สุนทรพจน์หลวงพิบูลสงคราม - การสู้กันของระบอบเก่าและระบอบใหม่ : นิติราษฎร์

Posted by KwamRak on 25.2013 บทความน่าอ่าน 0 trackback


คณะนิติราษฎร์ นิติศาสตร์เพื่อราษฎร

 "ผมขอยืนยันว่า ในชั่วชีวิตเรา บางทีลูกเราด้วย จะต้องรบกันไปอีก และแย่งกันในระบอบเก่ากับระบอบใหม่นี้ เพราะเหตุเราจะต้องประสานกัน เราต้องการความสงบสุข เราต้องการสร้างชาติ เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕ นั้น เราจึงไม่ได้ทำอะไรเลยกับพวกที่เห็นตรงกันข้าม ใครจะไปไหนก็ได้ ทำอะไรก็ได้ เมื่อเปรียบกับในต่างประเทศ ท่านทั้งหลายจะเห็นว่า เราทำมาผิดกันไกล เช่น ฝรั่งเศสปฏิวัติกัน เขาก็ฆ่ากันนับพัน ๆ คน จนถึงกับเอาใส่รถใส่เกวียนไปฆ่ากัน ส่วนเราเปลี่ยนกัน เปลี่ยนทั้งพระมหากษัตริย์ เปลี่ยนทั้งอำนาจอะไรต่ออะไรด้วย เราก็ไม่ได้ทำอะไรกันเลย มิได้มีการเสียเลือดเนื้อกันเลย 

และผมว่า ในชีวิตเรา ในชีวิตลูกของเรา พวกรักระบอบเก่าแก้แค้นก็ไม่หมด เพราะว่าเราปล่อยไว้ อย่าว่าแต่การเปลี่ยนระบอบการปกครองและเปลี่ยนพระมหากษัตริย์เลย ขอให้มองดูใกล้ ๆ การเปลี่ยนแต่พระมหากษัตริย์ ตัวอย่าง สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ เปลี่ยนจากพระเจ้าตากมาแล้ว ฝ่ายพระเจ้าตากเป็นอย่างไร ฝ่ายพระเจ้าตากต้องถูกประหารชีวิตหมด ถึงกระนั้นก็ดี ตอนหลังก็ยังปรากฏว่าจะมีการแย่งกันอีกเล็กน้อย นี่ตัวอย่างที่เราเป็นมาแล้ว ...แต่เราไม่ได้ทำอันตรายใครเกินเหตุ จึงทำให้พะวักพะวนอยู่ แต่ห่วงพวกรักระบอบเก่า ...พวกผมขอให้หมด ปิดฉากพยาบาทกัน แต่พวกตรงข้ามเขาไม่ยอม ก็ไม่ทราบจะทำอย่างไร เขาแสดงทีท่าว่า ต่อให้ถึงลูกหลานเหลนของเราก็ต้องรบกันอยู่นั่นเอง 

ก็มีปัญหาขึ้นว่า ถ้าเช่นนั้นทำไมจึงไม่แก้เล่า ถ้ามีการแก้ ก็ต้องทำเด็ดขาดอย่างพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงปฏิบัติกับพวกเจ้าตาก ซึ่งได้ผลดีมาแล้ว แต่เราทำไม่ได้ จะไปล่มเรือฆ่ากันอย่างนั้นพ้นสมัย และกลัวบาปด้วย แต่ฆ่า ๑๘ คนเท่านี้ก็พออยู่แล้ว เป็นประวัติการณ์ที่เรายังไม่ลืมเหตุการณ์อันนี้ ถ้าเราจะให้หมดไปจริง ๆ ที่จะให้ระบอบใหม่นี้มั่นคงแล้วจะเป็นอย่างไร ดูอย่างฝรั่งเศสเมื่อครั้งพระเจ้าหลุยที่ ๑๖ นั้น เอาไปประหารกันทีเดียว อีกอย่างหนึ่ง เราจะปราบด้วยวิธีอื่นก็ได้ พวกที่อยู่ในระบอบเก่าไม่เปลี่ยนหัวมาเป็นระบอบใหม่ ก็ให้หนีไปเสียจากเมืองไทย สภาฯ นี้ก็อนุมัติให้รัฐบาลทำได้ ให้ออกกฎหมายว่าพวกนี้ให้ผมริบทรัพย์ แล้วเนรเทศไปให้หมด" - นายพลตรี หลวงพิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี

http://www.enlightened-jurists.com/directory/226

ปิยบุตร แสงกนกกุล Divas Cafe 25 06 56

Posted by KwamRak on 25.2013 [ TV ] - การเมืองวัยรุ่น 0 trackback
 

ปิยบุตร แสงกนกกุล Divas Cafe 25 06 56

ทวงคืนผัดกะเพรา!!

Posted by KwamRak on 14.2013 บทความน่าอ่าน 0 trackback
 

image

:oops:  ดราม่านี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของประเทศเราเลยนะครับพ่อแม่พี่น้อง

ที่ผ่านมาทุกคนคงได้เห็นแฟนเพจจำนวนมาก ออกมารณรงค์ทวงคืนบางสิ่งบางอย่างให้ประเทศไทย

เช่นทวงคืนน้ำมัน ทวงคืน ปตท. ทวงคืน แต่นั่นเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปเลยครับ

เมื่อเอามาเทียบกับดราม่านี้ แฟนเพจที่แอดมินกำลังจะพูดถึงมันคือแฟนเพจ

“ทวงคืนผัดกะเพราไม่ใส่ถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน และหอมใหญ่” ให้กับคนไทยนั่นเอง

image

:mrgreen:  แอดมินเพจทวงคืนผัดกะเพราฯถามชาวเน็ทว่าพวกมึงไม่เบื่อกันบ้างเลยหรือ

ที่เวลาเรากินผัดกะเพราแล้วมีถั่วฝักยาว หอมใหญ่ ข้าวโพดอ่อนปนอยู่เต็มจาน

กรูเคี้ยวผักในผัดกะเพราจนดังเอี๊ยดอ๊าดแสบหูไปหมดแล้ว และกรูเชื่อว่าพวกมึงทุกคน

ก็น่าจะเคยมีประสบการณ์ในทำนองเดียวกับกรูมาก่อน พวกมึงไม่เบื่อผัดกะเพราใส่ผักกันบ้างเลยรึ

ถ้าพวกมึงเบื่อ เราจงมาร่วมมือกันเพื่อทวงคืนผัดกะเพราที่แท้จริงให้กับสังคมไทย

image

:twisted:  ขนาด ปตท มันยังมีคนตั้งเพจทวงคืนให้ประเทศไทยได้เลย แล้วทำไมเราถึงไม่สมควร

รณรงค์เรียกร้องให้คืนสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน อย่างการกินผัดกะเพราไม่ใส่ผักให้กับคนไทยวะ?!

ถ้าพวกมึงเห็นด้วยกับกรู จงรีบแชร์ให้เพจนี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วกัน

ก่อนที่ประเทศชาติของเราจะล่มสลายเพราะผัดกะเพรากลายพันธ์เป็นผัดผักทั้งประเทศ!!

image

:evil:  ปรากฏว่าชาวเน็ทส่วนมากเห็นด้วยกับเพจนี้ว่ะครับ ออกมาสนับสนุน

และช่วยผลักดัน ให้เพจทวงคืนผัดกะเพราฯเป็นที่รู้จักแพร่หลายกันยกใหญ่

image

:mrgreen:  แอดมินเพจทวงคืนผัดกะเพราฯยังบอกอีกว่าขอให้พ่อแม่พี่น้องทุกท่านช่วยกันเป็นหูเป็นตา

ปกปักรักษาผลประโยชน์ของชาติบ้านเมือง ถ้าเห็นร้านอาหารร้านไหนบังอาจทำผัดกะเพราใส่ผัก

จงเอามันมาประจานในเพจนี้ซะ เพราะถือว่ามันได้ทรยศต่ออาหารประจำชาติของเรา

พวกเราจะได้ยกพลไปทวงคืนผัดกะเพราที่แท้จริงจากแม่ค้าอาหารตามสั่งขายชาติพวกนั้นซะให้หมด

image

:evil:  ชาวเน็ทที่เห็นด้วยกับแอดมินก็ส่งเสียงเฮลั่น บอกว่าแอดมินพูดถูกต้องที่สุด

ผัดกะเพราคืออาหารที่อยู่คู่กับชาติไทยมาตั้งแต่สมัยเรายังปลูกกระต๊อบอยู่ใต้เทือกเขาอัลไต

แล้วเราจะปล่อยให้พวกพ่อค้าแม่ค้าทุนนิยมสามานย์ มาดัดแปลงสูตรผัดกะเพราคู่บ้านคู่เมืองของเราได้ยังไง

image

:???:  บ้างก็บอกว่าที่ผัดกะเพราฯเปลี่ยนไปมันต้องเป็นฝีมือของทักษิณแน่ๆ

กรูรู้นะว่าทักษิณมันซื้อฟาร์มถั่วฝักยาวเอาไว้หมดแล้ว

รวมไปถึงฟาร์มหอมใหญ่  กับฟาร์มข้าวโพดอ่อนก็ถูกตระกูลชินวัตรฮุบเรียบ

ที่คนไทยต้องกินผัดกะเพราใส่ผักเยอะๆ ก็เป็นเพราะนโยบายของรัฐบาล

ที่ต้องการเอื้อประโยชน์ให้ตระกูลของไอ้หน้าเหลี่ยมพี่ชายอีนายก!!

แค่นั้นยังไม่พอมันยังดำเนินนโยบายกระเพราใส่ผักนิยม  โดยแอบใส่กัญชาลงไปในผัดกะเพราใส่ผัก

ทำให้คนไทยเสพติดผัดกะเพราใส่ผักงอมแงมกันทั้งประเทศจนไม่มีปัญญาหลุดพ้น

จากการครอบงำของรัฐบาลใช่มั้ย!! อย่าคิดว่าคนฉลาดอย่างกรูไม่รู้ทันมึงนะโว้ยไอ้หน้าเหลี่ยม!!

image

:smile:  ชาวเน็ทคนนึงก็เอาข้อมูลมาเสริมว่าทักษิณอยู่เบื้องหลังกะเพราใส่ผักที่ระบาดไปทั่วประเทศจริงๆ

เพราะกรูจำได้ว่าตอนมันเป็นนายกเมื่อปี 2548 มันได้ใช้ให้สุดารัตน์ เกยุราพันธ์

ที่เป็น รมว.ในขณะนั้นออกนโยบายให้คนไทยกินอาหารที่มี “ผักครึ่งนึง อย่างอื่นครึ่งนึง”

ถ้ามันไม่ออกนโยบายนี้ขึ้นมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตระกูลมันแล้วมันจะออกนโยบายนี้มาทำไม

เพื่อทำลายผัดกะเพราแบบดั้งเดิมที่คนไทยสืบทอดกันมาช้านานรึไงวะ!!

image

 

จากนั้นชาวเน็ทที่เห็นด้วยกับแอดมินก็เริ่มล่าแม่มดกันอย่างเมามันส์

:shock:  มีการเอาภาพกะเพราใส่ผักจากร้านต่างๆมาประจานในเพจราวกับเป็นผู้ร้ายฆ่าคนตายก็มิปาน

image

:?:  กระทั่งข้าวกล่องผัดกะเพราของบริษัทยักษ์ใหญ่ก็ไม่มีการละเว้น

image

แต่ใช่ว่าจะมีแต่คนเห็นด้วยกับแอดมินไปเสียหมด ชาวเน็ทบางคนก็สวนกระแส

:???:  โดยแสดงตัวว่ากรุชอบกินผัดกะเพราแบบใส่ผักเยอะๆว่ะครับ ใครจะทำไมไม่ทราบ!?

image

:lol:  บางคนก็แสดงความเห็นว่าไอ้เพจทวงคืนผัดกะเพราฯอะไรนี่

มันต้องมีนอกมีในแหงๆเลยว่ะ บางทีมันอาจจะมีผลประโยชน์กับฟาร์มปลูกใบกะเพรา

มันก็เลยตั้งเพจขึ้นมา เพื่อทำให้คนเลิกแดกผัดกะเพราใส่ผัก หันมาแดกผัดกะเพรา

ที่ใส่แต่ใบกะเพราอย่างเดียว เพื่อกระตุ้นยอดขายของใบกะเพราก็เป็นได้นะเว้ย!!

image

:twisted:  ต่อมาชาวเน็ทหน้าตาดีมีเสน่ห์เร้าใจนามว่า “จ่าพิชิต ขจัดพาลชน” ก็แสดงความเห็น

ในเพจทวงคืนผัดกะเพราว่า ผัดกะเพราแบบใส่ผักเยอะๆแม่งอร่อยกว่าแบบคลาสสิคเห็นๆ

image

:lol:  ชาวเน็ทที่ชอบกินผักคนอื่นๆก็เห็นด้วย บอกว่าการใส่ผักในผัดกะเพรามันทำให้อร่อยขึ้นนะเออ

image

:|  หอมใหญ่ที่ใส่ในผัดกะเพรามันอร่อยจะตาย

image

:roll:  ยิ่งผัดแล้วมีรสหวานจากข้าวโพดอ่อนผสมในผัดกะเพรานิดๆนี่แหละสุดยอด

แถมถั่วฝักยาวผัดก็เคี้ยวกรุบกรอบอร่อยจะตาย ผัดกะเพราใส่ผักมันไม่อร่อยตรงไหนวะ

image

:razz:  สาวกของลัทธิทวงคืนผัดกะเพราฯก็โวยวายใส่คนรักผักเหล่านี้ว่าผัดกะเพราของพวกมึงมันนอกรีต!!

