CIA-GT200 แผนลับล้มกองทัพไทย(End)

Posted by KwamRak on 24.2011 บทความน่าอ่าน

อำนาจอธิปไตย ประกอบด้วย อำนาจบริหาร อำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจตุลาการ
บริหาร  รัฐบาล -> ใช้การรัฐประหาร โดยพยายามทำให้เห็นว่าผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งไม่ดี
นิติบัญญัติ  ออกกฎหมายตามใจชอบ โดยผลประโยชน์ที่ได้ตกอยู่แค่คนกลุ่มหนึ่ง ที่สำคัญคือประชาชนคนไทยเกือบทั้งประเทศกลับไม่ได้รับผลประโยชน์ในส่วนนี้ด้วยเลย
ตุลาการ  ตุลาการพิบัติ ทำให้เห็นเป็น ๒ มาตรฐาน
คำถาม  หากคุณเป็นคนไทย เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย มีเลือดเนื้อเชื้อไขในการเป็นคนไทย คุณจะสร้างเรื่องการทำลายเหล่านี้ ให้เกิดขึ้นไหม
คำตอบ  ไม่ต้องตอบก็รู้ว่า "ไม่ยอมเด็ดขาด" ใช่หรือเปล่า

จึงสรุปได้ว่า เหตุการณ์และสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นนั้น ผู้ที่บงการต้องไม่ใช่คนไทยอย่างแน่นอน แต่จะเป็นใครดีล่ะ
ยกตัวอย่าง หากว่าบ้านที่คุณอยู่อาศัย ได้มาด้วยหยาดเหงื่อแต่ละหยด แรงงาน น้ำพักน้ำแรง กว่าจะเก็บหอมรอมริบได้แต่ละบาทแต่ละสตางค์ เพื่อให้ได้บ้านมาสักหลัง แม้แต่ฝุ่นเกาะ คุณยังต้องเอาไม้กวาดมาปัดกวาด ฝาบ้านพัง คุณก็ต้องซ่อมบำรุง ใครจะมาทำให้บ้านคุณเสียหาย คุณยังไม่ยอม แต่ถ้าเป็นบ้านเช่า หรืออพาร์ตเม้นท์เช่าทั่วไป ความรักและผูกพันที่มีต่อที่พักอาศัยก็จะแตกต่างกับบ้านของเราเอง อย่าว่าแต่คนเลย แม้กระทั่งหมา มันเกิดหรืออยู่ตรงไหน มันก็จะรักที่ของมันไม่ใช่เพราะมีข้าวให้กิน แต่เป็นเพราะว่ามันหวงที่ของมันต่างหาก
แล้วเปรียบเทียบกับคนที่ไม่รู้จักหวงแหนแผ่นดิน ไม่อายหมามันบ้างหรืออย่างไร

เริ่มเข้าเรื่องตามหัวข้อกระทู้สักที
ใน ๓ สถาบันหลักของประเทศ สถาบันสุดท้ายที่เหลืออยู่ตอนนี้คือ สถาบันพระมหากษัตริย์
สิ่งที่เป็นเกราะปกป้องและป้องกันสถาบันพระมหากษัตริย์มีอย่างเดียวคือ ทหารหรือกองทัพ
เพราะฉะนั้น หากสามารถทำลายทหารได้ ก็เท่ากับทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์เช่นกัน
เปรียบดัง รถหุ้มเกราะยิงเท่าไหร่ก็ไม่เข้า หากไม่ใช้กระสุนเจาะเกราะ
ฉะนั้นการที่จะทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ก็ต้องทำลายเกราะเสียก่อน ไม่เช่นนั้นแล้วก็เข้าไม่ถึง

วิธีการทำลาย คือ การสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในมวลชน นั่นก็คือประชาชนนั่นเอง

วิธีการทำลายทหารหรือกองทัพ ได้ถูกสร้างขึ้นและเห็นชอบโดย CIA ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ในการโค่นล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ในทุกประเทศ(ทุกประเทศไม่มียกเว้น) เช่น เวียดนาม อิหร่าน ล่าสุดก็เนปาลและที่กำลังจะเกิดขึ้น นั่นก็คือประเทศไทย(รายละเอียดว่าใครบงการ CIA ลองเข้าไปดูที่กระทู้ วิเคราะห์ พระภิกษุวัดดังแห่งหนึ่ง =?

เรื่องไม่ลับ ...กรณีอัยการสั่งไม่ฟ้อง=ปล่อย ผู้ค้าอาวุธสงคราม ??)

หลักในการทำลายกองทัพ นั่นคือสร้างเงื่อนไขให้ประชาชนเห็นพ้องว่าทหารนอกจากเลวโดยการใช้อำนาจล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้วยังเลวชาติเสียยิ่งกว่านักการเมืองที่ว่าเลวสุดๆ
GT200 จึงเป็นการสร้างเรื่องขึ้นมา โดยมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เป็นผู้ให้การร่วมมือและปฏิบัติการอันมีเป้าหมายสลายกองทัพจากสภาพความเป็นจริงและความรู้สึกเชื่อมั่นในจิตใจของประชาชนชาวไทยไปพร้อมๆกัน
คำถาม  มันเป็นไปได้หรือ ที่ประชาธิปัตย์เข้ามาลืมสถาบันทหารโดยรับงานของ CIA

จากข้อมูลทะเบียนธุรกิจล่าสุดของของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าปรากฎข้อมูลผู้นำเข้าดังนี้

บริษัท เอ วิ เอ แซทคอม จำกัด 
(ทะเบียนเลขที่ 0135535001707 - ทะเบียนเดิม บอจ.ปท.934)


จดทะเบียนเมื่อ 16/07/2535 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 250,000,000.00 บาท กรรมการบริษัทมี 1 คน คือ

 

  1. นายสุทธิวัฒน์ วัฒนกิจ (กรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัทได้)

    ตั้งอยู่ที่ 174/68-71 หมู่ที่ 9 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสีกัน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร มีวัตถุประสงค์คือ (51509) ประกอบกิจการขายส่ง และบริการซ่อมเครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด รวมถึงอุปกรณ์และอะไหล่
     
  • ปีงบ 2550 (ล่าสุดที่ปรากฎในฐานข้อมูล) บริษัทนี้กำไรสุทธิ 1,215,969 บาท
    อย่างไรก็ตามมีข้อมูลบางแหล่ง [พันทิป X7921863, BangkokCompanies] ระบุว่าบริษัทดังกล่าวมีผู้บริหารคือ นายสุเทพ ดวงจินดา ผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์การเลือกตั้ง 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ลำดับที่ 58 [อ้างอิง 1 2] - แต่คะแนนพรรคไม่ถึงจึงไม่ได้เป็น ส.ส.

