เช็กบัญชีมือฆ่าหมู่10เมษา-19พฤษภา ใครเป็นมือสไนเปอร์ ใครเหี้ย..มสังหารหมู่วัดปทุม ใครเผาCTW?

Posted by KwamRak on 24.2011 บทความน่าอ่าน



แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการแผนกเอเชียของฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าวว่า "เห็นชัดๆ ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลยิงผู้ชุมนุมประท้วง ..แกนนำ นปช. ถูกตั้งข้อหาว่าก่ออาชญากรรมร้ายแรงไปแล้ว แต่ถึงแม้รัฐบาลจะให้สัญญาว่าจะเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงด้วย จนถึงขณะนี้ยังไม่มีทหาร หรือตำรวจซักนายที่ถูกดำเนินคดี"..เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลอยู่เหนือกฎหมาย "สภาพเช่นนี้เน้นให้เกิดความเข้าใจในหมู่ประชาชนไทยว่า ตาชั่งของกระบวนการยุติธรรมนั้นไม่เป็นกลาง" (รายละเอียดข่าว)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 พฤษภาคม 2554
1 ปี 19 พฤษภาประชาภิวัฒน์รำลึก-ในโอกาสครบรอบเหตุการณ์ 1 ปี 19 พฤษภาคม 2553 ไทยอีนิวส์นำเสนอรายงานปริทรรศน์ชุด 1 ปี 19 พฤษภาประชาภิวัฒน์รำลึก เป็นตอนๆ รายงานชิ้นนี้เป็นตอนที่ 8

BBC เสนอรายงานข่าวครบ 1 ปี 19 พฤษภา 53 ในคลิปนี้จะเห็นผู้ชุมนุมถูกยิงร่วงต่อหน้าต่อตาสหายของเขา

คดีสังหารหมู่ในกรุงเทพฯระหว่างวันที่ 10 เมษายน -19 พฤษภาคม 2553 ใครเป็นผู้รับผิดชอบต่อการควบคุมการปฏิบัติการสังหารหมู่ทั้งหมดทุกเหตุการณ์ โดยเฉพาะกรณีที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชน คือการยิงสังหารระยะไกลเสธ.แดง การสังหารนักข่าวญี่ปุ่น รายชื่อทีมโหดสังหารหมู่ 6 ศพวัดปทุมฯเขตอภัยทาน รวมไปถึงหลักฐานที่ว่าเสื้อแดงคือผู้บริสุทธิ์ในกรณีเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ที่แม้แต่ผู้บริหารสูงสุดในตระกูลจิราธิวัฒน์ก็บอกว่า ห้างCTWตกเป็นแพะรับบาปเช่นเดียวกันกับเสื้อแดง

เผยนายทหารตัวเอ้คุมสังหาร10เมษา-19พฤษภา,แก๊งฆ่าเสธ.แดง,กระชากโฉม5สมุนเหี้ย..มสังหาร6ศพวัดปทุม

กระดานสนทนาบอร์ดInternet freedom เผยแพร่ครั้งแรก 30 มกราคม 2554 ได้เปิดเผยเอกสารรายชื่อทหาร-หน่วยงานที่ได้รับคำสั่งเข้าสลายการชุมนุมคนเสื้อแดง พร้อมพื้นที่ปฏิบัติการ และเหยื่อสังหาร ซึ่งรวมทั้งเสธ.แดง พลตรีขัติยะ สวัสดิผล ดังต่อไปนี้

1.)พล.ม.2รอ.กับเหยื่อสังหารนักข่าวญี่ปุ่นและเหยื่อ10เมษาฯ

เอกสารแผ่นแรกเปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิต 19 รายรวมทั้งนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น ในเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553
พล.ม.2รอ.มีชื่อเต็มๆว่า กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์
ปัจจุบันนี้มีพล.ต. สุรศักดิ์ บุญศิริ เป็น ผบ.พล.ม.2 รอ.

พ.อ.กู้เกียรติ ศรีนาคา ผู้รับผิดชอบเหตุการณ์แยกคอกวัว เคยไล่เสธ.แดงออกจากกองทัพมาแล้ว

พ.อ.ธรรมนูญ วิถี ผู้รับผิดชอบบริเวณถนนดินสอ ที่นักข่าวญี่ปุ่นเสียชีวิต และนายวสันต์ ภู่ทอง ถูกยิงกระโหลกเปิด แต่พ.อ.ธรรมนูญก็บาดเจ็บจากการนี้ ซึ่งได้รับพรระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ เสด็จทรงเยี่ยมอาการบาดเจ็บด้วย(ภาพข่าว:เดลินิวส์)

2.)พล.ม.2รอ.,พล.1รอ.และพล.ร.9กับ10เมษาและกรณีสังหารพลทหารณรงค์ฤทธิ์


เอกสารแผ่นทื่2เปิดเผยถึงเหตุการณ์เหยื่อสังหาร10เมษาอีกรายบริเวณสะพานมัฆวานฯมีพล.1รอ.รับผิดชอบ,เหตุการณ์ระเบิดที่สีลม22เม.ย.และเหตุการณ์เสื้อแดงเคลื่อนไปตลาดไทย เป็นเหตุให้พลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาละ เสียชีวิต เวลานั้นสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่าถูกฝ่ายเจ้าหน้าที่ด้วยกันยิง

พล.1รอ.ย่อมาจาก กองพลที่ ๑ รักษาพระองค์ ส่วนพล ร.9 ย่อมาจาก กองพลทหารราบที่ 9 กาญจนบุรี

3.)พล.ม.2รอ.กับการตายของตำรวจและเหยื่อ


เอกสารแผ่นที่3กล่าวถึงการเสียชีวิตของตำรวจ 2 นาย ผู้ชุมนุม 1 ราย คือนายชาติชาย ซาเหลา

โดยมีพล.ม.2รอ.รับผิดชอบภายใต้การบังคับบัญชาของ พ.อ.จุมพล จุมพลภักดี

4.)สังหารเสธ.แดงและ6ศพวัดปทุม-พล.ม.2รอ.,พล.1รอ.,ร.31พัน2รอ.และกองพันรบพิเศษที่1 กรมทหารรบพิเศษที่3(ลพบุรี)


เอกสารแผ่นที่4กล่าวถึงการสังหารเหยื่อในวันที่ 15 พ.ค.บริเวณซอยงามดูพลี,แยกบ่อนไก่,ซอยสุวรรณสวัสดิ์ มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ

มีพล.ม.2รอ.ใต้บังคับบัญชาของ พ.อ.เพชรพรม โพธิ์ชัย รับผิดชอบ

เอกสารแผ่นนี้กล่าวถึงการสังหาร6ศพวัดปทุมฯรวมทั้ง"น้องเกด"เหตุเกิดวันที่ 19-20พ.ค.2553 มีพล.1รอ.ภายใต้การบังคับบัญชาของ พ.ท.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์

ทหารกล้าฆ่า6ศพในวัดปทุมฯ?-หลังจากนายจตุพร พรหมพันธ์ ได้เปิดเผยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วถึงรายชื่อทหารที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นทีมปฏิบัติการสังหารหมู่เหยื่อ 6 ศพที่ลี้ภัยในเขตอภัยทาน วัดปทุมวนาราม เมื่อ 19 พฤษภาคม 53 ล่าสุดมีการเปิดเผยโฉมหน้าและประวัติทีมงานที่ถูกกล่าวหาดังกล่าวทางอินเตอร์เน็ต (คลิ้กที่ภาพเพื่อขยายใหญ่)
นศล.ภายใต้บังคับบัญชาของ พ.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คำภีระ

และรบพิเศษที่3ลพบุรี มีพ.ต.นิมิต วีระพงศ์ กับจสอ.สมยศ ร่มจำปา(ในภาพ) เป็นผู้บังคับบัญชา

เอกสารแผ่นนี้ยังกล่าวถึงการยิงสังหารเสธ.แดงในระยะไกลด้วยว่ามีพล.ม.2รอ.ภายใต้การบังคับบัญชาของ พ.ต.สุรพงษ์ กาญจนโพธิ์ พ.ต.ณัฐพล บุญกระพือ ร.อ.จิรจำนง โกษาวัง(ในภาพ) และร.อ.ศันศนะ เพ็ชรสุข

5.)พล.ม.2รอ.กับเหตุการณ์สังหาร14-17เมษายน

เอกสารแผ่นนี้กล่าวถึงเหตุการณ์สังหารที่บริเวณถนนวิทยุ,สนามมวยลุมพินี,ธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่,ซอยปลูกจิต,สวนลุมพินี,แยกศาลาแดงระหว่างวันที่ 14-17พ.ค.2553 นอกจากพ.อ.เพชรพนม โพธิ์ชัยแล้ว มีพ.ท.โกญจนาท ธูปเทียนรัตน์ และพ.ท.วิฑูร โพธิ์ร่มรื่น เป็นผู้บังคับบัญชา

6.)พล.ม.2รอ.


