สำนักกฎหมายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม

Posted by KwamRak on 31.2012 กระจายข่าว 0 trackback


Application to investigate the situation of The Kingdom of Thailand with regard to the commision of crimes against humanity.

A report presented by AMSTERDAM & PEROFF LLP
The National United Front for Democracy Against Dictatorship to the office of the prosecutor of the international criminal court. The Hague, The Natherlands. January 31 2011

ศาล ICC มีขอบเขตอำนาจในการพิจารราคดีที่เกี่ยวข้องกับ 4 เหตุการณ์ คือ
1. การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ หมายถึงการกระทำที่มีเจตนาทำลายล้างทั้งหมด
หรือบางส่วนของกลุ่มชนชาติ
2. อาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ
3.อาชญากรรมสงคราม
4.การรุกราน

หลักการสำคัญในการพิจารณาความของศาล ICC คือ
1. หลักการไม่มีความผิดย้อนหลัง
2. หลักการไม่ปล่อยให้คนผิดลอยนวล
3. หลักการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรม

ผู้ถูกกดขี่ทั่วโลกมักดิ้นรนเรียกร้องหาความเป็นธรรมจากชนชั้นผู้กดขี่ เพื่อชั้นตัวเอง แต่ผู้กดขี่
มักจะอ้างความชอบธรรมบนพื้นฐานแห่งความเชื่อและผลประดยชน์ของชนชั้นตัวเอง หาความชอบธรรมในการกดขี่ มันมีจุดกั้นกลางหรือไม่
รอยต่อระหว่างแรงกดกับแรงดัน หากมีช่องว่าง ตรงนี้หละ น่าจะเป็นอำนาจของศาล ICC ที่สะกัดกั้นไม่ให้ผู้กดขี่ลอยนวล
เพราะที่สุดยังมีความยุติธรรมเหลืออยู่ ที่ผู้กดขี่พอจะหวังได้ แม้จะไกลเกินความหวังก็ตาม แต่ชีวิตนี้ยังมีหวัง แม้ชีวิตที่สูญเสียไปแล้วไม่สามารถเอากลับคืนมาได้ อย่างน้อยวิญญาณของเหล่าวีรชน ก็จะได้เห็นอาชญากรที่เหี้ยมโหดถุกลงโทษอย่างสาสม ก่อนที่กฎแห่งกรรมจะบดขยี้เขาในปรโลก

นี่คือการรอคอย ความหวังของเหล่าวิญญาณราชประสงค์

อัมสเตอร์ดัม เผยแนวทางติดตามคดีกับศาลโลก Voice TV

Posted by KwamRak on 21.2012 [ TV ] - News 0 trackback

คุยเรื่องศาลICC กับโรเบิร์ต สุนัย อนุสรณ์สถาน 19 01 55

Posted by KwamRak on 21.2012 [ TV ] - ติดขอบเวที 0 trackback
 

คุยเรื่องศาลICC กับโรเบิร์ต สุนัย อนุสรณ์สถาน 19 01 55

คุยเรื่องศาลICC กับโรเบิร์ต สุนัย อนุสรณ์สถาน 19 01 55
วันพฤหัสบดี ที่19 มกราคม 2555
เวลา 17.00-17.30 ดนตรี บทกวี โดยกลุ่มกวีราษฏร์
17.30-20.00 ปาฐกถา ม.112 กับศาลอาญาระหว่างประเทศ
โดย โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ดร.สุนัย จุลพงษ์ธร

ถ่ายทอดสดโดย ทีมงานม้าเร็ว
●♥●▬▬▬▬▬▬๑۩۩๑▬▬▬▬▬●♥●
ขอบคุณ คุณม้าเร็ว  คุณfazhi2006's  
โดย เมษ์ษาkonthaiuk.info

โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมเตรียมเอาเรื่อง ปชป

Posted by KwamRak on 27.2011 [ TV ] - News 0 trackback


"พรรคทหาร" หรือ "Party of the Army"
คือชื่อที่นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม
ทนายส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
มองว่าควรเป็นชื่อที่แท้จริงของพรรคประชาธิปัตย์
VoiceNews VoiceTV 27-11-2011