แท้จริงแล้ว ค่าน้ำ(กินเปล่า)ถือว่าเป็นเรื่องที่ปกติมากๆสำหรับการประมูลไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนในโลก
แต่ประชาธิปัตย์กลับใช้โอกาสนี้เพื่อสร้างหลักฐานในการ blackmail ตลบหลังคนในกองทัพและนี่แหละ จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำไมทหารจึงไม่กล้าที่จะดำเนินการทำอะไร ทั้งๆที่เตรียมพร้อมที่จะกระทำไม่รู้กี่หนแล้ว
แต่เป็นด้วยเพราะเกรงว่าประชาธิปัตย์จะเอามาปูดต่อสาธารณะชน และกลัวที่จะถูกปลดออกจากราชการต่างหาก
สังเกตได้ดีว่า ในขณะที่สถานะของรัฐบาลกำลังง่อนแง่น และเกรงว่าจะถูกรัฐประหาร การเปิดเผยเรื่อง GT200 ก็ออกสู่สาธารณะชน พร้อมทั้งมีการจัดทำการทดสอบอย่างเปิดเผย นั่นก็เพื่อเป็นการเตือนว่า "อย่านะ...ถ้ามึงรัฐประหาร มึงก็ตายเหมือนกัน"...ประมาณนี้แหละ แล้วเรื่องนี้ CIA ได้ประโยชน์ตรงไหนเนี่ย
อ่านะ...ใครๆก็รู้ว่า GT200 เป็นของที่สั่งมาจากประเทศอังกฤษ ในขณะที่ GT200 วุ่นไม่เลิก ก็มีการเตรียมชง"เครื่องฟีโด้-เซเบอร์4000"ราคา 2-4 ล้าน ทดแทน 
แล้วรู้ไหมว่าเจ้าเครื่องที่จะมาทดแทน ผลิตที่ไหน...อเมริกาเจ้าค่ะ
มองออกหรือยังว่า CIA ได้ประโยชน์ตรงไหน นอกจากการทำลายกองทัพ แล้วผลจากเจ้าเครื่อง GT200 นี่เอง ที่ทำให้รัฐบาลจากประชาธิปัตย์
มีเงื่อนไขในการที่จะออกกฎหมายเพื่อควบคุมทหารได้เลย(ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่)ด้วยกระแสจากสื่อต่างๆ และพลังมวลชน(ประชาชน)
ในอนาคตหากกฎหมายออกมาใช้ควบคุม กองทัพไทยจะมีนายพลแบบถาวรไม่ได้
นั่นก็เท่ากับเป็นการตัดตอนทหาร ที่จะขึ้นตรงต่อสถาบันพระมหากษัตริย์นั่นเอง
จากการสืบทราบของแหล่งข่าว ทำให้ทราบว่าแท้จริงแล้วเจ้าเครื่อง GT200 ทักษิณเคยสั่งมาใช้กับกองทัพอากาศ แต่ใช้ไม่ได้ผล จึงมีการสั่งยกเลิกไป
แต่แล้วเหตุใด คนของพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้นำเจ้าเครื่อง GT200 มาขายให้กับกองทัพไทย...น่าคิดกฎสำคัญของ CIA ที่ต้องทำและเปลี่ยนแปลงไม่ได้นั่นคือ Devided & Rules
สิ่งที่ CIA กลัวมากที่สุดนั่นก็คือ Nationalism จึงต้องมีการทำลายทุกอย่าง อันจะเป็นจุดศูนย์รวมของการรวมตัวในการธำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติ ทั้งๆที่อเมริกานั่นแหละคือตัวแสบในการเป็น Nationalism

แต่อย่าลืมนะ ว่าอเมริกาไม่มีระบบสถาบันพระมหากษัตริย์

ที่สำคัญคือ ในโลกนี้มีอยู่ ๒ ประเทศที่เป็นมหาอำนาจและกำลังแย่งชิงกันเพื่อที่จะควบคุมอำนาจของตนให้อยู่เหนือกว่าอีกฝ่าย
สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยเรา ก็มีเชื้อชาติจีนปนอยู่
ไม่ว่าจะเป็น สมเด็จย่า ก็มีเชื้อสายจีนหรือแม้แต่ สมเด็จพระเทพฯ ก็ทรงมีปฏิสัมพันธ์อันดีกับประเทศจีน
หากล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยไม่ได้ ก็ไม่ได้มีหลักประกันว่าประเทศไทยจะไม่เข้ากับประเทศจีน แล้วนี่แหละ แผนล้มกองทัพไทยจึงต้องเกิดขึ้น และเป็นภารกิจสุดท้ายที่จะดำเนินการในการล้มสถาบันพระมหากษัตริย์และย่อยสลายประเทศไทย องค์กรสิทธิฯ จี้กองทัพเลิกใช้GT200 

26 กพ. 2553 12:29 น.

องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน สถาบันพัฒนานักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ศูนย์ทนายความมุสลิม คณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก โดยขอให้กองทัพบกยกเลิกการใช้เครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเป็นธรรม 

โดยองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนขอเรียกร้องให้กองทัพบกยกเลิกการใช้เครื่องตรวจวัตถุระเบิด จีที 200 ทั้งหมด ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีการจัดซื้อเครื่องมือดังกล่าวว่ามีการทุจริตคอรัปชั่นหรือไม่ ยกเลิกบัญชีดำบุคคลที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง เนื่องจากการใช้เครื่องจีที 200 ให้ชดเชยและเยียวยาความเสียหายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้เครื่องจีที ๒๐๐ โดยเจ้าหน้าที่อย่างรีบด่วน

เอกซเรย์จีที200'กลวง'ไร้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ 

คมชัดลึก :ดร.เจษฎา หรือมือปราบจีที 200 โพสต์ข้อความบนเว็บพันทิป แพร่ภาพเอกซเรย์เครื่องจีที 200 และการ์ด เผย กลวงทั้งเครื่องมือและการ์ด ไม่พบวงจรอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ ฟันธงเสาอากาศจีที200-อัลฟา6ชี้ตามจิตสำนึกเจ้าหน้าที่ ตามที่นายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เอกซเรย์เครื่องตรวจวัตถุระบิดจีที 200 แต่การปฏิบัติยังไม่เดินหน้าแต่อย่างใด เนื่องจากคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.วิทยาศาสตร์ฯ ขอเวลาศึกษาเงื่อนไขของบริษัทผู้จำหน่าย และอ้างว่าไม่มีหน่วยงานใดแจ้งส่งเครื่องมาให้เอกซเรย์  แต่เมื่อกลางดึกวันที่ 25 ก.พ.2553 ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความในชุมชนวิทยาศาสตร์หว้ากอ เว็บไซต์พันธุ์ทิพย์ดอทคอม พร้อมภาพเอ็กซเรย์เครื่องตรวจวัตถุระเบิด GT200 และการ์ด โดยระบุว่า ได้รับเครื่อง GT200 จากพลเอกปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ประธานองค์กรอุนาโลม ซึ่งได้รับสนับสนุนเครื่องมาจากทางภาคเอกชน