เอกสารแผ่นนี้กล่าวถึงเหตุการณ์ระหว่างวันที่15-19พฤษภาคม ซึ่งเป็นเหตุให้ช่างภาพชาวอิตาลีเสียชีวิต พร้อมผู้ชุมนุมที่ตกเป็นเหยื่อสังหารอีก 7 ราย อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของพล.ม.2

เหตุการณ์นี้มีผู้บังคับบัญชาคือพ.อ.ถนัดพล โกษยเสวี , พ.อ.ไตรเทพ ศรีพันธุ์วงศ์ ,พ.ท.ฉัตรชัย ดวงรัตน์,พ.อ.เพชรพนม โพธิ์ชัย

7.)พล.ม.2รอ.กับเหตุสลายม็อบราชประสงค์


เอกสารแผ่นสุดท้านนี้เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิต1ราย โดยกองพลทหารม้าที่2รักษาพระองค์เป็นผู้รับผิดชอบ นอกจากพ.อ.ไตรเทพแล้วมีพ.อ.ธัชพล เปี่ยมวุฒิ เป็นผู้บังคับบัญชา (บุคคลในภาพ)

เทือกทำหล่นเปิดโฉม2มือสไนเปอร์สังหารเสื้อแดง


เทือกทำหล่น-ภาพสไลด์ที่อ้างว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำไปประกอบการชี้แจงและกล่าวหาเสื้อแดงในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา และเผอเรอทิ้งไว้ ระบุว่ามือสไนเปอร์ คือ ส.อ.ศฤงคาร ทวีชีพ และมือชี้เป้าคือ ส.อ.คชารัตน์ เนียมรอด กำลังสังหารผู้ชุมนุมมือเปล่าอย่างมันมือ ต่อมา 1 ใน 2 คนนี้ยังไปเขียนข้อความในเว็บบอร์ดของนายสิบทหารบกประกาศว่าตนคือทีมสไนเปอร์ ราวกับเป็นวีรกรรม

กระดานสนทนาการเมือง Internet Freedomได้เปิดเผยภาพถ่ายสไลด์ที่อ้างว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง นำไปประกอบการชี้แจงและกล่าวหาเสื้อแดงในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและเผอเรอทิ้งไว้ ระบุว่า มือสไนเปอร์ คือ ส.อ.ศฤงคาร ทวีชีพ และมือชี้เป้าคือ ส.อ.คชารัตน์ เนียมรอด ขณะกำลังสังหารผู้ชุมนุมมือเปล่าอย่างมันมือ


คลิปวิดิโอ-มือสไนเปอร์(ส.อ.ศฤงคาร ทวีชีพ) และมือชี้เป้า (ส.อ.คชารัตน์ เนียมรอด)กำลังสังหารผู้ชุมนุมมือเปล่าอย่างมันมือ




หลักฐาน-สไลด์ที่อ้างว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นำไปประกอบการชี้แจงกล่าวหาเสื้อแดงในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลและเผอเรอทิ้งไว้ แต่ในภาพกลางนั้นระบุวันที่ 15 เมษายน ความจริงเป็น 15 พฤษภาคม


วีรกรรม?-ส.อ.คชารัตน์ เนียมรอด (โอ๊ต)ไปโพสต์ข้อความในเวบบอร์ดของนายสิบรุ่นเดียวกันยอมรับว่า ตัวเองคือบุคคลในคลิป ศอฉ.ที่ชุมชนบ่อนไก่ด้วยความภาคภูมิใจ


ข้อมูลจำเพาะมือสไนเปอร์-ข้อมูลจำเพาะของส.อ.ศฤงคาร ทวีชีพ มือสไนเปอร์ที่สังหารผู้ชุมนุมมือเปล่าอย่างเลือดเย็น


กระดานสนทนาIFระบุว่า จากการสืบค้นพบว่า มือสไนเปอร์คือ ส.อ. ศฤงคาร ทวีชีพ สังกัด ม.พัน ๕ รอ. เลขที่บัตรประชาชน 3189900095166 วันเกิด 4 กันยายน 2524 โทรมือถือ 086-7643501 ที่อยู่ 196 พหลโยธิน, ต.ปากข้าวสาร อ.เมือง จ.สระบุรี 18000

ส่วนส.อ. คชารัตน์ เนียมรอด (โอ๊ต)มีเบอร์อีเมล์ kacharat_746@hotmail.com เฟซบุ๊ค http://www.facebook.com/profile.php?id=100001606870309

อย่างไรก็ตามการนำข้อมูลมาเผยแพร่ต่อของไทยอีนิวส์ ไม่มีความประสงค์ให้เกิดการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล เพียงแต่ต้องการให้เป็นข้อมูลต่อDSI เนื่องจากหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปนาน 9 เดือน ยังไม่มีหลักฐานใดชี้ว่าDSIได้ดำเนินคดีต่อบุคคลทั้งสอง


ทะเหี้ย-มรับครึ่งเดียวสังหารหมู่วัดปทุม เปิดปากส่องจากรางBTSสู้ชุดดำ หมอพรทิพย์สวนเหยื่อมือเปล่า





คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ของคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อความปรองดองแห่งชาติ(คอป.) ชุดนายสมชาย หอมละออ ได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้การ ทั้งญาติผู้ตาย ตัวแทนผู้สื่อข่าวภาคสนาม แพทย์ผู้ชันสูตรพลิกศพ และตัวแทนทหาร

นายอิสรนันท์ อิทธิสารนัย ผู้สื่อข่าวไทยรัฐภาคสนาม กล่าวให้ข้อมูลกับคอป.ว่า มีการยิงลงมาในแนวดิ่ง และเห็นเงาของคนอยู่บนรางรถไฟฟ้าหน้าวัดปทุมวนาราม และไม่พบว่าคนเสื้อแดงยิงตอบโต้แต่อย่างใด

แพทย์หญิงคุณหญิงพรทิพย์ โรจนนันท์ ผู้ชันสตรพลิกศพ 6 ศพวัดปทุมฯกล่าวว่าจากการชันสูตรไม่พบเขม่าดินปืนในมือหรือตัวผู้ตาย จึงเป็นหลักฐานว่าผู้ตายไม่ได้ใช้อาวุธยิงต่อสู้กับทหาร

ขณะที่ญาติของนางสาวกมลเกด อัคฮาด ถามตัวแทนทหารว่าให้ตอบว่ามีทหารอยู่บนรางรถไฟฟ้าBTSจริงหรือไม่ และการเปิดเผยสำนวนของDSIในการอภิปรายไม่ไว้วางใจของนายจตุพร พรหมพันธุ์นั้นเป็นความจริงหรือไม่

ขณะที่ตัวแทนจากกองทัพ กล่าวว่า มีชายชุดดำยิงใส่ทหารบนภาคพื้น ทำให้ทหารบนรางรถไฟฟ้ายิงสวนเป็นการเตือน แต่ไม่มีใครเสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากการยิงของทหารแต่อย่างใด

ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลล่าสุดกรณี 6 ศพวัดปทุมฯว่า เมื่อแกนนำเสื้อแดงประกาศยุติการชุมนุมแล้ว ผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งได้ย้ายเข้าไปในเขตวัดปทุมวนาราม แต่เหตุที่เกิดขึ้นก็เนื่องจากว่ามีผู้ก่อการร้ายแฝงเข้าไปอยู่ในวัดด้วย พร้อมทั้งระบุว่าผู้ตายในวัดปทุมมีเพียง3 ศพ ไม่ใช่ 6 ศพ

*******
CTWย้ำแดงบริสุทธิ์ เป็นแพะรับบาปเหมือนเสื้อแดง แฉห้างถูกแก๊งอาวุธหนักเผา สอดรับปากคำรปภ.+หลักฐานภาพชุด อุบมีVDOทีเด็ด



สุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล :ไม่รู้ว่าใครเผา ถ้ารู้ว่าใครเผาก็ไม่รู้อีกว่าใครสั่งเผาอีก ถามว่าเรากลัวเสื้อแดงไหม เราไม่กลัว มีความเสี่ยงเดียวกับเสื้อแดงคือหากรัฐบาลยังคุยไม่รู้เรื่อง เขาก็ถือโอกาสหา แพะรับบาป เราไม่ได้เกี่ยวกับเสื้อแดงเลย เรากับเสื้อแดงก็รักกันดี

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ BizWeek

หมายเหตุไทยอีนิวส์:เมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา ได้เชิญตัวแทนกรรมการผู้จัดการเซ็นทรัลเวิลด์ให้ข้อมูล ว่า การพยายามลอบเผาห้าง ไม่ได้เกิดขึ้นในระหว่างที่กลุ่มเสื้อแดงชุมนุม และตลอดเวลาที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณดังกล่าว ผู้ชุมนุมก็มีความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้ด้วยดีกับทางห้าง มีคนกลุ่มหนึ่งพยายามเผามาแล้วหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากมีหน่วยรักษาความปลอดภัยคอยป้องกันเหตุจำนวนหลายร้อยคน

หลังจากนั้นกลุ่มคนดังกล่าว พร้อมกับถืออาวุธครบมือเข้ามาภายในเซ็นทรัลเวิลด์ จนสามารถบีบให้หน่วยรักษาความปลอดภัยยอมจำนน และสามารถเผาได้สำเร็จ

เรื่องนี้สอดคล้องกับที่นายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล ให้สัมภาษณ์ไว้หลังเหตุเผาห้างไม่ถึง 2 เดือน เราจึงนำมานำเสนอให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณาอีกครั้ง


นายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหารบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด เปิดใจกับหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ BizWeek เมื่อ 12กรกฎาคม 2553 หรือเกือบ 2 เดือนให้หลังการเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ (CTW) มีความน่าสนใจดังต่อไปนี้

เขาเห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่า ยังไม่หนักที่สุดที่เคยเจอ เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ไฟไหม้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลชิดลม เมื่อปลายปี 2538 ซึ่งตอนนั้นต้องถือว่า "หนักที่สุด" แล้ว

ทว่า เหตุการณ์นี้ถือว่า “ตื่นเต้นที่สุด”

