วิกิลีคส์แพร่เอกสารทูตสหรัฐฯ สนทนากับ "เปรม-สิทธิ-อานันท์"

Posted by KwamRak on 12.2011 News

วิกิลีคส์แพร่เอกสารทูตสหรัฐฯ สนทนากับ "เปรม-สิทธิ-อานันท์"

วิกิลีคส์” ปูดเอกสารล่าสุด บันทึกทูตสหรัฐสนทนากับ เปรม ติณสูลานนท์ - สิทธิ เศวตศิลา - อานันท์ ปันยารชุน เป็นการสนทนากันต้นปีนี้ โดยเปรมกล่าวว่าอภิสิทธิ์ “หนุ่มไป” และ “ไม่เข้มแข็งพอ” แต่ยังเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เหมาะสมมาเป็นนายกฯ ส่วน พล.อ.อ.สิทธิ บอกว่ามาร์คเกาะโพเดียมมากไป พร้อมเผยไม่ไว้ใจ “เสธ.แดง” กังวล “อนุพงษ์” มั่นใจ “ประยุทธ์”

เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. เวลา 21.00 น. ตามเวลาสหรัฐอเมริกา เว็บไซต์วิกิลีกส์ ได้เผยแพร่เอกสารลับ หมายเลข “S E C R E T SECTION 01 OF 03 BANGKOK 000192” ซึ่งเป็นบันทึกทางการทูตของนายอีริคส์ จี จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ลงวันที่ 25 ม.ค. 53 โดยบันทึกซึ่งถูกแบ่งเป็น 15 ย่อหน้า หัวข้อแรกเป็นบทสรุป รายละเอียดเป็นบันทึกของทูตภายหลังจากพบกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา องคมนตรี และนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี

ทูตระบุว่าได้สนทนากับ พล.อ.เปรม ในระหว่างการรับประทานอาหารกลางวัน วันที่ 13 ม.ค. 53 ส่วนทูตสหรัฐฯ สนทนากับ พล.อ.อ.สิทธิ ที่บ้านพักของ พล.อ.อ.สิทธิ เมื่อวันที่ 11 ม.ค. 53 ส่วนอานันท์สนทนากับทูตสหรัฐฯ เมื่อปลายเดือนธันวาคมปี 52 ในรายงานส่วนใหญ่เป็นบันทึกความเห็นของ พล.อ.เปรม กับ พล.อ.อ.สิทธิ เป็นส่วนใหญ่ มีความเห็นของนายอานันท์ประกอบเล็กน้อย

ในรายละเอียดของเอกสาร มีการสนทนาหัวข้อสำคัญหลายหัวข้อ ทั้งเรื่องการตั้งรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ความท้าทายที่มาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ ฮุนเซ็น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา

 

บันทึกระบุ “เปรม” เห็นว่า “อภิสิทธิ์” หนุ่มไปและไม่เข้มแข็ง แต่เปรมยังไม่มีตัวเลือก

ในย่อหน้าที่ 3 ของบันทึก ระบุว่า พล.อ.เปรม เห็นว่านายกรัฐมนตรี “หนุ่มเกินไปและไม่เข้มแข็งพอที่จะเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพในช่วงเวลาที่ยากลำบาก” อย่างไรก็ตาม พล.อ.เปรม รู้สึกว่าสิ่งที่อภิสิทธิ์ถูกทดสอบในปี 2552 ก็คือ การถูกท้าทายการทำงานในการขับเคลื่อนรัฐบาลผสมที่มีหลายค่าย ซึ่งไม่ใช่งานง่าย พล.อ.เปรม ยังเสริมว่า ไม่มีนักการเมืองคนไหนที่ดูมีหลักการและมีความซื่อสัตย์มากกว่าอภิสิทธิ์ และประเทศไทยต้องการมีผู้นำเช่นนี้ พล.อ.เปรม มีความหวังว่าชาวไทยและชาวต่างประเทศจะเพิ่มความอดทนกับอภิสิทธิ์ ซึ่ง พล.อ.เปรม เชื่อว่า เป็นบุคคลที่เหมาะสมที่มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

 