2011 10 19 Wake Up Thailand Voice TV Coffee เข้มๆ with Robert Amsterdam

Posted by KwamRak on 19.2011 [ TV ] - บันทึกเทป 0 trackback

จดหมายเปิดผนึกถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ

Posted by KwamRak on 30.2011 News

จดหมายเปิดผนึกถึงนายสุเทพ เทือกสุบรรณ

เรียน รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ

ตามที่สื่อมวลชนไทยรายงาน เราได้รับทราบมาว่าเมื่อไม่นานมานี้ ท่านได้ข่มขู่ผมในฐานะที่ผมเป็นที่ปรึกษาทางกฎหมายของสมาชิกฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองในประเทศไทย และมันไม่ใช่แค่เพียงข่มขู่จะดำเนินคดีกับผม แต่ยังมีคำขู่แบบไม่เฉพาะเจาะจงว่าวันหนึ่งผมต้อง “เจอ” หากพิจารณาการกระทำก่อนหน้านี้ของสมาชิกรัฐบาลท่านและตัวท่านเอง ผมมีเหตุผลอย่างดีที่จะแสดงออกถึงความกังวลใจเป็นพิเศษในเรื่องการใช้กระบวนการกฎหมายป้ายสีผม การกระทำเหล่านี้เข้าใจได้ว่า เป็นวิธีการข่มขวัญที่รัฐบาลคุณใช้จัดการกับผู้วิพากษ์วิจารณ์ชาวต่างชาติ รวมถึงการจับกุมพลเมืองสหรัฐและรังควาญนักวิชาการต่างชาติเมื่อไม่นานมานี้ด้วย

ผมเกรงว่าคำขู่ของท่านจะถูกเปิดโปงต่อกลุ่มคนที่ติดตามผลงานของเรามาตลอด การวิจารณ์และเรียกร้องให้ผู้นำพรรคประชาธิปัตย์รับผิดต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ใช่การโจมตีประเทศไทยหรือสถาบันต่างๆของประเทศ หากมันเป็นการโจมตีประเทศไทยจริง ไม่ใช่เพียงตัวแทนกฎหมายของเราควรจะถูกท้าทายเท่านั้น แต่องค์กรระหว่างประเทศอย่าง ฮิวแมนไรท์วอซซ์และคณะกรรมาธิการนักกฎหมาย (Commission of Jurists) ที่เน้นย้ำให้เห็นถึงการทำลายสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลท่านควรจะถูกท้าทายด้วยเช่นกัน เราทำงานใกล้ชิดร่วมกับกลุ่มนักกฎหมายไทยมาตั้งแต่เริ่มต้น เพื่อประกันว่าการดำเนินงานของเราจะมีความสอดคล้องกับกฎหมายของไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ และเรายังคงทำเช่นนั้น ทั้งยังให้ความสนใจกับรายละเอียดและเคารพกฎหมายไทยอย่างเคร่งครัด ทีมงานและพยานทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเรารวบรวมและเผยแพร่หลักฐานอาชญากรรมของรัฐบาลท่าน ในทางกลับกัน เรายังรอให้รัฐบาลท่านแสดงหลักฐานพิสูจน์ข้อกล่าวหาต่อบุคคลที่ขัดขืนการปกครองของคุณ

การสร้างสภาพแวดล้อมอันเป็นปรปักษ์ต่อที่ปรึกษากฎหมายของฝ่ายตรงข้ามในการทำงานที่สำคัญเพื่อสนับสนุนระบบนิติรัฐเป็นสิ่งที่ทำลายประเทศไทย คำขู่ของท่านและรัฐบาลท่านเกี่ยวกับการคุกคามทางการเมืองมีส่วนทำให้ชื่อเสียงของประเทศไทยแย่ลงในสายตาของประชาคมโลก การกระทำของท่านและพรรคประชาธิปัตย์ที่ใช้ศาลยุติธรรมเป็นเครื่องมือกดขี่ฝ่ายตรงข้ามและปกปิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องได้ถูกเปิดโปงแล้วทั้งในประเทศและนอกประเทศ