“ที่บอกว่าตื่นเต้นที่สุด เพราะไม่รู้ว่าพอเกิดขึ้นแล้วจะเกิดอะไรต่อ ไม่รู้ว่าใครเผา ถ้ารู้ว่าใครเผาก็ไม่รู้อีกว่าใครสั่งเผาอีก อย่างเซ็นทรัลชิดลมไฟไหม้เราก็รู้ว่าไหม้เพราะอะไร ไหม้หมดเลยต้องปิดร้านไปเป็นปีเสียหายมาก แต่โอเคก็ได้เงินประกันมาพอสมควรถึงแม้จะไม่คุ้ม กับธุรกิจที่ต้องหยุดชะงัก ต้องเริ่มใหม่”


“ถามว่าเรากลัวเสื้อแดงไหม เราไม่กลัว มีความเสี่ยงเดียวกับเสื้อแดงคือหากรัฐบาลยังคุยไม่รู้เรื่อง เขาก็ถือโอกาสหา แพะรับบาป เราไม่ได้เกี่ยวกับเสื้อแดงเลย เรากับเสื้อแดงก็รักกันดี เรากับเสื้อเหลืองก็รักกันได้ เราไม่มีสีเสื้อ”
เขาว่าอย่างนั้น

เขายังเข้าใจเปรียบเปรยท่าทีของรัฐในการแก้ไขปัญหาเพลิงไหม้ที่เซ็นทรัลเวิลด์ช่วงที่ผ่านมาว่า

“เหมือนเราจ่ายภาษีให้รัฐบาลไปซื้อปืน แต่เขาไม่ซื้อปืนมาใช้กับเรา เรากลับถูกคนเอาปืนมายิง เพราะเราไม่มีไลเซ่นใช้ปืน ถ้ารัฐบาลไม่ทำ ต่อไปเราก็ต้องมีปืนแทนรัฐบาล” นั่นหมายถึง การเพิ่มดีกรีของระบบรักษาความปลอดภัย


@เบื้องหลังเหตุการณ์ที่ "ตื่นเต้นที่สุด"

สุทธิธรรมเล่าว่า วันแรกที่กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนขบวนมาชุมนุมประท้วงที่สี่แยกราชประสงค์ เป็นวันแรกเช่นกัน ที่ผู้บริหารกลุ่มเซ็นทรัล ไหวตัวไปตั้งศูนย์บัญชาการ หรือ "วอร์รูม" นอกพื้นที่ที่เขาไม่ขอเปิดเผยสถานที่ แต่จากการสอบถามคนในวงการค้าปลีก ระบุว่า พื้นที่บริเวณเซ็นทรัล ลาดพร้าว น่าจะเป็นชัยภูมิที่เหมาะสมที่สุดแล้วที่จะตั้งเป็นศูนย์บัญชาการ เพราะอยู่ใจกลางเมือง และห่างจากจุดที่มีการชุมนุมพอสมควร

"เรามีวอร์รูมตั้งแต่เดินขบวน บอกไม่ได้เป็นความลับ วอร์รูมจะมีเจ้าหน้าที่ประจำ 24 ชั่วโมง มีผู้บริหารระดับหนึ่งประจำอยู่เพื่อประเมินสถานการณ์ก่อนรายงานตรงถึงผู้บริหารระดับสูงได้ทุกเมื่อ เช่น เหตุการณ์แบบนี้จะเปิดหรือปิดห้างกี่โมง วอร์รูมเราจะมี Message ถึงเราตลอดทุกสิบนาที หรือทุกครึ่งชั่วโมง แล้วแต่ความเคลื่อนไหว" สุทธิธรรม เล่าและว่า ตอนที่เกิดเหตุการณ์บอร์ดชุดเล็ก ชุดใหญ่ เรียกประชุมด่วนกันหมด


เขายังบอกว่า รู้สึกตกใจเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมย้ายมาชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์ ยิ่งเมื่อการชุมนุมเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ประกอบการศูนย์การค้าขนาดใหญ่ละแวกนั้นเริ่มนั่งไม่ติด ต้องนัดรวมตัวเพื่อพูดคุยกันเป็นระยะ อาทิ สยามเซ็นเตอร์ (ชฎาทิพ จูตระกูล) สยามพารากอน (ศุภลักษณ์ อัมพุช) และ เกสร (ชาย ศรีวิกรม์) เป็นต้น

"คุณแป๋ม (ชฎาทิพ) อยากให้ผมไปประชุมที่สยาม ผมก็บอกว่า ไม่มีใครอยากไป เสี่ยง ใกล้ไป ก็บอกว่าประชุมที่ลาดพร้าวดีที่สุด ก็ประชุมกันหลายครั้งหลายครา ประชุมว่าเราต้องทำอะไรเหมือนๆ กัน และพอเลิกชุมนุมแล้วจะเป็นอย่างไร ต้องช่วยพนักงาน ช่วยผู้ที่เกิดปัญหาอย่างไร

เราไม่เคยคิดว่าจะมีการเผา เพียงคิดกลัวว่าจะมีคนบุกเข้าไปขโมยของ บางคนก็คิดว่า เดี๋ยวจะเลิกๆ ชุมนุม แล้ว เราเตรียมตัวกวาดถนน กวาดบ้าน ก็ไม่เลิกอีกแล้ว"

สุทธิธรรม ยังเล่าถึง วินาทีที่เห็นห้างสรรพสินค้าเซนถูกเผาว่า..

"สะเทือนใจ ทุกคนยืนน้ำตาปริบ ร้องไห้ไปหลายคน ก็เห็นแล้วตกใจ จริงๆ เป็นเหตุสุดวิสัย ทำใจว่าเราต้องสู้ต่อไป เสียหายจุดนี้ไม่เท่ากับเสียหายทั้งกลุ่ม แต่ก็ไม่ใช่จิ๊บจ๊อย ก็พอสมควร แต่พอถอยหลังแล้วต้องกลับมาสู้ต่อ เราสูญเสียลูกค้าให้คนอื่นไป เราเรียกกลับมาอย่างไร"

เขาเห็นว่า วงเงินประกันที่ทำไว้ยังไงก็ “ไม่ครอบคลุม” ความเสียหายที่เกิดขึ้น

“ยังไงก็ไม่มีทาง Cover เพราะทำประกันไว้น้อยมาก คร่าวๆ เรารู้อยู่แล้วว่าไม่พอ”

*********


มติชนออนไลน์รายงานข่าวว่า นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ ส.ว.ศรีสะเกษ ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามสถานการณ์บ้านเมือง วุฒิสภา กล่าวถึงกรณีที่ 1 ในข้อกล่าวหาถอดถอนนายกรัฐมนตรีของ ส.ส.ฝ่ายค้าน ระบุเรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ในการป้องกันและระงับเหตุวางเพลิงเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ ว่า ได้เชิญตัวแทนกรรมการผู้จัดการเซ็นทรัลเวิลด์ให้ข้อมูลกับคณะกรรมการ ได้รับทราบว่า มีกลุ่มคนหนึ่งพยายามเผาเซ็นทรัลเวิลด์มาแล้วหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากมีหน่วยรักษาความปลอดภัยคอยป้องกันเหตุจำนวนหลายร้อยคน

หลังจากนั้นกลุ่มคนดังกล่าว ไม่ทราบว่าเป็นกลุ่มไหน ได้เพิ่มจำนวนคนมากขึ้น พร้อมกับถืออาวุธครบมือเข้ามาภายในเซ็นทรัลเวิลด์ จนสามารถบีบให้หน่วยรักษาความปลอดภัยยอมจำนน และสามารถเผาได้สำเร็จ

"ตัวแทนกรรมการผู้จัดการเซ็นทรัลเวิลด์ ให้ข้อมูลกับเราว่า การพยายามลอบวางเพลิง ไม่ได้เกิดขึ้นในระหว่างที่กลุ่มเสื้อแดงชุมนุม แต่เกิดขึ้นหลังจากที่แกนนำกลุ่มเสื้อแดงเข้ามอบตัวแล้ว และตลอดเวลาที่มีกลุ่มผู้ชุมนุมบริเวณดังกล่าว ผู้ชุมนุมก็มีความสัมพันธ์ที่เป็นไปได้ด้วยดีกับทางห้าง โดยทางห้างได้อำนวยความสะดวกให้ผู้ชุมนุมเข้าห้องน้ำด้วย นอกจากนี้ ตัวแทนของห้างยังระบุว่า มีคลิปวีดีโอที่บันทึกภาพของกลุ่มคนที่วางเพลิงไว้ด้วย แต่จนถึงขณะนี้ทางห้างยังไม่ได้ส่งมาให้ทางคณะกรรมการ" นายจิตติพจน์กล่าว

นายจิตติพจน์ กล่าวต่อว่า การประชุมคณะกรรมการฯ วันที่ 10 มีนาคม ทางคณะกรรมการฯ เชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) เข้าชี้แจงถึงความคืบหน้าของคดีกลุ่มคนเสื้อแดง รวมถึงจะเชิญนางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำกลุ่มนปช. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มนปช. ว่าต่อจากนี้จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไรต่อไป

ก่อนหน้านี้หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันที่ 8 ธันวาคม 2553 ได้ไปทำข่าวสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้างฯถึงเหตุการณ์ข้อเท็จจริงในวันนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นแน่?..