การเอกซเรย์ครั้งนี้ได้ดำเนินการด้วยเครื่องเอกซเรย์ภายในคลิกนิกเอกชนแห่งหนึ่ง พบว่าด้านในของเครื่องกลวงโดยตรง ตั้งแต่บริเวณฐานที่เป็นช่องใส่การ์ด ซึ่งสอดคล้องกับการสังเกตเครื่องด้วยตาเปล่า จะเห็นอยู่แล้วว่าบริเวณฐานเป็นช่องกลวง ไม่มีหน้าสัมผัสอิเล็กทรอนิกส์กับการ์ดแต่อย่างไร

ส่วนการ์ดเองเป็นเพียงแผ่นพลาสติก 2 แผ่น ทากาวยางประกบกันแบบง่ายๆ เมื่อแกะทั้ง 2 แผ่นออกจากกัน ไม่พบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ใดๆ มีเพียงเศษกระดาษสีชมพูขนาดเล็กอยู่ภายใน ภาพจากเอกซเรย์ก็ยืนยันว่าไม่มีอะไรอยู่ในการ์ดเช่นกัน เมื่อเทียบกับภาพเอกซเรย์เครดิตการ์ดและบัตรประชาชน จะเห็นว่ามีตัวชิปติดอยู่ที่การ์ดทั้งสอง

ส่วนด้ามจับบริเวณกลางเครื่อง ซึ่งเคยสงสัยว่าอาจจะมีอะไรอยู่ด้านใน ภาพเอกซเรย์แสดงให้เห็นว่าว่างเปล่าเช่นกัน เช่นเดียวกับบริเวณด้านบนสุดที่ต่อกับเสาอากาศวิทยุของเครื่อง ไม่มีอะไรอยู่ด้านในเช่นกัน และไม่มีอะไรที่จะไปบังคับต่อเชื่อมกับเสาอากาศ ทั้งยังแสดงให้เห็นว่าเสาอากาศมีเพียงน็อตขันติดกับแผ่นพลาสติกสีดำที่เสียบอยู่กับแกนลวด สามารถโยกขึ้นลง หมุนซ้ายขวา ได้โดยง่าย

ดร.ผศ.เจษฎา โพสต์สรุปฟันธงว่า เครื่อง GT200 ไม่อาจจะทำงานเองได้ครบ ตั้งแต่ไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงทฤษฎีวิทยาศาสตร์ (เรื่องไฟฟ้าสถิต/แม่เหล็กผลัก-ดูด) ไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงกลไก (จากภาพเอ็กซเรย์ด้านใน) และไม่มีความเป็นไปได้ในเชิงประสิทธิภาพ (ทดสอบแล้วชี้เป้าไม่ถูกต้องเกิน 13 จาก 20 ครั้งตามหลักสถิติ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นการเดาสุ่มหรือไม่)
"และทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานสนับสนุนสมมุติฐานว่า การที่เสาอากาศของเครื่องหมุนได้นั้น ไม่ได้เกิดจากหลักแม่เหล็กดูดผลักตามที่บริษัทกล่าวอ้าง แต่เป็นผลจากผู้ใช้เครื่องทำให้เสาอากาศหมุนเอง โดยอาจจะเป็นการตั้งใจเอียงเครื่องเพื่อชี้ หรือจะเป็นความบังเอิญในการเอียงเครื่องเล็กน้อยระหว่างที่เดิน ซึ่งแรงเฉื่อยจากร่างกายผู้ใช้ ได้ส่งถ่ายต่อไปยังเครื่อง ทำให้เสาอากาศหมุนได้เมื่อเอียงออกนอกจุดศูนย์ถ่วงที่เสถียรของเครื่องได้"

สรุปสุดท้ายว่า การที่เจ้าหน้าที่นำไปใช้แล้วหาวัตถุระเบิดได้นั้น น่าจะมาจากฝีมือและความสามารถส่วนบุคคลของเจ้าหน้าที่ท่านนั้น ซึ่งได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีในการตรวจหาพิรุธของการซุกซ่อนวัตถุระเบิด ประกอบกับมีการข่าวที่ดีนำมาก่อน ทำให้เมื่อเดินผ่านบริเวณที่ต้องสงสัยหรือมีการข่าวนำมาก่อน สมาธิและความช่างสังเกตของเจ้าหน้าที่ ไปส่งผลให้จิตใต้สำนึกมีการสั่งการให้เครื่องเอียงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว และชี้เสาอากาศไปยังวัตถุต้องสงสัยได้ แม้ว่าจะซ่อนไว้ค่อนข้างดีก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ จึงยังมีความเสี่ยงอยู่สูงมากๆ ที่จะนำเครื่อง GT200 และเครื่องที่มีลักษณะเดียวกัน เช่น อัลฟา6 ไปใช้ในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย กระบวนการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เพราะมีโอกาสสูงที่จะเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ ทั้งโดยเจตนาหรือไม่ก็ตาม

เราเสนอว่า ควรไปเน้นที่การข่าวที่ดี การใช้สุนัขตำรวจสุนัขทหาร และการให้สวัสดิการที่เหมาะสมแก่เจ้าหน้าที่ จะดีกว่าหวังพึ่งพาหาเครื่องมือมาทดแทนเครื่อง GT200 มาก เพราะยังไม่มีแนวโน้มว่าจะสามารถสร้างเครื่องมือวิทยาศาสตร์ใดๆ ที่ตรวจหาระเบิดในระยะไกลได้ในขณะนี้

รายงานข่าวเพิ่มเติมแจ้งว่า มีความคิดเห็นเพิ่มเติมในกระทู้ดังกล่าว เกี่ยวกับเครื่องจีที200ที่นำเข้าเครื่องเอกซเรย์ โดยมีผู้ต้องข้อสังเกตว่า เครื่องที่เอกซเรย์นั้นเครื่องที่บริษัทใช้ประกอบการสาธิต ไม่น่าจะเป็นเครื่องที่ใช้จริงภาคสนาม เพราะไม่ปรากฏเลขทะเบียนที่ระบุเป็นสมบัติทางราชการ

"เพื่อไทย"จี้นายกฯแสดงภาวะผู้นำสั่งเลิกใช้จีที 200

2 มีค. 2553 16:39 น.

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีเกิดเหตุระเบิด 7 จุดที่ จ.นราธิวาส ว่า เจ้าหน้าที่ยังใช้เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิดจีที 200 ในการตรวจหาวัตถุระเบิดต่อ ทั้งที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้พิสูจน์แล้วว่าเครื่องใช้ไม่ได้ ทั้งนี้พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรสุข อดีตประธานที่ปรึกษากองบัญชาการกองทัพไทย ได้ผ่าเครื่องพิสูจน์แล้วว่าภายในเครื่องจีที 200 ไม่มีอุปกรณ์อะไรเลยที่จะสามารถตรวจหาวัตถุระเบิดได้ นอกจากนี้ ผศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ยืนยันผลการผ่าพิสูจน์ด้วย 

การที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยอมให้มีการใช้เครื่องจีที 200 ต่อไป เท่ากับเอาชีวิตและทรัพย์สินของทหารและประชาชนเป็นตัวประกัน เพียงเพื่อไม่ต้องการขัดแย้งกับกองทัพ และให้กองทัพค้ำรัฐบาลอยู่ต่อไปเท่านั้น ตนเองเคยเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ตั้งกรรมการตรวจสอบการจัดซื้อแล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า จึงอยากเรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ใช้ภาวะผู้นำสั่งยกเลิกการใช้เครื่องจีที 200 เพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินของทหารและประชาชน

......................................................