พล.อ.อ.สิทธิเห็นว่าอภิสิทธิ์ใช้เวลาบนโพเดียมมากไป

ในย่อหน้าที่ 4 บันทึกระบุว่า พล.อ.อ.สิทธิ วิจารณ์อภิสิทธิ์ มากกว่าที่ พล.อ.เปรม วิจารณ์ โดย พล.อ.อ.สิทธิ กล่าวว่าได้บอกบิดาของนายอภิสิทธิ์แล้วว่าในปี 2553 ลูกชายควรเป็นคนกล้าตัดสินใจมากกว่านี้ และมีเพื่อนมากกว่านี้ พล.อ.อ.สิทธิ ยังวิจารณ์ว่าอภิสิทธิใช้เวลาอยู่บนโพเดียมมากเกินไป ไม่มีเวลาที่จะสร้างทีมงานที่มีประสิทธิภาพซึ่งจะทำให้อภิสิทธิ์สามารถมอบหมายนโยบายและคิดริเริ่มเรื่องนโยบาย อภิสิทธิ์จำเป็นต้องไปมีส่วนร่วมกับคนรากหญ้า ซึ่งสิ่งนี้เป็นด้านหนึ่งของจุดแข็งทักษิณ ในความคาดหวังของ พล.อ.อ.สิทธิ ยังหวังให้อภิสิทธิ์ตั้ง พล.ต.อ.ประทีป (ตันประเสริฐ) เป็นผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างถาวร หวังให้อภิสิทธิ์ใช้อำนาจที่มีเหนือพรรคร่วมรัฐบาลโดยการขู่ว่าจะยุบสภาถ้าพวกเขาออกนอกแถว และบอกให้กองทัพดำเนินการขับ “ทหารนอกแถว” อย่าง พล.ต.ขัตติยะ (สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง) แม้ว่า พล.อ.ประวิตร (วงศ์สุวรรณ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมปฏิเสธคำสั่งปลด พล.ต.ขัตติยะ

ในย่อหน้าที่ 5 รายงานว่า พล.อ.เปรมสอบถามเกี่ยวกับกฎหมายของสหรัฐอเมริกา ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมที่ป่วนการทำงานของรัฐบาลและชีวิตประจำวันของประชาชน ทูตอธิบายว่าระบบของสหรัฐอเมริกาให้สิทธิผู้ชุมนุมในด้านเสรีภาพการแสดงความเห็น แต่ไม่สามารถไปชุมนุมได้ทุกที่ ทูตยังแสดงความไม่พอใจในการตัดสินใจที่ส่งผลลบต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจและการลงทุน อย่างเช่น มาบตาพุด การยกเลิกหวยออนไลน์ การบังคับใช้กฎหมายที่มีความไม่เป็นธรรม การฝ่าฝืนข้อตกลง และการควบคุมเคลื่อนย้าย มีผลต่อบรรยากาศการลงทุนมากกว่าความยุ่งเหยิงทางการเมือง

 

ไม่ไว้ใจ “เสธ.แดง” กังวล “อนุพงษ์” มั่นใจ “ประยุทธ์”

ในย่อหน้าที่ 6 ทูตสหรัฐบันทึกว่า พล.อ.อ.สิทธิ แสดงความกังวลมากกว่า พล.อ.เปรม ในเรื่องสถานการณ์ด้านความมั่นคงในปี 2553 โดยเสนอว่า ผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.อนุพงษ์ (เผ่าจินดา) ไร้ความสามารถในการควบคุมพล.ต.ขัตติยะ “นายพลหัวแข็ง ซึ่งอยู่ในเครือของเสื้อแดง” ซึ่ง พล.อ.อ.สิทธิกล่าวหาว่า เป็นผู้ยิงระเบิดเอ็ม-79 ใส่ผู้ชุมนุมเสื้อเหลือง และ พล.ต.ขัตติยะ ยังได้ไปพบกับทักษิณในต่างประเทศด้วย พล.อ.อ.สิทธิ กล่าวด้วยว่า พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ใช่ผู้หาข่าวที่ดี

ในบันทึกของทูตอีริค ยังวงเล็บด้วยว่า สามวันถัดจากการคุยกับ พล.อ.อ.สิทธิ มีผู้โจมตีห้องทำงานของ พล.อ.อนุพงษ์ในช่วงกลางคืนด้วยเอ็ม-79 และ พล.ต.ขัตติยะ ถูกสงสัยอย่างมาก