- รปภ.เซ็นทรัลเวิลด์แฉวันเผา

ผู้สื่อข่าวได้ไปที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ถ.ราชดำริ ภายหลังจากมีภาพเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.2553 ที่แยกราชประสงค์ ภายในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ แพร่ในเฟซบุ๊ก ช่วงที่มีศอฉ.เข้าเคลียร์พื้นที่ภายในห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ก่อนเกิดไฟไหม้ขึ้น ทั้งที่ศอฉ. เข้าไปในพื้นที่แล้ว เพื่อติดตามสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว

นายเอ (นามสมมติ) กล่าวว่าตนเข้าปฏิบัติหน้าที่ในช่วงเช้า สังกัดบริษัท อาร์ทีเอสการ์ด จำกัด ซึ่งห้างเซ็นทรัลเวิลด์จะจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยสองแห่ง ดูแลพื้นที่ โดยมีบริษัท อาร์ทีเอสการ์ด จำกัด ดูแลพื้นที่ด้านนอก ลานจอดรถ และรอบห้างทั้งหมด ส่วนบริษัท จีโฟร์เอส การ์ด จำกัด ดูแลเฉพาะส่วนภายในอาคารทั้งหมด

ในเวลาดังกล่าวตั้งแต่ช่วงเช้า ตนได้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้านหลังห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ช่วงเช้าก็ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไร แต่หลังจากเวลา 13.00 น. ได้ทราบข่าวว่าได้มีเจ้าหน้าที่เคลื่อนที่นำกำลังมาบริเวณถึงหน้าถนน บริเวณสยามพารากอน จากนั้นก็มีเสียงปืนและเสียงระเบิดดังขึ้นเป็นระยะ ตนจึงให้รปภ.รอบบริเวณห้างลงไปอยู่ด้านล่างเพื่อความปลอดภัย โดยปิดล็อกประตูทางเข้าออกห้างทั้งหมด จนกระทั่ง เวลา 16.30 น. ได้มีกลุ่มทหารพร้อมอาวุธปืนบุกเข้ามาเคลียร์ในพื้นที่ห้างสั่งให้นอนหมอบกับพื้นและสั่งให้รปภ.ทุกคนติดบัตร ก่อนปล่อยตัวออกไปจากพื้นที่ ซึ่งมีรปภ.บางคนไม่มีบัตรก็ไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ถูกควบคุมตัวแยกไว้

- ถูกทหารคุมตัวออกจากห้าง

นายเวียน (นามสมมติ) กล่าวว่า อยู่สังกัดรปภ.บริษัท อาร์ทีเอสการ์ด ช่วงเกิดเหตุปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้านห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ถ.ราชดำริ ตนอยู่ประตูทางเข้าออกห้างช่วงเช้าไม่มีเหตุการณ์อะไร จนมาช่วงบ่ายสังเกตเห็นกลุ่มคนเสื้อแดงได้วิ่งแตกฮือกระจัดกระจายหนี เนื่องจากช่วงนั้นเริ่มมีเสียงระเบิดและปืนดังขึ้น ตนได้รับแจ้งทางวิทยุจากหัวหน้าให้ปิดประตูทางเข้าออกห้าง และให้หลบลงมาอยู่ด้านล่าง หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงปืน เสียงระเบิด เป็นระยะๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่กล้าออกมาดูด้านบนว่ามีเหุตการณ์อะไรเกิดขึ้น

จนเวลา 17.00 น. จึงออกจากพื้นที่ได้ โดยมีทหารมาควบคุมพื้นที่ห้างและสั่งให้ทุกคนติดบัตร จึงออกจากพื้นที่ได้ ส่วนภายในห้างตอนนั้นไม่มีคนเสื้อแดงหรือประชาชนหลบอยู่ในห้างแต่อย่างใด และยังไม่มีไฟไหม้

ส่วนนายเทียน (นามสมมติ) รปภ.จีไฟร์เอส การ์ด กล่าวว่าช่วงเช้าตนปฏิบัติหน้าที่อยู่ชั้น 6 ของห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมองออกทางกระจกหน้าห้างสังเกตเห็นกลุ่มคนเสื้อแดงวิ่งหนีกันอลหม่าน และมีเสียงปืน เสียงระบิดดัง และได้รับคำสั่งจากหัวหน้าเช่นกันแจ้งให้ลงมาอยู่ข้างล่างจนเวลา 17.00 น. จึงออกจากพื้นที่ได้

และนายพง(นามสมมติ) รปภ.บริษัทจีไฟร์เอสการ์ด กล่าวเช่นกันว่าตนอยู่ชั้น 1 ก็ได้รับคำสั่งจากหัวหน้าแจ้งให้ปิดประตูห้าง จากนั้นได้ยินเสียงปืนเสียงระเบิดดังถี่ขึ้นตลอด และต้องหลบลงมาอยู่ชั้นใต้ดินจนเวลา 16.00 น.ถึงออกจากพื้นที่เช่นกัน
*******
ภาพชุดที่เผยแพร่ทางเฟซบุ๊ค

รูปที่ 1 วันที่ 19 พ.ค. 53 หลังเสื้อแดงสลายการชุมนุมราชประสงค์ ทหารคุมพื้นที่ได้หมด ในเวลา 14.26 มีคนเดินเข้ามาในห้างฯ (เป็นเจ้าของร้านค้าในเวิร์ลเทรด มาดูร้าน)

รูปที่ 2 คนที่เดินเข้ามาโดนยิงสกัดที่ขา

รูปที่ 3 มีเพื่อนเข้ามาช่วยคนโดนยิงเจ็บออกไป

รูปที่4 ขณะที่คนที่ยืนดูอยู่ก็โดนยิงไล่


รูปที่5 อยู่ข้างในไม่ได้ โดนยิงไล่ ต้องรีบออกมา


รูปที่ 6 โดนยิงด้วยลูกซองเม็ดเล็ก ไม่เจตนาฆ่า แต่ไล่ให้ออกไปจากห้าง


รูปที่7-8 ส่วนข้างนอกก็มีการยิงสกัด เพื่อไม่ให้รปภ.เข้าไปรักษาความปลอดภัยในห้างได้


รูปที่ 8เอาทหาร ศอฉ.ตรึงกำลังรอบห้างฯ

รูปที่ 9-ในที่สุดรปภ.และพนักงานต้องเดินทางออกอย่างเดียว

จะสังเกตเห็นว่ามีทหารศอฉ.ปะปนอยู่กับพนักงานห้าง(เหน็บวิทยุสื่อสารสีแดง)


รูปที่10-มียิงออกมาข้างนอก


รูปที่11 -เห็นคนยิงบนสถานีรถไฟฟ้า ทหารกระหรี่แน่ๆ ที่ยิงประชาชนได้

รูป12 -เมื่อเคลียร์หมด คนในให้ออก คนนอกห้ามเข้าแล้วก็ เผา!


รูป13-ศอฉ.ควบคุมพื้นที่ได้หมด ในระหว่างนั้น


รูปที่ 14-16-หลังเหตุการณ์เพลิงไหม้ห้าง ทหารตำรวจได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่ในวันที่ 21 พ.ค.(ข้อสังเกตคือพวกเหน็บวิทยุสื่อสารสีแดง แบบเดียวกับตอนไล่คนออกจากห้างก่อนเผา)




รูปที่17-พบศพสุดท้าย ตายเนื่องจากขาดอากาศหายใจ

รูปที่ 18เป็นนักศึกษาจากราษีไศล ศรีสะเกษ


****

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-เทเวศฯยึกยักไม่จ่ายค่าประกัน3หมื่นล้านCTW ท้าอยากได้ให้ฟ้องเอา อ้างห้างโดนผู้ก่อการร้ายเผา


ถวายพระพร-นายอนันต์ เกษเกษมสุข กรรมการผู้จัดการ พร้อมผู้บริหาร บริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพานดอกไม้หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และ ลงนามถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวร ณ อาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเร็วๆนี้ (ภาพข่าว:RYT9)

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 พฤศจิกายน 2553

เซ็นทรัลเวิลด์ส่อแววแห้วเคลมประกัน 3 หมื่นล้าน "เทเวศประกันภัย"บริษัทที่รับทำประกันชี้ฝรั่งที่เป็นบริษัทรับประกันภัยต่ออ้างเข้าข่ายก่อการร้าย แนะหากอยากได้ให้ฟ้องร้องศาลตัดสิน กินเวลานาน5-7ปี แต่ยินดีจ่ายในส่วนประกันภัยก่อการร้าย3.3พันล้าน แต่เสียหายจริงอ้างไม่เกิน2พันล้านจะจ่ายปีหน้า

มติชนออนไลน์ รายงานว่า กรณีการชุมนุมม็อบเสื้อแดงเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเหตุเพลิงไหม้ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งมีบริษัท เทเวศประกันภัย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (Industrial All Risk : IAR) ให้กับบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ทุนประกันเกือบ 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นพื้นที่ศูนย์การค้าเซ็นเวิลด์ทุนประกัน 1.3 หมื่นล้านบาท และรับประกันก่อการร้ายกับห้างสรรพสินค้าเซนมูลค่า 3.3 พันล้านบาท

ขณะที่บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) รับประกันภัยก่อการร้าย ทุนประกัน 3.5 พันล้านบาท

นาย อนันต์ เกษเกษมสุข กรรมการผู้จัดการ เทเวศประกันภัย กล่าวว่า ล่าสุด บริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศ (รีอินชัวเรอส์) มีจุดยืนว่า ความเสียหายของเซ็นทรัลเวิลด์ เกิดจากภัยก่อการร้าย ดังนั้น เซ็นทรัลอาจจะไม่ได้รับความคุ้มครองจากการทำประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน เนื่องจากกรมธรรม์ประเภทนี้จะคุ้มครองภัยที่เกิดจากการโจรกรรม หรือจลาจล และสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินผู้เอาประกันภัย รวมถึงความสูญเสียจากการหยุดชะงักของธุรกิจ (Business Interruption) จนทำให้ผู้เอาประกันภัยต้องสูญเสียรายได้ แต่ไม่รวมภัยจากการก่อการร้าย ซึ่งมีความรุนแรงในระดับที่สูงกว่า