ผัดกะเพราที่แท้จริงมันต้องมีแต่เนื้อสัตว์กับใบกะเพราเท่านั้นสิวะ

ถึงจะเป็นผัดกะเพราหนึ่งเดียวอันเที่ยงแท้ ส่วนออปชั่นเสริมอย่างถั่วฝักยาว ข้าวโพดอ่อน หอมใหญ่

มันเป็นอุบายที่ทำให้พวกมึงหลุดออกจากเส้นทางอันสว่างไสวของผัดกะเพราที่แท้จริงนะ

image

:???:  ถ้าพวกมึงใส่ผักลงไปผัดด้วยมันจะทำให้เสียรสชาติที่แท้จริงของผัดกะเพรา

ผัดกะเพรามันควรจะมีรสชาติตามแบบฉบับดั้งเดิม ที่มีแต่รสเครื่องปรุงกับเนื้อหมูและใบกะเพราเท่านั้น

พวกมึงใส่รสบ้าๆบอๆ อย่างรสหวานจากข้าวโพดอ่อนลงไปมันก็ไม่นับว่าเป็นผัดกะเพราแล้วโว้ย

image

:mrgreen:  ถ้าพวกมึงจะใส่ผักยัดห่าในผัดกะเพราซะขนาดนั้น ทำไมพวกมึงไม่ไปสั่งแกงเลียงมาแดกซะเลยล่ะ

image

:o  หรือไม่ก็สั่งผัดผักมาแดกก็ได้นี่ครับไอ้สัส จะเสือกมาสั่งผัดกะเพราใส่ผักให้พวกกรูรกหูรกตาทำไม

image

จ่าพิชิตก็ไม่ยอมแพ้ เถียงสู้กับสาวกลัทธิทวงคืนผัดกะเพราฯว่าการกินผัดกะเพราใส่ผักเยอะๆ

:???:  นับเป็นเรื่องดีนะมึง เพราะถ้าเรากินผักเยอะๆทำให้ขี้คล่อง ดีต่อสุขภาพจะตายไป

image

:mrgreen:  สาวกลัทธิทวงคืนผัดกะเพราฯก็เถียงว่าถ้ามึงอยากขี้คล่องก็ไปแดกผัดผักสิครับไอ้สัส

จะใส่ผักลงมาผัดด้วยเพื่อทำลายรสชาติอันดั้งเดิมของผัดกะเพราที่พวกกรูถวิลหาทำไม

image

:lol:  ถ้ามึงอยากแดกผักเยอะๆจะได้ขี้คล่อง มึงก็สั่งผัดถั่วใส่ข้าวโพดอ่อน แล้วบอกแม่ค้าให้เพิ่มใบกะเพราสิวะ

image

:twisted:  หรือไม่มึงก็ไปสวนทวารดูซักรอบสองรอบก็ได้ รับรองว่าขี้คล่องสมใจอยากแน่ๆ

image

:o  จ่าพิชิตก็ชี้หน้าด่าสาวกฯกลับไปว่าพวกมึงแม่งนอกรีต พวกมึงไม่รู้หรือว่าผักที่ใส่ในผัดกะเพรา

ล้วนแล้วแต่เป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงลิบลิ่ว เช่นถั่วฝักยาวมีโปรตีนสูง

ข้าวโพดอ่อนก็มีวิตามินเกลือแร่เพียบ แถมยังกรุบกรอบเคี้ยวมันส์อีกต่างหาก

การกินผัดกะเพราใส่ผักเยอะๆ นอกจากจะทำให้ขี้คล่องแล้ว

ยังเป็นการอุดหนุนเกษตรไทยให้ทำมาหากินคล่องตัวขึ้นด้วยนะโว้ย!!

image

:o  แต่สาวกลัทธิทวงคืนผัดกะเพราฯก็ยังคงยืนกรานว่าผัดกะเพราใส่ผักต่างหากที่นอกรีต

image

:???:  พวกกรูแดกผัดกะเพราเพราะอยากลิ้มรสชาติของผัดกะเพรา ไม่ได้อยากลิ้มชาติผัดผักรวมมิตร

image

:razz:  ถ้าพวกกรูอยากกินผัดผัก กรูก็สั่งผัดผักรวมมิตรมาแดกตั้งนานแล้ว จะสั่งผัดกะเพรามาแดกทำเชี่ยอะไร

image

:twisted:  อีกอย่างผักพวกนี้แดกเยอะไปก็ไม่ดีนะ อย่างถั่วฝักยาวนี่มีสารพิษตกค้างอื้อซ่าเลยนะเธอว์

image

:razz:  จ่าพิชิตก็ชี้หน้าด่าสาวกลัทธิทวงคืนผัดกะเพราฯว่าไอ้พวกไม่แดกผัก

พวกมึงแม่งเลวสัสๆ พวกมึงมันทุนนิยมสามานย์ พวกมึงไม่คิดจะช่วยเหลือ

เกษตรกรไทยให้อยู่รอดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงบ้างเลยรึไงวะ

image

:???:  ถึงผักจะมีสารพิษตกค้าง แต่เรากินนิดๆหน่อยๆก็ไม่ถึงตายหรอกน่า

แต่ถ้าพวกมึงต่อต้านผัดกะเพราใส่ผัก จนเกษตรกรไทยขายผักไม่ได้

เกษตรกรไทยเหล่านั้นถึงขั้นอดตายเลยนะมึง และลูกเมียของเขาก็ต้องอดตายตามไปด้วย

image

:o  พวกมึงแม่งกินกันแต่ผัดกะเพรากับเนื้อหมู เนื้อสัตว์ ไม่เคยแยแสผักที่เป็นผลิตภัณฑ์ในประเทศบ้างเลย

วันนี้พวกมึงแดกหมูในประเทศ แต่กรูมั่นใจมากๆว่าวันหน้าพวกมึงจะต้องนำเข้าหมูจากต่างประเทศ

เช่นหมูจากญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เวียดนาม จาไมก้า โมซัมบิก มาทำผัดกะเพราแน่ๆ

พวกมึงไม่คิดกันบ้างเลยเรอะว่าถ้าวันนั้นมาถึง ประเทศไทยจะเสียดุลทางการค้ามากมายขนาดไหน

กรูพูดตรงๆนะ ไอ้พวกที่แดกผัดกะเพราไม่ใส่ผักอย่างพวกมึง แม่งขายชาติว่ะ!!

image

:evil:  อีกฝ่ายก็ถามว่ากะอีแค่พวกกรูไม่ชอบกินผักในผัดกะเพราแค่นี้ กรูถึงกับเป็นพวกขายชาติเลยเหรอวะ?

image

image

:smile:  มึงคิดว่าผักที่มึงแดกๆกันอยู่เนี่ย มันเป็นผักที่ปลูกในประเทศร้อยเปอร์เซ็นต์เลยเหรอวะ

ใครจะไปรู้ บางทีผักที่มึงใส่ในผัดกะเพราอาจจะนำเข้ามาจากเวียดนามก็ได้นะว้อย

image

จ่าพิชิตก็ขู่คนที่เถียงเรื่องผัดกะเพราว่ามึงอย่ามาต่อปากต่อคำกับกรูนะครับไอ้สัส

:razz:  ไม่งั้นเด๋วกรูจะจับพวกมึงแขวนคอแล้วเอาทัพพี ตะหลิวฟาดให้หมด

image

:o  การที่พวกมึงไม่รักผัก ไม่ชอบกินผัก ก็ถือว่าพวกมึงผิดแล้วครับ!!

ทำไหมอ่ะครับ การกินผักเยอะๆมันไม่ดีตรงไหน ยิ่งกินก็ยิ่งดีต่อสุขภาพ

ไม่ทราบว่าพวกมึงเป็นโคตรพ่อโคตรแม่ของอีเนยรักโลกรึไงถึงได้แอนตี้การกินผักกันจัง

ใครไม่แดกผักก็ไสหัวออกไปจากประเทศกสิกรรมอย่างประเทศไทยให้หมดเถอะครับ

image

ปล. อีเนยรักโลกกล่าวถึงผัดกะเพราใส่ผักเอาไว้ดังนี้

image

:mrgreen:  ทำไมพวกมึงถึงไม่เข้าใจซักทีว่าผัดกะเพราแบบไทยๆมันต้องใส่ผักเยอะๆจึงจะถูกต้อง

เมื่อก่อนสูตรดั้งเดิมที่ผัดกะเพรากับเนื้อสัตว์อาจจะเป็นที่แพร่หลาย

แต่เมื่อกาลเวลาผ่านเลยไป มันก็ปรับเปลี่ยนสูตรให้เข้ากับสังคมไทย

จนกลายเป็นผัดกะเพราใส่ผักที่ดีต่อสุขภาพ เหมาะกับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย

ถ้าพวกมึงไม่พอใจ อยากกินผัดกะเพราสูตรดั้งเดิมนัก ก็ไสหัวไปแดกที่ต่างประเทศสิครับ

จะเสือกมาเรียกร้องผัดกะเพราสูตรดั้งเดิมในประเทศไทยทำไม

image

:???:  ชาวเน็ทคนนึงก็ด่าจ่าพิชิตว่ามึงอย่าเอาผักมาเป็นข้ออ้างไล่พวกกรูออกนอกประเทศสิวะ

ทำไมอ่ะ เถียงกันดีๆไม่เป็นเหรอ ทำไมมึงถึงต้องเอาผักมาบังหน้าเป็นเครื่องมือขับไล่คนที่คิดต่างอย่างพวกกรูด้วยวะ

พวกกรูก็แค่ต้องการให้ผัดกะเพราที่แท้จริงกลับคืนสู่สังคมไทยเท่านั้นเองนะโว้ย!!

image

:mrgreen:  จ่าพิชิตก็สวนกลับว่ากรูไม่ได้เอาผักมาบังหน้า แต่กรูรักผัก กรูชอบการกินผัก

โคตรพ่อโคตรแม่สั่งสอนให้กรูกินผักมาตั้งแต่เด็กเพราะมันดีกับสุขภาพ

ดังนั้นเมื่อกรูเห็นคนที่มีความเชื่อผิดๆว่าการกินผัดกะเพราใส่ผักมันไม่ดีอย่างพวกมึง

กรูถึงอดไม่ได้ ต้องเข้ามาสั่งสอนพวกมึงให้ตาสว่างและกลับมาสู่วิถีทางที่ถูกต้องยังไงล่ะ

แล้วมึงมีหน้ามาหาว่ากรูเอาผักมาใช้เป็นเครื่องมือโจมตีมึงได้อย่างไร สิ่งที่กรุกำลังทำอยู่

ไม่ใช่การเอาผักมาเป็นเครื่องมือ แต่กำลังเชิดชูผัก ทำให้พวกมึงกลับมากินผักกันอีกครั้งต่างหาก

image

:o  กรูไม่เถียงกับพวกมึงต่อแล้วครับ เพราะกรูเข้าใจแล้วว่าคนที่ไม่กินผักอย่างพวกมึง

มันเป็นไส้ศึกจากทุนข้ามชาติ ที่มีเจตนาจะบ่อนทำลายเศรษฐกิจแบบกสิกรรมของไทยแน่ๆ

image

หลังจากนั้นชาวเน็ทก็แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้กันไปต่างๆนานา

บ้างก็แย้งจ่าพิชิตที่หาว่าคนสนับสนุนผัดกะเพราสูตรดั้งเดิมถูกทุนนิยมสามานย์ครอบงำว่า

ใครกันแน่วะครับที่เป็นทุนนิยมสามานย์ ไม่ใช่เพราะร้านอาหารตามสั่งมันต้องการลดต้นทุน

ก็เลยลดปริมาณเนื้อสัตว์ แล้วเพิ่มผักที่ราคาถูกกว่าเข้ามาแทน

จนมันสูญเสียอัตลักษณ์ กลายเป็นผัดกะเพราใส่ผักที่คนไทยแดกกันทั้งบ้านทั้งเมือง

:???:  แล้วมึงจะโทษพวกกรูว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผัดกะเพราเปลี่ยนไปได้ยังไง

image

:lol:  บางคนก็แฉข้อมูลวงในว่าที่จริงแล้วคนไทยจำนวนมากยังไม่รู้ว่าเราเป็นประเทศที่ปลูกกะเพราได้อันดับต้นๆของโลก

แต่ทุกวันนี้ที่เราต้องซื้อผักกะเพรามาผัดในราคาแพง ก็เพราะพวกฟาร์มกะเพรามันส่งใบกะเพราคุณภาพดี

ออกไปขายที่ต่างประเทศจนหมด จากนั้นเราก็ต้องนำเข้าใบกระเพราเกรดเอพวกนั้นเข้ามาแดกกันอีกทอดนึง

ดังนั้นกรูเห็นด้วยกับเพจนี้อย่างสุดตัวว่ามันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทวงคืนผัดกะเพราสู้ตรดั้งเดิมให้กับสังคมไทย

image

นักวิชาการที่มักวิจารณ์สถาบันอยู่บ่อยๆอย่างสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล (สศจ)

ก็เข้ามาแสดงความเห็นแย้งกับแอดมินทวงคืนผัดกะเพราว่ามึงทำแบบนี้ไม่ได้นะ

image

ผัดกะเพราที่ใส่ผักน่ะอร่อยสุดๆไปเลยนะจะบอกให้ ยิ่งถั่วฝักยาวกับหอมใหญ่

มันเป็นผักที่ต้องมีอยู่ทุกจานของผัดกะเพรา แต่มึงกลับตั้งเพจรณรงค์สั่วๆแบบนี้

:mrgreen:  เด๋วกรูก็ไปตั้งเพจคัดค้านการทวงคืนผัดกะเพรามาแข่งกับมึงมั่งหรอก

image

ปรากฏว่าหลังจาก สศจ พูดเช่นนั้น ก็มีคนตั้งเพจคัดค้านการทวงคืนผัดกะเพราขึ้นมาจริงๆว่ะครับ

image

กระทั่งเพจที่โจมตีพวกทวงคืนผัดกะเพราว่ากำลังสร้างความแตกแยกให้สังคมก็มี

image

ที่เด็ดสุดคือเพจแฉพวกทวงคืนผัดกะเพราไม่ใส่ถั่วฝักยาว ที่เอาข้อมูลมาโชว์ให้เห็นกันจะๆ

ว่าผัดกะเพราใส่ผักต่างหากที่ดีต่อสังคมไทย เพราะมันสร้างรายได้ให้เกษตรกรไทยมหาศาล

image

พวกมึงลองคิดดูสิครับว่าผักอย่างข้าวโพดอ่อน หอมใหญ่ ถั่วฝักยาว

ถ้าไม่เอาไปผัดกะเพรา มันจะเหลือเมนูอีกซักกี่รายการที่สามารถเอาผักพวกนี้ไปปรุงได้

ไอ้พวกที่ออกมารณรงค์ให้เลิกกินผัดกะเพราใส่ผักแม่งไม่เห็นใจชนชั้นกรรมมาชีพอย่างเกษตรกรบ้างเลย

พวกมึงมันก็เป็นแค่ชนชั้นกลางดัดจริตที่พยายามกีดกันเกษตรกรไม่ให้มีวันลืมตาอ้าปากเท่านั้นล่ะวะ

ถ้าพวกมึงอยากแก้ไขปัญหานี้วิธีการที่ดีที่สุดไม่ใช่รณรงค์ให้คนไทยเลิกกินผักกะเพราใส่ผัก

แต่พวกมึงต้องรณรงค์ให้รัฐบาลเปิดเสรีการค้าให้ผัดกะเพรา เพื่อให้พ่อค้าอาหารตามสั่ง

:lol:  สามารถซื้อใบกะเพราในราคาที่ถูกลง จะได้เอามาผัดให้พวกมึงแดกกันเยอะๆต่างหากจึงจะถูกต้อง

image

หลังจากนั้นเพจเหล่านี้ก็ถูกสาวกลัทธิทวงคืนผัดกะเพราฯโจมตีเป็นระยะๆ

มีเพจนึงยกให้ สศจ เป็นแอดมินร่วม และหลังจากที่เพจต่อต้านการทวงคืนผัดกะเพรา

ถูกสาวกของลัทธิทวงคืนผัดกะเพราผู้บ้าคลั่งโจมตีจนเพจล่มสลาย

image

ก็ส่งผลให้ สศจ ที่วิจารณ์สถาบันมาเป็นระยะแต่แคล้วคลาดมาจนถึงทุกวันนี้

:evil:  ถูกเฟซบุ๊คลงโทษแบนเพราะบังอาจต่อต้านผัดกะเพราในที่สุด

image

credit : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=627225823960582&set=a.248743445142157.80997.248303255186176&type=1&theater

พ่อแม่พี่น้องคงเห็นแล้วนะครับว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แต่นี่เป็นวาระแห่งชาติ

ที่ส่งผลกระทบถึงความอยุ่รอดหรือการล่มสลายของชาติไทยเลยทีเดียว

หวังว่าพ่อแม่พี่น้องจะเล็งเห็นความสำคัญของประเด็นผัดกะเพราใส่ผัก

และช่วยกันรณรงค์ให้คนกล้าที่จะวิจารณ์และแตกยอดความคิดเกี่ยวกับผัดกะเพรามากยิ่งขึ้น

อาห์ แล้วดราม่านี้จะลงเอยเช่นไร? ผัดกะเพราของไทยควรใส่ผักหรือไม่ใส่ผักกันแน่!?