โดยในย่อหน้าที่ 6 บันทึกของอีริค จี จอห์น ระบุว่า พล.อ.อ.สิทธิ มีความหวังกับรองผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.ประยุทธ์ (จันโอชา) มากกว่า โดยคาดหมายว่าจะได้มาแทนตำแหน่งของ พล.อ.อนุพงษ์ ในเดือนตุลาคม [...] พล.อ.อ.สิทธิอ้างด้วยว่า พล.อ.เปรม ได้ส่งสัญญาณว่าไม่พอใจ พล.อ.อนุพงษ์ โดยแสดงอาการดูแคลนในระหว่างที่บรรดานายพลเข้าพบ พล.อ.เปรม ที่บ้านพักเพื่ออวยพรวันเกิด โดย พล.อ.เปรม ไม่พูดคุยกับ พล.อ.อนุพงษ์เป็นการส่วนตัว ระหว่างที่ พล.อ.อนุพงษ์ยืนอยู่กับกลุ่มผู้บัญชาการทหารคนสำคัญๆ

นอกจากนี้ในบันทึกยังกล่าวถึงทัศนะของ พล.อ.เปรม พล.อ.อ.สิทธิ และนายอานันท์ ต่อเรื่องการสืบราชสมบัติด้วย […]

 

ทักษิณยังเป็นประเด็นสำหรับเปรม-สิทธิ-อานันท์

ส่วนในย่อหน้าที่ 13 บันทึกของทูตยังระบุด้วยว่า ทักษิณยังคงเป็นประเด็นสำหรับสามบุคคลสำคัญนี้ (เปรม-สิทธิ-อานันท์) อดีตนายกรัฐมนตรีอานันท์กล่าวถึงพระพลานามัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว […] และการท้าทายของทักษิณเป็นต้นเหตุต่อเรื่องเสถียรภาพของประเทศนี้ พล.อ.เปรมถามต่อทูตสหรัฐฯ ว่าสหรัฐอเมริกาควรทำอย่างไรต่อสถานการณ์ของไทย ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านได้แต่งตั้งอดีตผู้นำรายนี้ (หมายถึงทักษิณ) ขึ้นเป็นที่ปรึกษา ซึ่งบุคคลนี้มีความแน่วแน่ในการโค่นล้มรัฐบาล ทูตสหรัฐฯ ตอบว่าขณะที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐจะกล่าวสุนทรพจน์ถึงประเด็นในประเทศอื่นเป็นบางครั้งคราว แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับรัฐบาลประเทศอื่น แต่ทูตสหรัฐ ได้แนะนำ พล.อ.เปรม และเจ้าหน้าที่ไทยให้ใช้วิธีให้ความเห็นต่อสาธารณะในเรื่องกัมพูชา และไม่ควรเล่นเกมตาต่อตาฟันต่อฟันกับทักษิณและฮุนเซ็น

ในบันทึกของทูตวงเล็บว่าดูเหมือนว่า พล.อ.เปรม จะรำพึงถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน แต่ก็มีความชัดเจนว่า พล.อ.เปรม มุ่งไปที่ความรับรู้ต่อเรื่องการคุกคามโดยทักษิณ และการที่ฮุนเซ็น อำนวยความสะดวกให้กับกิจกรรมของทักษิณ

 

พล.อ.อ.สิทธิ ไม่ไว้ใจกัมพูชา บรูไน ลาว เวียดนาม หนุนหลัง “ฮุนเซ็น”

ในย่อหน้าที่ 14 พล.อ.อ.สิทธิ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เพิ่งมาเยี่ยมเขาในวันคล้ายวันเกิดครบ 90 ปี และชี้ให้เห็นว่าอีกไม่นานไทยจะไม่ได้ดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน อภิสิทธิ์จะมีข้อจำกัดน้อยลงในการตอบโต้ด้วยฝีปากกับฮุนเซ็น พล.อ.อ.สิทธิ แสดงความกังวลเพิ่มเติมต่อกรณีของกัมพูชา และบรูไน ว่าน่าจะอยู่ในฝ่ายทักษิณ โดยพิจารณาจากความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดของทักษิณ กับฮุนเซ็น และสุลต่านบรูไน ลาว และเวียดนาม ซึ่งน่าจะหนุนหลังฮุนเซ็น ในการดำเนินนโยบายต่างประเทศไทย-กัมพูชา ขณะนี้