"ที่ บริษัทคาดว่าจะไม่คุ้มครอง เพราะรีอินชัวเรอส์เข้ามาพิสูจน์หลักฐานต่างๆ อย่างละเอียดแล้วพบว่าเข้าข่ายก่อการร้ายจริงๆ โดยดูจากบริบทรอบข้าง ไม่ได้ยึดคำประกาศของรัฐบาลเป็นหลัก นอกจากนี้ ตามเงื่อนไขของประกัน IAR จะมีหมายเหตุว่า ไม่คุ้มครองภัยที่เกิดจากการก่อการร้าย เพราะเป็นภัยเฉพาะเจาะจง โดยยึดจากตัวอย่างเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน 2544 หรือ 9/11 ในสหรัฐอเมริกา เป็นต้นมา และเหตุการณ์นี้เขาก็สรุปว่ารุนเเรงกว่าจลาจล"นายอนันต์กล่าว

นายอนันต์กล่าวว่า หากเซ็นทรัลพัฒนาเห็นว่า น่าจะมีข้อสรุปที่ดีกว่า และยังรู้สึกสงสัยกับจุดยืนของรีอินชัวเรอส์ ประกอบกับเห็นว่าค่าเสียหายที่จะได้รับจากการประกันก่อการร้ายต่ำกว่าค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 5-6 พันล้านบาท เซ็นทรัลก็อาจนำเรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการศาลได้ โดยให้ศาลฎีกาเป็นผู้พิจารณาคดีความ ซึ่งอาจใช้เวลา 5-7 ปี ทั้งนี้ เห็นว่าทางรีอินชัวเรอส์น่าจะพร้อมชี้แจงกับผลสรุปดังกล่าว

นายอนันต์กล่าวว่า ในส่วนของห้างสรรพสินค้าเซนที่ทำประกันก่อการร้ายมูลค่า 3.3 พันล้านบาท ซึ่งผลจากการประเมินความเสียหายคืบหน้าไปกว่า 95% ในเบื้องต้นพบว่า มูลค่าความเสียหายกว่า 2 พันล้านบาท ซึ่งยังไม่เกินทุนประกัน โดยบริษัทจะรอข้อสรุปที่เหลือก่อนจ่ายค่าสินไหมทดแทน ซึ่งคาดว่าจะสามารถจ่ายได้ไม่เกินไตรมาส 1 ปีหน้า

เวบไซต์ของเทเวศประกันภัยเปิดเผยว่า กลุ่มผู้ถือหุ้น ของบริษัทประกอบด้วย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 27,600 หุ้น คิดเป็น 0.23%
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ 11,787,261 หุ้น คิดเป็น 98.227%
ผู้ถือหุ้นอื่นๆ 185,139 หุ้น คิดเป็น 1.543%

รวม 12,000,000 หุ้น คิดเป็น 100.00%


เทเวศประกันภัยระบุไว้ในเวบไซต์ว่า เป็นบริษัทของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ฯ

*******
เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-รายงานพิเศษ 1 ปี 19 พฤษภาประชาภิวัฒน์รำลึก (ตอนที่1-7)

-ข้อเท็จจริงเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ระหว่างวันที่ 13-20 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

"เปิดสาร" พยานคดี 6 ศพ วัดปทุมวนารามฯ

Posted by KwamRak on 19.2011 News

"เปิดสาร" พยานคดี 6 ศพ วัดปทุมวนารามฯ

วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2553 เวลา 12:00:00 น.
โดย มติชน, ชฎา ไอยคุปต์


หลังจากที่สำนักข่าวรอยเตอร์สได้เผยแพร่รายงานข่าวพิเศษที่ระบุว่า รายงานการสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตของพลเรือนระหว่างการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อเดือนเมษายน-พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยทางการไทย พบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยอาจมีส่วนกับการเสียชีวิตดังกล่าวของพลเรือนบางส่วน


โดยรอยเตอร์สอ้างว่าตนเองได้รับเอกสารการสอบสวนเบื้องต้นที่รั่วไหลออกมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งทำให้เห็นว่าทหารไทยอาจมีบทบาทสำคัญต่อเหตุเสียชีวิตของพลเรือนในช่วงสถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าวมากกว่าที่เจ้าหน้าที่เคยกล่าวยอมรับไว้


รายงานการสอบสวนชิ้นนี้สรุปว่า มีกองกำลังพิเศษอยู่บนรางรถไฟฟ้าและทำการยิงปืนไปที่วัดปทุมวนาราม ซึ่งเป็นที่หลบภัยของผู้ชุมนุมประท้วงหลายพันคน เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม จริง

 


รายงานดังกล่าวระบุผลการสอบสวนเบื้องต้นว่า 3 จาก 6 ผู้เสียชีวิตในวัดปทุมวนารามนั้น อาจจะถูกสังหารโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งขัดแย้งกับคำแถลงการณ์ของกองทัพไทยที่ปฏิเสธว่าทหารไม่มีส่วนรับผิดชอบกับการสังหารผู้คนในวัดแห่งนี้

 

 


มาย้อนดูคำให้สัมภาษณ์ของรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งปากคำจากพยานและผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวัดปทุมวนาราม ระหว่างที่รอการเปิดเผยผลสอบสวนจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ
 

31 พ.ค.  - นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่งคง กล่าวชี้แจงกระทู้ของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. เพื่อไทย ในการอภิปรายเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ว่า จากที่ น.อ.อนุดิษฐ์ ยกภาพอ้างว่าเป็นภาพทหารบนรถไฟฟ้าบีทีเอส เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 19 พ.ค. เรียนว่าภาพนี้เป็นภาพที่เป็นปัญหาตลอด คงต้องมีการพิสูจน์กัน ว่าถ่ายในวันที่ 19 พ.ค. เวลา 18.30 น. จริงหรือไม่ ขอเรียนว่า ตนได้ถามเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติงานในวันดังกล่าว แต่ พบว่าเมื่อเวลา 18.30 น. ไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารอยู่บนรางบีทีเอส ขอกราบเรียนว่า เจ้าหน้าที่ของเราในชุดเคลื่อนที่จากสี่แยกปทุมวันฯ ไม่สามารถเข้ามาได้ที่รางรถไฟฟ้าได้ มาได้แค่เข้ามาคุ้มครองเจ้าหน้าที่ดับเพลิง จนต้องถอยมาที่บีทีเอส ขอเรียนว่าภาพที่ถ่ายเป็นทหารแน่ แต่เชื่อว่าน่าจะเป็น 20 พ.ค. ช่วงคุ้มครองประชาชนออกจากวัดปทุมฯ เชื่อว่าวันข้างหน้าจะพิสูจน์ได้

 

---------------------------------------

31 พ.ค. - นาวาเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส. กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย ได้อภิปรายต่อมาในเรื่องการสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงแสดงภาพเหตุการณ์บนรางรถไฟบีทีเอส หน้าวัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พ.ค. จนเป็นเหตุให้คนตาย 6 ศพในวัดปทุมวนาราม  พร้อมยกคำกล่าวของนายสุเทพ  ที่บอกว่าเป็น "โจรผู้ร้าย และไอ้โม่ง อยู่ที่บริเวณนั้น" 


"ภาพทหาร เมื่อ  18.30 น. วันที่ 19 พ.ค. ก่อนเกิดเหตุยิง 5 ศพ  มีสติกเกอร์ที่ หมวกเป็นสีชมพู เป็นภาพทหาร  พยานหลายปากที่วัดปทุมฯยืนยันว่า มีการยิงลงมาจากรางรถไฟฟบีทีเอส  การกระทำของนายอภิสิทธิ์ (เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี) ไม่ได้รับการคุ้มครอง ตามมาตรา 17 แห่งพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ " น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

 

 

 


 
31 พ.ค. - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงในการอภิปรายว่า หลังจากแกนนำประกาศยุติการชุมนุมในวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา แกนนำได้เข้ามอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่รอปฏิบัติการรอบพื้นที่การชุมนุมจาก 4 ทิศก็มีแนวทางการปฏิบัติชัดเจน ชุดจากศาลาแดงมาหยุดที่แยกสารสิน ซึ่งพบปัญหาการต่อสู้ตอบโต้ โดยเฉพาะมาจากตึกบางกอกเคเบิ้ล ชุดจากเพลินจิตมาติดอยู่ที่ชิดลม ไม่สามารถเข้ามาได้ ส่วนชุดจากแยกราชปรารภและจากแยกปทุมวันก็เข้ามาไม่ได้ เนื่องจากเป็นช่วงที่ผู้ชุมนุมจะเดินทางไปยังสนามกีฬาแห่งชาติเพื่อขึ้นรถกลับบ้าน หากเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามา อาจเกิดการเข้าใจจนเกิดการปะทะได้


นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีผู้เสียชีวิตถูกยิงในวัดปทุมวนารามฯ ว่า ยังต้องสืบและสอบหาข้อเท็จจริงอย่างละเอียดถี่ถ้วนต่อไป แต่ตนมองไม่เห็นความจำเป็นที่เจ้าหน้าที่ต้องจัดการใดๆ กับประชาชนที่อยู่ในวัด มีแต่รายงานว่า ในช่วงการคุ้มครองการดับเพลิงโรงภาพยนตร์สยาม