;-)  พวกเธอว์จงตามไปเสพในเพจเหล่านี้โดยพลัน!!

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=107159476124506&id=107128019460985

https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%97%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%99%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%83%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%96%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%9D%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A7-%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%82%E0%B8%9E%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99-%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%8D%E0%B9%88/107128019460985?group_id=0
https://www.facebook.com/kudkantuangkhapao
https://www.facebook.com/pages/%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%81%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AF/107189235996526

 

credit ภาพประกอบ http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=thaisilk&month=19-12-2009&group=30&gblog=9

ฮอตปรอทแตก! วิวาทะชาวเน็ตต่อ “สศจ.-สมศักดิ์ เจียมฯ” หลัง "ตอบโจทย์"

Posted by KwamRak on 14.2013 News 0 trackback


 เพลลิส: http://www.youtube.com/playlist?list=PLXUiR6F5Wfny040rb61z4gI0rIuZlGsUI


หลังจากคืนวานนี้ (12 มี.ค.) หลายคนเฝ้ารอเกาะขอบจอโทรทัศน์ ติดตามการพูดคุยผ่านสื่อสารธารณะเป็นครั้งแรกในรายการตอบโจทย์ เรื่อง สถาบันพระมหากษัตริย์ของ สศจ.-สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” นักวิชาการท่าพระจันทร์ที่ถูกเรียกว่าเป็น ปัญญาชนฝ่ายแดง” กับข้อเสนอการปฏิรูปสถาบันฯ 

 แม้รายการตอนดังกล่าวจะจบลง แต่สิ่งที่น่าจับตา คือ ปฏิกิริยาของชาวโลกออนไลน์” ที่มีต่อทั้ง ข้อเสนอและหงอกขาวบนหัวของสมศักดิ์ รายการตอบโจทย์ และ ไทยพีบีเอส

อาจเรียกได้ว่านี่คือสิ่งที่ ภิญโญ ไตรสุริยธรรมา” พิธีกรตอบโจทย์ เรียกว่า พระบารมีฯ
ซึ่งภิญโญเองก็พูดในรายการว่า
อาจารย์วันนี้ออกรายการ อาจารย์จะเห็นพระบารมีฯ เข้าไปในเฟสบุ๊คของอาจารย์

ภาพจาก เพจ "สมาคมแพะในตำนานแห่งราชอาณาจักร"

ในเพจเฟสบุ๊ค ลัทธิคนไทยรักในหลวงจนเสียสติ ได้รวบรวม ′วาทกรรม′ ที่ชาวเน็ตได้โพสยังบนไทม์ไลน์ของหน้าเพจเฟซบุ๊คของสถานีไทยพีบีเอส ดังนี้

"ไม่มีท่าน ก็ไม่มีมึงหรอก"
"สมศักดิ์เจียมออกอากาศด้วยภาษีกู ยอมไม่ได้"
"ไม่รักก็ไปอยู่อังกฤษเลยไป๊"
เกิดอะไรขึ้นกับ ThaiPBS เราเสื่อมศรัทธา
สถานีเป็นแนวร่วมกับสศจ. ต้องการล้มสถาบันหรือ?”
"เอามันมาออกได้ไง เอาภาษีที่อุดหนุนช่องมึงคืนมา"
"รายการนี้เหยียบย่ำหัวใจคนไทย ไม่สมควรออกอากาศบนแผ่นดินนี้"

ส่วนในหน้าเพจของ "ไทยพีบีเอส" ในส่วนที่เป็นโปรยรายการตอบโจทย์ก็มีคนแสดงความไม่พอใจเช่นกัน

เวรกำ..ประเทศไทย..ไม่มีเรื่องอื่นให้คุยกันเหรอวะ..?..จบจากนี้ผมขอกด ไม่ตามเพจนี้ตลอดไปและเลิกตามรายการตอบโจทย์ และภิญโญตลอดไป..อาเมน..!!"
จะเป็นเทปสุดท้ายที่จะดู รายการคิดได้ยังงัยเอาคนแบบนี้มาออก
มึงไปอยู่ประเทศอื่นเลยไป
ทีอย่างนี้ไม่ยุติการออกอากาศ ทีหนังแรงเงา แม่งไม่ให้ออกอากาศ
“...คุณจะเป็นนักวิชาการ นักการเมือง หรืออะไรก็ตามแต่ กรุณาอย่าเอาความรู้ "อันลึกซึ้ง" ของคุณมาตัดสิน "ความรักความภักดี" ของคนอื่น
...มึงคิดว่าประเทศไทยปกครองระบบเดียวกับอังกิดรึไง ไอ้ชั่ว

ไปเอาคนบ้ามาออกทีวีทำไม
ซึ่งก็มีชาวเน็ตคนหนึ่งโต้ตอบว่า
ใครด่าจานกู?”
ไม่นานก็มีชาวเน็ตอีกราย ตอบข้อสงสัยให้ว่า
คนไทยเขาเทิดทูนสถาบันกันทั้งนั้น หมาเท่านั้นที่นับถืออาจมคนนี้ จบป่ะ

ภาพจาก เพจ "ThaiPBS"

ด้านเวปไซต์ ผู้จัดการ  ก็เล่นข่าวเรื่อง สมศักดิ์ เจียมฯ โผล่ไทยพีบีเอส เรียกร้องยกเลิก ม.112” ซึ่งมีผู้เข้ามาแสดงความเห็นที่ค่อนข้างมีจุดยืนร่วมกัน ดังนี้

ม.112 ไม่มีผลกระทบกับคนที่รักสถาบัน ...ตรรกะง่ายๆ
“...ไอ้ช่องไทยพีบีเอสก็เลวไม่แพ้ไอ้หน้าผี
ใสหัวพวกมรึงไปอยู่แผ่นดินอื่นเลย...อย่างไว้ด้วย
สมศักดิ์ เจียม ไอ้คนนี้ขี้ข้าทักษิณ

แต่ในกระทู้ "ใครเปิด TPBS ตอนนี้บ้าง 22.00น. ดูไอ้อาจารย์สมศักดิ์ พูดรายการตอบโจทย์เรื่องไม่เอาสถาบันหน่อย” ของ พันทิพ ห้องราชดำเนิน  มีการแสดงทัศนะที่แตกต่างออกไป  

และแม้จะมีผู้แสดงความเห็นบางคน ยังเล่นประเด็น เรื่องไม่รักก็ออกไปจากประเทศ หรือด่า สศจ. ว่าหัวหงอก ไม่รักชาติ แต่ที่น่าสนใจ คือ มีความเห็นที่ใช้เหตุผลในการถกเถียง เช่น

เห็นด้วยกับอาจารย์สมศักดิ์ในทุกประเด็นครับ และไม่มองว่าเป็นการริดรอนพระราชอำนาจ อย่าลืมนะครับ Power กับ Accountability เป็นสิ่งคู่กัน

ผมว่าข้อหาล้มเจ้า,หมิ่นฯ,ไปจนถึงข้อหาไม่จงรักภักดี เป็นอะไรที่คลาสสิคมากมายจริงๆ ครอบจักรวาล และ ทรงอานุภาพมากๆ กับการเอา ม.112 มาใช้เป็นเครื่องมือในการประหัตประหารกัน การวิพากษ์วิจารณ์นั้น ผมมองว่ามันต้องดูบริบทของการวิพากษ์วิจารณ์ด้วย ว่าตกลงแล้วอะไรมันคือการ "หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ" หรือว่าเป็นการวิพากษ์วิจารณ์นั้นเป็นไปโดยสุจริตม.112 เป็นเรื่องอ่อนไหวครับ อ่อนไหวมากจนกลายเป็นดาบ 2 คม คมแรกใช้เป็นกำแพงในการป้องกันราชวงศ์จากพวกอยาก "ล้มเจ้า" แต่อีกคมหนึ่งนั้น มันถูกใช้เป็นอาวุธในการ "เช็คบิล" ฝ่ายซ้ายจัดทางการเมือง...

แต่แม้จะมีการแสดงความเห็นอย่างสร้างสรรค์มากเพียงใด ท้ายที่สุด กระทู้นี้ ก็ถูกปิด” ไม่ให้แสดงความเห็น โดยให้เหตุผลว่า

“...อาจทำให้ผู้ไม่หวังเบี่ยงเบนประเด็น โดยแสดงความคิดเห็นพาดพิง หรือสร้างความเข้าใจที่ผิด ต่อสถาบันอันเป็นที่รัก...


ส่วนเพจเฟซบุ๊ค ของคนต้นเรื่อง อย่าง สศจ.-สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล น่าแปลกใจที่แม้จะโดนถล่มบ้าง แต่ก็ไม่มากเท่าที่คิด นอกจากนั้นมีผู้โพสข้อความให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก และหลายข้อความก็โควทเอาประโยคหรือท่อนเด็ดของ สศจ. ในตอบโจทย์ มาโพสในเพจนี้
แต่สิ่งที่ดูจะสร้างความวุ่นวายให้กับ สศจ. มากเป็นพิเศษและมากกว่ากระแสรายการตอบโจทย์ คือ
ประเด็นเรื่อง ทวงคืนผัดกะเพราฯ” คือ สศจ. อ้างว่า มีผู้แอบอ้างเอาชื่อของตน เป็นแอดมินร่วม ทำให้ เพจของสศจ. “http://www.facebook.com/somsakjeam” ถูกแบน 7 วัน 
เนื่องจาก "ละเมิด" กฏของเฟซบุ๊ค จากการที่แกไปโพสต์ผิดระเบียบ คือ โพสต์ ที่เพจ "คัดค้านการทวงคืนข้าวผัดกะเพรา ..." ซึ่งตัว สศจ. เองก็ยังแปลกใจที่ เรื่อง "ข้าวผัดกะเพรา" กลายมาเป็นเรือง "เฮี้ยน" ขนาดนี้ 

เฮี้ยนจนดับกระแส ตอบโจทย์” ของแกขนาดนี้เลย

ภาพจาก เพจ "กู kult"
ยังไม่จบแค่นี้ จากปรากฎการณ์สมศักดิ์ เจียมฯ ปรากฎตัวในฟรีทีวี ยังทำให้เกิดเพจที่ชื่อว่า เอาพระบารมีไปถล่มมัน

ปฏิกิริยาของชาวเน็ตในโลกออนไลน์ จากเพียงแค่ชั่วข้ามคืนที่ รายการ ตอบโจทย์ตอน สมศักดิ์ เจียมฯ ออกอากาศ
แม้ ไทยพีบีเอสจะกล้าเผชิญกับความเสี่ยงในการนำประเด็นเรื่อง สถาบันฯ” มาพูดคุยในพื้นที่สาธารณะ โดยนำเสนอความเห็นจากหลายแง่มุมทั้งจ่ากดร.สุรเกียรติ เสถียรไทย พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร สมศักดิ์  เจียมธีรสกุล และส.ศิวรักษ์
คำถามคือ ถึงจะมีพื้นที่ในการถกเถียง แต่สังคมไทยได้ใช้พื้นที่นั้นอย่างเป็นเหตุเป็นผลแล้วหรือยัง?
ซึ่งถ้าไม่ ความพยายามของทั้งสื่อและนักวิชาการที่ผ่านมา และจาก ตอบโจทย์” ก็ดูจะสูญเปล่าไร้ค่าไป
เพราะวิวาทะในสังคมไทยก็ยังเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากกว่า ความรู้ และเหตุผล

เสวนา ม.112 กรณีสมยศ "การเมือง ความยุติธรรม สถาบันกษัตริย์

Posted by KwamRak on 23.2013 [ TV ] - ติดขอบเวที 0 trackback


http://www.youtube.com/playlist?list=PLXUiR6F5Wfnym8TynCyK8bYkBSBQOrlO8

กลุ่ม24มิถุนาประชาธิปไตย ร่วมกับ ThailandMirror ขอเชิญร่วมเสวนา ม.112 กรณีสมยศ พฤกษาเกษมสุข " การเมือง ความยุติธรรม สถาบันกษัตริย์ ....."13.30-18.00 น.โดย ปิยบุตร แสงกนกกุล ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลวาด รวีประวิตร โรจนพฤกษ์จอม เพชรประดับ --ดำเนินรายการ พร้อมด้วยการแถลงข่าว จาก ครก.112 เวลา 13.00 น. กรณี "รัฐสภาปัดตก ร่างพรบ.ฉบับแก้ไข ม.112"โดย ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร และ วาด รวี ถ่ายทอดสดโดยทีมงานม้าเร็ว speedhorsetv.blogspot.com





เสวนา ม.112 กรณีสมยศ
"การเมือง ความยุติธรรม สถาบันกษัตริย์

17กพ.56(มันส์มาก)

เสวนา ม.112 กรณีสมยศ "การเมือง ความยุติธรรม สถาบันกษัตริย์

กลุ่ม24มิถุนาประชาธิปไตย ร่วมกับ ThailandMirror
วันอาทิตย์ 17 กุมภาพันธ์ 2556

ขอเชิญร่วมเสวนา ม.112 กรณีสมยศ พฤกษาเกษมสุข" การเมือง ความยุติธรรม สถาบันกษัตริย์ ....."
เวลา13.30-18.00 น.
วิทยากรโดย อ.ปิยบุตร แสงกนกกุลดร. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐดร .สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล วาด รวี  คุณประวิตร โรจนพฤกษ์
ดำเนินรายการ โดยคุณจอม เพชรประดับ
พร้อมด้วยการแถลงข่าว จาก ครก.112 เวลา 13.00 น.
กรณี "รัฐสภาปัดตก ร่างพรบ.ฉบับแก้ไข ม.112"
โดย ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร และ วาด รวี 
ถ่ายทอดสดโดยทีมงานม้าเร็ว



17-02-2013>>MP3 เสวนา ม.112"การเมือง ความยุติธรรม สถาบันกษัตริย์ ( ม้วนเดียวจบ)
http://www.mediafire.com/?ibva7phfs8ii9xq
http://www.4shared.com/mp3/5xFNgMxV/Sewana_112_-_17-02-2013_kontha.html

17-2-56ครก.112 แถลงข่าวMP3
http://www.mediafire.com/?lk3qt3p2z0gzk69

17-2-56อ สุธาชัย เสวนา ม.112 MP3
http://www.mediafire.com/?c909d2pzybzsobl

17-2-56วาด รวี เสวนา ม.112 -2 MP3
http://www.mediafire.com/?fveveiv871y0avl

17-2-56ดร.ยุกติ เสวนา ม.112 MP3
http://www.mediafire.com/?aqe1p5s2f2vyrtp

17-2-56อ สมศักดิ์ เสวนา ม 112 MP3
http://www.mediafire.com/?7gppja2rfj82ub1

17-2-56วาด ระวี เสวนา ม 112 MP3
http://www.mediafire.com/?x4r57r7red702b4

17-2-56ประวิตร เสวนา ม 112  MP3
http://www.mediafire.com/?scsvk89017a3phy

17-2-56อ ปิยบุตร เสวนา ม 112 MP3
http://www.mediafire.com/?91ixzolo783rr3e

17-2-56ถาม ตอบ เสวนา ม 112 MP3
http://www.mediafire.com/?t3x112f7nyczegj




22 2 56 ข่าวค่ำDNN กิจกรรมเรียกร้องนิรโทษกรรมนักโทษการเมือง

Posted by KwamRak on 22.2013 [ TV ] - News 0 trackback

เสวนารัฐธรรมนูญ 2550 แก้หรือเก็บ? รศ.ดร.วรเจตน์ ดร.พีรพันธุ์

Posted by KwamRak on 01.2013 [ TV ] - ติดขอบเวที 0 trackback
 

เสวนารัฐธรรมนูญ 2550 แก้หรือเก็บ?