ในย่อหน้าที่ 15 พล.อ.อ.สิทธิ โจมตีทักษิณว่า พยายามใช้เงิน, ผู้ชุมนุมเสื้อแดง และ ฮุนเซ็น เพื่อ “ทำลายประเทศของเรา” แต่เขาทำนายว่าทักษิณจะทำไม่สำเร็จ ทักษิณไม่เคยพยายามเจรจา พล.อ.อ.สิทธิแนะนำว่า ข้อเรียกร้องทักษิณจะได้รับการตอบสนอง ถ้าเขากลับเข้าประเทศ และรับโทษในคุกพอเป็นพิธี ทักษิณก็น่าจะได้รับการอภัยโทษอย่างรวดเร็ว และได้รับการปล่อยตัวในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ตอนนี้ทักษิณพยายามก่อความยุ่งเหยิง จุดชนวนโดยใช้กำลัง ในขณะที่ พล.อ.อ.สิทธิ ยังคาดด้วยว่า ทักษิณจะแพ้คดีในวันที่ 26 ก.ย. (ปี 53) ต่อกรณีเงินที่ถูกอายัดเงินจำนวน 76,000 ล้านบาท แต่ พล.อ.อ.สิทธิ อ้างว่าจากข้อมูลของเขาแสดงให้เห็นว่าทักษิณยังคงมีเงินราว 240,000 ล้านบาทในต่างประเทศ ทักษิณแทนที่จะอยู่ต่างประเทศเงียบๆ แต่ทักษิณได้ตัดสินใจสู้ โดย พล.อ.อ.สิทธิ อ้างว่า ทักษิณได้ให้ทุนสนับสนุนบรรดาเว็บไซต์โจมตีพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ เพื่อจุดชนวนต่อทัศนะการต่อต้านสถาบันกษัตริย์

http://www.prachatai.com/journal/2010/12/32321

แฉ 10 เรื่องเด่น เปิดโปงจากเว็บไซต์วิกิลีกส์ wikileaks

Posted by KwamRak on 12.2011 News



Julian Assange


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  us-trends.comtherightperspective.org

          เมื่อวันที่ 7 ธันวาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายจูเลียน แอสแซงจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์วิกิลีกส์ วัย 39 ปี ได้ให้ปากคำต่อศาลแขวง City of Westminster ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ว่า เขาจะขอสู้คดีจนถึงที่สุด หลังจากสตรีสวีเดน 2 คนได้ออกมากล่าวหาว่าเขาล่วงละเมิดทางเพศ จนศาลสวีเดนออกหมายจับ และนายจูเลียน แอสแซงจ์ ถูกตำรวจจับกุมขณะเข้ามาพักอยู่ในอังกฤษ 

           จากการสอบปากคำกรณีดังกล่าว นายจูเลียน แอสแซงจ์ ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาจากสตรีชาวสวีเดน 2 รายนี้ ที่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับเขาโดยอ้างว่า ถูก นายจูเลียน แอสแซงจ์ ล่วงละเมิดทางเพศ ขณะที่เขาเดินทางไปประเทศสวีเดนเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่ง นายจูเลียน แอสแซงจ์ ก็ยืนยันว่าไม่ได้ล่วงละเมิดทางเพศสตรีทั้ง 2 รายแต่อย่างใด และจะขอสู้คดีจนถึงที่สุด แม้ศาลจะพิจารณาให้เขาถูกคุมขังในเรือนจำจนถึงวันที่ 14 ธันวาคม โดยไม่อนุญาตให้ประกันตัวก็ตาม

           อย่างไรก็ดี คดีนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์วิกิลีกส์ของเขาแต่อย่างใด แต่ก็ยังมีหลายคนตั้งข้อสันนิษฐานว่า การที่สวีเดนออกหมายจับเขาอาจจะทำให้เขาถูกดำเนินคดีเรื่องเว็บไซต์เปิดโปงเอกสารลับด้วยก็ได้ เพราะหากเขาไม่ต่อสู้คดีในครั้งนี้ อังกฤษก็จะส่งตัวเขาให้กับสวีเดน และอาจเป็นไปได้ว่าหลังจากคดีนี้สิ้นสุดลง ทางสวีเดนก็อาจส่งตัวเขาให้กับทางสหรัฐฯ เพื่อดำเนินคดีเรื่องเว็บไซต์วิกิลีกส์ก็เป็นได้

          ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายจูเลียน แอสแซงจ์ ได้เปิดเผยข้อมูลลับของสหรัฐฯ มากมายผ่านเว็บไซต์วิกิลีกส์ โดยเว็บไซต์เทเลกราฟได้เคยนำเรื่องราว 10 เรื่องเด่นจากเว็บไซต์วิกิลีกส์มาเผยแพร่ ดังนี้

          1. การระดมยิงในอิรัก เว็บไซต์วิกิลีกส์ได้ลงวีดีโอคลิปที่บันทึกในสมรภูมิรบอิรักเมื่อปี 2550 ที่แสดงให้เห็นคนกว่า 15 คน รวมถึงนักข่าวรอยเตอรส์ ถูกทหารสหรัฐฯ ที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ยิงเสียชีวิต ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเหล่าทหารสหรัฐที่สนับสนุนให้ระดมยิงผู้คนอย่างคึกคะนอง ซึ่งในตอนนั้น ทหารสหรัฐอ้างว่าพวกเขายิง เพราะผู้คนเหล่านั้นเขาไปยังพื้นที่อันตรายเอง

          2. การปฏิบัติงานในชายหาดกวนตานาโม วิกิลีกส์ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ทหารปฏิบัติต่อนักโทษในแคมป์เดลต้า ที่นักโทษถูกห้ามไม่ให้พบหน่วยงานกาชาดนานกว่า 1 เดือน

          3. ลัทธิไซน์โตโลจี เว็บไซต์วิกิลีกส์ได้เผยแพร่หลักปฏิบัติของลัทธิไซน์โตโลจี เพื่อบรรลุจุดสูงสุดของชีวิต ซึ่งมีถึง 8 ขั้น โดยลัทธิดังกล่าวได้ก่อตั้งโดย รอน ฮับบาร์ด และแม้ว่าจะเป็นข้อปฏิบัติที่แปลกประหลาดและยากที่จะเข้าใจ แต่ทางลัทธิก็ขอให้วิกิลีกส์ เอาข้อมูลดังกล่าวออกไป และแน่นอนว่า วิกิลีกส์ไม่ยอมทำตามแต่อย่างใด

          4. อีเมล์โลกร้อน วิกิลีกส์ ได้เปิดเผยข้อมูลที่แฮคมาจากอีเมลของศูนย์วิจัยสภาพอากาศแห่งมหาวิทยาลัยอีสท์ แองเกลีย ว่า นักวิทยาศาสตร์ได้ใช้เล่ห์กลกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงและรณรงค์เรื่องโลกร้อนไปทั่วโลก อีกทั้งยังระบุว่าโลกร้อนนั้นเกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งหลังจากข้อมูลดังกล่าวได้เผยแพร่ผ่านวิกิลีกส์ ศาสตราจารย์ฟิล โจนส์ หัวหน้าศูนย์วิจัยถึงกับลาออกไป เพราะปล่อยให้ข้อมูลลับรั่วไหลเลยทีเดียว

          5. บัญชีดำของออสเตรเลีย วิกิลีกส์ได้เปิดเผยรายชื่อเว็บไซต์ที่ทางรัฐบาลออสเตรเลียสั่งบล็อกไว้เพื่อไม่ให้ประชาชนเข้าถึง โดยอ้างว่าเป็นเว็บไซต์ที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคม ซึ่งเว็บไซต์เหล่านั้นก็ดูเหมือนไม่ได้อันตรายแต่อย่างใดเลย แต่เป็นคลิปวีดีโอยูทูบ ข้อมูลของวิกิพีเดีย ศาสนา และแม้แต่เว็บท่องเที่ยวก็ถูกจัดให้อยู่ในบัญชีดำไปด้วย