"ได้มีการพูดถึงการยิงเข้าวัดปทุมฯ จากบีทีเอสหรือสกายวอล์ค(ทางเดินเชื่อมระหว่างสถานีรถไฟฟ้า) โดยมีคนอยู่บนรางรถไฟฟ้าสองชั้น ซึ่งถ้ามีคนเดินมาจะมาได้ ต้องมาจากทิศทางราชประสงค์ เพราะสถานีสยามถูกปิดล็อค"
 
------------------------------------

31 พ.ค. - นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ พรรคเพื่อไทย นำคลิป (คลิกดูคลิปที่รูปกล้องเหนือพาดหัวข่าว) มายืนยันว่า เจ้าหน้าที่ทหารได้เคลื่อนขึ้นไปอยู่บนรางรถไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค.ในวันเกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 6 ศพในวัดปทุมวนาราม ยืนยันว่าในคลิปมีกลุ่มควันที่ถูกเผาเป็นหลักฐานยืนยันว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารบนรางรถไฟในวันที่ 19 พ.ค.ไม่ใช่วันที่ 20 พ.ค.ตามที่รองนายกฯกล่าวยืนยัน


นายวรวัจน์กล่าวว่า มีควันไฟที่ปรากฏที่ตึกสยามพารากอนถูกเพลิงไหม้ ในภาพปรากฏภาพคนที่ยืนซุ่มอยู่บนสกายวอล์คทางเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสในหลายจุด หันหน้าไปทางวัดปทุมวนาราม  คลิปดังกล่าวถ่ายวันที่ 19 พ.ค.ไม่ใช่วันอื่นแน่นอน เพราะไฟไหม้สยามพารากอนในวันดังกล่าว  แต่ปรากฏว่า เมื่อนำคลิปมาฉายกลับไม่พบเห็นภาพควันไฟแต่อย่างใด  เห็นได้ชัดว่า คลิปที่นำมาเปิดควันไฟหายไปในตอนแรก

 

 

31 พ.ค. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเมื่อวันที่ 31 พ.ค.  ว่า นายกรัฐมนตรีและกระทรวงการต่างประเทศ ได้ชี้แจงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ช่วยทูตทหารไทยในต่างประเทศเป็นกลไกหนึ่งที่จะเข้าไปทำความเข้าใจการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมย้ำทหารไม่เคยคิดปราบปรามหรือสลายการชุมนุม และยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณฉุกฉิน หรือ ศอฉ.ที่ออกปฏิบัติหน้าที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เสียชีวิตทั้ง 6 ศพที่บริเวณหน้าวัดปทุมวนาราม

-------------------------------------

1 มิ.ย.-นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  กล่าวชี้แจงในการอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ถึงกรณีมีผู้ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนารามฯ ว่า เรากำชับในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.) ตลอด ว่าเป็นพื้นที่ละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลา 18.00-18.30 น. วันที่ 19 พ.ค. มีการปะทะระหว่างทหารบนสถานีรถไฟฟ้ากับกองกำลังติดอาวุธพื้นราบ หลังจากนั้นมีข่าวผู้เสียชีวิต หลายเรื่องตนได้รับข้อมูลตรงกับฝ่ายค้าน หลายเรื่องก็ไม่ตรงกัน แต่ยืนยันว่าไม่มีขว้างแก๊สน้ำตาหลังวัด แต่ยอมรับว่ามีผู้สูญเสียที่น่าสูญชีวิตหน้าวัดและเต๊นท์พยาบาลจริง


"แต่ผมขอให้ความเป็นธรรมกับศอฉ.ว่า มีเหตุผลอะไรที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการคนในวัด ทั้งที่ที่ผู้ชุมนุมยุติลงแล้ว"


นายอภิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เรามีผลการชันสูตรพลิกศพ 6 ศพในวัดปทุมฯ ในทุกกรณีพบความเป็นจริงตรงกันว่า วิถีกระสุนถูกยิงเกิดในแนวราบ แต่ผู้ถูกยิงอาจอยู่ในอิริยาบถที่ต่างกัน เช่น ท่ายืนหรือนั่งยองๆ จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยจะยิงจากที่สูง 


7 มิ.ย.- พ.อ.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด ทำหน้าที่โฆษก ศอฉ. กับโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ที่ประชุมไม่ได้มีการพูดถึง แต่ตำรวจพยายามสืบว่า 6 คนที่ตายเป็นใคร เพราะอาจมีข้อมูลเชื่อมโยงกับการถูกลอบสังหาร ส่วนเรื่องที่พรรคเพื่อไทยท้าให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.สาบานที่วัดพระแก้วว่า ไม่ได้สั่งให้ทหารยิงประชาชนนั้น เห็นว่าที่ผ่านมามีการท้าตลอด ซึ่งยืนยันว่า สิ่งที่แถลงทุกเรื่องเป็นความจริง หากเรื่องทุกอย่างที่แถลงเป็นเท็จ จะหยุดการทำหน้าที่โฆษก ศอฉ. กับโฆษกกองทัพบก เพื่อความสบายใจ การที่คน 2 คน เล่าเรื่องไม่เหมือนกันนั้นขึ้นอยู่กับประชาชนว่าจะเชื่อใคร
 

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ได้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่า การปฏิบัติภารกิจการรักษาความสงบเรียบร้อยดังกล่าว กองทัพปฏิบัติตามจุดยืนเดิมมาโดยตลอดคือไม่ทำร้ายประชาชน มีหน้าที่ทำให้สถานการณ์บ้านเมืองเกิดความเรียบร้อย ไม่เป็นฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง ปฏิบัติตามบทบาทของกองทัพที่ต้องสนับสนุนการบริหารราชการของรัฐ และในช่วงต่อไปกองทัพจะใช้กลไกที่มีอยู่ในการสร้างความเข้าใจ สร้างความรัก ความสามัคคี ตามนโยบายปรองดองของรัฐบาล เพื่อให้สังคมไทยกลับคืนสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืนตลอดไป


เมื่อถามว่า ประเด็น 6 ศพ ที่วัดปทุมวนาราม ยังมีข้อถกเถียงว่าทหารหรือกลุ่มก่อการร้ายเป็นคนสังหาร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่เราชี้แจงแล้วว่า ในเวลานั้นอยู่ที่ใด อยากจะบอกสื่อมวลชนว่าอย่าไปตามกระแส สื่อจะต้องดูข้อเท็จจริง ถ้าถามเรื่องกระแสตนคงไม่สามารถที่จะตอบได้ แต่ถ้าให้พูดตามข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่เขายืนยันว่าในช่วงเวลานั้นไม่ได้อยู่ตรงนั้น และตรวจสอบแล้วว่าไม่มีใครใช้อาวุธกับประชาชนนั้นคือข้อเท็จจริง


--------------------------------------
พยาน

 

 

 

คลิกฟังเสียงชาวบ้าน

 

 

20 พ.ค. - นางชวนพร ชัยมงคล  อายุ 55 ปี จ.เชียงใหม่ เล่าถึงนาทีหนีตายเข้าไปอาศัยในวัดปทุมวนาราม ท่ามกลางวงล้อมของหมอกควันและเพลิงและกระสุนปืนที่ดังอย่างต่อเนื่องพร้อมกับผู้ชุมนุมหลายพันคนและอีก 6 ศพถูกยิงเสียชีวิตห่อด้วยเสื่อเรียงอยู่ในวัด  ว่า  "ทุกคนกลับบ้านด้วยความเจ็บใจเพราะว่าญาติพี่น้องร่วมต่อสู้ถูกยิง ถูกลากศพไปต่อหน้าต่อตา ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะมาเจอแบบนี้  เป็นมนุษย์ขี้เหม็นเหมือนกัน แต่ถ้าขี้หอมก็ยกให้อีกระดับหนึ่ง ฉะนั้นต้องคิดว่าคุณ คือ มนุษย์เหมือนกัน


สาวใหญ่เมืองเชียงใหม่ยังบอกอีกว่า ขณะที่พวกเราหนีเขาวัดแล้วไปนั่งไหว้พระอยู่คิดว่าถ้าจะมายิงกันตอนไหว้พระก็ไม่เป็นไร ที่ตรงนั้นมีแต่เด็ก ผู้หญิง เต็มไปหมด


"ถ้าต่อสู้ซึ่งหน้าเราต้านไหว แต่เขาเอาเปรียบเรา ไปซุ่มยิงจากข้างบน แบบนี้มันหมารอบกัด  ต้องลงมาแล้วสู้กันซึ่งหน้าตัวต่อตัวเราจับมัดจับมัดดีดหำได้สบาย แต่เราไม่ฆ่าเพราะคนไทยด้วยกัน แต่เขามาตั้งใจฆ่าเรา ถ้าใครที่รับฟังมาจากที่ไหนก็ให้รู้ว่าเราคนไทยด้วยกัน ไม่ใช่ว่าเสื้อแดงต้องไปฆ่าเขา แค่จับเปลื้องผ้าก็ทำอะไรเราไม่ได้แล้ว แต่นี้มาฆ่าเราต้องนึกบ้าง ทำได้อย่างไรกับคนไม่มีทางสู้"
 

