จรัล ดิษฐาภิชัย:ประชาคมโลกพึงตระหนักว่า การเลือกตั้ง ๓ กรกฎาคม ในประเทศไทย มิใช่ธรรมดา

Posted by KwamRak on 04.2011 บทความน่าอ่าน

วันเสาร์, มิถุนายน 04, 2011

จรัล ดิษฐาภิชัย:ประชาคมโลกพึงตระหนักว่า การเลือกตั้ง ๓ กรกฎาคม ในประเทศไทย มิใช่ธรรมดา

อาจารย์จรัล ดิษฐาภิชัย ระหว่างเดินทางไปร่วมสังเกตการณ์กิจกรรมของกลุ่มคนไทยที่เคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในสาธารณรัฐเยอรมนี


โดย จรัล ดิษฐาภัชีย

หมายเหตุไทยอีนิวส์:อาจารย์จรัล ดิษฐาภิชัย อดีตกรรมการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งอยู่ระหว่างลี้ภัยการเมืองในต่างประเทศ ได้เขียนบทความชิ้นนี้ขึ้นเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้คนต่างประเทศรับรู้สถานการณ์ของไทย จากนั้นได้เขียนเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยขึ้นเผยแพร่พร้อมกัน

วันที่๓ กรกฎาคม นี้ จะมีการเลือกตั้งทั่วไปขึ้นในประเทศไทย ดูเผยๆ เหมือนเป็นการเลือกตั้งตามระบบประชาธิปไตย

แต่คนที่ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองไทยมาหลายปี ย่อมเห็นว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะมีลักษณะพิเศษ ๒ ประการ

ประการแรก เป็นการเลือกตั้งภายหลังรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แห่งพรรคประชาธิปัตย์ ปราบปรามการชุมนุมของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)หรือขบวนการคนเสื้อแดง ที่ออกมาเรียกร้องให้ยุบสภา คืนอำนาจแก่ประชาชน อันยังผลให้มีคนเสียชีวิต ๙๒ คน บาดเจ็บเกือบ ๒ พันคน และถูกจับเกือบ ๔ ร้อยคนทั่วประเทศ

การแข่งขันและการต่อสู้ในการเลือกตั้ง จึงเป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคประชาธิปัตย์มือปื้นเลือด กับพรรคเพื่อไทย พันธมิตรของคนเสื้อแดง

ประการที่สอง ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีปรากฎการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเกิดมาก่อนในทางการเมืองไทย คือพรรคเพื่อไทยตัดสินใจส่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ อันดับ ๑

ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า เป็นผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี และในช่วงรณนรงค์หาเสียงมา ๒ สัปดาห์ ความนิยมต่อยิ่งลักษณ์สูงขึ้นทุกวัน

โพลทุกโพลพบว่า พรรคเพื่อไทยและยิ่งลักษณะนำพรรคประชาธิปัตย์และอภิสิทธิ์หลายช่วงตัว แนวโน้มที่ประเทศไทยจะมีนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก ค่อนข้างแน่นอน

การเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทยครั้งนี้กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับยุคสมัยแห่ศตวรรษที่ ๒๑ ยุคที่สตรีก้าวมาเป็นผู้นำทางการเมืองดังเกิดขึ้นในเยอรมัน ฟิลิปินส์ ชิลี อาเย็นตินา บราซิล ฯลฯ

อย่างไรก็ตาม ที่ผู้คนทั้วไปทั้งคนไทยและต่างประเทศคาดหวัง ก็คือ การเลือกตั้งทั่วไป ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ จะทำให้ วิกฤติทางการเมืองอันหนักหน่วงรุนแรงมา ๕ ปี คลี่คลายลงไปแค่ใหน

วิกฤติดังกล่าวมาจากความขัดแย้งและการต่อสู้ระหว่างฝ่ายจงรักภักดีอำมาตยาธิปไตยที่มีสีเหลือง เป็นสัญลักษณ์ และฝ่ายประชาธิปไตยแห่งสีแดง ที่ยังขับเคี่ยวกันทุกแนวรบทั้งทางการเมือง สังคม และเศรษฐกิจ

สุดท้าย ผู้เขียนขอเรียกร้องต่อประชาคมโลกให้เพิ่มความสนใจการเลือกตั้งในประเทศไทย ส่งเสริม สนับสนุนให้การเลือกตั้งเสรีและยุติธรรม ให้ชนชั้นปกครองไทยเคารพการตัดสินใจของประชาชน ยอมรับผลการเลือกตั้ง ให้พรรคเสียงข้างมากตั้งรัฐบาล

เช่นนี้ แล้วการเลือกตั้งทั่วไปจะทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น อันย่อมมีผลทั้งในทางคุณค่าประชาธิปไตยและเอื้ออำนวยประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อประชาคมโลก มากขึ้นอีกด้วย

******

July 3rd Election in Thailand is Extraordinary

On this coming July 3, 2011, there will be a general election in Thailand which apparently looks ordinary as any elections in democratic countries. But for those who follow the political situation in Thailand for many years would see that this is extraordinary election. It is unique in two respects.

Firstly, it is the election after the government of Mr. Abhisit Vejjajiva of Democrat, bloody crackdown the United Front for Democracy against Dictatorship (UDD) or the Red Shirt movement who staged a protest against the illegitimate government. They called for a new election, returning power to the people; which resulted in the deaths of 92 people, nearly 2,000 injured, and 400 around the country arrested. This election is a competition between the Democrat party, whose hands dripping in blood, and Pheu Thai party, an alliance of the Red Shirt movement.

Secondly, in this election--- a new phenomenon has occurred that never happened before in Thai politics. That is--- Pheu Thai Party decided to send a woman, Ms. Yingluck Shinawatra, to be the first on its party list, which is well understood that this position is Prime Minister’s position. In addition, in the past couple of weeks of campaigning, all polls showed Ms. Yingluk’s popularity increases every day. The Pheu Thai party and Ms. Yingluck have expanded their lead over the Democrat and Mr. Abhisit. If this holds, Thailand is likely to have a woman prime minister. This general election will create a new history for Thailand which appropriate for 21st century when women became leading politicians as happened in Germany, Philippine, Chile, Argentina, Brazil and so on.

However, the key expectation or question of Thais and concerned foreigners is--- how much will this July 3 general election help decrease the political conflicts which intensify in the past 5 years. The crisis stems from the conflict between the royalist-aristocracy, which use yellow color as symbol, and the democratic force which use red color as symbol; the conflict covers all spheres of Thai society--- political, social, and economics.

Lastly, I urge the international community to increase their interest in Thailand elections, to help and support free and fair elections, and to lend their support in demanding the ruling elite to respect the will of the people by accepting the election results, allowing the party that received the most votes to set up the government. Thus, the general election will make Thailand more democratic and will be beneficial to international economy as a whole.

Jaran Ditapichai
Former National Human Rights Commissioner, Thailand