ในวันที่ 2 มิถุนายน ศาลจะไต่สวนแกนนำเสื้อแดง 17 คน และหลายคนกลัวว่าสิ่งที่แย่ที่สุดจะเกิดขึ้น: นั้นคือเรื่องพรรคประชาธิปัตย์จะใช้วิธีการแบบเผด็จการและไม่ชอบด้วยกฎหมายคุมขังแกนนำฝ่ายตรงข้ามเหล่านี้ด้วยข้อหาจอมปลอม ซึ่งจะกระทบกับความชอบธรรมและความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งทั่วไปที่กำลังจะมาถึง เพื่อให้เข้าใจในบริบทที่กว้างหว่า ผมขอเชิญทุกท่านให้อ่านคำขู่ของท่านต่อผม ร่วมกับคำแถลงการณ์ร่วมของผมกับแกนนำเสื้อแดง นางธิดา ถาวรเศรษฐ

ความพยายามของท่านและรัฐบาลท่านที่จะกดขี่และทำให้คนเสื้อแดงท้อแท้นั้นไม่เป็นที่ประสบความสำเร็จ ประชาชนชาวไทยสมควรได้รับการเลือกตั้งที่อิสระและยุติธรรม สำนักงานกฎหมายผมรวมรวมข้อมูลของการกระทำหลายอย่างของพรรคท่านและกองทัพที่ใช้บั่นทอนเจตจำนงของประชาชน เราแนะนำให้ท่านอย่าเดินซ้ำรอยประวัติการใช้ความรุนแรงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแลกดขี่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างเผด็จการของพรรคท่าน เราแนะนำให้ท่านร่วมมือตามบทบาทของท่าน โดยให้ยุติกิจกรรมในพรรคของท่านที่เคลื่อนไหวร่วมกันทหาร โดยใช้กองทัพเพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจครอบงำการเมืองอย่างผิดกฎหมาย

ในวันสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ผมแนะนำให้ท่านประพฤติตัวด้วยความเอื้ออารีและมีศักดิ์ศรี เพื่อให้สมกับตำแหน่งในระดับสูงของท่าน

โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม

ปิยบุตร แสงกนกกุล: เกี่ยวกับรายงานของอัมสเตอร์ดัม

Posted by KwamRak on 11.2011 บทความน่าอ่าน

"This case represents a historic opportunity for international justice to confront governments who deploy their militaries to use violence against their own citizens."

Robert Amsterdam

จากการอ่านรายงานของโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ที่ใช้ประกอบการเสนอคำร้องไปยังศาลอาญาระหว่างประเทศในวันนี้ ผมขอสรุปประเด็นสำคัญและความเห็นของผมในเบื้องต้น ดังนี้ ในความเห็นของผม รายงานของอัมสเตอร์ดัมทั้งหมด อาจแบ่งได้ ๓ ส่วนใหญ่ๆ คือ

ส่วนแรก ความเป็นมาของการเกิดขึ้นของเสื้อแดง ตั้งแต่รัฐประหาร ๑๙ กันยา "ตลก"ภิวัตน์ รัฐธรรมนูญ ๕๐ เป็นคุณต่อพวกเอสตาบลิชเมนท์ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน การคุกคามเสรีภาพ และการสลายชุมนุม

ส่วนที่สอง การสังหารหมู่เมษายน พฤษภาคม ๕๓ เข้าองค์ประกอบความผิดอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ส่วนนี้เป็นเรื่องข้อเท็จจริงที่ปรับให้เข้ากับฐานความผิดอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ส่วนนี้ เขารวบรวมพยานหลักฐานไว้ได้ดีมาก มีพยานผู้เชี่ยวชาญชื่อ Joe Ray Witty เป็นอดีตทหารอเมริกัน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอาวุธ และสไนเปอร์ มีพยานผู้เห็นเหตุการณ์อีกหลายคน (ดูพยานทั้งหมดที่ภาคผนวก)