โค่นทหารให้ได้ ว่างั้นเถอะ

ที่มา: sunny
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

เปิดโปง...ขบวนการ CIA ทำลายประเทศไทย(9)

Posted by KwamRak on 24.2011 บทความน่าอ่าน

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t309-40.htm

att พิมพ์ว่า:
http://groups.google.com.ph/group/larouchephilippines/browse_thread/thread/b759d0891b3761d0

British Operations Create Ring of Chaos Around China 
by Michael Billington June 28, 2008 

A glance at the map suggests that someone is trying to overthrow the governments
of many
 of China's neighbors to the east, south, and west. 
Exactly so! Some nations, like Vietnam,
 are under merciless economic attack from abroad.
In Thailand, South Korea and elsewhere,masses are taking to the streets, demanding
"throw the bastards out," often over local issues.The raging food and fuel crises symptomatic
of the exploded world financial system, provide plenty of grounds for mass anger and outrage.
But who is it who wants to weaken or destroy these governments? 
Would that help overcome the food and fuel crises? Just the opposite: it would 
leave Asian populations totally unprotected; they will be decimated. Some of 
the grievances may be local, 
but the falling dominoes game is global,
and it's being played from London.


London is trying to line up Europe and America for a war against Eurasia, 
especially against Russia and China. London's attempted overthrow of these 
Asian governments is part of the war plan.
 Lyndon LaRouche was asked recently
to comment on the fact that ``most of the neighbors of China, to the east and south, 
are fighting, basically, extinction, fighting day to day to exist as governments.
'' LaRouche pointed to the Anglo-Dutch oligarchy, which views Asia, where the majority of
the human race resides, as a primary target. ``If you are Prince Philip,'' LaRouche said,
``and you are campaigning to reduce the world's population from 6.5 billion to 2 billion--
and many people are out for a 1 billion target--then what the hell do you think is going on?
I mean, people who are sympathetic to the British monarchy have to be really degenerates.
You have Prince Bernhard, who is now dead (we hope!), who married the Dutch princess.
His qualification was that he was a member of the Nazi SS, and since he was marrying
a Dutch princess, he had to give up his membership in the SS. So, he sent a letter of 
resignation from the SS personally to Adolf Hitler, and signed it, {Heil Hitler}!


What do you expect from this guy?'' Identifying Al Gore as a lackey of the same British policy,
LaRouche continued, ``So, when you get rough on these guys, as I do sometimes, and somebody
comes up and screams about, `you can't attack respectable people!' I say, `I think your morality is defined
by what you think is respectable.' And turn it around that way. This is what's lacking: People always make
apologies for these things.'' So, without apologies, here is a brief report on the British operations to destroy
the nation-states of Asia, with China as the ultimate target.
 The following sections cover: Vietnam;
Thailand; Malaysia; Philippines; South Korea; Myanmar; and Afghanistan/Pakistan.


1. Vietnam: 
Assault by Speculators In a move which closely parallels 
the 1997
attack on the Thai baht and other Asian currencies by
 George Soros
 and his hedge fund cohorts, 

the British financial locusts have launched an assault on the Vietnamese currency, 
the dong, driving it down by 29% on the futures markets.

Vietnam Finance Minister Vu Van Ninh announced that the government would defend the dong,
while also trying to slow the runaway inflation, now at 25%. As in the 1997-98 so-called ``Asian crisis,'' 
the speculators have more money than their targetted governments; in this case, they plan to wait until
Vietnam runs out of foreign reserves defending the dong, then collect a fortune on their futures contracts
when the dong collapses. Such a collapse could spark a ``run on the bank'' across Asia, as in 1997--
only this time the entire world banking system is bankrupt and could explode from such a spark. 
Vietnam still has certain controls over its currency, although these were loosened when the country joined
the World Trade Organization (WTO) in 2006. Speculators are now working primarily with
``non-deliverable forward futures'' in the currency derivatives market. At the forefront of the locust horde is
Morgan Stanley, which has forecast (better to say, ``announced'') that the dong will be devalued, 
with forward contracts betting on a 29% drop over the year. The ``hit men'' from the rating agencies 
have joined this criminal attack, with Standard & Poor's, Moody's, and Fitch all lowering Vietnam's credit rating
to negative, thus further driving up borrowing costs. A primary target is Vietnam's huge state-sector industries, 
which the speculators want privatized so they can be bought up on the cheap. Vietnam's Central Bank has
increased borrowing costs three times this year, to 14%, the highest in Asia, trying to squeeze out inflation. 
The stock market has collapsed by 60% this year--the largest fall of any market in the world. 
The government has resisted lifting fuel subsidies, retaining a safety net for its population and thus preventing, 
so far, the kind of social explosion taking place in other Asian nations. But this is a huge drain on the budget
and currency reserves. The trade deficit tripled in the first five months of the year, from $4.25 billion one year ago,
to $14.42 billion, further draining reserves, and increasing Vietnam's vulnerability to the locusts. 

2. Thailand: Anarchy Looms 
The same motley crew of anarchists who brought about a military coup in Thailand in September 2006, 
against highly popular Prime Minister Thaksin Shinawatra, are at it again against the newly elected
government of Samak 

Sundaravej. Under the leadership of Sondhi Limthongkul, a publishing tycoon, and former Gen.
Chamlong Srimuang, now the head of a Buddhist cult, both professional anarchist organizers 
who hide under the banner of ``democracy,'' 


about 25,000 demonstrators marched through police lines to surround the Government House
(the office of the Prime Minister) on June 20, where they plan to stay until Samak 
resigns.
 Similar demonstrations in 2006 (although much larger) provided the cover for the military coup
which overthrew Thaksin. After two years of military rule, an election in December brought supporters of
Thaksin back into power, under Prime Minister Samak. The only complaint the demonstrators have against 

Samak, is that he is too close to Thaksin, who is himself officially out of politics while fighting
scurrilous legal charges. Wrapped in royal colors and claiming to support the King,
the mob was confronted by 8,000 police, 
but the police were ordered not to use
force to stop the illegal demonstrations.

As in 2006, the demonstrators are mostly from the urban middle class, but this time students
are largely absent--the youth apparently now recognize that the ``pro-democracy'' 
demonstrations are a cover for yet another military coup.
 However, the anarchists enjoy the full support
of the Dow Jones (i.e., Rupert Murdoch) rag in Bangkok, {The Nation}, as they did in 2006. 