นางชฎาทาน ธันวาภักดี  ชาวจ.นนทบุรี อายุ 55 ปี อาชีพค้าขาย กำลังหอบหิ้วสัมภาระที่ขนกลับมาจากราชประสงค์เพื่อเดินทางกลับบ้าน  "เขาใจร้ายมาก ฆ่าเราเหมือนหมูเหมือนหมา เหมือนเราไม่ใช่คน ยิงลงมาจากรางรถไฟฟ้ามีคนตาย 6 ศพ นอนอยู่ในวัดยังไม่ได้ฉีดยาให้ศพ น่าอนาถใจมาก ไม่คิดเลยว่าจะยิงเรา นัดเดียวคาที่หมด เห็นคนเชียงรายมากัน 8 ตาย 5 กระสุนเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา" 


นางคำสอน  สมพงษ์ อายุ 57 ปี ชาวจ.หนองคาย นั่งรวมกลุ่มอยู่กับเพื่อน 3 คน รอเดินทางกลับบ้านที่สถานีขนส่งหมอชิต บอกเล่าเหตุการณ์ในวันที่ราชประสงค์มืดมิดพร้อมกับท่าทางที่ตื่นกลัว ว่า ลูกระเบิดลงมา พากันวิ่งเข้าวัดปทุมวนาราม เจ้าอาวาสดีมากให้พวกเราพักพิง
 

"กลัวก็กลัวแต่สู้ ช่วยๆกัน ระเบิดโยนมาไม่ถูกพวกเราก็ถูกคนอื่น ลูกปืนยิงมาไม่ถูกเราก็ถูกคนอื่น การ์ดผู้ชายรับปืนรับระเบิดแทนผู้หญิงหมด  ตายเยอะหนีไม่ทันทั้งคนแก่และเด็ก แล้วยังยิงฝรั่งที่มาทำข่าวอยู่กินกับพวกเรา แล้วยังจะมาหาว่าเป็นพวกผู้ก่อการร้ายยิงอีก มันโหดร้ายแค่ไหนรัฐบาลนี้ จะเอาเราไปประหารก็เชิญเพราะพูดความจริง เพราะรัฐบาลทำได้ทุกอย่าง" หญิงชาวหนองคายพูดอย่างไม่กลัวความผิดและภัยถึงตัว


นายสุชาติ พรั่งพรหม นปช.จันทบุรี  กล่าวย้ำถึงภาพที่เห็นและเสียงที่ได้ยิน ว่า "เห็นทหารยิงประชาชนตอนนั้นพักอยู่ที่วัดปทุมวนารามเห็นศพอยู่ในวัด 6 ศพ บาดเจ็บอีกประมาณ 10 คน ยิงพยาบาล(อาสาสมัคร)ในวัดที่กำลังทำแผลให้กับคนเจ็บ ก่อนยิงยังด่าพยาบาลอีกว่าอีเสื้อแดงมึงเก่งนักเหรอแล้วก็ยิงเลย  เป็นทหารแก่แล้วมีผมหงอก " 

 

 

"วสันต์"กับศพ"เกด" คลิกฟังเสียง


 

นายวสันต์ สายรัศมี หรือ เก่ง อาสาสมัครกู้ภัย ผู้สูญเสียเพื่อนร่วมทีมที่กลายเป็นศพ 3 ราย ถูกยิงเสียชีวิตในวัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ขณะที่กำลังช่วยเหลือผู้บาดเจ็บในเต็นท์พยาบาล ตั้งคำถามว่า  "กู้ภัยไม่เกี่ยวข้องทำไมถึงถูกเรียกเข้าไปพบ ศอฉ. " นี่เป็นคำถามที่ นายวสันต์ ถามตัวเองและเป็นเหตุผลที่ไม่ยอมเข้าไปพบศอฉ.แต่ยอมใช้ชีวิตแบบหลบๆซ่อนๆ
 

"ผมพร้อมที่จะไปเป็นพยานพูดถึงสิ่งที่เห็นและผมมีหลักฐานที่จะแสดงให้ทุกคนเห็น ว่า สิ่งที่รัฐบาลทำกับประชาชนมากแค่ไหน กู้ชีพที่เสียชีวิต 5 คน รัฐบาลยังไม่ได้ออกมาพูดอะไรเลย ผมมีทั้งภาพถ่าย คลิปวิดีโอ ที่เก็บรวบรวมจากชาวบ้านช่างภาพที่อยู่ในเหตุการณ์ว่าทหารยิงหรือไม่ หากวันหนึ่งผมเป็นอะไรไปข้อมูลที่ผมมีได้ฝากไว้กับเพื่อนที่ไว้ใจได้และพร้อมที่จะออกมาต่อสู้แทนผม เพื่อจะนำความจริงออกมาให้ทุกคนเห็นได้ "


"บ่าย 5 โมงกว่า เริ่มมีเสียงปืนดังเกิดขึ้นตั้งแต่ตรงข้างสยามพารากอนเริ่มมีเสียงปืนดังเข้ามาบริเวณวัด การยิงของทหาร คือ กราดยิงเข้ามาเรื่อยๆไม่มีคำว่าหยุดยิงลงมาจากรางรถไฟฟ้า บีทีเอส ชั้น 2  ภาพที่ประชาชนส่วนมากมองขึ้นไป คือ "เห็นทหารยืนอยู่ข้างบนมีการกราดยิงมาใส่ประชาชนข้างล่างที่ไม่มีแม้แต่อาวุธมีเพียงเสื้อผ้า หมอน น้ำดื่ม ที่ใช้ประทังชีวิต" 

--------------------------------------
ผู้บาดเจ็บ

 

คลิกฟังเสียงผู้บาดเจ็บ

 

28 พ.ค. นายกิตติชัย แข็งขัน ชาวขอนแก่น ถูกยิงได้รับบาดเจ็บเกิดเหตุที่วัดปทุมวนาราม กล่าวว่า  "ผมพูดในสิ่งที่ตัวเองประสบมาเห็นมากับตาถ้าไม่เห็นแบบนี้ก็พูดไม่ได้" 

 

"ผมมาจากทางศาลาแดงมาเป็นกลุ่มสุดท้ายพอดีกับเวทีสลายหมดแล้ว การ์ดก็ให้วิ่งเข้าไปในวัด พอไปถึงผมก็พักผ่อนนอนเล่นกันอยู่ตั้งนานถึงได้ยินเสียงปืนดังมาอีก จึงเข้าไปหลบใต้ท้องรถ ตอนนั้นเป็นเวลาเกือบ 1 ทุ่ม เขายืนอยู่บนทางรถไฟฟ้ายิงเข้ามาในวัดต่างคนต่างหลบกัน ผมโดนยิงข้างหลังกับมือ พวกเราไปหลบอยู่ใต้ท้องรถ 5-6 คน 


ตอนที่ผมโดนยิงทหารก็ให้ออกมาจากใต้ท้องรถ เขายิงมาจากบนสะพานรถไฟฟ้า ผงกหัวขึ้นไม่ได้เลย พอโดนลูกปืน มันร้องไห้ออกมา แต่ไม่มีใครออกไป พอผมโดนยิง ผมบอกว่ายอมแล้วๆมันก็ยิงใส่มืออีก มันโกหกบอกให้ออกมายิง แต่ผมไม่ไหวแล้วเลือดออกเยอะ พอออกมามันบอกให้ผมถอดเสื้อออกแล้วยกมือขึ้น แล้ววิ่งไป ผมก็วิ่งไปหาพยาบาลทำแผลให้ ผมยืนหันหน้าเห็นทหารเขาเล็งมาใส่ผม แต่ตอนนั้นเขาไม่ยิงใส่แล้ว เพราะเห็นว่าผมถูกยิง บอกให้ถอดเสื้อ ยกมือขึ้น ผมก็ยกมือขึ้นสองข้างแล้วก็วิ่งไปเลย"  นายกิตติชัยกล่าวและยืนยันอีกครั้งว่า


"ผมเห็นเขายิง ผมยืนยันไม่มีใครหรอกนอกจากทหารใส่ชุดพรางใส่หมวก เขาก็ตะโกนให้ผมออก ผมก็ตะโกนออกแล้วครับ ผมก็บอกยอมแล้วครับเห็นยืนเล็งใส่ผมอยู่ ถ้ามันยิงตอนผมถอดเสื้อคงตายแล้ว แต่มันก็บอกให้ผมวิ่ง ผมก็วิ่งไปหาพยาบาลไปอ่อนแรงตรงนั้น พอทำแผลใกล้เสร็จห้ามเลือดเขาก็ยิงมาใส่หลายนัด โดนฝรั่งที่กำลังถ่ายรูปผมอยู่ จากนั้นผมก็สลบไปเลย"

 

 


ดีเอสไอ
 
16 พ.ย. -  พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายการเสียชีวิต 89 ศพ ชี้แจงกรณีส่งสำนวนคดีผู้เสียชีวิตที่วัดปทุมฯให้สตช. ชันสูตรพลิกศพใหม่เพียง 3 ศพว่า เนื่องจากทั้ง 6 ศพ ไม่ได้เสียชีวิตในคราวเดียวกัน และมีการเคลื่อนย้ายศพด้วย ซึ่งการปะทะก็มีทั้งกองกำลังไม่ทราบฝ่าย และฝ่ายเจ้าพนักงาน ฝ่ายความมั่นคง  ซึ่งจากการชันสูตรศพพบพบรูกระสุน  คราบตะกั่ว ทองแดง โดย 5 ใน 6 ศพ พบกระสุนฝังใน  จากการที่ดีเอสไอร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณรางรถไฟฟ้าบีทีเอสซึ่งมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่บางส่วนไว้ข้างบนและมีการใช้อาวุธปืน จึงสรุปได้ว่าอาจจะเกิดจากการที่มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง


พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่แยกออกมาแค่ 3 ศพนั้น เนื่องจากผลการตรวจพิสูจน์ปรากฏว่าบาดแผลกระสุนปืน วิถีถูกยิงเข้าจากบนลงล่าง คือถูกยิงจากที่สูง นอกจากนี้ในการตรวจที่เกิดเหตุร่วมกับนิติวิทยาศาสตร์หลังเกิดเหตุนาน 2 เดือน พบปลอกกระสุน 2 ปลอกและกระสุนปืนเอ็ม 16 จำนวน 1 นัด ขณะที่ฝ่ายทหารก็ยอมรับว่ามีการส่งกำลังทหารพร้อมอาวุธปืนเข้าไปประจำจุดดูแลบริเวณรางรถไฟฟ้าจำนวน 8 นาย เช่นเดียวกับกรณีของพลทหารณรงค์ฤทธิ์ สาระ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ  ดังนั้นจึงต้องส่งสำนวนไปดำเนินการตามป.วิอาญามาตรา 150

 

"เมื่อเป็นการเสียชีวิตที่ผิดธรรมชาติจะต้องมีการชันสูตรโดยมีเจ้าหน้าที่ท้องที่ต้องตรวจสอบร่วมกับงานนิติเวช แต่หากเป็นกรณีที่อ้างว่ามีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ต้องมีพนักงานฝ่ายปกครองและพนักงานอัยการร่วมตรวจสอบเพิ่มเติมให้เป็นไปตามกฎหมายป.วิอาญามาตรา 150 เพื่อให้การดำเนินคดีมีความโปร่งใสมากขึ้น" พ.ต.อ.ณรัชต์ 

--------------------------------------

 

10 ธ.ค. - นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ ให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์สว่า ดีเอสไอได้สรุปผลการสอบสวนเบื้องต้นและส่งรายงานดังกล่าวไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยังไม่ได้เปิดเผยเนื้อหาของผลการสอบสวนเหล่านั้นต่อสาธารณะ


"รายงานการสอบสวนถือเป็นประเด็นอ่อนไหวที่จะพูดถึงหรือยืนยันว่ารายงานชิ้นนั้นมีความถูกต้องจริงหรือไม่" นายธาริตกล่าวและว่า "นี่เป็นความลับทางราชการ ดังนั้น การยืนยันว่ารายงานที่ถูกจัดส่งไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นสิ่งถูกต้อง จึงอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิของบุคคล ซึ่งมีรายชื่อปรากฏอยู่ในรายงานดังกล่าว"


นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามรอยเตอร์สเกี่ยวกับเอกสารที่รั่วไหลออกมาดังกล่าว โดยไม่ได้ปฏิเสธว่าเอกสารเหล่านี้ไม่ใช่เอกสารจริง แต่กล่าวว่า การสอบสวนยังไม่สมบูรณ์และกำลังพยายามเร่งรัดกระบวนการให้รวดเร็วขึ้น


"ขั้นตอนต่อไปจะเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางด้านศาลยุติธรรม ดังนั้น เราจึงไม่สามารถมีปฏิกิริยาโต้ตอบกับข้อมูลที่ยังไม่สมบูรณ์" นายกรัฐมนตรีกล่าว
 
--------------------------------------

 

 

 

รายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ว่าสถาบันนิติเวชวิทยา (นต.) ตร. โดย พ.ต.อ.นพ. พรชัย สุธีรคุณ รอง ผบก.นต. ได้ส่งรายงานผลการชันสูตรพลิกศพของผู้เสียชีวิตภายในวัดปทุมวนาราม จำนวน 6 ศพ เมื่อ วันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมาให้กับพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน โดยระบุว่า ศพที่หนึ่ง ผู้ตายชื่อ นายวิชัย มั่นแพ อายุ 61 ปี มีบาดแผลบริเวณผิวหนังทะลุบริเวณต้น แขนขวาด้านนอก บาดแผลผิวหนังทะลุต้นแขนขวา และบาดแผลบริเวณทรวงอกด้านขวา สันนิษฐานกระสุนทะลุปอดขวา กระบังลม ตับ ไตขวา ขั้วยึดลำไส้ พบเศษทองแดง 2 ชิ้นบริเวณขั้นยึดลำไส้ ทิศทางจากขวาไปซ้าย หน้าไปหลัง และบนลงล่าง ความเห็นเพิ่มเติมถูกยิง 1 นัด ระยะเกินมือเอื้อม สาเหตุการตาย กระสุนทำลายปอดตับ


ศพที่ 2 นายอัฐชัย ชุมจันทร์ อายุ 28 ปี มีบาดแผลผิวหนังทะลุบริเวณหลังด้านซ้าย บาดแผลผิวหนังทะลุบริเวณทรวงอกด้านซ้ายส่วนบน กระสุนตัดกระดูกซี่โครงด้านซ้ายซี่ที่ 3 ทะลุปอดซ้าย ทิศทางจากหลังไปหน้าแนวตรง ความเห็นเพิ่มเติม ถูกยิง 1 นัดระยะเกินมือเอื้อม สาเหตุการตาย กระสุนทำลายปอด


ศพที่ 3 นายมงคล เข็มทอง อายุ 36 ปี พบบาดแผลฉีกขาดตื้นๆ รูวงกลมบริเวณต้นแขนซ้าย 2 แห่ง พบบาดแผลผิวหนังทะลุบริเวณทรวงอกด้านซ้าย กระสุนตัดกระดูกซี่โครงด้านหน้าซี่ที่ 2-3 กระดูกกลางอก ทะลุปอดซ้าย หัวใจ ปอดขวา กระบังลมตับ พบเศษทองแดงในเสื้อ เศษตะกั่วเล็กๆ ในหัวใจและปอด ทิศทางจากซ้ายไปขวา หน้าไปหลัง และบนลงล่าง สาเหตุการตาย กระสุนทำลาย หัวใจ ปอด ตับ


ศพที่ 4 นายสุกัน ศรีรักษา อายุ 31 ปี มีบาดแผลทะลุผิวหนังถึง 9 แห่ง โดยบาดแผลที่ 1 กระสุนทะลุซี่โครงซี่ที่ 2 ด้านซ้าย ทะลุปอดซ้าย ทะลุเยื้อหุ้มหัวใจ และกล้ามเนื้อหัวใจฉีกขาด พบโลหะคล้ายหัวกระสุนปืนหุ้มทองแดง 1 ชิ้น ค้างอยู่ที่เนื้อชายโครงด้านขวา ไม่ทะลุออกทิศทางจากซ้ายไปขวา บนลงล่าง หลังไปหน้าเล็กน้อย สาเหตุการตาย ปอดคั่งเลือดทั่วไป กล้ามเนื้อหัวใจฉีกขาด ตับคั่งเลือด เสียโลหิตเป็นจำนวนมาก


ศพที่ 5 นายอัครเดช ขันแก้ว อายุ 22 ปี (ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่พยาบาลอาสา) ตรวจพบบาดแผลทะลุผิวหนัง 7 แห่ง พบรอยช้ำใต้หนังศีรษะบริเวณท้ายทอยด้านซ้าย สมองพบเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นนอก กระสุนทะลุกระดูกกรามด้านขวาหัก กระดูกโหนกแก้มขวาแตก พบเศษตะกั่วในช่องปากและฐานกะโหลกศีรษะ และพบเศษตะกั่วบริเวณกระดูกก้นกบ สาเหตุการตายถูกยิง 2 นัด ระยะเกินมือเอื้อม เลือดออกใต้เยื้อหุ้มสมองชั้นนอก เนื้อสมองช้ำ จากการถูกแรงกระแทก (กระสุนทะลุช่องปาก)


ศพที่ 6 น.ส.กมนเกด อัดฮาด อายุ 25 ปี (อาสาสมัครพยาบาล) มีบาดแผลถูกยิงทะลุผิวหนังมากถึง 10 แห่ง โดยบาดแผลที่ 1 กระสุนถูกเข้าที่หลังผ่านขึ้นด้านบนผ่านแนว ลำคอหลังทะลุผ่านกะโหลกศีรษะซีกซ้าย ทะลุสมองน้อยและสมองใหญ่ พบชิ้นส่วนโลหะคล้ายหัวกระสุนหุ้มทองแดง 1 ชิ้น ค้างที่กะโหลกด้านขวา ทิศทางจากล่างขึ้นบน หลังไปหน้า ขวาไปซ้ายเล็กน้อย ลักษณะหมอบลงกับพื้น หน้าหันลงพื้นดิน บาดแผลที่ 2-4 ถูกยิงเข้าบริเวณอก บาดแผลที่ 5-10 ถูกยิงบริเวณแขนและขวา ลักษณะถูกระดมยิง สาเหตุการตายกระสุนทะลุหลังเข้าไปทำลายสมอง ซึ่งแพทย์ผู้ตรวจยังไม่สามารถระบุได้ว่าถูกยิงจากบนลงล่างหรือไม่ แต่จากการสันนิษฐานเชื่อว่า น.ส.กมนเกด หมอบหน้าแนบพื้น ถูกระดมยิงจากด้านหลัง ซึ่งการตรวจสอบที่แน่ชัดต้องมีพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุมาประกอบด้วย เพราะการจำลองใช้เลเซอร์มาวางแนววิถีกระสุนก็ทำไม่ได้ ในกรณีนี้เนื่อง จากหัวกระสุนไปถูกกระดูกและกระดอนไปมาทำให้ร่างกายเสียหายมากจนไม่สามารถจำลองแนวการยิงได้อย่างแน่ชัด

 

-----------------------------------

 

 

อีเมล : iyacoupt@hotmail.com

 

http://www.facebook.com/profile.php?id=100001242647508#!/profile.php?id=100001242647508