ส่วนที่สาม เรื่องนี้อยู่ในเขตอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศได้อย่างไร ส่วนนี้เป็นเรื่องเขตอำนาจศาล อย่างที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยได้ลงนามใน Rome Statute แต่ไทยไม่ได้ให้สัตยาบัน (ราทิฟาย) Rome Statute นี้ ดังนั้น โดยปกติแล้ว ศาลอาญาระหว่างประเทศย่อมไม่สามารถรับคำร้องกรณีประเทศไทยได้ อย่างไรก็ตาม อัมสเตอร์ดัมเสนอว่ามี ๒ ช่องทาง ได้แก่

ช่องทางแรก
ไอซีซีต้องเปิดกระบวนการสืบสวนสอบสวนไต่สวนในกรณีนี้ในเบื้องต้น เพื่อรอให้วันหนึ่งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติลงมติให้ไอซีซีมีเขตอำนาจในกรณีนี้ตามมาตรา ๑๓ (บี) (เหมือนซูดาน)

ช่องทางที่สอง
ในกรณีที่ไอซีซีไม่มีเขตอำนาจอันเนื่องมาจากรัฐไม่ให้สัตยาบัน ไอซีซีอาจมีเขตอำนาจได้ใน ๒ กรณี

กรณีแรก มาตรา ๑๒ (๒) (เอ) ความผิดนั้นเกิดในดินแดนของรัฐภาคี ภาษากฎหมายเราเรียกว่า เขตอำนาจทางพื้นที่ (ratione loci)

กรณีที่สอง มาตรา ๑๒ (๒) (บี) ถ้าบุคคลผู้ถูกกล่าวหานั้นเป็นพลเมืองของรัฐภาคี ภาษากฎหมายเราเรียกว่า เขตอำนาจทางบุคคล (ratione personae)

ไอซีซีในคดีเคนยาเคยวางหลักเรื่องนี้ไว้แล้ว

กรณีไทย สามารถฟ้องอภิสิทธิ์ได้ เพราะอภิสิทธิ์เป็นพลเมืองสหราชอาณาจักรโดยการเกิด ซึ่งสหราชอาณาจักรเป็นภาคีและราทิฟายอนุสัญญากรุงโรมแล้ว

(ดูรายงานหน้า ๑๑๓)

นอกจากนี้ในรายงานยังเน้นย้ำให้ไอซีซีได้ตระหนักถึงสถานการณ์เฉพาะของไทย ได้แก่ ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามักมีการนิรโทษกรรมให้คนสังหารหมู่ประชาชนเสมอ ดังเห็นได้จาก ๖ ต.ค. ๑๙ และ พ.ค. ๓๕, ความไม่เป็นกลางและอิสระของศาลไทย, กระบวนการสอบสวนของดีเอสไอ (รายงานหน้า ๑๑๙ เป็นต้นไป)

ในส่วนนี้อาจารย์ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิชเคยเขียนในประกาศนิติราษฎร์ ฉบับที่ ๗ ไว้ ดังนี้

"... อนึ่ง มีข้อสังเกตว่า ศาลอาญาระหว่างประเทศอาจมีเขตอำนาจเหนือคดีที่รัฐนั้นมิได้เป็นภาคีศาลอาญาระหว่างประเทศก็ได้ หากผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำความผิดอาญาร้ายแรงแม้จะมิได้เป็นคนที่มีสัญชาติของรัฐที่เป็นภาคีของศาลอาญาระหว่างประเทศก็ตาม แต่อาชญากรรมร้ายแรงได้กระทำขึ้นบนดินแดนของรัฐที่เป็นภาคีของศาลอาญาระหว่างประเทศ ศาลอาญาระหว่างประเทศก็มีเขตอำนาจได้ หรือในกรณีกลับกัน อาชญากรรมได้กระทำโดยคนที่มีสัญชาติของรัฐที่เป็นภาคีของศาล แม้ว่าอาชญากรรมนั้นจะกระทำขึ้นบนดินแดนหรือในประเทศที่มิได้เป็นภาคีของศาลก็ตาม ศาลอาญาระหว่างประเทศก็มีเขตอำนาจ หรือกรณีสุดท้าย ทั้งผู้กระทำความผิดก็มิได้มีสัญชาติของรัฐที่เป็นภาคีศาลอาญาหรืออาชญากรรมร้ายแรงได้กระทำขึ้นในดินแดนที่มิได้เป็นรัฐภาคีศาลอาญา ศาลอาญาก็สามารถมีเขตอำนาจได้หากคณะมนตรีความมั่นคงของสหประชาชาติเสนอเรื่องให้อัยการสอบสวน"

(เน้นข้อความโดยผมเอง)
...