The labor unions and farmers have not joined the demonstrations--the majority were strong 
supporters of Thaksin's pro-growth policies and his general welfare support for the poor, and believe
Samak will continue those policies.
 But the fuel and food price hikes are provoking protests which could
intersect the anti-Samak demonstrations. Already fishermen in the South held a public boat-burning, 
claiming that fuel costs made every trip a losing venture. Truckers had a similar complaint and 
threatened to protest with their trucks in Bangkok. The government calmed the waters with fuel subsidies,
but this is clearly a temporary solution. 

Rice farmers, too, threatened to set up camp in Bangkok. Despite the huge rise in rice prices, 
the profits went to the corporate exporters, and rice farmers got little or nothing. The government
placed a floor on the price paid to farmers, and began issuing food stamps to the poor--all necessary
and humane, but as the hyperinflation grows, such subsidies could prove impossible to sustain. 
Meanwhile, Chamlong can be expected to attempt a repeat performance of his 1992 coup
effort, when he marched his followers into the military lines, provoking a bloody confrontation which
brought down the government.
 Political analyst Thitinan Pongsudhirak of Chulalongkorn University
concurred with the government party's 

assessment that 
the mob under Chamlong's direction is ``agitating for blood. 
They are going for broke every day to bring down the government.''


The 1992 demonstrators were exposed at the time by {EIR} 
to have been 
funded and trained by USAID, the Asia Foundation,
the AFL-CIO, and the National Endowment for Democracy
,
all with U.S. government money and approval.
 
This operation set Thailand up for the assault by George Soros
and his fellow hedge fund thieves
,leading to the mass
looting of Asia in the 1997-98 ``Asian crisis.''

The opposition party has taken advantage of the crisis to hold a no-confidence debate
in the Parliament, although it has no chance of passing. Prime Minister Samak has refused to
back down from his electoral mandate, and has warned that the those occupying the streets
will have to be removed. The government has thus far succeeded in calming angry truckers 
and fishermen, who are being crushed by fuel costs, with subsidies and pay raises,
but this has obvious limits. 


3. Effort To Destroy Malaysia 
Former Deputy Prime Minister of Malaysia 
Anwar Ibrahim, wholly owned by London
and London's U.S. assets Al Gore, Paul Wolfowitz, and George Soros,
was deposed
and imprisoned in 1998, at the same time that then-Prime Minister Mahathir Mohamad saved his nation 
from Soros and his fellow speculators by imposing currency controls on the Malaysian currency,
the ringgit. After his release from prison in 2004, Anwar was sponsored by Wolfowitz and 
his cohorts, providing him several lucrative positions at universities in Washington and Oxford,
at the World Bank, and at foundations in Washington and London.
 
http://www.defenselink.mil/photos/newsphoto.aspx?newsphotoid=4504
The warchest thus accumulated is now being put to work, to buy his way into becoming 
prime minister, the position he had been denied by Dr. Mahathir in 1998. 
While the global food crisis exploded over the past year, Malaysia, which had allowed itself
to be more than 50% dependent on food imports, was faced with both food inflation
and potential shortages. This, coupled with the spiking fuel prices, provided a crisis environment
for Anwar to launch his attack on Malaysian sovereignty, on behalf of his Western sponsors. 
He pasted together a ``strange-bedfellows'' opposition alliance, which cut into the government's majority
in Parliament during the recent elections. Anwar began bragging that he would ``persuade'' MPs from the 
government party to defect, and that he would soon be prime minister. 

Although most Malays hold Anwar in contempt for his subservience to the British financial oligarchs,
the population is being crushed by the hyperinflation caused by those same oligarchs. 
To the extent the government fails to rally the nation to fight those oligarchs, it could further lose
popular support. Prime Minister Abdullah Badawi has implemented a series of necessary measures
to double food production, and has initiated serious discussion on the develpment of nuclear power.
He also truthfully identified the speculators as being behind the hyperinflation, noting that
``If our own financial institutions were involved, I have no doubt that we would have been subject
to vociferous criticism.'' He added that ``Each country faces a different situation,
but we should share recognition'' of the cause, and work internationally for a solution. 


6. British War Plan for Myanmar 
Cyclone Nargis, which laid waste to much of Myanmar's rice production area in May,
was immediately seized upon by the British as an opportunity to implement 
their new colonial scheme, known as a ``League of Democracies.''
 The argument: 
The UN is now worthless, since Russia and China use their veto power to prevent
military interventions against nations that refuse British dictates; therefore, a new 
``coalition of the willing'' must take over, to effect regime change where desired--militarily,
if necessary. A related concept to be tested in the planned ``humanitarian''
invasion of Myanmar was a concept called 

``responsibility to protect,'' recently adopted by the UN for countries deemed guilty of genocide
against their own people. 
Myanmar's ruling junta had no difficulty recognizing the intention,
and refused to allow U.S. or European military forces to deliver aid to cyclone victims, insisting that
all aid be turned over to the government for distribution by the people of Myanmar themselves. 
Two crucial actions stopped the British colonial scheme. First, the United States--at least its military 

leaders--rejected it absolutely. Pacific Command chief Adm. Timothy Keating accepted
the conditions laid down by Myanmar, arranged for over 100 C-130 transport flights of aid to be
delivered to Yangon and turned over to the military government, while the British 
and the French military ships sat off-shore threatening to invade.
 Second, the ten members of 
the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN), which includes Myanmar, 

accepted Myanmar's request to coordinate all foreign aid for the cyclone victims and for reconstruction,
thus effectively telling the British they would have to deal with all of ASEAN if they chose to invade. 

The immediate threat has passed--the British have shifted their focus to Zimbabwe. However, 

Myanmar remains a favorite target of British subversion, in large part because 
its geography makes it a strategic hub for India, China, and its fellow Southeast Asian countries.

As these nations continue to participate in the development of Myanmar, especially its regional 
transportation grids, facilitating economic cooperation and expansion, the British must be expected 
to escalate their plans for destabiization. 


 
RING_OF_POWER_Part_1_1

http://video.yahoo.com/watch/3863886/10537611

 
RING_OF_POWER_Part_1_2

http://video.yahoo.com/watch/3864303/10538345

 
RING_OF_POWER_Part_2

http://video.yahoo.com/watch/3864680/10539171

 
RING_OF_POWER_Part_3_1

http://video.yahoo.com/watch/3864992/10539746

 
RING_OF_POWER_Part_3_2

http://video.yahoo.com/watch/3865581/10540984

 
RING_OF_POWER_Part_4_1

http://video.yahoo.com/watch/3866052/10541703

 
RING_OF_POWER_Part_4_2

http://video.yahoo.com/watch/3866097/10541841

http://snippits-and-slappits.blogspot.com/2009/05/ring-of-power-empire-of-city.html



ลับสุดยอด...แผนดับเทวดา !!!

 


 

To Be Continue

 

...............................................

 

เปิดโปง...ขบวนการ CIA ทำลายประเทศไทย(8)

Posted by KwamRak on 24.2011 บทความน่าอ่าน

http://www.nsi-ins.ca/english/pdf/Int_Mon_Fund.pdf





 

To Be Continue

 

...............................................