รศ.ดร.วรเจตน์ ดร.พีรพันธุ์


เสวนาหัวข้อ: รัฐธรรมนูญ 2550... แก้ หรือ เก็บ?
วันอังคารที่ 29 มกราคม 2556
ณ ห้องบอลรูม A โรงแรมเดอะ เวสทิน แกรนด์ สุขุมวิท
วิทยากร ดร.พีรพันธุ์ พาลุสุข | นายวิรัตน์ กัลยาศิริ | รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ | ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล 
จอม เพชรประดับ ดำเนินรายการ

ถ่ายทอดสดโดย Prainn Rakthai
ขอบคุณ คุณPrainn Rakthai
โดย Team konthaiuk


30-01-56รัฐธรรมนูญ 2550 แก้ หรือ เก็บ MP3
http://www.mediafire.com/?5q1mqi67uhx6zd0
http://www.4shared.com/mp3/0g-nytIe/30-01-562550___maysa_konthaiuk.html


30-01-56ผลวิจัยวาทกรรมสื่อในการแก้ไข รธน.50MP3

http://www.mediafire.com/?d0kt5zti3kh0d5z
http://www.4shared.com/mp3/fp_AjJ1a/30-01-56_50maysa_konthaiuk.html

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ: เรื่องเหลือเชื่อของศาลกับมาตรา 112

Posted by KwamRak on 26.2013 บทความน่าอ่าน 0 trackback
 เมื่อวันที่ 17 มกราคม ที่ผ่านมา ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาในคดีที่นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในกรณีที่คุณยศวริศถูกกล่าวหาว่า กล่าวถึงสถาบันเบื้องสูงด้วยถ้อยคำไม่เหมาะสม บนเวทีชุมชุมของแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.) ที่เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ เมื่อวันที่ 29 มีนาคม พ.ศ.2553 ในที่สุด ศาลก็ตัดสินว่า คุณยศวริศมีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา จึงให้จำคุก 3 ปี แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์จึงลดโทษ 1 ใน 3 ให้จำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

การตัดสินคดีคุณยศวริศนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นความไม่ชอบธรรมจากศาลอีกครั้งหนึ่ง เหมือนเช่นกรณีที่ฝ่ายคนเสื้อแดงถูกดำเนินการในคดี 112 กรณีอื่น ในที่นี้ จะขอยกใจความตอนสำคัญที่ศาลอ้างในความผิดของคุณยศวริศ ดังนี้

"ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างกันแล้วเห็นว่า การที่จำเลยกล่าวถึง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ทำนองว่า พล.อ.เปรม ไม่ยอมให้ยุบสภาและกล่าวต่อว่า อาจมีเหนือกว่านั้นก็ดี พล.อ.เปรม อาจจะไม่มีอะไร แต่จะมีอะไรอยู่เบื้องหลัง พล.อ.เปรมก็ดี คำว่า “อาจมีเหนือกว่านั้น” และคำว่า “มีอะไรอยู่เบื้องหลัง พล.อ.เปรม” ซึ่งการที่จำเลยกล่าวปราศรัยในลักษณะให้ผู้ฟังเข้าใจว่า พระเจ้าอยู่หัวทรงอยู่เบื้องหลัง พล.อ.เปรม จึงเท่ากับว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงไม่ยินยอมให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีขณะนั้นยุบสภา โดยสั่งการผ่านทาง พล.อ.เปรม จึงเป็นการใส่ความว่า ทรงยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ...ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง"

ในที่นี้คงจะต้องขอแสดงความไม่เห็นด้วยกับคำตัดสิน เพราะจะเห็นได้ว่า คำปราศรัยของคุณยศวริศตามที่ศาลอ้างทั้งหมด ไม่ได้กล่าวถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเลย แต่มุ่งจะโจมตี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ และฝ่ายอำมาตยาธิปไตย ที่เข้ามาแทรกแซงทางการเมือง คำว่า “อาจจะมีเหนือกว่านั้น” คุณยศวริศก็ไม่ได้ระบุว่าคืออะไร เป็นการถูกต้องหรือไม่ที่ศาลจะเป็นผู้ตีความเสียเองว่าหมายถึงอะไร และก็ตัดสินลงโทษตามที่ศาลตีความ กรณีนี้จึงเป็นตัวอย่างอีกครั้งหนึ่งว่า การตีความของศาลนั่นเอง เป็นที่มาของการนำเอาผู้บริสุทธิ์ไปเข้าคุก

กรณีคำตัดสินของศาลในคดี 112 ที่มีปัญหาอย่างมากเกิดขึ้นแล้วตั้งแต่คดีของนายอำพน ตั้งนพคุณ ซึ่งศาลตัดสินในวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2554 เพื่อแย้งในกรณีไม่มีหลักฐานพยานที่จะพิสูจน์ได้เลยว่า คุณอำพนกระทำความผิดตามที่กล่าวหา แต่ศาลก็อธิบายว่า “แต่ก็เพราะเป็นการยากที่โจทก์จะสามารถนำสืบด้วยประจักษ์พยาน เนื่องจากผู้ที่กระทำความผิดที่มีลักษณะร้ายแรงดังกล่าวย่อมจะต้องปกปิดการกระทำของตนมิให้บุคคลอื่นได้ล่วงรู้ ทั้งจะอาศัยโอกาสกระทำเมื่อไม่มีผู้ใดรู้เห็น จึงจำเป็นต้องอาศัยเหตุผลจากพยานพฤติเหตุแวดล้อมกรณีที่โจทก์นำสืบเป็นเครื่องชี้วัดให้เห็นถึงการกระทำและเจตนาซึ่งอยู่ภายใน” ซึ่งถ้าใช้คำตัดสินเช่นนี้เป็นบรรทัดฐาน ต่อไปฝ่ายโจทย์ก็ไม่จำเป็นต้องหาประจักษ์พยานพิสูจน์ว่าจำเลยกระทำความผิดอีกต่อไป เพราะศาลสามารถหาความผิดของจำเลยจากหลักฐานแวดล้อมได้

ลองเปรียบเทียบกับอีกคดีหนึ่ง ที่ศาลพิจารณาตัดสินเมื่อวันที่ 26 กันยายน พ.ศ.2555 ในคดีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ถูกฟ้องว่ากระทำผิดตามมาตรา 112 ทั้งนี้ สืบเนื่องจากการที่คุณสนธิได้กล่าวปราศรัยในเวทีการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ.2551 โดยนำคำปราศรัยของ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมาเผยแพร่ซ้ำ คำตัดสินของศาลเป็นดังนี้

“ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่ายแล้วเห็นว่า การพูดของจำเลยสืบเนื่องมาจากการที่ น.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปะกุล พูดบนเวทีปราศรัยที่ท้องสนามหลวง เป็นการพูดโดยถอดข้อความบางตอนมาสรุปให้ประชาชนฟัง โดยจำเลยเห็นว่า คำพูดของ น.ส.ดารณี เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ และพระราชินี จึงเรียกร้องให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร.ขณะนั้น ให้ดำเนินคดีกับ น.ส.ดารณี จึงเห็นได้ว่าการที่จำเลยสรุปคำพูดของ น.ส.ดารณี เมื่อฟังโดยรวมแล้วเป็นการแสดงให้เห็นว่า จำเลยมีเจตนาที่จะเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีกับน.ส.ดารณี การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการขยายคำพูดของ น.ส.ดารณี อันมีเจตนาโดยตรงเพื่อหมิ่นประมาท หรือดูหมิ่นพระมหากษัตริย์และพระราชินี การกระทำของจำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้อง ให้พิพากษายกฟ้อง”

ที่ยกตัวอย่างคำพิพากษาของศาลในกรณีนี้มา ไม่ได้หมายความว่า ต้องการให้คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ติดคุกในคดีนี้ เพราะไม่ว่าใครจะถูกดำเนินคดีติดคุกตามข้อหาในมาตรา 112 ผมก็ไม่เห็นด้วยทั้งสิ้น ยิ่งคุณดารณีถูกจำคุกโดยไม่เป็นธรรมมาจนถึงขณะนี้ นานกว่า 4 ปีแล้ว การยกกรณีคดีคุณสนธิในที่นี้ เพียงแต่อยากให้ศาลใช้บรรทัดฐานอันผ่อนปรนในลักษณะเดียวกับกรณีคุณสนธิ ยกประโยชน์ให้จำเลยในกรณีอื่นด้วย เพราะการกล่าวหากันด้วยความผิดตามมาตรา 112 ทั้งหมดล้วนเป็นเรื่องการใส่ร้ายป้ายสีกันทางการเมือง ยิ่งกว่านั้น กฎหมายอาญามาตรา 112 ก็เป็นกฎหมายเผด็จการ แก้ไขให้ลงโทษสูงตามคำสั่งคณะรัฐประหารเมื่อ พ.ศ.2519 กฎหมายนี้จึงไม่มีความชอบธรรมแต่อย่างใด

ในที่นี้ยังอยากจะเล่าถึงคดีตามมาตรา 112 อีกกรณีหนึ่ง คือในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2553 นายยุทธภูมิ มาตรนอก อาชีพรับจ้าง ได้ถูกนายธนะวัฒน์ มาตรนอก พี่ชายแท้ของตนเอง แจ้งจับในความผิดข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามมาตรา 112 ต่อมา นายยุทธภูมิได้มามอบตัว และยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิด แต่เกิดจากการกลั่นแกล้งของพี่ชายแท้ๆ โดยได้แสดงหลักฐานเป็นบันทึกการแจ้งความไว้เป็นหลักฐานว่าพี่ชายเคยจะใช้มีดทำร้ายและหนังสือข่มขู่ อย่างไรก็ตาม ศาลก็รับฟ้องคดีนี้ เมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ.2555 และขณะนี้ นายยุทธภูมิถูกขังอยู่ในคุก เพราะศาลไม่ให้ประกันตัว

ในกรณีนี้ จะเห็นได้ว่า กฎหมายอาญามาตรา 112 นั้น กลายเป็นเครื่องมือต่อสู้ช่วงชิงผลประโยชน์กันในครอบครัวแล้ว

ท้ายที่สุดคงต้องขอกล่าวถึง กรณีของ นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ที่ต้องถูกจำคุกมาแล้วนานกว่าปีครึ่ง และ สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ ที่ถูกจำคุกมาแล้ว 2 ปี ทั้งที่เป็นผู้บริสุทธิ์ ในกรณีของคุณสมยศที่ต้องติดคุกก็เพราะศาลริดรอนสิทธิในการประกันตัวนั่นเอง

ถึงเวลาของสังคมไทย ที่จะต้องพิจารณาแก้ไข หรือยกเลิกมาตรา 112 อย่างเป็นจริง

"จดหมายตอบโต้” และ "ตอบจดหมายตอบโต้" หลังสหภาพยุโรปกังวลต่อคำพิพากษา “สมยศ”

Posted by KwamRak on 26.2013 บทความน่าอ่าน 0 trackback
 

การตัดสินจำคุกสมยศ พฤกษาเกษมสุข 10 ปี จากความผิดตามประมวลกฎหมายอ
าญามาตรา 112 เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นที่จับตาและถูกประณามจากองค์กรและประชาคมระหว่างประเทศแล้ว ยังได้เปิดมิติใหม่ให้กับสถิติการจับกุมคุมขังสื่อมวลชน โดยรายงานของคณะกรรมการปกป้องผู้สื่อข่าว (Committee to Protect Journalists – CPJ) ที่รวบรวมตลอด 12 ปีที่ผ่านมา พบว่าไทยซึ่งเป็นเสมือนแม่แบบเสรีภาพสื่อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ไม่เคยมีการจับกุมคุมขังสื่อมวลชน (นักข่าว, บรรณาธิการ) มาก่อน


สาระ+ภาพ สื่อที่ถูกคุมขังในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากปี 2000-2012

คลิกชมภาพขนาดใหญ่

การตัดสินจำคุกสมยศ พฤกษาเกษมสุข 10 ปี จากความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เมื่อวันที่ 23 มกราคมที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นที่จับตาและถูกประณามจากองค์กรและประชาคมระหว่างประเทศแล้ว ยังได้เปิดมิติใหม่ให้กับสถิติการจับกุมคุมขังสื่อมวลชน โดยรายงานของคณะกรรมการปกป้องผู้สื่อข่าว (Committee to Protect Journalists – CPJ) ที่รวบรวมตลอด 12 ปีที่ผ่านมา  พบว่าไทยซึ่งเป็นเสมือนแม่แบบเสรีภาพสื่อในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ไม่เคยมีการคุมขังสื่อมวลชน (นักข่าว, บรรณาธิการ) มาก่อน

ตัวเลขผู้สื่อข่าวและบรรณาธิการที่ถูกจับกุมคุมขังซึ่งเพิ่ม-ลดในแต่ละปี เป็นผลจากการพ้นโทษ และจำกุมคุมขังสื่อรายใหม่ โดยมีหลายกรณีเป็นการติดคุกต่อเนื่อง เช่นกรณีของประเทศพม่า