          6. รายงานจากทราฟิกูรา วิกิลีกส์ได้แฉข้อมูลจริงของบริษัททราฟิกูร่า ตัวแทนจำหน่ายน้ำมันว่า การเอาขยะอันตรายจากการผลิตน้ำมันไปฝังที่แอฟริกานั้น ทำให้เกิดคราบกำมะถันตกค้าง ซึ่งส่งผลต่อปอด ผิวหนัง ตา และระบบทางเดินหายใจ อันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ แต่บริษัททราฟิกูร่ากลับปกปิดรายงานส่วนนี้ไว้ไม่ให้ใครรับรู้

          7. พรรคอังกฤษขวาจัด วิกิลีกส์ได้เปิดเผยชื่อสมาชิกพรรคอังกฤษขวาจัดเมื่อปี 2551 ซึ่งในลิสต์นั้นมีรายชื่อของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร แพทย์ และศาสตราจารย์หลายท่าน รวมแล้วกว่า 13,500 คนเลยทีเดียว

          8. อีเมล์ของ ซาราห์ เพลิน วิลิลีกส์ได้แฮ็กอีเมลของซาราห์ เพลิน อดีตผู้ว่าการรัฐอลาสกา โดยข้อมูลที่ได้มาเป็นข้อมูลการติดต่อกันเป็นการส่วนตัวระหว่าง จอห์น แม็คเคน สมาชิกพรรครีพับลิกัน ซึ่งทำให้ข้อมูลส่วนตัวดังกล่าวรั่วไหลออกมา รวมทั้งภาพครอบครัวของซาราห์ เพลิน ด้วย

          9. ข้อมูลเพจเจอร์ 11 กันยา เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว วิกิลีกส์ได้เปิดเผยข้อมูลที่ส่งผ่านเพจเจอร์กว่า 5 แสนข้อความ ในวันที่ 11 กันยายน ถึงเหตุการณ์ที่เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรด ซึ่งวิกิลีกส์ได้อธิบายว่าที่นำข้อความดังกล่าวมาเผยแพร่นั้นก็เพื่อให้เห็นภาพเหตุการณ์วันนั้นได้อย่างชัดเจน

          10. วิกิลีกส์เล่นตลกแกมประชดประชันกับรัฐบาลอังกฤษ หลังจากที่อังกฤษพยายามหาทางป้องกันการเข้าถึงของข้อมูล แต่สุดท้ายข้อมูลก็รั่วไหลถึงวิกิลีกส์ในที่สุด

          และนี่เป็นเพียงส่วนน้อยในข้อมูลที่เปิดโปงในเว็บไซต์วิกิลีกส์ ซึ่งทางการสหรัฐฯ ได้จัดให้เป็นเว็บไซต์ที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นกลุ่มก่อการร้ายไปแล้ว และถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่จับกุมนายจูเลียน แอสแซงจ์ ยังไม่ได้ตั้งข้อหาเขากรณีเผยแพร่ความลับต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์วิกิลีกส์ แต่ได้ตั้งข้อหาเขาในคดีล่วงละเมิดทางเพศเท่านั้น

ผู้ก่อตั้งวิกิลีกส์คว้ารางวัลสันติภาพออสเตรเลีย

Posted by KwamRak on 12.2011 News
Julian Assange

Julian Assange



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก  therightperspective.org

          จูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งวิกิลีกส์ เว็บไซต์จอมแฉ คว้ารางวัลสันติภาพออสเตรเลีย และรางวัลเหรียญทอง เหตุมีความกล้าหาญในการต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน

          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มูลนิธิสันติภาพออสเตรเลียยกย่อง และมอบรางวัลเหรียญทองให้กับนายจูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์วิกิลีกส์ ซึ่งถือเป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดของมูลนิธิสันติภาพออสเตรเลีย 

          ทั้งนี้ มูลนิธิสันติภาพออสเตรเลียได้ให้เหตุผลที่มอบรางวัลดังกล่าวให้นายจูเลียน อัสซานจ์ ว่า เป็นเพราะเขามีความกล้าหาญอย่างมากที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน โดยมุ่งมั่นสืบสวน และหาความน่าเชื่อถือของรัฐบาลทั่วโลก ซึ่งภารกิจของเขาถือว่าท้าทายต่ออำนาจเป็นอย่างมาก ที่นำเอาความลับของรัฐบาลแต่ละประเทศมาเปิดเผย นอกจากนี้ จูเลียน อัสซานจ์ และเว็บไซต์วิกิลีกส์ยังพยายามวางแนวทางใหม่ให้กับแวดวงสื่อมวลชนทั่วโลก โดยให้ข่าวสารไหลเวียนได้อย่างเสรีอีกด้วย