 

เปิดโปง...ขบวนการ CIA ทำลายประเทศไทย(7)

Posted by KwamRak on 24.2011 กระจายข่าว

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t280-140.htm

att พิมพ์ว่า:






Religious leaders gathered with World Bank President James Wolfensohn, bottom row, fourth 
from left, in Washington, DC, in November 1999 for the second summit meeting of the World Faiths Development Dialogue.

http://www.onecountry.org/e113/e11310as.htm
Volume 11, Issue 3 / October-December 1999 
Second summit between World Bank and world religions focuses on projects



 

To Be Continue

 

...............................................

 

เปิดโปง...ขบวนการ CIA ทำลายประเทศไทย(6)

Posted by KwamRak on 24.2011 บทความน่าอ่าน

att พิมพ์ว่า:http://nonlaw.7forum.net/forum-f1/topic-t291-15.htm


http://www.kiasia.org/En/DonorsPartner.asp




- ๓ -

อย่างไรก็ตาม ความพยายามให้เกิดประชาธิปไตยได้รับการจำกัดให้อยู่แต่เพียงใน
คำโต้ตอบ เท่านั้น มูลนิธิเอเชียมี Dalpino เป็นผู้นำในด้านนี้
ได้เข้ามีส่วนร่วมใน 
การจัดตั้ง และสั่งการหน่วยกำลังต่างๆ
ในการก่อจลาจลต่อต้านรัฐบาลทหาร หรือหน่วยทหารแห่งชาติ
ซึ่งการปฏิบัติงานในกรุงเทพฯ ระหว่าง ๑๗ - ๒๑ พ.ค.
จะเป็นชนวนได้เป็นอย่างดี 
Dalpino รายงานว่ากว่าครึ่งหนึ่งของเงินทุนของมูลนิธิเอเชีย
ใช้ไปในการทำให้เกิดประชาธิปไตย
 และยังกล่าวอีกว่า มูลนิธิเอเชียกำลังดำเนินการในด้าน
เสริมสร้างระบบตุลาการ เพื่อใช้ชี้นำ
 หน่วยงาน NGOS ให้มีเป้าหมายทำให้เกิดการเปลี่ยนรัฐบาล
และเพื่อเรียกร้องสิทธิมนุษยชน 
มูลนิธิยังให้เงินทุนต่อกลุ่มสนับสนุนต่างๆ ในด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ
และช่วยเหลือชาวสลัม เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง 
Dalpino บอกว่า มูลนิธิเอเชียใช้เงินไป ๑.๕ ล้านเหรียญสหรัฐฯ
เพื่อฝึกให้นักอนุรักษ์ธรรมชาติเข้าใจ ข้อมูลประชาธิปไตย

เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยอมรับหลักการอนุรักษ์ธรรมชาติต่างๆ แม้ว่า
เราต้องระวังไม่เปิดพิรุธให้เห็นว่าเรากำลังชี้แนะรัฐบาลต่างชาติอยู่

ผู้ดำเนินการที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของมูลนิธิเอเชีย ซึ่งทำงานร่วมกับ Dalpino
 

ในกรุงเทพฯ คือ นางประทีป อึ้งทรงธรรม ประธานมูลนิธิดวงประทีป และ
หนึ่งในผู้นำของสมาพันธ์เพื่อประชาธิปไตย ตามรายงานหน่วยงาน Asia Watch
Dalpino ระบุว่านางประทีป ฯ ยังได้รับทุนจาก 
The United States Agency for International Development

http://www.usaid.gov/
http://en.wikipedia.org/wiki/United_States_Agency_for_International_Development

เป็นหนึ่งในจำนวนผู้นำการจลาจลประท้วงใน ๑๗ -๒๑ พ.ค.และถูกจับกุมตัวไป
ผู้ควบคุมการดำเนินการอีกคนหนึ่งซึ่งเพิ่งกลับมาในประเทศไทย ระบุว่าหน่วยงานเอกชนต่างๆ NGOS
ซึ่งได้รับการควบคุมและเงินสนับสนุนจากนอกประเทศเป็นผู้ปกป้องคุ้มครองการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย
การเคลื่อนไหวของสตรีการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย การเคลื่อนไหวเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ
การเคลื่อนไหวต่อต้านความยากไร้ และการเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน

มีวัตถุประสงค์เดียวกัน หน่วยงานต่างของ NGOS ผลัดกันจัดตั้งและปกครองนิสิตนักศึกษาไทย
และกลุ่มชนชั้นล่างเพื่อสนับสนุนพล.ต.จำลอง ฯ 
ก่อนหน้าที่หน่วยงาน NGOS จะเป็นหน่วยงานถูกกฎหมาย

หน่วยงานเหล่านี้ก็ได้แทรกซึมเข้ามาปฏิบัติการในประเทศไทยแล้ว
ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในกรุงเทพฯ ที่สมาคม
YWCA ในภาคเหนือที่เชียงใหม่ ภายใต้ชื่อศูนย์ค้นคว้าของมหาวิทยาลัย
และสำนักสงฆ์ต่างๆ
 เพิ่งจะมาดำเนินงานโดยเปิดเผยเมื่อหกเดือนที่ผ่านมานี้เอง
ผู้นำในการชี้นำความเคลื่อนไหวทั้งมวล คือ นาย David Thomas เจ้าหน้าที่มูลนิธิฟอร์ดในประเทศไทย
โดย สรุปแล้ว แม้ว่าสหรัฐฯ และ ไทย จะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกันมาตั้งแต่ครั้งสงครามโลกครั้งที่ ๒ ก็ตาม
มูลนิธิเอเชีย มูลนิธิฟอร์ด หน่วยงาน AFL – CIO, Freedom House
ทุกหน่วยงานที่อยู่ภายใต้รัฐบาลสหรัฐฯ ก็ดำเนินการจัดตั้ง
และให้ทุนการเคลื่อนไหวเพื่อก่อการจลาจลต่อต้านรัฐบาลไทย และชาติไทย

ในช่วงเวลาอย่างน้อยที่สุดหนึ่งปีที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันกับที่วงการหนังสือพิมพ์
และแหล่งเผยแพร่ข่าวสารทั้งมวลในสหรัฐฯ อังกฤษ และ ออสเตรเลีย ก็เรียกร้องให้รัฐบาลของตน
ต่อต้านรัฐบาลไทยอย่างรุนแรงเมื่อ ๑๙ พ.ค. กระทรวงต่างประเทศของอังกฤษเรียกเอกอัครราชทูตไทยเข้าพบ
และเรียกร้องให้ปล่อยตัว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ออกจากที่ควบคุม

หน่วยงานเพื่อประชาธิปไตย Asia Wath รวมทั้งสหภาพการค้าเสรีระหว่างประเทศ
(International Confederation of Free Trade Unions )
ก็กำลังเรียกร้องให้มีการคว่ำบาตรทางการค้าต่อประเทศไทย

- ๔ -

ในประเทศไทยเองนั้น พล.ต.จำลอง ฯ ประกาศหลังจากเพิ่งได้รับการปล่อยตัวว่า
นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งชี้ชัดให้เห็นถึงความมั่นใจต่อการสนับสนุนอย่างมั่นคงจากหน่วยข่าวของ
สหรัฐฯ
 ในการก่อความไม่สงบต่อต้านรัฐบาลไทย พล.ต.จำลอง ฯ เรียกร้องให้มีการประชุมที่ใหญ่กว่าเดิมขึ้นอีก
โดยจะเริ่มในวันที่ ๒๕ พ.ค.๓๕


(นิตยสาร EIR เป็นนิตยสารผลิตในสหรัฐฯ ออกจำหน่ายทั่วโลก)

 

 

 

To Be Continue

 

...............................................