ปี 2012 พม่าปล่อยตัวนักข่าวที่ถูกคุมขังทั้งหมด และประกาศยกเลิกการตรวจต้นฉบับของสื่อโดยกรมสารสนเทศ เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 2012 หลังจากที่ก่อนหน้านี้คำสั่งตรวจสอบสื่อก่อนตีพิมพ์เผยแพร่ทั้งหมดตั้งแต่หนังสือพิมพ์ เพลง และแม้แต่นิทานในยุคที่คณะทหารปกครองพม่า

ที่มา: รายงาน CPJ https://www.cpj.org/imprisoned/2012.php

http://prachatai.com/journal/2013/01/44899


"จดหมายตอบโต้” และ "ตอบจดหมายตอบโต้"
 หลังสหภาพยุโรปกังวลต่อคำพิพากษา “สมยศ”


มีผู้เขียนจดหมายเปิดผนึกโต้อียู ระบุไทยเป็นชาติเอกราช-มีวัฒนธรรมของตนเอง สหภาพยุโรปอาจจะไม่เข้าใจ พร้อมแนะให้ไปดูแลโรฮิงญาถ้าสนใจเสรีภาพจริงๆ – ขณะที่มีผู้เขียนจดหมายตอบโต้ “จดหมายถึงอียู” เช่นกัน โดยแนะให้ใช้สติ รัชกาลที่ 5 ปฏิรูปประเทศให้อารยะ ขณะที่กฎหมายหมิ่นฯ ผ่านการแก้ไขมาหลายรอบ ยิ่งแก้ยิ่งสร้างปัญหาในการบังคับใช้ ระบุหากต้องการปกป้องสถาบันกษัตริย์ ต้องปกป้องเสรีภาพ

ตามเมื่อวันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา ภายหลังที่ศาลมีคำพิพากษาคดีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข ในข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นเวลา 10 ปี สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยและคณะเอกอัครราชทูตประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อคำพิพากษาดังกล่าว และเรียกร้องให้ไทยกำหนดข้อจำกัดต่อสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานของประชาชนด้วยมาตรการที่เหมาะสม และสอดคล้องกับการรักษาไว้ซึ่งหลักสิทธิมนุษยชนสากลนั้น

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 ม.ค. ผู้ใช้เฟซบุคนามว่า Robert Pattinzon ได้เขียนจดหมายเปิดผนึก จากคนไทยคนหนึ่งถึงสหภาพยุโรปโดยเขียนฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษ เนื้อหาใกล้เคียงกัน และโพสต์รูปประกอบเป็นภาพประชาชนสวมเสื้อสีเหลืองร่วมในพระราชพิธีการเสด็จออกมหาสมาคม 5 ธันวาคม 2555 ฉากหลังเป็นรูปพระที่นั่งอนันตสมาคม พิมพ์ข้อความประกอบภาพว่า "Preserving our beloved Monarchy is the right of the Thai people - not the business of the EU." และ "สิทธิในการปกป้องสถาบันกษัตริย์ของไทย เป็นสิทธิของคนไทย ไม่ใช่สหภาพยุโรป" 

โดยมีรายละเอียดของจดหมายมีดังนี้

จดหมายฉบับที่หนึ่ง
จดหมายเปิดผนึก จากคนไทยคนหนึ่งถึงสหภาพยุโรป

ประเทศไทยเป็นประเทศเอกราช มีวัฒนธรรม
เป็นของตนเอง ซึ่งพวกคุณอาจจะไม่เข้าใจ

เรามีกฏหมายของเรา เรามีขนบประเพณีของเรา
เราให้ความเคารพพระเจ้าอยู่หัวของเรา

การให้ความเคารพต่อกษัตริย์ของเราไม่เหมือน
กับสิ่งที่พวกคุณทำต่อกษัตริย์ของพวกคุณเอง
และไม่ว่าคุณจะทำอะไร เราไม่เคยยุ่ง

คุณความดีที่กษัตริย์ของเรา ที่ทรงงานอย่างหนัก
เพื่อประชาชนของพระองค์นั้น ได้ประจักษ์ชัดและ
รับรู้กันไปทั่วประเทศ

ประชาชนล้วนแต่รักและเทิดทูนกษัตริย์พระองค์นี้
อย่างมาก ภาพประชาชนจำนวนมหาศาลที่ออกมา
ในวันที่ 5 เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดี

มีคนเพียงส่วนน้อย ที่พยายามจะล้มล้างสถาบัน ด้วย
วิธีการให้ข่าว ป้ายสีเรื่องราวต่างๆ นานา

ซึ่งการกระทำแบบนี้ไม่เป็นที่ยอมรับในสังคมไทย

คนไทยไม่มีนิสัยรุกรานใคร ไม่ต่อเรือไปยึดประเทศอื่น
ไม่ล่าอาณานิคม ไม่บังคับข่มเหงคนชาติอื่น

และเราไม่พยายามยัดเยียดความคิด เรื่องเสรีภาพ
ในแบบของตนเองให้กับใคร อย่าเอาคำจำกัดความแคบๆ
ในเรื่องเสรีภาพของคุณมาใช้กับเรา

เพราะคนในประเทศนี้ เราไม่ยอมรับเสรีภาพในการ
หมิ่นประมาทสถาบันอันเป็นที่รักของเรา

ถ้าสหภาพยุโรปสนใจเรื่องเสรีภาพจริงๆ ไม่ใช่แค่สร้าง
ภาพลวงโลกไปวันๆ ช่วยดูแลเสรีภาพในการมีชีวิตอยู่
ของชาวโรฮิงญาในพม่า จะดีกว่าไหม

ด้วยความเคารพ

...............................................................................

Preserving our beloved Monarchy
is the right of the Thai people - not the business of the EU

From one Thai person to the EU:

Thailand is a free country, and has never been colonized by
any other nation. As such, more than any other country in
our region, we have our own distinct culture, much of which
has evolved around our beloved monarchy.

This may be difficult for Europeans to understand: It is our
long-held tradition to pay the utmost respect to our King,
with a type of respect that is unique to Asian cultures.

The way we admire our beloved King in our tradition, is very
different from how Europeans treat their own royalty.

Thai people would never presume to intervene in European
culture and tradition, no matter how foreign they may seem
to us. We ask you for the same respect.

Our beloved King has spent his life working hard for all of his
people, and everyone in the country knows very well the good
that he has done for the Thai people.

This is why Thai people love and respect this King to such a
degree. The pictures shown in the world media on the occasion
of His Majesty’s birthday, showing millions of people walking
out into the streets to celebrate, is the best evidence of the
peoples’ love and admiration for the King.

There is a very small group of people in Thailand that sling mud
on the monarchy in an attempt to bring it down, but this is a small,
though very vocal and militant, minority.

Most Thai people see this as unacceptable, and recognize that
it is only a handful of people that show disrespect in this culturally
unacceptable manner.

Here in Thailand, we do not invade other countries, or make bold
proclamations to condemn those traditions that other cultures
hold dear.

Please give us the same respect, and do not apply your narrow
definitions of freedom to force us to abandon our long-held
traditions and beloved monarchy.

This country will never accept the idea that it is an acceptable freedom
to show disrespect to the King in such outrageous ways.

If the EU is really interested in freedom—not just in creating an
impression to show the world—pay attention instead to the Rohingya
in Burma rather than this unwelcome intrusion into Thailand’s traditions.

 

With all respect,

เขียนฉบับภาษาไทยโดย - Robert Pattinzon
แปลฉบับภาษาอังกฤษโดย - เจริญขวัญ บลาฮาสสกี้

 

000

ต่อมาผู้ใช้ชื่อว่า Rood Thanarak เขียนจดหมายเปิดผนึก "### จดหมายเปิดผนึก จากคนไทย “อีกคนหนึ่ง” ### ถึงสหภาพยุโรป" เพื่อตอบโต้ โดยโพสต์ภาพประกอบจดหมายเป็นรูปนกสีขาวบินข้ามลวดหนาม พื้นหลังสีน้ำเงิน พิมพ์ข้อความว่า "หากท่านต้องการรักษาและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ท่านต้องปกป้องเสรีภาพ" และ "To protect and defend the Thai Monarchy, you must defend freedom."

โดยจดหมายมีการเขียนทั้งในส่วนที่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ แต่มีเนื้อหาต่างกันอยู่บ้าง โดยทั้งหมดมีรายละเอียดดังนี้่

### จดหมายเปิดผนึก จากคนไทย “อีกคนหนึ่ง” ###
ถึงสหภาพยุโรป

ผมขออภัยที่เขียนจดหมายฉบับนี้มารบกวนเวลาของท่าน แต่หลังจากอ่านจดหมายฉบับหนึ่งที่เพื่อนร่วมชาติของผมเขียนขึ้นแล้ว พบว่ามีความคาดเคลื่อนอยู่มากไม่อยากให้ท่านและคนอื่นๆเข้าใจเราผิด

ผมอยากให้ท่านเข้าใจว่า ไม่ใช่คนไทยทุกคนจะมีสติปัญญาและความรู้อย่างที่ควรมี คนไทยหลายคนไม่รู้ว่ากลุ่มประเทศของท่านล้มลุกคลุกคลานผ่านประวัติศาสตร์มาอย่างไรบ้าง เขาไม่รู้ว่ากว่าจะมีสถาบันกษัตริย์ที่ยืนยาวสง่างามในประเทศได้นั้น ต้องมีเงื่อนไขใดเป็นองค์ประกอบ

ในแง่พระเกียรติยศ -- พวกเขาไม่เข้าใจว่าการลงโทษผู้คนอย่างรุนแรง การบิดเบือนบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรม การกล่าวอ้างสถาบันฯเพื่อหวังผลทางการเมืองของกลุ่มตน ไม่ว่าฝ่ายใดเป็นผู้กระทำ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อชื่อเสียงของประเทศในสังคมโลก

พวกเขาไม่ยอมรับรู้ว่าสังคมโลกวิพากษ์วิจารณ์พวกเราอย่างไร เพราะหากพวกเขาใช้ “สติ”กันสักนิด ก็จะเข้าใจได้ไม่ยากว่าการทำเช่นนี้ ไม่เป็นผลดีต่อพระเกียรติยศของสถาบันฯ อันเป็นที่รักของชาวไทยเลยจริงๆ

ในแง่ระบบกฎหมาย -- เพื่อนร่วมชาติของผมไม่รู้จักประวัติศาสตร์ประเทศตัวเอง พวกเขาไม่รู้ว่าในหลวงรัชกาลที่ 5 ทรงปฏิรูปกฎหมายมานานแล้ว พระองค์พัฒนาระบบกฎหมายไทยให้มีความเป็นสากล เที่ยงธรรม เป็นอารยะ เพราะด้วยพระปรีชาสามารถมองการณ์ไกลทำให้ทรงทราบดีว่าความเป็นอารยะนั้นสำคัญต่อการอยู่ในสังคมโลก

เพื่อนร่วมชาติของผมด้อยความรู้ จึงไม่ทราบว่ากฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นผ่านการแก้ไขมาหลายครั้ง และทุกครั้งที่ถูกแก้ไข ก็สร้างปัญหาใหม่ขึ้น ขยายขอบเขตมากขึ้น และสร้างปัญหาในการบังคับใช้มากมาย

ในแง่เสรีภาพ -- เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เพื่อนคนไทยของผมบางกลุ่มขาดความรู้ความเข้าใจ ไม่อาจแยกแยะได้ว่าเสรีภาพและการหมิ่นประมาทพระเกียรติยศของพระประมุขนั้นเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง

เสรีภาพนั้นเป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการพัฒนาสังคม เป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยทำนุบำรุงพระเกียรติยศของสถาบันกษัตริย์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ในทางกลับกัน ผมไม่เคยได้ยินใครเรียกร้องหาเสรีภาพในการดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ ความเคลื่อนไหวในเมืองไทย ณ ขณะนี้เป็นเพียงเพื่อปฏิรูประบบกฎหมายให้ดีขึ้น เป็นอารยะมากขึ้น ซึ่งหากเพื่อนคนไทยของผมจะติดตามข่าวสารด้วยสติปัญญาที่เปิดกว้างอยู่บ้าง ก็น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก

ผมเชื่อว่าท่านทราบดีว่าความเห็นของคนหนึ่งคน ไม่ใช่อาจเหมารวมเป็นความเห็นของคนทุกคนได้ ผมจึงไม่บังอาจไปอ้างว่าความเห็นของผมคือความเห็นของเพื่อนคนไทยทุกคน และด้วยเหตุนี้ ผมจึงเชื่อว่าการมีเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสมบูรณ์เท่านั้น ที่จะเป็นกลไกช่วยสะท้อนภาพความคิดเห็นของผู้คนในสังคมไทยได้อย่างแท้จริง

สุดท้าย ผมขอขอบคุณในแถลงการณ์ของท่าน ขอบคุณน้ำใจไมตรีที่หยิบยื่นให้ผ่านคำตักเตือนถึงปัญหาที่ใหญ่และลึกซึ้งในสังคมของเรา ผมหวังว่าประเทศของผมจะทำในสิ่งเดียวกันแก่ท่านเมื่อมีโอกาส เพราะเราคนไทยเชื่อกันว่าการยื่นคำตำหนิติเตือนให้แก่กันในยามที่จำเป็นนั้น เป็นสิ่งมีค่าที่ผู้เป็นกัลยาณมิตรพึงกระทำต่อกันด้วยความจริงใจ

 

### An open letter from “another Thai citizen” ###
To the European Union Delegation to Thailand:

My fellow Thai citizen has recently wrote an open letter to you regarding his/her opinion on the Delegation's position on Somyot Pruksakasemsuk's case. The letter contains a number of inaccuracies that I wish to take this opportunity to clarify to you, as well as to the concerned observers of Thai politics.

I beg for your understanding that not all educated Thais are educated. Not all Thais have the knowledge and judgment that are worthy of being a global citizen in our time. Many Thais do not understand the tumultuous history that has shaped the European foundations of human rights, or how European sovereign states and their institutions are established and preserved. Many Thais do not know the social factors contributing to the rise and decline of the institution of monarchy.

*** With regard to the preservation of the Monarchy, many Thais do not understand that civilized legal system and legal principles are the basic requirements to defend their beloved Institution. The harsh punishment, manipulation of legal process, and the exploitation of the Monarchy for political agendas, regardless of the perpetrator, is damaging the Monarchy, as well as Thailand's reputation.

They do not acknowledge the fact that the world is criticizing them. Had they use their inner voice of reason and conscience, it would have been clear to them that they are not acting in the best interest of the Thai Monarchy.