          อย่างไรก็ตาม มีรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า ในทุก ๆ ปี มูลนิธิสันติภาพออสเตรเลียจะมีการมอบรางวัลนี้ให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือก แต่ทว่าผู้ที่ได้รับเหรียญเกียริตยศสูงสุดที่ผ่านมา 14 ปี มีเพียง 3 คนเท่านั้น คือ เนลสัน แมนเดล่า อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้, องค์ดาไล ลามะ และไดซากุ อิเกดะ ปราชญ์ชาวพุทธมหายาน นิกาย นิจิเรน 



อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
 

วิกิลีกส์: บันทึกทูตสหรัฐถวายบังคมลาฯ ในโอกาสพ้นจากตำแหน่ง

Posted by KwamRak on 07.2011 News

 

หนังสือพิมพ์เทเลกราฟ เผยแพร่บันทึกทางการทูตของนายราล์ฟ แอล บอยซ์ เมื่อครั้งเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เพื่อกราบบังคมทูลลาในโอกาสที่จะพ้นจากเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เมื่อเดือน พ.ย.2550


เมื่อวันที่ 4ก.พ.54 เวลา 21.03น. หนังสือพิมพ์เทเลกราฟ ได้เผยแพร่เอกสาร ที่วิกิลีกส์นำมาเผยแพร่ เป็นเลขเอกสารหมายเลข "C O N F I D E N T I A L SECTION 01 OF 03 BANGKOK 005839" ซึ่งเป็นโทรเลขที่ทูตสหรัฐอเมริกาประจำไทยส่งรายงานยังวอชิงตัน โดยโทรเลขดังกล่าวบันทึกโดยนายราล์ฟ แอล บอยซ์ (Ralph L. Boyce) ซึ่งดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ในขณะนั้น โดนบันทึกลงวันที่ 16พ.ย.50

รายละเอียดเป็นบันทึกของนายราล์ฟ แอล บอยซ์ ซึ่งเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เพื่อกราบบังคมทูลลาในโอกาสที่จะพ้นจากตำแหน่ง เมื่อวันที่ 13 พ.ย.50 นอกจากนี้ นายราล์ฟ แอล บอยซ์ ยังบันทึกด้วยว่า เมื่อวันที่ 10 พ.ย.50 ระหว่างงานแสดงดนตรีแจ๊ส ที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ เสด็จพระราชดำเนิน โดยทูตได้มีโอกาสสนทนากับ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ซึ่งทรงประทับติดกับทูตด้วย

โดยรายละเอียดบันทึกของนายราล์ฟ แอล บอยซ์ ดังกล่าวมีทั้งหมด 13ย่อหน้า

อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 14ธ.ค.53 วิกิลีกส์ ได้เผยแพร่ เอกสารหมายเลข “C O N F I D E N T I A L BANGKOK 005811” ซึ่งเป็นโทรเลขที่นายราล์ฟ แอล บอยซ์ คนเดียวกันนี้ ส่งรายงานไปยังวอชิงตันเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 49 โดยเป็นบันทึกที่นายราล์ฟ แอล บอยซ์ ในฐานะทูตสหรัฐรายงานการพบปะพูดคุยเป็นการส่วนตัวกับพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะรัฐประหาร 19ก.ย.เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 20ก.ย.49 ตามเวลาประเทศไทย
 

 

วิกิลีกส์ แฉโอบามา กดดันไทยส่งตัว วิคเตอร์ บูท

Posted by KwamRak on 02.2010 News


เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก wikio.com 

          วิกิลีกส์ แฉประธานาธิบดีโอบามา โทรศัพท์กดดัน นายกฯ อภิสิทธิ์ ให้ส่งตัว วิคเตอร์ บูท ไปสหรัฐฯ พร้อมเผยรัสเซียเป็นรัฐมาเฟีย