 

เปิดโปง...ขบวนการ CIA ทำลายประเทศไทย(5)

Posted by KwamRak on 24.2011 บทความน่าอ่าน



- สุลักษณ์ ศิวะรักษ์ ผู้หลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ ต.ค.๒๕๓๔
หลังจากถูกกล่าวหาว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพในตอนต้นเดือน พ.ค. สุลักษณ์ ฯ
ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการต่อต้านในประเทศไทยได้รับเชิญเป็นกรรมการผู้หนึ่งของ 

Foreign Intelligence Advisory Board
http://en.wikipedia.org/wiki/President%27s_Foreign_Intelligence_Advisory_Board
สุลักษณ์ ฯ ยังได้รับการรับรองและดูแลขณะที่อยู่ในสหรัฐฯ
โดยหน่วยงาน Asians for 
Democracy ซึ่งดำเนินงานโดย Elsie Bush
ผู้เป็นญาติของ George Bush สุลักษณ์ ฯ เป็นบุคลากรหลัก
สำหรับการปฏิบัติงานขององค์การ Non-Government Organizations (NGOS)
ทั้งมวลในประเทศไทยโครงสร้างการบังคับบัญชาการเคลื่อนไหวเพื่อ
ประชาธิปไตยที่เกี่ยวพันกับผู้นำเหล่านี้ มีการจัดทำ สั่งการและปฏิบัติการ
จากภายนอกประเทศหน่วยควบคุมสูงสุดของแผนการณ์คื

AFL – CIO 
International Department , มูลนิธิฟอร์ด, มูลนิธิเอเซีย ที่อ้างอยู่ที่วอชิงตัน
(เป็นหน่วยงานด้านเอกสารของ CIA) และ Carnegia Endowment for Peace (ศูนย์รับบริจาคเพื่อสันติภาพคาร์เนกี)

ซึ่งทำงานโดยใกล้ชิดกับ Langley ผู้รับผิดชอบการปฏิบัติในประเทศไทย คือ
Catherine Dalpino ผู้ตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการเอเชียแปซิฟิก
ของมูลนิธิเอเชีย
 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของศูนย์รับบริจาคคาร์เนกี

http://www.icnl.org/KNOWLEDGE/ijnl/vol4iss4/art_1.htm

http://books.google.co.th/books?id=PS4rAAAAYAAJ&pg=PA18&lpg=PA18&dq=ASIA+FOUNDATION,Catherine+Dalpino&source=bl&ots=ivEaDtOQtO&sig=y7ZQLvPnrbpeNCJwrVaOrUveGRo




Catherine Dalpino บอกกับผู้สื่อข่าวคนหนึ่งว่า มูลนิธิเอเชียกำลังดำเนินงานอย่าง จริงจัง
เกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่างพลเรือนและทหาร 
ให้ทุนสนับสนุนแผนงาน
ค่าโต้ตอบ ระหว่างผู้นำทางทหารและพลเรือน พล.อ.สุจินดา ฯ มิได้เป็นหนึ่งใน
ผู้รับทุน ของมูลนิธิตัวแผนงานเอง เป็นส่วนหนึ่งของแผนงานต่างที่มาจากหน่วยสั่งงาน
และกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ
 เพื่อบีบบังคับให้เกิดการเสื่อมอำนาจทางทหาร
ในทวีปอเมริกา เอเชีย และแอฟริกา
 Dalpino ไปร่วมในการประชุมที่ National of Academy of Sciences
ในวอชิงตัน เมื่อ ๓๐ มี.ค. ในเรื่อง 
ความเป็นประชาธิปไตยเพื่อความสัมพันธ์ พลเรือน - ทหาร

Arrow ได้เวลา นับถอยหลัง...

แต่งตั้งนายทหารคลอด 454 นาย หลังอึมครึมนานเกือบเดือน เป็นไปตามคาด
ขยับปลัดบัญชี ทบ.ซี้นายกฯ ขึ้นอัตราพลเอก "เด็กธรรมรักษ์" ขึ้นยกแผง ลูก

"บิ๊กสุ" ขึ้นนายพล ทหารบ่นตรึมยัดไส้ทิ้งทวน

พ.อ.เจิดวุธ คราประยูร (ตท.19) บุตรชาย พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตนายกรัฐมนตรี
ขึ้นเป็นนายพลคนแรกของรุ่น ในตำแหน่ง ผช.รอง ผบ.ทหารสูงสุด

http://news.sanook.com/politic/politic_02010.php

 

 

 

To Be Continue

 

...............................................

 

เปิดโปง...ขบวนการ CIA ทำลายประเทศไทย(4)

Posted by KwamRak on 24.2011 บทความน่าอ่าน

 

att พิมพ์ว่า:- ๒ -
http://en.wikipedia.org/wiki/AFL-CIO

http://www.aflcio.org/aboutus/unions/

การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยของ AFL – CIO ก็เกิดขึ้นทันที โดยเรียกร้องให้
พล.อ.สุจินดา ฯ ลาออกเนื่องจากมิได้มาจากการเลือกตั้ง พล.อ.สุจินดา ฯ
ตอบต่อการเรียกร้องนี้ว่า ยินดีจะลาออกถ้าเป็นการเรียกร้องของสภาผู้แทนราษฎร
แต่จะไม่ยินยอมทำตามความต้องการของฝูงชนบนท้องถนน
ผู้ประท้วงนำโดยกลุ่มกำลังต่างๆ ได้แก่

-พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
และผู้นำสำนักสันติอโศก ซึ่งเป็น
ศาสนาพุทธลัทธิใหม่ โดยยึดถือลัทธิ “ Hare Krisna ”

พรรคพลังธรรม ของ พล.ต.จำลอง ฯ ได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะเป็นนายก
รัฐมนตรี โฆษกของ Amnesty International ระบุที่วอชิงตันว่า พล.ต.จำลอง ฯ
ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขัดแย้งภายในของกองทัพไทย แต่เป็น
“การเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยอย่างแน่วแน่ ”
เป็นนักอนุรักษ์สภาพแวดล้อมที่กระตือรือร้น เป็นเพื่อนสนิทสนมกับ
นายโรเจอร์ ฟิชแมน ผู้บริหารของหน่วยงาน AFL – CIO International
ในกรุงเทพฯ 
AFL – CIO เข้าควบคุมและดำเนินงานสหภาพแรงงานส่วนใหญ่ของไทย