*** With regard to the legal system, not only that many Thais do not know the history of the EU, they also do not know their own history. They do not know that the King Rama V of Siam (1853-1910), for his exceptionally keen vision of the changes in his era, has ordered a complete modernization of Siam's archaic legal system. The modernization guarantees an equal access to justice that follows the standard of the “civilized world”, in order for Thailand to become “civilized” - for the Thai nation to gain the respect and acceptance from outside world. This has led to cancellation of the extraterritoriality of Britain and other European powers in Thailand in 1938.

For their lack of knowledge of their own history, my fellow Thai citizens do not realize that the present form of the Thai lese majesty law has been amended for a number of times. Each of the amendment has allowed a successively wider range of interpretations on what constitutes a lese majesty, resulting in complications of enforcement and in infringement of the freedom of expression.

*** With regard to freedom and human rights, many of my fellow citizens regrettably do not understand the fundamental differences between freedom of expression and defamation of Monarchy.

Freedom is a fundamental requirement for society, an important foundation upon which we can protect and defend our Monarchy from both domestic and foreign threats. There is no such thing as a call for freedom to defame the Monarchy in Thailand. The present movement in Thailand is solely to call for modernization of the lese majesty law to be more proportional, fair, transparent, and civil. If my fellow citizen has followed the recent developments with open mind and tolerance, this would have been an intuitive call.

I sincerely hope that you will understand that the embarrassing opinion of my fellow citizen does not represent the general sentiment within the country. Likewise, I dare not claim that opinion in this letter is shared by the Thai population as a whole. Therefore, I believe that only the law that permits freedom of expression will allow the full spectrum of thought to be represented equally.

Lastly, I thank you for your declaration, for your friendship and concern in Thailand's deep and fundamental problems. I hope that our nation will one day have the opportunity to reciprocate, because it is in our culture that sincere and constructive criticism is an expression of true friendship



ศาลอาญารัชดา อ่านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในกรณีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และเอกชัย หงษ์กังวาล ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าม.112 ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยศาลอาญาได้อ่านคำวินิจฉัยจากศาลรัฐธรรมนูญว่า ม.112 ไม่ได้ขัดต่อรัฐธรรมนูญในมาตราที่ว่าด้วยการคุ้มครองเสรีภาพประชาชน โดยผู้พิพากษาอ่านคำวินิจฉัยว่า กม.หมิ่นฯ มิได้ขัดเนื่องจากประชาชนสามารถใช้สิทธิเสรีภาพตามรธน. ได้ ตราบใดที่อยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและภายใต้กฎหมาย และระบุว่ากม. หมิ่นฯ จำเป็นต้องมีเพื่อคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์เนื่องจากเป็นสถาบันหลักของชาติซึ่งประชาชนให้ความเคารพและนับถืออย่างสูง และเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงของชาติ ส่วนคำพิพากษาในข้อหาม.112 จะอ่านในวันที่ 23 ม.ค. 56







รายงานพิเศษ เปิดเผยความรู้สึกสมยศ หลังต้องโทษจำคุก 10 ปี

Posted by KwamRak on 25.2013 [ TV ] - สารคดี 0 trackback
 

รายงานพิเศษ เปิดเผยความรู้สึกสมยศ หลังต้องโทษจำคุก 10 ปี

นิติราษฎร์ ร่าง รธน.ว่าด้วยนิรโทษกรรมฯ

Posted by KwamRak on 20.2013 Download 0 trackback
 นิติราษฎร์ ร่าง รธน.ว่าด้วยนิรโทษกรรมฯ
http://www.mediafire.com/?od6c3ckxai7qqom

นิติราษฎร์.."วรเจตน์" ... นิรโทษใคร?

Posted by KwamRak on 18.2013 [ TV ] - บันทึกเทป 0 trackback


คมชัดลึก ดำเนินรายการโดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ แขกร่วมรายการ รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ คณะนิติราษฎร์ อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ติดตามคมชัดลึกย้อนหลังได้ที่ www.nationchannel.com หรือ www.youtube.com เสนอแนะ ติ-ชมได้ที่ facebook : รายการคมชัดลึก www.facebook.com หรือ ทวิตเตอร์ twitter.com หรือ E-mail : komchadluek_tv@hotmail.com






นิติราษฎร์...นิรโทษใคร?
คมชัดลึกตอน นิติราษฎร์...นิรโทษใคร? ดำเนินรายการโดย จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์ แขกร่วมรายการ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม - รศ.มานิตย์ จุมปา นิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย - ดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ติดตามคมชัดลึกย้อนหลังได้ที่ www.nationchannel.com หรือ www.youtube.com เสนอแนะ ติ-ชมได้ที่ facebook : รายการคมชัดลึก www.facebook.com หรือ ทวิตเตอร์ twitter.com หรือ E-mail : komchadluek_tv@hotmail.com

นิติราษฏร์ นิรโทษใคร คมชัดลึก 14 1 56

Posted by KwamRak on 15.2013 [ TV ] - บันทึกเทป 0 trackback
 

นิติราษฏร์ นิรโทษใคร คมชัดลึก 14 1 56

ด่วน !!! ศาล สั่งปิดเว็บไซต์ นิติราษฏร์

Posted by KwamRak on 15.2013 กระจายข่าว 0 trackback
 

ด่วน !!! ศาล สั่งปิดเว็บไซต์ นิติราษฏร์

เป็นที่ยุติ 100% แล้วว่า การปิดกั้น ประกาศคณะราษฎร ในเว็บไซต์นิติราษฎร์ เกิดขึ้นตามคำสั่งศาล แน่นอน
http://thaienews.blogspot.tw/2013/01/100.html

14 มกราคม 2556
Sawatree Suksri

เรียนทุกท่าน เอาเป็นว่าเบื้องต้น เป็นที่ยุติ 100% แล้วว่า การปิดกั้น ประกาศคณะราษฎร ในเว็บไซต์นิติราษฎร์ เกิดขึ้นตามคำสั่งศาล แน่นอน (มาตรา 20 พรบ. คอมฯ) จากนี้ก็แค่ไปรับสำเนาคำสั่งนั้นมา แล้วค่อยจัดต่อจัดเต็ม !

 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง"ด่วน" นิติราษฎร์เตรียมแอคชั่นประท้วง "ICT บล๊อคคำประกาศคณะราษฎร"http://thaienews.blogspot.fi/2012/12/ict.html

คณะนิติราษฏร์เสวนา ร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยนิรโทษกรรม

Posted by KwamRak on 14.2013 [ TV ] - ติดขอบเวที 0 trackback
 

คณะนิติราษฏร์เสวนา ร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยนิรโทษกรรม

วันที่ 13 มกราคม2556

เรื่อง ร่างรัฐธรรมนูญว่าด้วยนิรโทษกรรมและการขจัดความขัดแย้ง
วันอาทิตย์ที่ ๑๓ มกราคม พ.ศ.๒๕๕๖ เวลา ๑๔.๐๐ น.
ณ ห้องจิตติ ติงศภัทิย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
คณะนิติราษฎร์ : นิติศาสตร์เพื่อราษฎร จัดแถลงข้อเสนอทางวิชาการ
ถ่ายทอดสดโดย thaivoice.org


ขอบคุณ คุณBlakcat TomBlakcat Tom
โดย Team konthaiuk



MP3
ช่วงแรก (ขาดตั้งแต่ช่วงอาจารย์หวาน เป็นต้นไป)
http://www.mediafire.com/?axciglwinh7ke85
http://www.4shared.com/mp3/F5O1mMCY/13-01-13___maysa_konthaiuk.html

13-01-2013>>> อ วรเจนต์                   
http://www.mediafire.com/?d0qahfu6vci78z9

13-01-2013>>> อ ปิยะบุตร                 
http://www.mediafire.com/?mf4tplfiz4crqk1

13-01-2013>>> ถามมาตอบไป           
http://www.mediafire.com/?rstw6kazjpzkfc8

13-01-2013>>> ปฏิญญาหน้าศาล นัดชุมนุมใหญ่ 29มคนี้ 
http://www.mediafire.com/?rzd1piav45bnytr

ประกาศนิติราษฎร์ ฉบับที่ ๔๑ (วรเจตน์ ภาคีรัตน์)

Posted by KwamRak on 07.2013 บทความน่าอ่าน 0 trackback
 

ประกาศนิติราษฎร์ ฉบับที่ ๔๑ (วรเจตน์ ภาคีรัตน์)

ทีมา http://www.enlightened-jurists.com/blog/76



ประกาศนิติราษฎร์ ฉบับที่ ๔๑ (วรเจตน์ ภาคีรัตน์)
ภารกิจคณะนิติราษฎร์ใน พ.ศ. ๒๕๕๖


โดยที่มีผู้สอบถามถึงกิจกรรมทางวิชาการของคณะนิติราษฎร์ : นิติศาสตร์เพื่อราษฎร ที่จะดำเนินการต่อไปใน พ.ศ.๒๕๕๖ ตลอดจนสอบถามถึงความคืบหน้าของการรณรงค์แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ และการดำเนินการตามแนวทางการตรากฎหมายเพื่อขจัดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นใน สังคมอย่างเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายภายหลังจากการแย่งชิงอำนาจรัฐเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ตามที่ได้เคยประกาศไว้ในประกาศนิติราษฎร์ฉบับที่ ๓๔ (๒๕ เมษายน ๒๕๕๕) ในโอกาสขึ้นปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๕๖ นี้ คณะนิติราษฎร์ขอชี้แจงถึงภารกิจและกิจกรรมที่จะดำเนินการต่อไป ดังนี้

          ๑. การรณรงค์และรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ตามข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ โดยคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา ๑๑๒ (ครก.๑๑๒) นั้น ได้ผ่านพ้นจากขั้นตอนการรณรงค์รวบรมรายชื่อประชาชนไปสู่การเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปยังประธานรัฐสภาแล้ว เมื่อกลางปี ๒๕๕๕ ต่อมาในราวเดือนตุลาคม ๒๕๕๕ ประธานรัฐสภา (นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์) ได้ปฏิเสธไม่บรรจุร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุม โดยอ้างว่าร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ไม่เป็นร่างพระราชบัญญัติตามที่กำหนดในหมวด ๓  (สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย) และหมวด ๕ (แนวนโยบายแห่งรัฐ) ของรัฐธรรมนูญ ทั้งๆที่กรณีเป็นที่ประจักษ์ชัดว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๒๒ ซึ่งกำหนดโทษในทางอาญานั้น เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในร่างกายและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของบุคคลซึ่งเป็นเสรีภาพที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ การปฏิเสธไม่บรรจุร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเข้าสู่วาระการประชุม จึงเป็นการปฏิเสธที่ไม่ชอบด้วยเหตุผล หลังจากทราบการปฏิเสธแล้ว ครก.๑๑๒ (ซึ่งประกอบไปด้วยบุคคลหลายฝ่ายรวมทั้งคณะนิติราษฎร์) ได้พยายามประสานเพื่อเสนอความเห็นให้ประธานรัฐสภาทบทวนการวินิจฉัย แต่ไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นในเดือนมกราคม ๒๕๕๖ นี้ ครก.๑๑๒ จะได้โต้แย้งคำสั่งของประธานรัฐสภา (นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์) เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้มีการทบทวนคำสั่งดังกล่าว หลังจากนั้นจะดำเนินการตามช่องทางในทางกฎหมายต่อไปจนสุดหนทาง

ในระหว่างนี้ หากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่ายี่สิบคนหรือคณะรัฐมนตรีเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว อันเป็นปัญหาที่นานาชาติตลอดจนองค์การระหว่างประเทศให้ความสนใจ และประสงค์จะปฏิรูปประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ให้ได้ในระดับที่นานาอารยประเทศพอที่จะยอมรับนับถือได้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือคณะรัฐมนตรีอาจพิจารณาเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ตามข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์หรือข้อเสนอของคณะกรรมการบางคณะที่รัฐบาลได้ตั้งขึ้น (เช่น คอป.) เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาตามวิถีทางประชาธิปไตยก็ได้ การดำเนินการในลักษณะดังกล่าวจะเป็นการช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการมีคำสั่งของ ประธานรัฐสภา (นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์) ที่ไม่บรรจุร่างกฎหมายที่ประชาชนร่วมกันเข้าชื่อโดยถูกต้องทุกประการตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายเข้าสู่วาระการประชุมของรัฐสภาได้อีกทางหนึ่ง

ในส่วนของประชาชนที่ร่วมลงชื่อ ตลอดจนเครือข่ายกลุ่มกิจกรรมต่างๆที่เห็นว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ มีปัญหาทั้งในแง่อุดมการณ์เบื้องหลังตัวบท ปัญหาในระดับตัวบท และปัญหาในการบังคับใช้ หากจะจัดกิจกรรมในรูปแบบต่างๆต่อไป เท่าที่มีกำลังจะทำได้ เพื่อขยายแนวความคิดให้แพร่ไปในหมู่ประชาชนในวงกว้าง ให้เข้าใจปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างถูกต้อง พ้นจากการบิดเบือนให้ร้ายของสื่อมวลชน องค์กรและกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองที่แสวงหาประโยชน์จากการดำรงอยู่ของบทบัญญัติมาตรานี้ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการแก้ไขบทบัญญัติมาตรานี้ในอนาคต

๒. สำหรับการดำเนินการตามแนวทางการตรากฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมและการขจัดความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมอย่างเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายภายหลังจากการแย่งชิงอำนาจรัฐเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ นั้น ขณะนี้คณะนิติราษฎร์ได้ยกร่างรัฐธรรมนูญหมวดว่าด้วยนิรโทษกรรมและการขจัดความขัดแย้ง  เสร็จสิ้นแล้ว และได้ประกาศเผยแพร่ต่อสาธารณชนพร้อมกับประกาศนิติราษฎร์ฉบับนี้ เนื้อหาสาระหลักของร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวเป็นไปตามประกาศนิติราษฎร์ฉบับที่ ๓๔  ทั้งนี้โดยคณะนิติราษฎร์ได้กำหนดรายละเอียดของเนื้อหาบางประการเพิ่มเติม อนึ่ง กฎหมายนิรโทษกรรมและการขจัดความขัดแย้งตามข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์ คณะนิติราษฎร์เลือกที่จะเสนอในรูปของร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ไม่ใช่ร่างพระราชบัญญัติ เพื่อป้องกันปัญหากรณีร่างพระราชบัญญัติขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ โดยในร่างรัฐธรรมนูญที่เสนอนี้ไม่มีการนิรโทษกรรมให้แก่บรรดาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์การชุมนุมประท้วงตลอดจนการสลายการชุมนุมทุกเหตุการณ์ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เป็นต้นมา ให้มีการนิรโทษกรรมแก่ผู้เข้าร่วมการประท้วงและชุมนุมทางการเมืองตามเงื่อนไขที่รัฐธรรมนูญกำหนด ทั้งนี้เท่าที่ไม่ขัดกับพันธกรณีระหว่างประเทศ ให้มีคณะกรรมการขจัดความขัดแย้งจำนวน ๕ คน ซึ่งประธานรัฐสภาแต่งตั้งจากบุคคลที่ได้รับเลือกจากองค์กรต่างๆตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้คำวินิจฉัยของคณะกรรมการขจัดความขัดแย้งมีผลผูกพันองค์กรของรัฐทุกองค์กร และไม่อาจเป็นวัตถุแห่งการพิจารณาขององค์กรตุลาการหรือองค์กรอื่นใด นอกจากนี้คณะนิติราษฎร์ยังกำหนดให้รัฐสภาเป็นผู้ทรงไว้ซึ่งสิทธิเด็ดขาดในการตีความบทบัญญัติในหมวดว่าด้วยนิรโทษกรรมและการขจัดความขัดแย้งด้วย