       
  แม้ว่าตำรวจสหรัฐฯ จะออกหมายจับและอยู่ระหว่างการตามตัวผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ วิกิลีกส์ มาดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ แต่ดูเหมือนว่าเว็บไซต์ดังกล่าวจะไม่เกรงกลัวและไม่ยอมหยุดการกระทำทำลาย ความสงบสุขของโลกเลยแม้แต่น้อย ยังคงมีการอัพเดทข้อมูลลับใหม่ ๆ บนหน้าเว็บไซต์อยู่อย่างต่อเนื่อง

         ล่าสุด สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า วิกิลีกส์ ได้เปิดเผยข้อมูลเอกสารสำคัญของสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ที่มีการเรียกร้องให้ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา ต่อโทรศัพท์สายตรงถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีของไทย เพื่อแสดงความไม่พึงพอใจที่ศาลไทย คัดค้านการขอตัว วิคเตอร์ บูท ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อวันที่ 11 ส.ค. ที่ผ่านมา

         ทั้งนี้ เนื้อความสำคัญของเอกสารดังกล่าว แสดงความไม่พอใจในการตัดสินของศาลชั้นต้นของไทย โดยเฉพาะเรื่องของการตีความ กรณีส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่มองว่า กลุ่มกบฏฟาร์ค ใน โคลอมเบีย นั้น เป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง วิคเตอร์ เข้าไปเกี่ยวข้องในฐานะนักค้าอาวุธเท่านั้น และยังพยายามกระตุ้นให้ผู้นำประเทศ บีบให้รัฐบาลไทยแสดงจุดยืนว่า อยู่เคียงข้างสมหรัฐมากกว่ารัสเซีย ด้วยความพยายามที่จะอุทธรณ์คดี เพื่อที่จะได้ส่งตัว วิคเตอร์ ไปสหรัฐฯ โดยเร็วที่สุด

         พร้อมกันนี้ เว็บไซต์วิกิลีกส์ ยังได้เผยข้อมูลว่า รัสเซียเป็นรัฐมาเฟีย ที่นักการเมืองมีการร่วมสมคบคิดกับกลุ่มอาชญากรรม จนส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัสเซียอยู่ในขณะนี้ โดยข้อมูลลับดังกล่าว ที่เว็บไซต์วิกิลีกส์ได้นำมาเปิดเผย มีใจความโดยสรุปว่า...

         รัฐบาลและนักการเมืองรัสเซีย ได้สมคบคิดกับองค์กรอาชญากรรม กระทำการต่าง ๆ ที่ผิดกฎหมาย และทำในสิ่งที่รัฐบาลไม่อาจทำได้ เช่น การลักลอบค้าอาวุธ การนำอาวุธไปให้ชาวเคิร์ดเพื่อให้ตุรกีไร้เสถียรภาพ และการลักลอบขนอาวุธ เป็นต้น  ซึ่งข้อมูลลับดังกล่าว เป็นข้อมูลที่นายโฮเซ กอนซาเลซ อัยการที่เชี่ยวชาญคดีคอรัปชั่นและการก่อการร้ายแห่งสเปน ได้ชี้แจงต่อกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ หลังจากได้สืบสวนและติดตามการทำงานของมาเฟียรัสเซีย และพบว่ามาเฟียเหล่านี้ถูกคุ้มครองโดยรัฐบาล เพราะมีผลประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งข้อมูลลับดังกล่าว

          นอกจากจะระบุถึงการที่รัฐบาลร่วมมือกับองค์กรอาชญากรรมลักลอบขนอาวุธแล้ว วิกิลีกส์ ยังเผยถึงกรณีจี้บังคับเรือสินค้าเพื่อขนส่งอาวุธในทะเลอาร์คติก เมื่อปี พ.ศ. 2552 ว่ารัฐบาลรัสเซียอยู่เบื้องหลังการกระทำนี้

          นอกจากนี้ รายงานยังระบุอีกว่า รัฐบาลรัสเซียจะแบ่งอำนาจทางการเมืองให้กับผู้นำกลุ่มองค์กรอาชญากรรม และหากกลุ่มอาชญากรรมใดที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับรัฐบาลและองค์กรรักษาความมั่นคงของชาติ ก็จะถูกกำจัดเพื่อไม่ให้กลายเป็นคู่แข่งที่มีอิทธิพลในรัสเซีย