รวมทั้งสหภาพหอการค้าไทยซึ่งศักยภาพสูงอยู่แล้วหลอกใช้ในการต่อต้านกับรัฐบาลในห้วงปีที่ผ่านมา

- พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีเช่นกัน
นอกเหนือจากจะมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ 
CIA ของสหรัฐฯ
 แล้วที่ปรึกษาคนสำคัญของ พล.อ.ชวลิต ฯ คือ
น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในห้วงปี ๒๕๒๓ - ๒๕๓๑
ในสมัยรัฐบาลของ 
พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์
 มีรายงานว่า น.ต.ประสงค์ ฯ
เป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งใน ทีม B (ต่อต้านสหภาพโซเวียต) ของ CIA

ซึ่งอีกส่วนหนึ่งของทีมนี้คือ หน่วยงาน Freedom House ในนิวยอร์ค
http://watch.pair.com/FreedomHouse.html

FREEDOM HOUSE A CFR FRONT



 

 

To Be Continue

 

...............................................

 

เปิดโปง...ขบวนการ CIA ทำลายประเทศไทย(3)

Posted by KwamRak on 24.2011 บทความน่าอ่าน


นั้น คือ การตัดสินใจทางยุทธศาสตร์ของคณะผู้บริหารงานของประธานาธิบดี BUSH เพื่อ :

๑) วาระเป้าหมาย เพื่อทำลายสถาบันทหารของไทยซึ่งเป็นสถาบันหลักของประเทศ
แบบเดียวกับที่เคยทำมาแล้วกับสถาบันทหารของประเทศต่างๆ ในทวีปอเมริกา


๒) ให้การทำลายเสถียรภาพเพื่อทำลายชาติไทย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายหลักที่จำเป็น
ในการจัดระเบียบโลกใหม่ ของ George Bush : และ

๓) ใช้ความพินาศของประเทศไทยเป็นก้าวกระโดดเพื่อทำลายประเทศที่เหลือในกลุ่มประเทศอาเซียน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซีย
 เพราะประเทศเหล่านี้
จะต้องต่อต้านต่อการเข้ายึดครองประเทศต่างๆ หรืออาจต่อต้านวัตถุประสงค์ทางยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ
ในประเทศไทย แหล่งข่าวจากสถานทูตสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ ๑๕ พ.ค.๓๕ สองวันก่อนที่จะประชุมประท้วง
รัฐบาลจะมีขึ้น ว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในกรุงเทพฯ ภายในไม่กี่วันหลังจากนั้น
วอชิงตันก็ผลักดันจุดวิกฤติของประชาธิปไตยซึ่งจะจุดชนวนให้เกิดการจลาจล
 การเลือกตั้งของไทยมีขึ้นใน ๒๒ มี.ค.
ตามความประสงค์ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ พรรคทหาร, พรรคสามัคคีธรรม ชนะ
โดยมีที่นั่งมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร และเสนอ นายณรงค์ วงศ์วรรณ เป็นนายกรัฐมนตรี
ภายในสัปดาห์นั้นเอง นางมากาเร็ด ทัทไวเลอร์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ก็ประกาศว่า สหรัฐฯ
ปฏิเสธที่จะออกวีซ่าให้ นายณรงค์ ฯ ในปี ๒๕๓๔ โดยสงสัยว่าจะเกี่ยวพันกับการค้ายาเสพติด ในสัปดาห์ต่อมา นายณรงค์ ฯ
ก็ถอนตัว และพรรคการเมืองนี้ก็เสนอชื่อ พล.อ.สุจินดา คราประยูร อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นนายกรัฐมนตรี

 

 

 

 

To Be Continue

 

...............................................

 

เปิดโปง...ขบวนการ CIA ทำลายประเทศไทย(2)

Posted by KwamRak on 24.2011 บทความน่าอ่าน

 

http://nonlaw.7forum.net/forum-f7/topic-t280-160.htm

att พิมพ์ว่า:http://61.90.250.46/webboard/index.php?act=Print&client=printer&f=12&t=9642

ข้อมูลเฉพาะของมหาจำลอง มันยาวนะครับบบบ. 
http://www.usaid.gov/
U.S. Agency for International Development runs overthrowOf Thailand’s government


AFL - CIA lead revolt against Thai government

บทความแปลจาก Executive Intelligence Review ฉบับ May 29,1992
by an EIR Investigative Team

AFL – CIA นำการจลาจลต่อรัฐบาลไทยโดยทีมงานสืบข่าวของ EIR

ภายหลังจากการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุมประท้วงและทหารไทย บนท้องถนนของกรุงเทพฯ
เป็นเวลา ๕ วัน ตั้งแต่ ๑๗ ถึง ๒๑ พ.ค.๓๕ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย ๔๐
คน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช พระเจ้าแผ่นดินของไทยทรงเข้าแทรกแซง
ในระบบการเมืองโดยตรง เพื่อให้ประเทศไทยกลับคืนเข้าสู่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย
โดยมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งว่า
“ ถ้ากรุงเทพฯ ถูกทำลายก็เท่าประเทศถูกทำลาย ”
พระราชดำรัสนี้ถูกต้อง : วิกฤติการณ์ในประเทศไทย คือ
การต่อสู้แลกชีวิตเพื่อชาติไทย อย่างไรก็ตาม จากการสืบของ EIR พบว่า

แทนที่การจลาจลที่เกิดขึ้นเมื่อ ๑๗ พ.ค.๓๕ นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง
อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครผู้นำของกลุ่มศาสนาพุทธลัทธิใหม่สันติอโศก
จะเป็นเพียงข้อขัดแย้งภายในประเทศเท่านั้น

กลับเป็นผลงานจากการวางแผนที่รัดกุมเพื่อก่อการจลาจลต่อรัฐบาลไทยและพระมหากษัตริย์
ควบคุมและสั่งการเต็ม ๑๐๐% โดยองค์กรขององค์การ CIA และ AFL – CIO ของสหรัฐฯ
การปฏิบัติการที่มีพื้นฐานให้เกิด “ มูลเหตุ ” ที่จะจุดชนวนให้มีการปฏิบัติการ ที่นำโดยสหรัฐฯ อย่างเต็มตัว

เพื่อล้มล้างสถาบันทหารของไทยเบื้องหลังข้อเรียกร้องเพื่อ “ประชาธิปไตย ” จากนิสิตนักศึกษา
และชนชั้นล่างของไทยบนท้องถนนของกรุงเทพฯ

 

 

 

 

To Be Continue

 

...............................................

 

เปิดโปง...ขบวนการ CIA ทำลายประเทศไทย(1)

Posted by KwamRak on 24.2011 บทความน่าอ่าน

 

 

To Be Continue

 

...............................................