ร่างรัฐธรรมนูญหมวดว่าด้วยนิรโทษกรรมและการขจัดความขัดแย้งตามข้อเสนอของคณะนิติราษฎร์นี้ เมื่อได้เผยแพร่ต่อสาธารณะแล้ว ย่อมถือเป็นสมบัติของสาธารณะที่อาจจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ เสนอแนะตลอดจนปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น คณะนิติราษฎร์ไม่สงวนสิทธิที่กลุ่มบุคคลหรือคณะบุคคลใดจะนำร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวไปรณรงค์เคลื่อนไหวตลอดจนผลักดันให้เกิดผลเป็นตัวบทกฎหมายที่มีผลใช้บังคับได้จริงในบ้านเมือง เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายต่อไป

๓. ในส่วนของกิจกรรมทางวิชาการของคณะนิติราษฎร์นั้น แม้ว่าคณะนิติราษฎร์ซึ่งประกอบไปด้วยอาจารย์ประจำของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จำนวน ๗ คน จะไม่เคยได้รับค่าตอบแทนจากบุคคลใดในการดำเนินกิจกรรมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา และทั้งๆที่คณะนิติราษฎร์หวังเพียงการแสดงออกซึ่งความรู้ในทางวิชาการที่ได้ร่ำเรียนมาเสนอประเด็นต่างๆเข้าสู่พื้นที่สาธารณะอย่างเปิดเผย และตรงไปตรงมา (นอกเหนือไปจากงานวิชาการประจำไม่ว่าจะเป็นการสอน การวิจัย การผลิตตำราตลอดจนบทความ) แต่นับแต่กลางปี พ.ศ.๒๕๕๕ เป็นต้นมา คณะนิติราษฎร์ประสบกับอุปสรรคในการขอใช้สถานที่ของคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตลอดจนคณะบางคณะในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มากขึ้นเป็นลำดับ จนไม่อาจจัดกิจกรรมทางวิชาการตามที่ได้ตั้งใจไว้อย่างต่อเนื่องได้ อย่างไรก็ตาม ใน พ.ศ. ๒๕๕๖ นี้ คณะนิติราษฎร์ยังคงตั้งใจจะจัดกิจกรรมทางวิชาการต่อไปเท่าที่กำลังและเหตุปัจจัยต่างๆจะอำนวย โดยจะพยายามฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆไปให้ได้ กิจกรรมหลักที่คณะนิติราษฎร์จะดำเนินการต่อไปนั้น ก็คือ การศึกษาและยกร่างรัฐธรรมนูญต้นแบบที่มีการจัดดุลอำนาจของสถาบันการเมืองและองค์กรทางรัฐธรรมนูญโดยถูกต้องตามหลักประชาธิปไตยและหลักนิติรัฐ การประกันสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ตลอดจนการลบล้างผลพวงรัฐประหาร นอกจากนี้คณะนิติราษฎร์จะพยายามจัดทำเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับการบังคับใช้ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ตลอดจนการวิเคราะห์คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญทั้งคำวินิจฉัยกลางและคำวินิจฉัยส่วนตนเกี่ยวกับการวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ ออกเผยแพร่ต่อสาธารณะ และหากมีความจำเป็นที่จะต้องแสดงทัศนะทางวิชาการต่อการบังคับใช้กฎหมายขององค์กรของรัฐในสถานการณ์ต่างๆ คณะนิติราษฎร์ก็จะพยายามหาช่องทางในการสื่อสารต่อสาธารณะต่อไป

คณะนิติราษฎร์ขอเรียนให้สาธารณชนทราบว่า จนถึงขณะนี้คณะนิติราษฎร์ยังไม่ประสงค์จะรับการบริจาคหรือการสนับสนุนทางทุนทรัพย์จากบุคคลใด เนื่องจากการดำเนินกิจกรรมทางวิชาการเท่าที่ผ่านมาเป็นกิจกรรมเล็กๆที่ยังอยู่ในกำลังซึ่งสมาชิกคณะนิติราษฎร์จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆเองได้ ขอให้ประชาชนทั้งหลายอย่าได้หลงเชื่อการแอบอ้างชื่อคณะนิติราษฎร์เพื่อขอรับเงินบริจาคสนับสนุนการทำกิจกรรมของคณะนิติราษฎร์ คณะนิติราษฎร์มุ่งหวังให้การดำเนินกิจกรรมทางวิชาการที่กระทำนั้น เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ท้าทายต่อการบิดเบือนให้ร้ายจากสื่อมวลชน กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองตลอดจนนักวิชาการบางส่วนที่มีจิตเป็นอกุศล หากเมื่อใดคณะนิติราษฎร์พิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องขอความช่วยเหลือทางการเงินจากสาธารณะ คณะนิติราษฎร์จะประกาศให้ทราบอย่างเปิดเผย และจะดำเนินการทุกอย่างให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ความมุ่งหมายของคณะนิติราษฎร์ในการดำเนินกิจกรรมทางวิชาการซึ่งในบางเรื่องมีอิทธิพลส่งผลกระทบในทางการเมืองอยู่บ้างนั้น ก็เพื่อทำให้วิชานิติศาสตร์อันเป็นวิชาที่สมาชิกคณะนิติราษฎร์ร่ำเรียนมาเป็น “นิติศาสตร์เพื่อราษฎร” และด้วยความหวังที่ว่าคณะนิติราษฎร์จะเป็นฟันเฟืองเล็กๆตัวหนึ่งในการผลักดันให้ประเทศของเราเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นนิติรัฐอย่างแท้จริง

                                                   ๗ มกราคม ๒๕๕๖

จาก อ.วรเจตน์ ถึงรัฐบาล: เลิกคิดเรื่องลงประชามติ-ปลดล็อกศาล รธน. ก่อน

Posted by KwamRak on 07.2013 [ TV ] - บันทึกเทป 0 trackback
 

จาก อ.วรเจตน์ ถึงรัฐบาล: เลิกคิดเรื่องลงประชามติ-ปลดล็อกศาล รธน. ก่อน

จาก วรเจตน์ ถึงรัฐบาล: เลิกคิดเรื่องลงประชามติ-ปลดล็อกศาล รธน. ก่อน

Thu, 2013-01-03 21:15
http://prachatai.com

บทสนทนาส่งท้ายปีเก่าและรับกระแสลงประชามติในปีใหม่ กับ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ โดยใบตองแห้ง, บ.ก.ฟ้าเดียวกัน และบ.ก.ข่าวประชาไท ชี้ข้อจำกัดทางกฎหมายของการลงประชามติแก้ รธน. พร้อมตั้งคำถามสำคัญถึงรัฐบาล เป้าหมายเชิงโครงสร้างของรัฐบาลคืออะไร

เหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญของปี 2555 ก็คือการยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเข้าสู่สภา โดยพรรคร่วมรัฐบาลในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ก็ต้องสะดุดลงเมื่อเดินมาถึงการโหวตวาระสาม เมื่อมีผู้นำเรื่องไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตีความว่า การกระทำของพรรคร่วมรัฐบาลนั้นเป็นการกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่

แม้นักกฎหมายมหาชนจำนวนไม่น้อยออกมาแย้งว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจในการวินิจฉัยคำร้อง แต่ศาลก็รับคำร้องไว้พิจารณา และมีคำวินิจฉัยที่ชวนสงสัยออกมาเมื่อวันที่ 13 ก.ค. 2555 โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่ามีอำนาจวินิจฉัยคำร้อง ตามมาตรา 68 วรรค 2  และวินิจฉัยว่าการกระทำของพรรคร่วมรัฐบาลไม่เป็นการกระทำที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่ห้ามแก้ รธน. ทั้งฉบับ ต้องประชามติก่อน พร้อมเสนอว่า “ควร” จะให้มีการลงประชามติ

ถ้าจำกันได้ ในช่วงเวลานั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่ชัดเจนถึงผลบังคับ แต่ที่แน่ๆ ในทางการเมือง ชี้ให้เห็นว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายที่พรรคไทยรักไทยใช้หาเสียงเลือกตั้งกับประชาชนไว้นั้น ส่อแววว่าจะพบกับอุปสรรคขวากหนามโดยมีศาลรัฐธรรมนูญเป็นก้างชิ้นใหญ่

ปลายปี กระแสการลงประชามติแก้รัฐธรรมนูญกระหึ่มขึ้นมาจากฟากรัฐบาล ขณะที่ผู้นำฝ่ายค้านไปปราศรัยกับประชาชนเริ่มรณรงค์แต่ไก่โห่ให้นอนหลับทับสิทธิลงประชามติ เนื่องจากข้อกำหนดการลงประชามติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 นั้นกำหนดให้ต้องมีประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกมาลงคะแนนเกินกว่ากึ่งหนึ่ง และเสียงโหวตเห็นด้วยต้องเกินกว่ากึ่งหนึ่งของประชาชนที่ออกมาลงประชามติ

ขวากหนามกองใหญ่ก็ปรากฏให้เห็นอีกครั้ง ประชาไทสนทนากับวรเจตน์ ภาคีรัตน์ เพื่อถามความเห็นของเขาในเรื่องนี้ รวมไปถึงท่าทีของรัฐบาลต่อการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งเขาเห็นว่า รัฐบาลนี้หวาดกลัวมากเกินไป

ผู้ร่วมสนทนาในครั้งนี้ ประกอบด้วย ใบตองแห้ง คอลัมนิสต์ผู้มีลีลาเฉพาะตัว, ธนาพล อิ๋วสกุล บ.ก.นิตยสารฟ้าเดียวกัน และพิณผกา งามสม บรรณาธิการข่าวประชาไท

03-01-2013>>>อ.วรเจตน์ ถึงรัฐบาล: เลิกคิดเรื่องลงประชามติ-ปลดล็อกศาล รธน. ก่อน
http://www.mediafire.com/?414gmcgftubtq4p

"สมยศ พฤกษาเกษมสุข" ยืนยันจุดยืน เรียกร้องเสรีภาพ ไม่มีทางเลือกอื่น ถึงตายก็ยอม

Posted by KwamRak on 07.2013 [ TV ] - News 0 trackback
 "สมยศ พฤกษาเกษมสุข" ยืนยันจุดยืน เรียกร้องเสรีภาพ ไม่มีทางเลือกอื่น ถึงตายก็ยอม

เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร 4 ม.ค.56 - "สมยศ พฤกษาเกษมสุข" ยืนยันยอมถูกกักขัง เพียงร่างกาย และจะไม่ยอมรับสารภาพโดยที่ไม่ผิด เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็จะตกอยู่ในกรงขังมโนธรรม ไปตลอดชีวิต

นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข กล่าวถึงกรณีที่จะมีการนัดพร้อมฟังคำพิพากษาในวันพุธที่ 23 มกราคม 2556 ว่าในทางกฎหมายหรือเหตุผลแล้วจะชนะคดีอย่างแน่นอน ซึ่งคาดว่าคดีน่าจะสรุป เป็นกระทำการโดยประมาทเลินเล่อ อาจได้รับการปล่อยตัว หรือไม่ก็รอลงอาญา

นอกจากนั้น กระแสสังคมยังให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นองค์การสหประชาชาติ สำนักงานสิทธิมนุษยชน องค์การนิรโทษกรรมสากล ที่เห็นว่ากรณีของตนเป็นเรื่องการละเมิดสิทธิเสรีภาพ หากศาลไทยกล้าฝืนกระแสเรียกร้องขององค์กรสากลต่าง ๆ ก็จะไม่เป็นผลดีต่อสถาบันอย่างแน่นอน

นายสมยศ ยังกล่าวถึงกรณีการรณรงค์ให้ยกเลิกหรือแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เชื่อว่าไม่มีทางสำเร็จอย่างแน่นอน แต่การรณรงค์ก็ไม่ควรหยุดเช่นกัน และเห็นว่า ครก.112 ควรเดินหน้าเรียกร้องต่อไป เพื่อตอกย้ำว่ารัฐบาลต้องการเพียงรักษาอำนาจ สู้ไปสยบไป ซึ่งจะทำให้รัฐบาล ตกขบวนประวัติศาสตร์ ขบวนประชาธิปไตย และสะท้อนความล้มเหลวในการเป็นรัฐบาลประชาธิปไตย

นายสมยศ ยืนยันว่าขณะนี้ถูกกักขังเพียงร่างกายเท่านั้น แต่จะไม่ยอมรับสารภาพโดยที่ไม่ผิด เพราะหากยอมรับสารภาพก็จะกับตกอยู่ในกรงขังมโนธรรมไปตลอดชีวิต รู้สึกขมขื่นใจและเจ็บปวด ที่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองจากกระบวนการยุติธรรมไทยที่ล้มเหลว ถึงตนต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในคุก แต่ก็พร้อมที่จะรักษาจุดยืนในการเรียกร้องเสรีภาพ ไม่มีทางเลือกอื่น ถึงตายก็ยอม

Thailand Mirror รายงาน



ปฏิญญาหน้าศาล อ.ปูนเทพ จาก"คณะนิติราษฎร์"!! วันอาทิตย์ ที่23 ธันวาคม 2555

Posted by KwamRak on 24.2012 [ TV ] - ติดขอบเวที 0 trackback
 

ปฏิญญาหน้าศาล อ.ปูนเทพ จาก"คณะนิติราษฎร์"!!