ข้อสังเกตของผม

การที่ไอซีซีจะรับฟ้องหรือไม่นั้น ก็อาจสำคัญเหมือนกัน และแม้นว่าหากไอซีซีไม่เอาด้วย แต่ประเด็นทางการเมืองที่สำคัญกว่า มี ๓ ข้อ

ข้อแรก การกดดันไปที่ไอซีซีว่าจะตัดสินใจทำอย่างไร อย่างน้อยจะเข้ามาไต่สวนเบื้องต้นรอไว้ก่อนมั้ย เพื่อว่าวันนึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะอนุญาตให้ไอซีซีมีเขตอำนาจ (เหมือนซูดาน) แน่นอนไทยเส้นใหญ่มาก คณะมนตรีฯคงไม่ยอม แต่อย่างน้อย การกดดันขอให้ไอซีซีเข้ามาตรวจสอบก่อนก็น่าจะเป็นการดีมาก

ข้อสอง รายงานชิ้นนี้ เป็นการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานไว้เสร็จหมดแล้ว หากไอซีซีน็อคด้วยการไม่รับเพราะอ้างว่าไม่มีเขตอำนาจเพราะไทยไม่ราทิฟาย ก็เป็นการผลักลูกบอลกลับไปที่รัฐบาลไทยให้ราทิฟายโดยเร็ว

ข้อสาม ประเด็นสังหารหมู่ถูกโหมกระพือไปทั่วโลก นับเป็นความชาญฉลาดของบ๊อบแท้ๆที่เลือกญี่ปุ่นเป็นที่แถลงข่าว ช่วยไม่ได้ไทยดันไม่ฉลาดไปห้ามเขาเข้าเมืองไทยเอง

... 

สิ่งที่น่าจับตาต่อไป

๑. รัฐบาลไทยและอภิสิทธิ์จะว่าอย่างไร กรณีเขตอำนาจศาลไอซีซีแบบ ratione personae อภิสิทธิ์อาจปฏิเสธว่าตนไม่ได้ถือสัญชาติอังกฤษแล้ว? เพราะผมค่อนข้างมั่นใจว่า กรณีนี้อัมเสตอร์ดัมเขาเก็บความลับได้ดีมาก เพิ่งมาเปิดเอาวันนี้ รัฐบาลไทยคงมึนไปหลายวัน

๒. เอสตาบลิชเม้นท์ไทย จะทำอย่างไร? เงียบ? ล็อบบี้สหรัฐอเมริกา? ล็อบบี้คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติ? หรือรัฐประหาร?
 

ดาวน์โหลดรายงานฉบับเต็มได้ที่นี่ 
http://www.scribd.com/doc/47833346/Red-Shirts-Application-to-the-International-Criminal-Court-to-Investigate-Crimes-against-Humanity-in-Thailand

ดาวน์โหลดเอ็กเซคิวทีฟ ซัมมารี ได้ที่นี่ 
http://www.thaiaccountability.org/wp-content/uploads/2010/12/Executive-Summary-Final.pdf

เว็บไซต์ที่ทีมงานของอัมสเตอร์ดัมจัดทำขึ้นเพื่อการนี้โดยเฉพาะ 
http://www.thaiaccountability.org/

ดาวน์โหลดคำร้องฉบับภาษาไทย ได้ที่นี่
  
หรืออ่านได้ที่
 

หมายเหตุ: ปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขียนบันทึกนี้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวของเขา ประชาไทเห็นว่าน่าสนใจจึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ซ้ำ