่นลิเก จึงสวมบทบาทว่าตัวเอง คือ สตรีผู้ปราบกบฏ เพื่อนำความสงบสุขมาให้ประชาชน ส่วนพวกมาเลย์มุสลิม คือ กบฏที่ต้องปราบ วาฬจึงถือโอกาสพูดในปี 2004 ทันที ว่า เป็นห่วงชาวตอแหลแลนด์ 3 แสน คน ที่ 3 จังหวัดภาคใต้ พวกท่านควรจะหัดยิงปืนเพื่อปกป้องตัวเอง (ซึ่งเป็นการแบ่งแยกชัดเจน เพราะประชาชน 3 จังหวัด ภาคใต้ ที่เป็นมาเลย์ มี 1.5 ล้านคน ซึ่งทำให้พวกชาวมาเลย์มุสลิม เข้าใจว่า วาฬ ไม่ได้เห็นว่าพวกเขาเป็นคนตอแหลแลนด์)

-ในเดือน พย 2004 หลังจากวาฬได้พูดออกมาชัดแล้ว ว่าตัวเองไม่ได้เห็นพวกชาวมุสลิมมาเลย์ เป็นคนตอแหลแลนด์ วาฬก็ได้เริ่มปลุกระดม ให้ชาวบ้าน 3 จังหวัดภาคใต้ มาเป็นลูกเสือชาวบ้าน และมีโครงการสอนให้ชาวพุทธใน 3 จังหวัดภาคใต้ หัดยิงปืน มีการขายปืนให้หมู่บ้านชาวพุทธ ในราคาลด 60% และวาฬก็บอกว่า ถึงเราจะอายุขนาดนี้ ก็จะหัดยิงปืน เพื่อยิงทุกคนที่เป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลตอแหลแลนด์ ซึ่งการกระทำของวาฬนั้น นอกจากไม่สามารถจะสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นได้ กลับทำให้ความแตกแยกระหว่างชาวพุทธ กับชาวมาเลย์มุสลิม รุนแรงมากขึ้นอีกด้วย เพราะว่ามีการให้อาวุธกับชาวพุทธ และสอนยิงปืนให้ เพื่อให้คนพุทธเอาไปใช้ยิงคนมาเลย์มุสลิมเล่นได้ตามชอบใจ ทำให้ชาวมาเลย์มุสลิม ไม่พอใจ วาฬ อย่างมาก

-ในวันที่ 8 มิถุนายน 2009 มีชายชุดดำ เข้าไปกวาดกระสุนในมัสยิด Al Furqon ที่ภาคใต้ ชาวมุสลิม และอิหม่ามที่สวดกันอยู่ ตายกันหมดทันที และตำรวจก็ต้องช๊อค เมื่อสืบสวนได้ว่าพวกนี้ คือ กลุ่ม อ.ร.บ. ซึ่งเป็นกลุ่มทหารพรานที่มาจากโครงการในพระบรมราชินีโรงลิเกอุปถัมภ์! ตำรวจภาคใต้จึงต้องตัดสินใจว่า จะจับดี หรือไม่จับดี หากไม่จับ พวกชาวมุสลิมก็จะไม่พอใจ แต่หากจับ ก็จะทำให้วาฬโกรธมาก และพวกเขาอาจถูกไล่ออกจากงานได้

-สุดท้าย ตำรวจ เลือกที่จะไม่จับเหล่า พวก อ.ร.บ. ที่เข้าไปฆ่าอิหม่ามและชาวมุสลิมตายในมัสยิด Al Furqon เพราะการที่จะทำให้พวกมุสลิมไม่พอใจ ไม่น่ากลัวเท่าการไปจับพวกนี้ แล้วทำให้วาฬไม่พอใจ สุดท้าย ข่าวก็ออกข่าว ว่า โจรใต้มุสลิม ฆ่ากันเอง ซึ่งเป็นเรื่องโกหก (เหมือนที่มันตอแหลว่าเสื้อแดงฆ่ากันเอง ปีที่แล้ว ยังไงยังงั้น พวกอีวาฬนี่ตอแหลไม่เนียนเลยเนอะ )

-การที่พวก อ.ร.บ. ซึ่งเป็นคนของวาฬ ไปฆ่าพี่น้องชาวมุสลิม แล้วไม่มีความผิด ทำให้ชาวมาเลย์มุสลิมโกรธแค้นวาฬมาก และเชื่อว่าวาฬคือผู้สั่งฆ่า ในวันเกิดของวาฬ ในปี 2009 จึงมีคนไปติดโปสเตอร์ด่านังวาฬ ทั่วเมือง ปัตตาหนี้ ว่า วาฬคือผู้สั่งฆ่าชาวมุสลิม และยังเขียนอีกว่า วาฬคือโจรขโมยเพชรซาอุ ทางการไม่สามารถจับว่าใครทำได้ และออกข่าว ว่านี่คือฝีมือของ นาย Liam (อ่านว่า เหลี่ยม ผู้ตกเป็นแพะ ซวยไปอีก) 

ติดตามชมความลับคณะลิเกลวงโลก ตอน 2 เร็วๆ นี้ นะฮ่ะ