วันอาทิตย์ ที่23 ธันวาคม 2555

ปฏิญญาหน้าศาล อ.ปูนเทพ "นิติราษฎร์" เสวนาเรื่องการนิรโทษกรรมให้ผู้ชุมนุมทางการเมือง

ปฏิญญาหน้าศาลกับกิจกรรมบาทวิถีเสวนา"
วันอาทิตย์ ที่23 ธันวาคม  2555
ประเด็น .เรื่องการนิรโทษกรรมให้ผู้ชุมนุมทางการเมือง
โดย "ดร.สุดา รังกุพันธุ์ (อ.หวาน) และกลุ่มปฏิญญาหน้าศาล แขกรับเชิญ  น้องก้านธูป,
อ.ปูนเทพ จาก"คณะนิติราษฎร์
สถานที่ ณ บริเวณหน้าศาลอาญา ถนนรัชดา กรุงเทพฯ

ถ่ายทอดสดโดย SHTV (ทีมงานม้าเร็ว)
ขอบคุณ คุณม้าเร็ว  คุณcofspeed  คุณขอลุงก่อน ลุงแก่แล้ว
โดย Team konthaiuk

23-12-2012 MP3>>>ปฏิญญาหน้าศาล อ.ปูนเทพ "นิติราษฎร์"

http://www.mediafire.com/?ws3qlvtv7wz1tls

http://www.4shared.com/mp3/S8XAuoq1/23-12-12____may_konthaiukinfo.html

"เรื่องเล่าและความทรงจำในงานวรรณกรรมบันทึก: กรณีศึกษา รักเอย"

Posted by KwamRak on 10.2012 [ TV ] - ติดขอบเวที 0 trackback
 

เพลลิสสัมมนา 

http://www.youtube.com/playlist?list=PLXUiR6F5WfnxJSxQx3PJjpX_rEDIbfYcf







งานสัมนา"เรื่องเล่าและความทรงจำในงานวรรณกรรมบันทึก: กรณีศึกษา รักเอย" จัดโดยสำนักพิมพ์อ่าน วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม 2555 ณ ห้องประชุมชั้นใต้ดิน อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถ. ราชดำเนิน 13.00 - 14.30 น. สัมมนาหัวข้อ "รักเอย ในฐานะงานบันทึกประวัติศาสตร์ มานุษยวิทยา และสตรีนิยม" ผู้ร่วมสัมมนา อ. สุธิดา วิมุตติโกศล อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาและวรรณคดีอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร. ยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์ประจำคณะมานุษยวิทยาและสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดำเนินรายการ โดย รศ. ชูศักดิ์ ภัทรกุลวณิชย์ ถ่ายทอดโดยทีมงานม้าเร็ว

ขอเชิญร่วมงานรัฐศาสตร์วิชาการครั้งที่ 20 หัวข้อ “การเมืองเรื่องคนธรรมดา” วันที่ 19-20 พฤศจิกายน พ.ศ.2555

Posted by KwamRak on 07.2012 กระจายข่าว 0 trackback
 


ขอเชิญร่วมงานรัฐศาสตร์วิชา
การครั้งที่ 20 


หัวข้อ “การเมืองเรื่องคนธรรมดา” 



วันที่ 19-20 พฤศจิกายน พ.ศ.2555



ณ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต 



ติดตามข้อมูลข่าวสารได้ที่ :https://www.facebook.com/tupolsci20?ref=ts&fref=ts

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลชวนชมตัวอย่างหนังใหม่นำแสดงโดย"ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตน์"

Posted by KwamRak on 07.2012 [ TV ] - หนังดี 0 trackback

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
มาแว้ว นะฮ้าฟ ใครที่ยังไม่เคยดู ดูซะนะ

ตัวอย่าง หนังใหม่ นำแสดงโดย "ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตน์"

https://www.youtube.com/watch?feature=player_embedded&v=a9bPlVp-goQ

(พูดจริงๆ ผมว่า ถ้าดูเฉพาะจาก หนังตัวอย่าง เรื่องนี้ น่าจะเรียกว่า น่าสนใจ ที่สุด ในบรรดาหนังที่ "ทูลกระหม่อม" เล่นมานะ)





ธเนศวร์ เจริญเมือง - ปราชญ์ล้านนา - #NO112

Posted by KwamRak on 28.2012 [ เล่าด้วยภาพ ] 0 trackback
 

ธเนศวร์ เจริญเมือง - ปราชญ์ล้านนา - #NO112

ธรรมศาสตร์ OR อธรรมศาสตร์? - #NO112

Posted by KwamRak on 28.2012 [ เล่าด้วยภาพ ] 0 trackback
 
ธรรมศาสตร์ OR อธรรมศาสตร์? - #NO112

เสี้ยนหนามแก่ความสงบ

Posted by KwamRak on 28.2012 [ เล่าด้วยภาพ ] 0 trackback
 
เมื่อพระราชวงศ์กล่าวความอันเป็นเสี้ยนหนามแก่ความสงบ คณะราษฎรได้ทำหนังสือกราบังคมทูลต่อรัชกาลที่ ๗ ให้รัชกาลที่ ๗ มีดำรัสให้ทั้ง ๕ พระองค์สงบปากคำ มีรายนามต่อไปนี้

๑.กรมพระกำแพงเพ็ชร์อรรคโยธิน

๒.กรมหลวงสิงหวิกรมเกรียงไก

๓.พระองค์เจ้าธานีนิวัต

๔.หม่อมเจ้าหญิงสืบพันธ์ ฯ

๕.พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพย์อาภา

#NO112

ที่มา นิติราษฎร - http://www.enlightened-jurists.com/directory/219

เพชรอาถรรพ์

Posted by KwamRak on 28.2012 [ เล่าด้วยภาพ ] 0 trackback

ดารุณี กฤตบุญญาลัย

Posted by KwamRak on 25.2012 กระจายข่าว 0 trackback
 วันนี้คุณดารุณี กฤตบุญญาลัย จะเดินทางไปสถานีตำรวจอะไรซักแห่ง มีผู้ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทเธอไปรับทราบข้อกล่าวหาที่สถานที่เดียวกันนั้นด้วย

โดยมีผู้สนับสนุนผู้ถูกกล่าวหา (กลุ่มคนคลั่งเจ้า) ไปให้กำลังใจ

ล่าสุดเห็นบอกว่าคุณดารุณีฯ เธอจะไปให้ปากคำหรือไปชี้ตัววันที่ ๒๘ กันยายนนี้แทน เพราะกลัวการเผชิญหน้ากับกลุ่มคนที่ให้การสนับสนุนทั้งสองฝ่าย

ซึ่งแน่นอนว่ามีคนอยากให้เกิดและไม่อยากให้เกิด

ครับ

คุณดาฯ เธอปกป้องชื่อเสียงเธอ ด้วยการไปร้องทุกข์กล่าวโทษ ว่าเธอได้รับการดูหมิ่นเหยียดหยาม ให้ร้ายและสบประมาทว่าเธอไปด่าในหลวง ซึ่งข้อหาด่าในหลวงเป็นข้อหาหนักสำหรับประเทศเล็กๆ แต่ทำตัวใหญ่อย่างประเทศนี้

เป็นข้อกล่าวหาที่เกี่ยวพันกับความมั่นคงของประเทศ เพราะกฏหมายเขียนไว้ว่ามีคนสามสี่คนในประเทศนี้ที่จะแตะต้องไม่ได้ ถ้าแตะต้องชาติบ้านเมืองจะล่มสลาย หาความมั่นคงไม่เจอทันที

นี่จึงเป็นเหตุให้คุณดาฯ เธอไปแจ้งความดำเนินคดีกับผู้หญิงคนนี้ที่ชี้หน้าด่าเธอว่าไปด่าในหลวง

วันนี้กลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งยกในหลวงมาอ้างตลอดหกปีไม่ว่าเรื่องนั้นจะเล็กหรือใหญ่เพียงใด ยกมาอ้างว่าตัวนั้นพร้อมยินดีที่จะปกป้องในหลวงจากทุกสิ่ง ทุกคน

ด้วยการกระทำทุกอย่างที่พวกตนเห็นสมควร โดยไม่นึกถึงกฏหมายบ้านเมือง เพียงเพราะข้ออ้างที่พวกตนยกมาว่าปกป้องในหลวง

สังคมนี้ต้องตั้งคำถามตัวโตๆ และขีดเส้นใต้สีแดงสองเส้นว่า "เกิดอะไรขึ้น?"

การอ้างว่าตนจงรักภักดี และพยายามปกป้องในหลวง โดยการไปต่อว่าด่าทอ ซ้ำร้ายไปกล่าวหาว่าผู้ที่โดนต่อว่านั้น ว่าไม่สมควรไปแจ้งความเอาโทษโกรธเคืองผู้ที่ปกป้องในหลวง และว่าเป็นการเข้าใจผิดและไปปลุกระดมว่าคนที่ไปแจ้งความนั้นเป็นพวกไม่รักในหลวง

ซึ่งเรื่องไปคนละทิศละทาง คนละประเด็น คนละขั้วกันเลย

สังคมนี้พิการซ้ำซ้อนในเรื่องตรรกะความเป็นมนุษย์ ที่คิดเห็นนับถือเจ้า เป็นเทพเจ้า ใครแตะต้องไม่ได้ นั่นยังไม่พอ

ซ้ำร้าย หากว่าตนคิดว่าใครเป็นภัยต่อเทพเจ้าที่ตนยกย่อง ก็จะต่อว่าด่าทอ กระทั่งจะนำมาลงโทษ ลงฑัณฑ์เองเสียเมื่อไหร่ก็ได้ โดยไม่คำนึงความผิดชอบชั่วด

ชนชั้นเจ้าอาจมีปัญหาในเรื่องการก้าวล่วงการบริหารราชการงานเมือง แต่มันมีระบบที่สามารถแก้ได้ 

แต่ชนชั้นคลั่งเจ้า เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ ที่ไม่พร้อมรับฟังว่าปัญหาของพวกตนนั้นคือปัญหาสังคม และปัญหาที่ชนชั้นเจ้าประสบมาตลอดหลายปีนี้นั้น

มันก่อกำเนิดมาจากพวกตน ชนชั้นคลั่งเจ้า ทั้งสิ้น - #NO112

รายงานพิเศษ เสวนา 'เงื่อนงำและคำพิพากษา'

Posted by KwamRak on 08.2012 [ TV ] - สารคดี 0 trackback

พลเมืองเน็ตเสนอแก้นิยาม “ข้อมูลคอมพิวเตอร์” อย่ารวมเรื่องหมิ่นประมาท

Posted by KwamRak on 08.2012 กระจายข่าว 0 trackback
พลเมืองเน็ตเสนอแก้นิยาม “ข้อมูลคอมพิวเตอร์” อย่ารวมเรื่องหมิ่นประมาท 


31 กรกฎาคม 2555 ในงานประชุมว่าด้วยเทคโนโลยีและสิทธิพลเมืองประจำปี 2555 “อินเทอร์เน็ตกับการจัดทำนโยบายสาธารณะ” ณ สำนักงานองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) อาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้ประสานงานเครือข่ายพลเมืองเน็ต แสดงความกังวลถึงความปลอดภัยส่วนบุคคลในอินเทอร์เน็ต ว่าเรื่องที่น่าแป็นห่วงและต้องจับตาดูเป็นอย่างมาก มีดังนี้

1. มีความพยายามขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการต่างประเทศมากขึ้น ทั้งการกดดันทางกฎหมายและดำเนินนโยบายทางการทูต รัฐบาลไทยเป็นรัฐบาลแรกในโลกที่ตอบรับเมื่อทวิตเตอร์ประกาศว่าจะให้รัฐบาลส่งคำร้องให้เซ็นเซอร์ทวีตรายประเทศได้

2. ต้นปีมีการออกกฎกระทรวงยุติธรรม กำหนดให้คดีความตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ เป็นคดีพิเศษอยู่ในความดูแลของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ซึ่งเมื่อเป็นคดีพิเศษ ทำให้เจ้าหน้าทีรัฐมีอำนาจดักเก็บข้อมูล โดยที่ไม่ต้องขอหมายศาลอีกต่อไป ใช้เพียงแค่คำอนุมัติของอธิบดีเท่านั้น ดูรายละเอียดคลิกที่นี่

3.แหล่งข่าวจากสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ระบุว่า กรรมาธิการทหาร ทำจดหมายสอบถามไปยัง กสทช.เกี่ยวกับเทคโนโลยี VOIP (Voice Over IP) ว่ามีอุปกรณ์ใดดักฟังได้บ้าง หรือจะควบคุมไม่ให้นำเข้า VOIP หรือไม่ และถ้ามีอุปกรณ์เข้ารหัสขายจะมีช่องทางใด จะถอดรหัสได้อย่างไรบ้าง


อาทิตย์กล่าวถึงข้อเสนอของเครือข่ายพลเมืองเน็ตในการแก้ไขพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 โดยเสนอว่า ต้องแก้คำนิยามของคำว่า “ข้อมูลคอมพิวเตอร์” ให้เป็นข้อมูลสำหรับคอมพิวเตอร์อ่านเท่านั้น ไม่ใช่ข้อมูลที่คนอ่าน ได้แก่ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ไวรัส มัลแวร์ เนื่องจากปัจจุบัน ใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ นิยามคำว่า ข้อมูลคอมพิวเตอร์ คือข้อมูลทั้งหมด ทั้งโปรแกรม ข้อความ ภาพ ฯลฯ ซึ่งไม่ได้ทำความเสียหายให้กับคอมพิวเตอร์

มาตรา 3 ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ให้คำนิยามของ “ข้อมูลคอมพิวเตอร์” หมายความว่า ข้อมูล ข้อความ คำสั่ง ชุดคำสั่ง หรือสิ่งอื่นใดบรรดาที่อยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ในสภาพที่ระบบคอมพิวเตอร์อาจประมวลผลได้ และให้หมายความรวมถึงข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

อาทิตย์ให้ความเห็นอีกว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ควรเป็นกฎหมายที่ป้องกันการทำความเสียหายต่อคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นอาชญากรรม แต่ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฉบับปัจจุบันไม่ได้แยกว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นทำความเสียหาต่อคนหรือต่อคอมพิวเตอร์ และความผิดใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ยังถูกกำหนดให้เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ยอมความไม่ได้ หากเป็นเรื่องของอาชญากรรมที่สร้างความเสียหายต่อคอมพิวเตอร์ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เนื่องจากอาจทำให้เกิดความวุ่นวายโกลาหลหรือเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง เช่น การส่งไวรัสเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของโรงไฟฟ้า หรือสัญญาณไฟจราจร แต่หากเป็นการทำความเสียหายต่อคน เช่น การหมิ่นประมาท ซึ่งปกติแล้วเป็นความผิดยอมความได้ แต่เมื่อมาเขียนอยู่ใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯกลับไม่สามารถยอมความได้

วสันต์ ลิ่วลมไพศาล ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์บล็อกนัน แสดงความคิดเห็นว่า ปัจจุบัน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ทำหน้าที่เหมือนกับกฎหมายหมิ่นประมาทในอินเทอร์เน็ต ถ้าเปลี่ยนคำนิยามแล้ว ความเป็นกฎหมายหมิ่นประมาทก็จะหายไป อาทิตย์ตอบว่า ใช่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะหมิ่นประมาทออนไลน์กันได้ เพราะมีกฎหมายอาญาที่ใช้กับกรณีหมิ่นประมาทโดยทั่วไปอยู่แล้ว

รายงานพิเศษ นักโทษ 112 ร้อง รบ ขอย้ายไปคุกการเมืองหลักสี่

Posted by KwamRak on 07.2012 [ TV ] - สารคดี 0 trackback